“เข้าใจหรือยัง~!”
“ฉันถามพวกแกว่าเข้าใจหรือยัง~!”
เสียงร้องะโของครูฝึกทำเอานักเรียนเตรียมทหารต้องรีบตอบพร้อมกันด้วยความรวดเร็ว เกี่ยวกับหลักสูตรในเดือนที่สองที่พวกเขาเรียนกันไป พวกเขาได้เรียนถึงรูปแบบการฝึกเป็ทีม การทำงานเป็ทีม ทุกๆคนล้วนต่างสะพายของหนัก 50 กิโลกรัมไว้บนหลังแล้ววิ่งไปประจำจุดต่างๆ มีการสอนใช้อาวุธหนักของทางกองทัพ จนทุกคนรู้วิธีการยิงปืนจากรถถัง รู้วิธียิงปืนกลและอาวุธต่างๆมากมาย
ในเดือนที่สองที่กำลังจะผ่านไปนั้น ทุกคนต่างถูกส่งเข้าไปในสถานการณ์จำลองของา ตัวของพวกเขาถูกจำลองให้เป็หน่วยเสริมจำเป็ต้องส่งเสบียง ส่งอาวุธให้กับทหารในแนวหน้า ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขาจำเป็ต้องเข้าไปแทนที่คนที่ถูกระบุให้ตาย จนทำให้การซ้อมในเดือนสองที่เกิดขึ้นนี้เอง ครูฝึกเริ่มมองเห็นรูปร่างการทำงานที่ชัดเจนจากนักเรียน ที่เดิมทีสะเปะสะปะ ยังไม่มีใครทำอะไรเป็สักอย่าง
จากการประเมินของแอชเชอร์การฝึกซ้อม 2 เดือนที่ผ่านมานับว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมหากเขาเป็ครูฝึก เนื่องจากนักเรียนทำได้ดีและเริ่มปรับตัวได้กับค่ายฝึก แม้จะมีการอดอาหารให้กินเพียงแคปซูลจนมีหลายคนคลั่งจนต้องเข้าห้องพยาบาลจากอาการป่วยทางจิต ถึงอย่างนั้นกลับมีคนที่ออกจากการฝึกกลับบ้านไปเพียงแค่ 5 % ต่างจากที่เขาเคยเห็นและเคยผ่านเพราะชีวิตก่อนจะมีคนต้องกลับบ้านราว 20 % ของการฝึก่แรกเพราะไม่สามารถทนต่อความกดดันได้
ซึ่งการฝึกของแอชเชอร์เขายังคงทำผลงานต่อไป เดือนนี้เป็เดือนที่เขาจะต้องช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีม ต่างจากเดือนแรกที่เขาไม่ช่วยใครเพราะต้องฝึกร่างกายให้หนัก เดือนนี้เขาจึงช่วยเท่าที่ทำได้ แอชเชอร์จึงได้แต่หวังว่าคนที่สอดส่องจะพอใจในการกระทำของเขา
ภายใต้เสียงตอบรับของนักเรียน ครูฝึกต่างมองจ้องไปยังทุกๆคนแล้วสั่งให้พวกเขากลับไปพักผ่อน การฝึกในวันนี้จบลงไปแล้ว
“สถานะ”
[ระบบ 1 - 1 ระดับ 1 ดาว]
[ชื่อ : แอชเชอร์ แอสลาส]
[อายุ : 15 ปี]
[ระดับซิงโครไนซ์ : SS ]
[พลังโจมตี 0 [4]]
[พลังป้องกัน 0 [4]]
[ความเร็ว 1 [4]]
[พลังต่อสู้ 65]
[ฟอสเอนเนอร์จี้ 0]
[แต้มสถานะคงเหลือ 0]
[ สถานะร่างกาย 100 % ]
[วิ่งเร็ว][ะเิความเร็ว][วิ่งหลบหลีก][ปีนป่าย][เชี่ยวชาญหมัดปานกลาง][เชี่ยวชาญดาบปานกลาง][เชี่ยวชาญมีดปานกลาง]
