ัโผล่หัวออกไปจากมุมห้องมองไปยังตำแหน่งที่้าดวงตาสีเขียวเข้ม วาวโรจน์แม้จะเห็นไม่ชัดแต่ก็ทำเอาเืในกายพลุ่งพล่าน หดหัวกลับมาที่เดิม ตั้งใจจะโผล่ไปดูอีกที แต่ใสุดขีดเมื่อมิราโผล่พรวดมาตรงหน้าในสภาพผ้าขนหนูพันกายยืนเท้าสะเอวมองเขาที่ทำลับๆ ล่อๆ
“คุณั คุณมาทำอะไรที่นี่”
“แค่...สงสัยว่าคุณทำไมอาบน้ำนานจังผมหิวแล้ว” แก้ตัวน้ำขุ่นๆ แต่จ้องเหมือนจะให้มองเห็นเนื้อหนังที่ถูกผ้าขนหนูห่ออยู่ ผิวเนียนที่พ้นขอบผ้าขนหนูออกมาทำเอาละมุนใจ
มิราคว้าผ้าขนหนูอีกผืนบนโซฟามาคลุมไหล่กับสายตาไม่น่าไว้ใจนั้น
ัยิ้มแบบรู้ทัน
“ผมไปดีกว่าเดี๋ยวไก่ตื่น ผมรอกินข้าวอยู่นะ” โบกมือบ้ายบาย
มิราส่ายศีรษะไปมา ต้องเจอกับอะไรบ้างชีวิตต่อจากนี้ความที่มิราเป็คนที่ปฏิเสธใครไม่เป็ละเป็คนที่ไม่ค่อยทำร้ายจิตใจใครทำให้หลายอย่างที่ตัดสินใจมักจะผิดพลาดและเจ็บตัวเสมอ
บนโต๊ะอาหารที่ถูกประดับด้วยแสงเทียนสีอำพัน ส่องสว่างโดน ผัดไทยกุ้งสดกลิ่นหอมยั่วใจ
ันั่งไขว่ห้างในแบบที่เขาชอบลุกขึ้นยืนผายมือเชื้อเชิญมิราก่อนจะเดินอ้อมมาเลื่อนเก้าอี้ให้ มิรานั่งลงบนเก้าอี้ ัทรุดกายลงนั่งฝั่งตรงข้าม เสื้อผ้าที่มิราสวมใส่อยู่แม้จะในแบบสบายๆ แต่ทำเอาคนใส่ดูสวยหวานสีชมพูที่รับกับใบหน้าหวานปานน้ำผึ้ง
มิราสอดส่ายสายตาสำรวจสิ่งของตรงหน้า
“จำเป็ไหมค่ะ ที่กินผัดไทยคุณต้องจุดเทียนด้วย” ัยิ้มในแบบที่คิดว่ากว้างและจริงใจที่สุด
” ทานผัดไทยถ้าจะให้อร่อยก็ต้องให้ทุกอย่างดูมีความหมายที่สุด จะได้เก็บไว้ในความทรงจำ” มิรายิ้มบ้าง
“มันอยู่ที่เราทานกับใคร ถึงจะติดตรึงอยู่ในความทรงจำหากเป็คนที่อยากจำข้างถนนก็มีความสุข” มิราอธิบายยืดยาวไม่ได้มองสีหน้าอาการของอีกคนว่าเศร้าสร้อยกับคำกล่าวของมิรา แต่กลับกลบเกลื่อนทันที
“แม่ครัวทำผัดไทยกุ้งสดอร่อยมากเขาเลือกกุ้งลายเสือตัวใหญ่สิบห้าตัวโล อันนี้ผมได้ยินเขาพูดบ่อยๆ เส้นก็เส้นจันทร์แท้อร่อยนะคุณลองชิมดู” ัแสดงความเป็กันเอง
มิราใช้ตะเกียบคีบเส้นผัดไทยแล้วม้วนเป็วงส่งเข้าปากอย่างว่าง่าย
ัมองมิรารอลุ้นคำชม มิราเคี้ยวเส้นผัดไทยจนหมด
“อร่อยไหม” น้ำเสียงอ่อนโยนผิดกับัคนเดิม
“อร่อยค่ะ” ัยิ้มจัดการกับผัดไทยตรงหน้า
“คุณเคยไปป่าบูลเบลล์ไหม” อยู่ๆ ัก็ถามขึ้นมา มิราเอียงคอ
“ป่าของอังกฤษเขามีดอกบูลเบลล์ที่แปลตรงตัวก็ระฆังสีน้ำเงิน แปลว่าความอ่อนน้อมถ่อมตน ความซื่อสัตย์และความภักดี ผมชอบความหมายของดอกบูลเบลล์ คิดเสมอว่าหากจะมีใครสักคนคนคนนั้นต้องงดงามเหมือนดอกบูลเบลล์ ผมอยากพาคุณไปที่นั่น”
“ดอกไม้ของไทยก็คือดอกพุดซ้อนค่ะ เป็สัญลักษณ์ของความรักบริสุทธิ์ เรียบง่ายอ่อนน้อมถ่อมตนและเข้มแข็ง”
“ผม เป็ดอกกล้วยไม้ถ้าเปรียบกับดอกไม้ของไทย” มิรานึกความหมายของดอกล้วยไม้ไม่ออกโดยมากมิราจะจดจำความหมายดีดีของดอกไม้เสมอ แต่กับดอกกล้วยไม้กลับลืม ัรู้สึกผิดหวังที่มิรา ไม่เข้าใจความหมายของดอกกล้วยไม้ มิราคิดว่าัเหมือนดอกชบาที่สีสันสวยงามแต่ไม่มีกลิ่น ดอกชบาเป็ดอกไม่ประจำชาติของมาเลเซียแปลว่าความเป็อิสระ หรือเอกภาพ แต่หากเ้าตัวจะเป็ดอกกล้วยไม้มิราคงต้องหาความหมายของดอกกล้วยไม้อีกที
