จากนั้นชายชราจึงหัวเราะร่ามือตบไหล่การินแปะ ๆ
“ร้ายกาจๆ เื่นี้ตาคงต้องยอมแพ้หลานจริง ๆ ตาเคยขอยายว่าอยากแต่งเมียเพิ่มอีกคนตอนนั้นยายถือมีดไล่ฟันตารอบบ้าน แถมต้องนอนนอกบ้านไปตั้งสามคืน สุดยอดจริง ๆเลยหลา...”
ชายแก่พลันเห็นว่าหญิงชราจ้องมาทางตนเขม็งถึงได้หุบปากฉับ
หญิงชรามองไปยังหญิงสาวทั้งสองเธอพบว่าหญิงสาวผมสีทองเพียงส่งยิ้มให้ตามมารยาทเท่านั้นทว่าหญิงสาวผมสีแดงใบหน้าสวยได้รูปก้มหน้าลงเล็กน้อยพวงแก้มเห่อแดงขึ้นตอนการินบอกว่าจะนำหลานสะใภ้มาแนะนำ ทั้งยังไม่กล้าสบตากับเธออีกด้วย
หญิงชรารู้ได้ทันทีว่าใครคือคนที่จะมาเป็หลานสะใภ้ของตน
หญิงชราเดินเข้าไปหาอลิสพลางใช้สายตาสำรวจ
“หนูสินะที่จะมาเป็หลานสะใภ้ของของยายไหนลองแนะนำตัวหน่อยสิว่าเป็ลูกเต้าเหล่าใคร มาจากตระกูลไหน”
อลิสหน้าแดงยิ่งกว่าเดิมตอนถูกเรียกว่าหลานสะใภ้ทว่าเธอยังคงตอบท่าน‘ยาย’ของตนในอนาคตท่านนี้ด้วยน้ำเสียงฟังชัดพร้อมกับย่อตัวลงโค้งศีรษะเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพอีกฝ่าย
“สวัสดีค่ะท่านยายหนูชื่ออลิส เป็ลูกสาวคนเดียวของท่านพ่ออเดล ผู้นำตระกูลขนนก และท่านแม่เชอรอนค่ะ”
หญิงชราพยักหน้าเธอค่อนข้างพอใจกับน้ำเสียงอ่อนนุ่มของหลานสะใภ้ที่การินเลือกคนนี้
ชายชราเดินมาหยุดอยู่เคียงข้างหญิงชรา
“ทั้งงดงามทั้งฐานะดี แบบนี้ค่อยเหมาะสมกับหลานสองของตาหน่อย แล้วคนข้าง ๆ นี่ใคร?เพื่อนของหนูเหรอ?”
อลิสทำความเคารพท่านตาของการินแบบที่ทำกับหญิงชรา
“นี่คือมาเรียลูกสาวตนโตของผู้นำตระกูลมงกุฎมรกต เพื่อนสนิทของหนูค่ะ”
มาเรียย่อตัวโค้งศีรษะกล่าวทักทาย
“สวัสดีค่ะ”
หญิงชราพยักหน้า
“เดี๋ยวยายจะทำอาหารให้กินระหว่างนี้หลานสองก็พาหนูสองคนนี่ไปเดินเล่นรอบ ๆ บ้านก่อนแล้วกัน”
การินจึงพาหญิงสาวทั้งสองเดินเล่นริมแม่น้ำ
มาเรียที่ยังคงถือดาบยาวไว้ในมือถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ทำไมท่านยายกับท่านตาของนายถึงเรียกนายว่าหลานสองล่ะ?”