แอชเชอร์เรียกหน้าต่างสถานะของเขาขึ้นมาตรวจสอบหลังจากเดินกลับถึงห้อง เดือนที่สองที่พึ่งผ่านไปเขาได้แต้มสถานะมาเพียงแค่อย่างละ 1 หน่วยเท่านั้น ดูเหมือนว่าร่างกายของเขาจะปรับตัวเข้ากับการฝึกหนักจนเกิดเป็ความเคยชินแล้ว จากสิ่งที่เขาคิดเดือนหน้าหากเขาไม่ฝึกหนักกว่าเดิมแต้มจะต้องไม่ขึ้นอย่างแน่นอน เขาจึงต้องพยายามหาทางฝึกที่ต่างจากปกติทั่วไป การเข้าถึงฟอสเอนเนอร์จี้ใน 10 เดือนนี้คงไม่ใช่เื่ง่าย เขาจึงยังไม่สามารถใช้ฟอสเอนเนอร์จี้เพิ่มสถานะได้ในตอนนี้ จำเป็ต้องรอให้เขาจบหลักสูตรฝึกได้ออกไปเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์
ส่วนสกิลของเขายังไม่พัฒนาขึ้นไปยังระดับสูง มันยังคงเป็เชี่ยวชาญปานกลาง สาเหตุน่าจะเป็เพราะว่าเขายังฝึกไม่พอ ในสถานการณ์ตอนนี้สิ่งอำนวยความสะดวกของเขายังคงถูกจำกัดเอาไว้ ทำให้เขาต้องทำตามคำสั่งครูฝึกตลอดเวลา ไม่สามารถฉีกไปทำสิ่งที่อยากจะทำได้
“เฮ่ย ขึ้นแล้ว ดูนี่เส้นเืสีดำบนร่างของฉันปรากฎแล้ว”
เสียงร้องของเพื่อนร่วมห้องดังก้องทำให้แอชเชอร์หันมอง เส้นเืสีดำที่ปรากฎบนร่างของนักเรียนเตรียมทหารใน่นี้ไม่ใช่เื่แปลกแต่อย่างใด มันเป็ผลมาจากแคปซูลที่พวกเขากินตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ภายในแคปซูลจะมีสารที่ช่วยเร่งให้พวกเขาซิงโครไนซ์ได้ระดับที่สูงกว่าเดิม ซึ่งเส้นเืสีดำที่ปรากฎบนร่างสามารถบ่งบอกได้อย่างดีว่าใครจะสามารถปลุกการซิงโครไนซ์ได้ในระดับสูง ยิ่งเส้นเืสีดำโผล่ออกมาเยอะ โอกาสที่จะซิงโครไนซ์ในระดับสูงก็ยิ่งเยอะ เพียงแต่ว่าร่างกายของแอชเชอร์กลับต่างจากทุกๆคนออกไป
ตอนนี้ 90 % ของนักเรียนล้วนปรากฎเส้นเืสีดำกันทุกๆคนแล้ว อีก 10 % แม้จะยังไม่ปรากฎแต่ก็มีรอยให้เห็นว่ามันจะปรากฎขึ้นมา ผิดจากแอชเชอร์ บนร่างของเขาไม่ปรากฎสิ่งใดเลยนอกจากมัดกล้าม เขาไม่ได้วิตกกังวลใจใดๆเลยระบบบอกกับเขาเองว่ามีความสามารถในการซิงโครไนซ์ระดับ SS แต่ดูท่าคนที่วิตกและเคลื่อนไหวจะเป็คนที่จับตามองเขา หลายวันที่ผ่านมานี้เขาสังเกตได้ว่าคนที่จับตามองเริ่มที่จะลดการจับตามองเขาลงไป เป็เพราะว่าร่างกายของเขาไม่มีเส้นเืสีดำปรากฎออกมา
ระบบภายในกองทัพไม่มีการยืดหยุ่นใดๆ พวกเขาจะทำทุกอย่างตามที่นักวิจัยทดสอบมาเรียบร้อย ใครก็ตามที่มีเส้นเืสีดำผุดขึ้นมาก่อนเวลาที่จะปลุกการซิงโครไนซ์จะถือว่าพวกเขาได้ประโยชน์สูงสุด แต่หากใครก็ตามที่มีเส้นเืสีดำไม่ปรากฎชัดเจน ต่อให้อนาคตของพวกเขาจะมีโอกาสที่เส้นเืสีดำจะปรากฎออกมาจำนวนมาก ทางกองทัพที่ใช้ระบบส่วนรวมจะบังคับให้เข้าสู่กระบวนการซิงโครไนซ์จนร่างกายไม่สามารถไปถึงจุดสูงสุด
การที่แอชเชอร์ไม่ปรากฎเส้นเืแล้วต้องเข้าสู่การปลุกพลังซิงโครไนซ์ในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้ จึงทำให้ใครหลายๆคนที่มองเขาว่าเป็อันดับ 1 ตลอดการฝึก 2 เดือนที่ผ่านมา เริ่มเปลี่ยนมุมมองกับตัวของเขาใหม่ แล้วหันไปมองจ้องคนที่มีเส้นเืสีดำบนร่างกายเยอะกว่าคนอื่นๆ
