กลิ่นอายจางๆ ของเลือดสีทองจากนักรบเทพยังคงลอยคลุ้งอยู่ในอากาศเหนือ หุบเขาไร้เสียง ทว่าเยี่ยฉินไม่มีเวลาแม้แต่จะชื่นชมชัยชนะชั่วคราวชิ้นนี้ เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงกว่าเดิมจากรอยแยกมิติบนท้องฟ้าที่เพิ่งปิดลงไป มันไม่ใช่การปิดตาย แต่เป็นการ "ถอยร่นเพื่อรวมพล" ของกองทัพเทพเบื้องบนที่เริ่มตระหนักแล้วว่าโลกเบื้องล่างมี "ตัวอันตราย" ที่พวกมันคาดไม่ถึงกำเนิดขึ้น
เยี่ยฉินร่อนลงสู่ลานหินกว้างใจกลางหุบเขา กระบี่เนตรอเวจีในมือส่งเสียงครางฮึมฮัมราวกับปีศาจที่ยังไม่อิ่มหนำในรสเลือด เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ปราณสีดำสนิทก็พุ่งออกจากตัวดาบ กลายเป็นม่านหมอกที่ปกคลุมทั้งหุบเขาไว้อีกครั้ง
"มู่หย่ง เสี่ยวรู่ มาหาข้า!" เยี่ยฉินออกคำสั่งเสียงเฉียบ
ทั้งสองพุ่งทะยานมาคุกเข่าเบื้องหน้า ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน "นายน้อย พลังของคนพวกนั้น... มันเหนือกว่าราชันย์นภาทั่วไปที่พวกเราเคยเจอมากนัก" มู่หย่งเอ่ยพลางปาดเหงื่อที่ขมับ
"นั่นเป็นเพียง 'สุนัขเฝ้าประตู' ของดินแดนเบื้องบนเท่านั้น" เยี่ยฉินกล่าวพลางปักกระบี่ลงกึ่งกลางลานหิน "อีกไม่เกินสามวัน ประตูมิติที่ใหญ่กว่านี้จะเปิดออก และคราวนี้พวกมันจะส่งยอดฝีมือระดับ ราชันย์นภา ขั้นที่ 9 หรือแม้แต่ระดับ กึ่งจักรพรรดิ ลงมาเพื่อกวาดล้างพวกเรา"
ค่ายกลแปดทิศกักวิญญาณ
เยี่ยฉินไม่ได้รอช้า เขาเริ่มเดินหมากตัวสำคัญเพื่อเปลี่ยนหุบเขาไร้เสียงให้กลายเป็น "สุสานเทพ" เขาหยิบเอาเศษศิลาวิญญาณที่เหลือจากการหลอมกระบี่ออกมาแปดชิ้น แล้วดีดมันไปตามทิศทั้งแปดของหุบเขา
"เนตรสัจจะ: เชื่อมโยงรากฐานปฐพี!"
ดวงตาของเยี่ยฉินทอแสงสีม่วงทองเจิดจ้า เขาใช้พลังของ ภูตแกนกลางกาลเวลา หมุนย้อนกระแสพลังงานธรรมชาติในหุบเขาให้ไหลย้อนกลับมาบรรจบกันที่จุดเดียว พริบตานั้น อักขระโบราณสีเลือดเริ่มผุดขึ้นจากผิวดิน ล้อมรอบหุบเขาทั้งหมดไว้ภายใต้โดมพลังงานที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
"นี่คือ 'ค่ายกลแปดทิศกักวิญญาณ'" เยี่ยฉินอธิบาย "ใครก็ตามที่ก้าวเข้ามาในเขตนี้ พลังปราณเทพของพวกมันจะถูกกดทับลงถึงสามส่วน และทุกครั้งที่พวกมันโจมตี พลังที่ปล่อยออกมาจะถูกค่ายกลสูบกลืนไปเป็นพลังงานสำรองให้พวกเจ้าทั้งสอง"
เขาหันไปหาหลินเสี่ยวรู่ "เสี่ยวรู่ ข้าจะมอบ 'ไข่มุกชำระฟ้า' ที่ข้าชิงมาได้ให้เจ้าครึ่งหนึ่ง จงไปนั่งสมาธิที่ทิศอาคเนย์และหลอมรวมมันเข้ากับวิชาเงาสังหาร เจ้าต้องบรรลุระดับ ราชันย์ปฐพี ภายในสามวันนี้!"