อลิสเองก็มองมาที่เขาชัดเจนว่าสงสัยเช่นกัน
ชายหนุ่มหัวเราะหึหึ
“ก็เพราะว่าฉันเป็หลานคนที่สองยังไงล่ะ”
“ที่จริงฉันสงสัยนานแล้วล่ะอลิสเองก็คงเหมือนกัน พ่อกับแม่ของนายเป็ใครในตระกูลดวงดาว?เพราะอลิสเคยบอกว่าทั้งสองคนเป็ผู้มีรอยประทับและฉันก็รู้จักผู้มีรอยประทับในตระกูลดวงดาวเกือบทุกคนดังนั้นฉันก็น่าจะรู้จักพ่อแม่ของนาย”
ผลกลับกลายเป็ว่าเธอเห็นการินเกาศีรษะแล้วกล่าวอายๆ
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันที่จริงชื่อของท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านตา และท่านยายฉันก็ยังไม่รู้เลย”
มาเรียกับอลิสจ้องเขม็งมาที่ชายหนุ่มมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา
“เอ่อที่จริงครอบครัวฉันมีเื่ที่ถือว่าแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือพวกเราจะไม่เรียกกันด้วยชื่อแต่จะเรียกกันด้วยตำแหน่งในครอบครัวที่จริงถ้าท่านพ่อไม่บอกว่าฉันชื่อการินฉันก็คงไม่รู้ชื่อตัวเองเหมือนกัน”
สองสาวอึ้งจนพูดไม่ออก
หลังจากเดินเล่นไปอีกสักพักการินที่อัญเชิญนักรบจิติญญาไว้ที่บ้านก็บอกทุกคนว่าท่านยายทำอาการเสร็จแล้วชายหนึ่งจึงจับแขนทั้งสองแล้วพาเคลื่อนย้ายกลับถึงบ้านในพริบตา
หลังจากเคลื่อนย้ายเสร็จสองสาวก็หันมาพูดกับเขาแทบจะพร้อมกันว่า‘จอมี้เี’ ชายหนุ่มที่หวังดีไม่อยากให้ทั้งสองต้องเดินเท้าให้เมื่อยจึงได้แต่ยิ้มแห้ง
ขณะทานอาหารอลิสค่อนข้างเกร็งเพราะกลัวว่าท่านตากับท่านยายอาจจะไม่ชอบคนไม่มีมารยาทขณะทานอาหารท่านยายจึงบอกเธอว่าไม่ต้องคิดอะไรมากเมื่อหลานสองเลือกเธอแล้วท่านยายกับท่านตาก็ไม่ขัดอะไรแน่นอน
แม้จะยังมีท่าทางเกร็งๆ อยู่บ้างแต่อลิสก็ผ่อนคลายกว่าเดิม
ทางด้านการินก็หัวเราะให้กับท่าทางของอลิสจึงถูกท่านยายดึงหูครั้งหนึ่ง ไม่พอยังโดนอลิสหยิกเอวไปหนึ่งที
หลังจากทานอาหารเสร็จมาเรียขอแยกตัวไปเดินเล่นในตัวเมือง ส่วนอลิสถูกท่านยายพาไปซักถามเื่ต่าง ๆมากมายที่ศาลาริมน้ำ โดยมีการินกับท่านตานั่งตกปลาอยู่ไม่ไกล
“หลานสะใภ้กับหลานสองเจอกันเมื่อไหร่บอกยายหน่อยสิ”
ท่านยายซักถามด้วยน้ำเสียงเป็กันเอง
“เมื่อประมาณเดือนก่อนค่ะตอนนั้นหนูพึ่งรับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยที่หนึ่งของเขตตะวันออก”
“แล้วใครชอบใครก่อน?”
“หนูชอบเขาก่อนค่ะ”
อลิสหน้าแดงตอบ
จากนั้นอลิสก็เจอกับคำถามอีกเป็ชุดตอนที่หญิงชราถามว่าเคยทำอะไรกันหรือยังทำเอาเบ็ดตกปลาในมือการินที่นั่งอยู่ไม่ไกลเกือบร่วงลงแม่น้ำอลิสรีบปฏิเสธอย่างไวกลับเห็นว่าหญิงชราถอนหายใจด้วยความเสียดาย
ตกเย็นหลังจากทานอาหารเสร็จทุกคนจึงเข้านอนบ้านหลังนี้มีห้องว่างหลายห้องทว่าการินกับอลิสกลับโดนชายหญิงวัยชราทั้งสองบังคับให้นอนห้องเดียวกัน