“เหอะ สุดท้ายแกก็ถูกพวกเราทิ้ง ร่างกายที่แข็งแกร่งของแกสุดท้ายก็ถูกทิ้งหากเราสวมชุดเกราะ” ปีเตอร์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงยิ้มเยาะ บนร่างของมันเต็มไปด้วยเส้นเืสีดำมากมาย ชีวิตก่อนปีเตอร์ซิงโครไนซ์ได้ถึงระดับ B จึงไม่แปลกที่ชีวิตนี้ของเขามันจะยังปลุกพลังได้ในระดับ B เหมือนครั้งก่อน ดูเหมือนว่าความแค้นของมันจะนำมาลงที่ตัวเขา หลังจากที่ทุกๆคนได้รับชุดฝึกซ้อมและมานา
“หึ”
แอชเชอร์ฉีกยิ้มเล็กน้อยจากนั้นเขาก็หลับตานอน สิ่งที่เขาวิตกในตอนนี้ไม่ใช่การปรากฎตัวของเส้นเืสีดำ แต่เขากลัวว่าเครื่องซิงโครไนซ์ที่พวกเขาจะต้องใช้งาน มันจะตรวจสอบระดับการซิงโครไนซ์ของเขาไม่ได้ หากเป็แบบนั้นจริงตัวของเขาได้แย่อย่างแน่นอน เพราะเมื่อใดก็ตามที่จบหลักสูตรการฝึก สถานที่ที่เขาจะได้ไปคงจะเป็เขตที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์
แต่อีกใจหนึ่งเขาก็วิตกเช่นเดียวกัน เขากลัวว่าเครื่องตรวจสอบมันจะตรวจระดับการซิงโครไนซ์ของเขาได้ที่ SS ตามที่ระบบ 1 - 1 บอกกับเขา หากเป็จริงขึ้นมา ตัวของเขาอาจจะถูกจับไปทดลองก็ได้เพราะชีวิตก่อนของเขา ผู้ที่มีการซิงโครไนซ์มีเพียงหยิบมือเท่านั้น นอกจากหน่วยพิเศษดาวมฤตยูแล้ว แทบจะไม่ปรากฎในความทรงจำของเขาเลย
—---------------------------
“แถวตรง~!”
เหล่านักเรียนนับพันยืนหน้ากระดานเรียงห้าหันมองจ้องหน้าครูฝึกที่เรียกพวกเขามารวมตัวกัน เช้านี้พวกเขาไม่ได้มารวมกันเพื่อฝึกเนื่องจากชุดที่สวมใส่วันนี้ต่างจากวันก่อนๆ พวกเขาทุกคนล้วนสวมกางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว ยืนตากแดดกลางสนาม
“ตามกำหนดการของเรา วันนี้ก็มาถึง วันที่พวกแกจะต้องเข้ารับการซิงโครไนซ์ครั้งแรก”
ทุกคนต่างตื่นเต้นดีใจเมื่อได้ยินว่าพวกเขาจะได้รับการซิงโครไนซ์ สาเหตุที่ทำให้นักเรียนดีใจก็เพราะว่าพวกเขาจะได้รู้ระดับของตัวเองสักทีว่าจะสวมชุดเกราะได้ถึงรุ่นไหน
“ฟังเรียกชื่อ จากนี้ไปคนที่ถูกเรียกจะต้องวิ่งเข้าไปในประตูบานนั้น” ทุกคนหันมองตามครูฝึก เมื่อพบเข้ากับประตูที่ต้องวิ่งเข้าไปด้านในทุกคนก็กลับมาฟังครูฝึกอีกครั้ง
“ด้านในนั้นจะประกอบไปด้วยนักวิทยาศาตร์ พวกเขาจะสวมใส่เครื่องตรวจให้กับพวกแก หน้าที่ที่พวกแกจะต้องทำมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือเชื่อฟัง จากนั้นก็เดินตามทางเรื่อยๆจนสุดทาง ห้ามหยุด เข้าใจไหม~!”
“ทราบ~!”