"ข้าน้อยจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังค่ะ!" นางรับไข่มุกมาด้วยความมุ่งมั่นและหายตัวไปในเงามืดทันที
เยี่ยฉินเดินตรงไปที่ร่างของหลี่เยี่ยนที่ถูกจองจำอยู่ในกรงขังปราณกาลเวลา นางบัดนี้ดูเหมือนซากศพเดินได้ที่ไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืน
"เยี่ยฉิน... เจ้าทำเรื่องบ้าอะไร... เจ้ากำลังท้าทายสรวงสวรรค์..." นางพึมพำอย่างยากลำบาก
"สวรรค์งั้นรึ?" เยี่ยฉินแค่นยิ้มพลางบีบคอของนางให้เชิดหน้าขึ้น "สวรรค์ที่เจ้าพูดถึง คือสถานที่ที่สร้างบนกองซากศพของตระกูลไป๋ของข้า สถานที่ที่เจ้าและหลี่เทียนใช้เลือดของพี่น้องข้าต่างน้ำ... หากนั่นคือสวรรค์ ข้าคนนี้แหละที่จะเป็น 'จอมมาร' ที่ลากมันลงมาขยี้ใต้เท้า!"
เขาส่งปราณหยาดน้ำสังหารเข้าไปในไขสันหลังของนาง "ข้าจะเก็บชีวิตเจ้าไว้ดูความพินาศของกองทัพเทพที่เจ้าภาคภูมิใจ และเมื่อวันนั้นมาถึง... ข้าจะส่งหัวของหลี่เทียนมาให้เจ้าเป็นของขวัญก่อนที่เจ้าจะสิ้นลม"
"มู่หย่ง ส่วนเจ้า..." เยี่ยฉินมองไปที่เด็กชาย "ข้าจะให้เจ้าเข้าสู่ 'ห้องลับมังกรหลับ' ในจิตสำนึกของข้า เจ้าต้องรับเอาเจตจำนงของมังกรนิรันดร์ไปเป็นส่วนหนึ่งของดวงวิญญาณ หากเจ้าทนได้ เจ้าจะก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปสู่ระดับอสูรบรรพกาล"
มู่หย่งไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าหากต้องการติดตามเยี่ยฉินไปถึงจุดสูงสุด เขาต้องแข็งแกร่งกว่านี้ "เริ่มเลยครับนายน้อย!"
เยี่ยฉินวางมือบนศีรษะของมู่หย่ง แล้วถ่ายโอนภาพนิมิตการต่อสู้นับหมื่นปีและเจตจำนงที่แข็งแกร่งที่สุดเข้าสู่จิตวิญญาณของเด็กชาย เสียงคำรามของมังกรนิรันดร์ดังกึกก้องไปทั่วหุบเขาจนแผ่นดินสั่นสะเทือน
ในขณะเดียวกัน ณ ดินแดนเบื้องบน บนบัลลังก์ทองคำที่ลอยอยู่เหนือหมู่เมฆ จักรพรรดิเทพหลี่เทียน นั่งหลับตาลงพลาางขมวดคิ้ว มือที่สวมแหวนหยกสั่นเทิ้มด้วยความโกรธจัดเมื่อสัมผัสได้ว่าตะเกียงชีวิตของนักรบเทพสามนายดับวูบลงพร้อมกัน
"เยี่ยฉิน... เจ้ายังไม่ตายจริงๆ สินะ" เสียงของเขาทรงพลังจนทำให้อากาศรอบข้างปริแตก "เจ้ากล้าทำลายลูกสาวข้า ทำลายนครหลวงของข้า และตอนนี้ยังบังอาจสังหารทูตสวรรค์... ดี! ในเมื่อเจ้าอยากเล่นสงคราม ข้าก็จะจัดทัพ 'สิบสามขุนพลเทพ' ลงไปบดขยี้หุบเขาไร้เสียงนั่นให้กลายเป็นหลุมศพของเจ้าซะ!"
เขาหันไปสั่งการยอดฝีมือที่หมอบอยู่เบื้องล่าง "สั่งการไป... ใครที่เอาหัวเยี่ยฉินมาให้ข้าได้ ข้าจะมอบดินแดนเบื้องล่างทั้งหมดให้มันครอบครอง!"
คืนนั้น เยี่ยฉินนั่งสมาธิอยู่บนยอดหน้าผาสูงสุดของหุบเขา กระบี่เนตรอเวจีวางพาดอยู่บนตัก ดวงตาสีแดงบนตัวกระบี่จ้องมองไปยังหมู่ดาวที่ส่องประกายด้วยรังสีฆ่าฟัน เขาหยิบเศษเหล็กจากชุดเกราะของนักรบเทพมาบดขยี้ในฝ่ามือจนกลายเป็นผุยผง
‘หลี่เทียน... ข้าเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับไว้ให้เจ้าแล้ว และคราวนี้... จะไม่มีใครรอดกลับไปบอกข่าวได้แม้แต่คนเดียว’
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างกับดักที่ศัตรูไม่คาดคิดว่ามันคือความตาย หุบเขาไร้เสียงบัดนี้ไม่ใช่ที่หลบภัย แต่มันคือป้อมปราการปีศาจที่พร้อมจะกลืนกินทุกชีวิตที่บังอาจย่างกรายเข้ามา และสงครามครั้งนี้ จะเป็นการตัดสิน
ว่าใครคือจ้าวที่แท้จริงของโลกทั้งสอง!