ตอนนั้นอลิสได้ยินทั้งคู่พูดกันแว่วๆ ว่าอยากอุ้มเหลนทำเอาเธอมองการินแล้วหน้าก็แดงแปร๊ด
แม้ตะเกียงภายในห้องจะดับนานแล้วแต่ทั้งคู่กลับยังไม่มีใครหลับสักคน
การินจ้องนิ่งไปที่เพดานกล่าวอย่างเลื่อนลอย
“นอนในป่ามาหนึ่งเดือนแล้วมานอนที่บ้านรู้สึกไม่ชินยังไงก็ไม่รู้สิ”
“ใช่”
เสียงแ่เบาของอลิสตอบโต้กลับมา
ชายหนุ่มเงียบไปสักพักแล้วจึงหันหน้ามองไปยังหญิงสาวที่นอนข้างๆ ซึ่งจ้องเขาอยู่แล้ว
การินเหม่อลอยเล็กน้อยเมื่อประสานสายตากับดวงตาคู่นั้นชายหนุ่มเคลื่อนตัวเข้าหาอลิสแล้วแนบริมฝีปากของตนเองบดเบียดลงไปที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย
ผ่านไปสักพักจนเมื่อได้ยินหญิงสาวหอบหายใจเขาจึงผละออกมา
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่กล่าวอย่างอ่อนโยน
“ได้ไหม?อลิส”
ผ่านไปสักพักจนเขาคิดว่าเธอคงไม่ยอมกลับได้ยินเสียงที่เบาหวิวคล้ายแมวครวญ
“อือ”
…
่เช้าของวันถัดมา
มาเรียเดินเล่นอาบแสงแดดอบอุ่นริมแม่น้ำอย่างสบายอารมณ์ตอนนั้นเองเธอพลันเห็นอลิสผลักประตูบ้านเดินออกมาหญิงสาวแปลกใจเล็กน้อยเพราะปกติเพื่อนของเธอที่เป็บุตรสาวของผู้นำตระกูลขนนกมักจะตื่นก่อนเธอเสมอตอนที่มาเรียตื่นมาแล้วไม่เจออลิสก็คิดว่าเพื่อนสนิทของเธอจะไปเดินเล่นกับการินก่อนแล้วเสียอีก
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้จึงเอ่ยทัก
“วันนี้ตื่นช้าจังเลยนะ”
อลิสหันหน้าไปทางอื่นหลบตาเพื่อนสนิทอย่างเป็ธรรมชาติ
“เมื่อคืนนอนดึก”
มาเรียไม่สนใจมากนักเพราะตอนนี้มีเื่สำคัญกว่า
“แล้วนี่การินอยู่ไหน?ตอนแรกฉันคิดว่าจะขึ้นรถม้าไปที่เขตกลางเหมือนคนปกติแต่พอคิดดูอีกทีใช้พลังของการินให้เราไปถึงทันทีก็ดีนะเพราะพวกเราต้องรีบบอกเื่ใหญ่ให้พวกผู้าุโรู้โดยเร็ว”
“อีกเดี๋ยวเขาก็มาแล้วล่ะ”
อลิสพูดไม่ทันขาดคำร่างของนักรบจิติญญาก็ปรากฏขึ้นข้างกายหญิงสาวทั้งสอง โดยไม่ให้ทั้งคู่ตั้งตัวนักรบจิติญญาจับแขนพวกเธอแล้วภาพตรงหน้าพลันพร่ามัว ก่อนจะพบว่าตอนนี้พวกตนอยู่ในบ้านแล้ว
นี่คือพลังที่การินการินได้รับตอนเป็ระดับหมู่บ้านนักรบจิติญญาสามารถเคลื่อนย้ายสิ่งของมาที่ชายหนุ่มได้โดยตรงแต่ก่อนการินนำมาได้แต่ของเล็ก ๆทว่าเมื่อเป็ระดับอาณาจักรแล้วการเคลื่อนย้ายคนมาหาก็ไม่ใช่เื่ยาก
อลิสสบตากับการินใบหน้าก็แดงขึ้น
“ท่านยายทำอาหารเช้ารอไว้แล้วกินก่อนค่อยไปแล้วกัน”
ชายหนุ่มกล่าวพร้อมอ้าปากหาวนับั้แ่เป็ผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรเขาก็ไม่เคยหยุดใช้พลังจากรอยประทับเลยแม้จะไม่สร้างภาระทางร่างกายเท่าแต่ก่อนทว่ายังทำให้ง่วงได้อยู่
“ก่อนที่นายจะพาพวกฉันมาด้วยพลังควรถามสักคำก่อนดีไหม?”