“คุณชอบทะเลไหม” มิราแหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาใต้แสงเทียนเสียงคลื่นที่มาพร้อมกับลมทะเลก็ไม่เลวนัก
“ไม่ชอบน้ำทะเลค่ะ แต่ชอบดูทิวทัศน์และคิดอะไรเพลินๆ เวลาดวงอาทิตย์ตกดินที่ทะเล”
“อย่างนั้นเราอยู่จนถึงพรุ่งนี้เย็น”
“ไม่ได้ ค่ะมิราห่วงบ้าน” ัไม่พูดอะไรบทจะสุภาพอ่อนโยนก็ทำได้อย่างไม่น่าเชื่อบทสนทนาระหว่างมิรากับัจบลงแค่นั้นแต่ภายในใจของทั้งสองกับสับสนวุ่นวาย
เมื่อกินผัดไทยจนหมด “ผมให้แม่บ้านจัดห้องให้คุณด้านล่างสะดวกกว่า้าตึกเพราะไม่ต้องขึ้นลงบันไดให้ลำบากแล้วที่สำคัญห้องผมอยู่ใกล้ๆ มีอะไร หรือ...คิดถึงผมไปหาได้ตลอด”
มิราเดินเข้าห้องอย่างว่าง่ายทำไมถึงว่าง่ายมิราก็ไม่เข้าใจตัวเอง
เข้าห้องล็อกประตูเพียงครู่เสียงเคาะประตูเบาๆ สองสามทีมิราลุกออกจากเตียงมาเปิดประตู
ัยืนอยู่หน้าประตู
“ผมลืม”
“อะไรคะ”
“คุณ...จะไม่จูบลาผมหน่อยหรือ” มิราเลิกคิ้วสูง
“ไม่สมควรอย่างยิ่งค่ะ”
“ผมบอกแล้วลูกเจี๊ยบในมือ” ว่าแล้วก็ใช้มือซ้อนศีรษะของมิราก่อนจะประทับรอยจูบที่หน้าผากเนียน อย่างอ่อนโยนทะนุถนอมมิรายืนนิ่งคาง เปลืองตัวอีกแล้วแต่ใจดวงน้อยไหววูบรู้สึกใจเต้นตึกตัก แทบทะลุออกมานอกอก จูบไล่ลงมาเปลือกตาทั้งสองข้าง แล้วก็มาหยุดที่ริมฝีปากอวบอิ่ม มิราร้องให้ปล่อยเสียงอู้อี้ ักอดร่างเล็กแน่นขึ้น ถอนริมฝีปากออกกดศีรษะมิราแนบออกใหญ่
“ขอโทษ แต่ผมห้ามใจไม่ได้จริงๆ” ผลักมิราเข้าไปในห้องดึงประตูปิด ใช้หลังพิงประตุห้องไว้ยกมือขึ้น กุมศีรษะก่อนจะเสยผมคล้ายกำลังตัดสินใจบางอย่าง
มิรายืนนิ่งใช้มือลูบรมฝีปากของตัวเองเบาๆ
ภายในห้องนอนกว้างของัรูปปั้นพระพรหมตั้งเด่นอยู่ตรงนั้น
ัทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่า เบื้องหน้าร่างสีทองที่มีพระพักตร์ทั้งสี่
“เราบอกเ้าแล้ว เ้าเป็ร่างอวตารของเรา เพียงเพื่อเ้า ทำให้นางสมหวังแต่เ้ากลับ หลงใหลในรูปโฉมของนางเสียเอง”
ัก้มหน้านิ่ง สำนึกผิด
“ต่อไปลูกละซึ่งแล้วความหลงใหลได้ปลื้มทั้งปวง” ัยืนยันหนักแน่น ดอกบัวในมือ พระพรหมสว่างวาบ ละอองเกสร สีทองร่วงลงบนศีรษะของั
“นางปรารถนา รักแท้ช่วยให้นางพบรักแท้ ที่นางต้องพบเจอ” ร่างสีทองเลือนหายไปช้าๆ
ัปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปไกล เหตุใดเขาไม่มีสิทธิ์เลือกเล่า ในเมื่อตัวเขาเป็ของเขา แต่ทุกอย่างที่ได้มาทุกวันนี้ เพราะเขาได้รับพรจากการเป็ร่างอวตารของพระพรหม มีหน้าที่เพียง ทำให้หญิงสาว สมหวังและพบเจอรักแท้เท่านั้น แม้เขาจะเจ็บซ้ำแค่ไหนก็ตาม บางครั้งหัวใจเขาก็ด้านชาบางครั้งหัวใจเขากับไหวเอนก็ในเมื่อเขาเป็ผู้ชายมีเืเนื้อ มีความรู้สึกรักและเกลียด