“โห อายุแค่นี้มีรถแพงๆขับแล้วหรอเนี่ย ตังค์พ่อแหงๆ”อลิซคิดในใจพลางกวาดสายตามองไปรอบๆรถ
“มัวแต่ยืนมองอะไร รีบเข้ามาสิ”ลุคพูด
สาวน้อยผู้มีแต้มบุญได้เข้าไปนั่งในรถหรูของหนุ่ม Hot! ที่สุดของโรงเรียน แทบไม่อยากจะเชื่อกับตาตัวเองราวกับว่ายังฝันอยู่ แต่ถ้าเป็ฝันจริงๆก็อยากจะตื่นเร็วๆเพราะกลัวใจตัวเองจะถลำไปมากกว่านี้ ทั้งรูปร่างหน้าตา ความสามารถ ไหนจะความเป็สุภาพบุรุษ มันช่างเป็เสน่ห์ที่ชวนหลงใหลเข้าแล้วสิ
“พอทีเถอะ หยุดคิด นี่ฉันเป็บ้าอะไรเนี่ย” อลิซพูดกับตัวเองในใจ
ในระหว่างที่รถกำลังแล่นไปเรื่อยๆ ภายในรถก็เริ่มเงียบสงบ บวกกับความเย็นของแอร์ข้างในและฝนที่ตกอยู่ข้างนอกทำให้รถแล่นได้ช้ามากๆ บรรยากาศในรถตอนนี้เริ่มดูอึดอัด ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ เพราะต่างคนต่างเงียบไม่คุยกัน อลิซเริ่มรู้สึกประหม่า ได้แต่นั่งตัวแข็งหันหน้าออกนอกประตูรถ ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองลุคด้วยซ้ำ ยิ่งนานเข้าเริ่มใจเต้นรัวขึ้นเรื่อยๆ เธอไม่กล้าแม้กระทั่งกลืนน้ำลายตัวเองแต่ก็ทนไม่ได้จนเสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นมา สักพักเธอก็ได้ยินเสียงกลืนน้ำลายจากฝั่งหนุ่มลุคเช่นเดียวกัน ในตอนนี้เหมือนข้างในอกมันกำลังจะะเิออกมาแล้ว
“สงบไว้ๆ นี่มันแค่ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น แค่เด็กนักเรียนๆ อย่าตื่นเต้นๆ”อลิซพยายามบอกกับตัวเอง
….และแล้ว……
“นี่ แล้วบ้านเธอต้องเลี้ยวเข้าซอยไหนต่อ” เสียงช่วยชีวิตก็ออกมาจากปากลุค
หญิงสาวที่กำลังนั่งตัวแข็งทื่ออยู่ก็รีบตอบกลับไปทันที ในตอนนั้นเธอรู้สึกโล่งแบบสุดๆที่ลุคถามเธอออกมา แต่ทว่าหลังจากนั้นลุคก็ไม่ได้พูดอะไรกับเธออีกเลย
รถของลุคกำลังจะถึงซอยทางเข้าหมู่บ้านพอดี อลิซที่นั่งก้มหน้าเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างกับเขา แต่ก็ยังอ้ำอึ้ง กล้าๆกลัวๆ แต่สุดท้ายก็รวบรวมความกล้ามองไปที่ลุค
“เอ่อ คือ….ขอบคุณนะที่ช่วยไว้” อลิซพูด
ชายหนุ่มที่กำลังนั่งฟังไม่ได้มีท่าทีอะไร สีหน้าเขายังคงนิ่งเฉย
“อืม” คำตอบสั้นๆที่ออกมาจากปากของลุค
“อืม นี่นาย พูดแค่นี้เองหรอ”อลิซพูดด้วยสีหน้าที่สงสัย
“แล้วฉันต้องพูดแค่ไหนอีกล่ะ” ลุคพูดพลางหันมามองอลิซ
“นายนี่ พิลึกคนแฮะ พูดดีๆก็ไม่มีใครเขาว่านะ@$%#$%^%^&^&>>>>”อลิซเริ่มบ่นให้ลุคต่างๆนาๆ
ลุคเมื่อได้ยินแบบนั้นถึงกับหัวเสีย เขาหักพวงมาลัยเข้าข้างถนน แล้วเท้าเหยียบเบรกจนรถหยุดกะทันหัน ในจังหวะนั้นใบหน้าของอลิซแทบจะแนบเข้ากับกระจกหน้า
“โอ๊ย! นี่นายจะฆ่ากันหรือไงเนี่ย”อลิซพูด
ลุคหันไปมองหน้าอลิซที่กำลังบ่นให้เขาเหมือนกับมนุษย์ป้า นั่งนิ่งด้วยสีหน้าที่เ็าเช่นเคย
“ลงไป ลงไปจากรถฉัน”ลุคพูดด้วยน้ำเสียงที่เ็า
“นายเป็บ้าอะไรเนี่ย”อลิซตวาดใส่ลุค
“นี่เธอ นั่งในรถของฉันแล้วยังจะมาบ่นให้ฉันอีก รู้จักสำนึกบุญคุณบ้างสิ”
“ที่พูดคือคนเขาหวังดี นายหัดไปเรียนมารยาททางสังคมมาบ้างนะ อย่ามัวแต่เป็ลูกคุณหนูเอาแต่ใจ” อลิซพูด
ลุคเมื่อได้ยินอลิซพูดแบบนั้น มันยิ่งเป็การยั่วโมโหเขา ชายหนุ่มเปิดประตูรถเดินผ่านฝนที่กำลังตกออกมา แล้วรีบเดินตรงมาหายัยแสบอลิซ เขาเปิดประตูรถออก พร้อมกับคว้าแขนของเธอออกมาจากรถ
“ถึงทางเข้าบ้านเธอแล้ว ก็ลงจากรถฉันได้แล้ว”ลุคพูดพร้อมกับลากตัวสาวน้อยออกมาจากรถ
“เออ….ใครจะอยากนั่งรถเฮงซวยของนาย”อลิซะโขึ้นท่ามกลางเสียงฝนที่กำลังตกหนัก
ลุคไม่สนใจสิ่งที่เธอพูด เขารีบขับรถออกไปทันที โดยทิ้งเธอไว้ที่ทางเข้าหมูบ้าน สาวน้อยผู้หน้าสงสารต้องเดินตากฝนเนื้อตัวเปียกโชกมาถึงบ้านทำเอาเหนื่อยเลยทีเดียว ในระหว่างทางเธอก็เอาแต่บ่นลุคไปด้วย
“………….ไอ้คนใจดำ ไอ้คนเอาแต่ใจ รู้งี้ไม่ขอบคุณก็ดี………….”