มาเรียกล่าวอย่างฉุนๆ
การินไม่สนใจชายหนุ่มโอบเอวอลิสแล้วเดินไปทางโต๊ะอาหาร
หลังจากทานอาหารเสร็จทุกคนได้มารวมตัวกันที่ศาลาริมน้ำ
“หลานไปก่อนนะครับท่านยายท่านตา”
หลังจากทำการกอดคนชราทั้งสองการินจึงบอกลาพวกท่าน
“เดินทางดีๆ ล่ะ บอกเ้าลูกเขยให้พาลูกสาวยายกับหลานคนอื่น ๆ มาเยี่ยมพวกยายด้วยแล้วก็ได้วันแต่งเมื่อไหร่ก็มาบอกยายด้วยนะ”
หญิงชราลูบศีรษะชายหนุ่มกล่าวพลางมองไปทางอลิส
อลิสเม้มริมฝีปากหญิงสาวย่อตัวโค้งศีรษะ
“ลาก่อนค่ะท่านยาย”
มาเรียก็ทำแบบเดียวกัน
การินที่คิดว่าได้เวลาแล้วจึงเดินไปจับแขนของหญิงสาวทั้งสองพอยิ้มให้ตากับยายเสร็จร่างของทั้งสามก็หายไป
...
ณจุดกึ่งกลางของเมืองกำแพงมีหอนาฬิกาตั้งสูงตระหง่านอยู่หอนาฬิกานี้สูงเทียบเท่ากับความสูงของกำแพง้าของหอนาฬิกามีระฆังสีทองขนาดไม่ใหญ่นักห้อยอยู่ ไม่มีใครทราบว่าระฆังอันเล็กแค่นี้ส่งเสียงกังวานไปทั่วทั้งกำแพงได้อย่างไร
ถัดลงมาจะเป็หน้าปัดนาฬิกาที่เข็มทุกเข็มทำจากทองคำหอนาฬิกาที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมมีหน้าปัดนาฬิกาทั้งสี่ด้าน
บริเวณโดยรอบหอนาฬิกาเป็ลานกว้างที่ว่างเปล่าถัดจากนั้นจึงจะเป็ที่อยู่ของเหล่าสี่ตระกูลผู้ปกครองที่แบ่งเขตกันอย่างชัดเจน
ภายในเขตที่อยู่อาศัยของตระกูลขนนกร่างของคนสามคนปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าภายในลานบ้านแห่งหนึ่ง
เมื่ออลิสมองไปรอบๆ ก็อุทานออกมาอย่างแปลกใจ
“นี่มันลานบ้านของฉัน?นายรู้จักได้ไง?”
“ฉันได้ยินคนจากตระกูลเธอพูดน่ะ”
“ลืมไปนายชอบแอบฟังคนอื่น”
“ต้องเรียกว่าหาข้อมูล”
“แล้วการแอบดูผู้หญิงอาบน้ำถือเป็การรวบรวมข้อมูลด้วยหรือเปล่า?”
“เอ่อคือว่า...”
“จะบอกว่าไม่เคยทำ?”
“มันก็ต้องมีบ้าง…โอ๊ย เหยียบเท้าทำไมเนี่ย”
“สามี-ภรรยาสองท่านนี้เลิกเล่นกันแล้วไปรายงานเื่สำคัญก่อนดีไหมคะ?”
มาเรียขัดขึ้นด้วยความระอาใจ
ทั้งสามเดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่โอ่อ่าเบื้องหน้าพอคนเฝ้าประตูเห็นว่าเป็อลิสก็ใเป็อย่างมาก
“คุณหนูกลับมาแล้วหรือครับ?ผมได้ยินว่าท่านต้องไปทำภารกิจที่เขตตะวันออกนานหลายเดือนกว่าจะกลับ”
“เกิดเื่ไม่คาดคิดจึงต้องกลับมารายงานท่านพ่อน่ะ”
อลิสตอบพร้อมยิ้มมุมปาก
แม้เธอจะเป็คนไม่ค่อยพูดแต่ก็ไม่ใช่คนยิ้มยาก
“แบบนี้นี่เองตอนนี้นายท่านอยู่ในห้องทำงานครับ”
คนเฝ้าประตูกล่าวพร้อมเปิดประตูให้เขาไม่ถามว่าการินเป็ใครเพราะรู้ว่าไม่ใช่เื่ของตน
จากนั้นภายใต้การนำของอลิสทุกคนจึงมาถึงห้องทำงานของอเดล-ผู้นำตระขนนกในเวลาไม่นาน