วันต่อมาที่คาเฟของนับดาว
“คนสวยกำลังทำอาหารอยู่เหรอคะ” จิณณวัตที่เรียนเสร็จแล้วก็รีบขับรถตรงมาที่นี่ในทันทีโดยไม่คิดจะแวะไปไหนเลย
“มาเร็วจัง ฉันกำลังทำสปาเกตตีให้ รอแป๊บหนึ่งนะเจเจ” เธอคิดว่าเขาจะมาตอนเย็นจึงไม่ได้รีบร้อนเพราะปกติตอนเย็นเขาจะมาถึงห้าโมง แต่ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายสามกว่า
“ไม่เป็ไรค่ะ ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวเจเจช่วยนะคะ” จิณณวัตวางกระเป๋าสตางค์กับกุญแจรถไว้บนโต๊ะกินข้าวก่อนจะเดินไปช่วยทำอาหาร
“หั่นหอมกับผักเป็ชิ้นเล็ก ๆ เลยนะ เดี๋ยวฉันจะเอามาทำเป็ซอส” นับดาวหยิบผักที่ล้างเตรียมไว้ส่งให้เขาเอาไปหั่น ส่วนเธอก็หันไปต้มเส้นและทำพวกของทอดสำหรับเป็อาหารกินเล่นต่อ
“ได้เลยค่ะ” เขาหยิบมีดมาจัดการตามที่ได้รับมอบหมาย แต่ด้วยความที่ไม่ถนัดใช้มีดเขาจึงหั่นด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ
“ระวังด้วยนะ มันชิ้นเล็ก” นับดาวหันหน้าไปบอก
“โอเคค่ะคนสวย” จิณณวัตเงยหน้าขึ้นไปยิ้มให้
ฉับ!
“เฮ้ย!!” จิณณวัตก้มหน้าลงไปมองก็เห็นมีดหั่นลงที่นิ้วตัวเองจนเืไหลออกมา
“เจเจ!” นับดาวร้องเสียงดังด้วยความใแล้วรีบปรี่เข้าไปดูทันที
“ไม่เป็ไรค่ะ นิ้วยังไม่ขาด” จิณณวัตยิ้มเมื่อเห็นนับดาวทำหน้าเป็ห่วงเป็ใย ก่อนจะรีบเดินไปล้างแผลด้วยน้ำสะอาด
“บอกแล้วใช่ไหมว่าให้ระวัง ทำไมประมาทจังเลย” เธอปิดเตาแก๊สทำอาหารแล้วไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลจากในห้องนอน
“เผลอแป๊บเดียวเองค่ะ แต่บาดไม่ลึก ไม่เป็ไรหรอก เจเจไม่เจ็บเลย” หลังจากล้างแผลจนสะอาดเขาก็เห็นว่าไม่ได้บาดลึกอย่างที่คิด เพียงแต่เืออกเยอะเฉย ๆ
“ทีหลังไม่ต้องทำแล้ว”
“ไม่เอาค่ะ ปล่อยให้คนสวยทำเองเดี๋ยวเหนื่อยแย่” เขาเองก็เกรงใจเพราะพักหลังนี้เขาติดใจรสชาติอาหารที่เธอทำจนไม่อยากไปกินที่อื่น อย่างน้อยช่วยอะไรได้ก็อยากช่วย ถึงครั้งนี้จะช่วยเป็ภาระ แต่ครั้งหน้าเขาจะระมัดระวังให้มากกว่านี้
“แต่ทำไม่ระวังจนได้แผลแบบนี้ก็ไม่เอานะ” นับดาวบ่นขณะใส่ยาและแปะปลาสเตอร์
“ไม่เอาสีชมพูสิคะ” จิณณวัตเห็นเธอหยิบปลาสเตอร์แปะแผลสีชมพูขึ้นมา แถมยังเป็ลายแมวสุดน่ารักอีก
“มีอยู่แบบเดียว ฉันชอบสีชมพูเลยไม่ได้ซื้อสีอื่น” นับดาวไม่สนใจคำทัดทาน เธอบรรจงแกะปลาสเตอร์แล้วติดลงบนแผลให้เขา
“เข้ากับเจเจไหมคะ” เขาชูมือข้างที่มีปลาสเตอร์ขึ้นมาเทียบกับหน้าตัวเอง