“ดี ถ้าอย่างนั้น…”
การเรียกชื่อเริ่มต้นขึ้น ครั้งนี้การเรียกชื่อกลับไม่ได้เรียงตามตัวอักษร ไม่ได้เรียงตามหมายเลขระบุตัวตน คนที่วิ่งออกจากแถวทุกๆคนล้วนมีเส้นเืสีดำที่มากกว่าปกติ ชีวิตก่อนของแอชเชอร์ก็เป็แบบนี้ ใครก็ตามที่มีท่าทีจะซิงโครไนซ์ได้สูง พวกเขาจะเป็กลุ่มแรกที่ได้เข้าไปปลุก การที่จัดกลุ่มแบบนี้ก็เพราะว่านักวิทยาศาสตร์จะได้ใช้คลื่นพลังฟอสเอนเนอร์จี้กระตุ้นผู้ที่เข้าไปในเครื่องซิงโครไนซ์ได้ถูกต้อง ภายใต้การวิ่งของนักเรียนที่ถูกขานชื่อคนแล้วคนเล่านั้น ปีเตอร์ก็ได้วิ่งออกไปจากแถว มันไม่ลืมที่จะหันกลับมามองแอชเชอร์ที่ไม่มีเส้นเืบนตัวเลยสักนิดเดียว
“เป็อย่างไรบ้าง”
เหล่าคนสวมชุดสีขาวมองจ้องไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ หลังจากผลการซิงโครไนซ์ของนักเรียนเตรียมทหารปรากฎเป็ตัวเลข ถึงแม้จะยังเหลือนักเรียนอยู่อีกมากที่ยังไม่เข้ามาทำการทดสอบการซิงโครไนซ์ พวกเขากลับถอดใจไปแล้ว เพราะเหล่าคนที่มีโอกาสในการซิงโครไนซ์ได้ในระดับที่สูงมากๆ ถูกนำตัวมาทั้งหมดแล้ว แต่ผลที่ออกมากลับไม่เป็ที่น่าพอใจ เนื่องจากว่ามีระดับ A เกิดขึ้นมาเพียง 12 คนเท่านั้น ระดับ S ที่พวกเขาเฝ้ารอไม่ปรากฎ ต่อให้จะเป็คนที่โดดเด่นที่สุดก็ทำได้เพียงระดับ A
“ชื่อ”
“แอชเชอร์ แอสลาสครับ”
แอชเชอร์ที่วิ่งเข้ามาในประตูเอ่ยชื่อของเขากับนักวิทยาศาตร์ที่กำลังกดรหัสบางอย่างลงไปยังคอมพิวเตอร์ จากนั้นก็นำอุปกรณ์หลายอย่างมาติดตามตัวของเขา โดยสายเหล่านี้ส่งมาจากเพดานห้อง มันจะเคลื่อนตัวตามเขาไปจนกว่าจะเดินถึงปลายทางเดินที่เขาเข้ามา การซิงโครไนซ์ครั้งแรกของนักเรียนไม่มีอะไรซับซ้อนและยุ่งยากเลย พวกเขาเพียงแค่ต้องรับมานาแล้วเดินผ่านสถานที่เต็มไปด้วยพลังฟอสเอนเนอร์จี้ดิบที่ยังไม่กลั่นเป็มานาเท่านั้น
ในสภาวะกดดันร่างกายของพวกเขาที่ได้รับการฝึกมา 2 เดือนและได้รับสารจากแคปซูลจะเริ่มตอบสนองกับมานา จนร่างกายสามารถเป็สื่อกลางให้มานาไหลผ่านได้ การใช้ชุดเกราะ การใช้อาวุธ การใช้สกิลจะสามารถทำได้หลังจากที่ร่างของพวกเขาปรับตัวเมื่อผ่านทางเดินนี้ไป
“แอชเชอร์เหรอ นายเองสินะคนที่โดดเด่นใน่แรก ไม่คิดเลยว่าร่างกายของนายจะปฎิเสธยามากขนาดนี้ เอาล่ะเดินไปได้เลย ต่อให้จะเ็ปมากแค่ไหนก็ต้องก้าวขาต่อไป จำเอาไว้ว่าไม่มีใครช่วยเหลือ หากไม่สามารถผ่านอุโมงนี้นายจะตาย”
“ขอบคุณครับ”
แอชเชอร์สังเกตได้ถึงความเสียใจบนใบหน้าของนักวิทยาศาสตร์ เขากลับเป็คนที่ฉีกยิ้มกว้าง เมื่อระบบที่คุยกับเขาในหัวกำลังแจ้งเตือนถึงสิ่งที่ทำให้เขาแข็งแกร่ง
[แจ้งเตือน ตรวจพบฟอสเอนเนอร์จี้จำนวนมาก ]