“ก็ดี แล้วก็นั่งอยู่ตรงนี้ไปนะ เดี๋ยวฉันทำต่อเอง” นับดาวไปหยิบพวกของทอดบางชิ้นที่ทำเสร็จแล้วและซอสมะเขือเทศใส่จานให้จิณณวัตได้นั่งกินเล่นรอ
“เจเจไปช่วยได้นะคะ”
“อย่าดื้อ ไม่งั้นวันนี้ฉันจะไม่ทำให้กินแล้วนะ ออกไปนั่งดูทีวีหรือเล่นเกมรอ” นับดาวทำหน้าดุใส่
แต่ในสายตาของจิณณวัตนั้นเธอไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด ยิ่งดุยิ่งดูน่ารักกว่าเดิม
“ค้าบ” เขาเดินออกจากครัวขนาดเล็กที่ชั้นสองไปเปิดทีวีหน้าโซฟาที่ห้องโถงใหญ่
เวลาผ่านไปไม่นานนับดาวก็ยกจานสปาเกตตีที่ทำเสร็จแล้วมาเสิร์ฟ
“เสร็จแล้ว”
“หอมจังเลยค่ะ” จิณณวัตรับจานของตัวเองมาวางลงบนโต๊ะกระจก
“ลองชิมดูว่าอร่อยไหม” นับดาวเดินไปนั่งข้าง ๆ เขา
“อร่อยอยู่แล้วค่ะ ฝีมือของคนสวยของเจเจนี่นา” เขายิ้มแล้วตักสปาเกตตีเข้าปากคำโต
“กินดี ๆ สิ เลอะหมดแล้ว” นับดาวเอื้อมมือไปหยิบทิชชูมาเช็ดตามมุมปากของเขาที่เลอะซอสเต็มไปหมด
“ขอบคุณค่ะ คนสวยก็ลองกินสิคะ อร่อยมากเลย” จิณณวัตตักสปาเกตตีในจานของนับดาว ก่อนจะเป่าจนคลายร้อนแล้วยื่นไปป้อน
“ฝีมือตัวเองฉันก็ต้องบอกว่าอร่อยอยู่แล้ว”
ั้แ่รู้จักกับเขามาเธอก็ทำอาหารบ่อยกว่าเมื่อก่อนมาก จากที่คอยหาแต่สูตรขนมเดี๋ยวนี้ก็ต้องไปหาสูตรอาหารเพิ่ม ทั้งอาหารไทย จีน ฝรั่ง เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไปทำไม แต่พอเห็นเขากินอย่างเอร็ดอร่อยก็รู้สึกหายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้ง
“เจเจชอบมากเลยค่ะ อยากให้พี่นับดาวทำอาหารให้กินตลอดไปเลย”
“จริงเหรอ”
“จริงสิคะ จะโกหกทำไม” พูดจบเขาก็ม้วนเส้นเข้าปากคำโต
“ตลอดไปนี่เป็ไปได้เหรอ”
“ทำไมคะ” จิณณวัตถามเสียงอู้อี้ขณะเคี้ยวจนแก้มตุ่ย
“อะไรที่กินซ้ำ ๆ เดิม ๆ ทุกวันก็ย่อมมีเบื่อกันทั้งนั้นแหละ เดี๋ยวก็อยากลองรสชาติใหม่ ๆ” นับดาวมองตาเขาอย่างสื่อความหมายว่าเธอไม่ได้พูดถึงอาหาร
“กลัวเหรอคะ”
“ใครบ้างจะไม่กลัว”
“กลัวไม่ผิดหรอกค่ะ ยังไงเจเจก็จะพิสูจน์ให้พี่นับดาวเห็นเอง เจเจจะไม่ทำให้คนสวยต้องผิดหวังที่ยอมเสี่ยงให้โอกาสเจเจ” จิณณวัตยิ้มแล้วโน้มตัวไปจูบที่แก้มของนับดาวทั้งสองข้าง
“หน้าฉันเปื้อนหมดแล้วนะ” เธอแสร้งดุเพื่อกลบเกลื่อนความอาย
“เดี๋ยวเจเจเช็ดให้” เขาหยิบทิชชูมาเช็ดคราบซอสที่เลอะแก้มเธอออกให้อย่างเบามือ
“ที่พูดเมื่อกี้มั่นใจใช่ไหมว่าจะไม่ทำให้ฉันผิดหวัง” นับดาวมองหน้าเขาอย่างจริงจัง ตอนนี้เธอคงถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว
“ค่ะ เจเจมั่นใจ”
แต่เขาก็ไม่รู้ว่ามั่นใจได้มากแค่ไหน