เมื่ออลิซมาถึงบ้านเธอก็ได้ตรงดิ่งเข้าห้องด้วยอารมณ์โมโห หลังจากอาบน้ำเสร็จเธอหยิบกระเป๋าขึ้นมา เพื่อจะหาโทรศัพท์แต่หาไม่เจอ เธอควานหาทั่วบ้าน ลืมไว้ที่ร้านอาหารก็ไม่น่าใช่ อลิซได้แต่ภาวนาขอให้อย่าไปตกในรถของอีตาลุคใจดำเลย ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับคนเ็าแบบนั้นอีกแล้ว ตอนแรกก็หลงจะชื่นชมมาตอนนี้คือเหม็นขี้หน้าสุดๆ
กลับมายังฝั่งของลุคที่กำลังขับรถกลับคอนโด เขาได้เหลือบไปเห็นโทรศัพท์เครื่องหนึ่งตกอยู่ที่นั่งฝั่งข้างคนขับ เขาจึงรู้ทันทีว่าเ้าของเครื่องเป็ใคร
“ยัยบื้อเอ้ย!” ลุคพูดพร้อมกับถอนหายใจ
เช้าวันต่อมา
อลิซลืมตาตื่นขึ้นมา เธอค่อยๆพลิกตัวบิดี้เี จากนั้นใช้มือควานหาโทรศัพท์เหมือนทุกวัน แต่ทว่าวันนี้กลับไม่มีเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นจากมือถือของเธอ หญิงสาวค่อยๆตั้งสติ แล้วหันมองไปยังเข็มนาฬิกาที่ติดอยู่ผนังห้อง ดวงตาของเธอเบิกกว้างและนึกขึ้นได้ในทันทีว่าเมื่อคืนเธอทำมือถือหล่นอยู่ในรถของลุคแน่ๆ แต่ความซวยก็ยังไม่หมดไปเพราะตอนนี้มันจะแปดโมงแล้ว
“ชิบหาย! ตื่นสายอีกแล้วเรา”
สาวน้อยรีบอาบน้ำแต่งตัว เพื่อที่จะไปให้ทันเข้าเรียนคาบแลก แต่ก็ไม่ทันเหมือนเคยแถมประตูหน้าโรงเรียนก็ดันมาปิดอีก สุดท้ายก็ต้องหันมาใช้วิธีเดิม เธอเดินไปทางกำแพงหลังโรงเรียนเช่นเคย
“ก็คงจะมีแต่วิธีเดิมสินะ จะไปกลัวอะไรอลิซ ก็เคยะโมาแล้วหนิ” หญิงสาวบอกกับตัวเอง
เธอไม่รีรอรีบโยนกระเป๋าของตัวเองข้ามกำแพงไปก่อนเหมือนอย่างเคย จากนั้นเอามือกำชายกระโปรงของตัวเองพร้อมกับก้าวถอยหลังไปเกือบๆ10ก้าว
“ย๊ายยยยยยยยย”
อลิซวิ่งเข้าไปใกล้กำแพง แล้วะโสุดแรง จังหวะที่ะโลงมาจากกำแพง เท้าเ้ากรรมดันไปตกหลุม ทำให้เท้าพลิก
“โอ๊ย! ”
ในขณะนั้นมีครูปกครองที่กำลังเดินตรวจบริเวณนั้นได้ยินเสียงร้องของอลิซ ครูท่านนั้นจึงรีบวิ่งมาดู
“นี่ใครน่ะ ไอ้พวกแอบปืนกำแพงอีกแล้วใช่มั้ย” ครูะโขึ้นพร้อมกับเดินมาทางที่อลิซอยู่
อลิซที่กำลังนั่งเอามือกุมเท้าของตนด้วยความเ็ปได้ยินเสียงครูะโขึ้นก็พยายามจะลุกและวิ่งหนีแต่ดันลุกไม่ขึ้นเพราะเท้าเ้ากรรม
“โอ๊ย! ซวยแล้วเรา”หญิงสาวหมดหนทางหนี
จังหวะนั้นก็มีมือปริศนาวิ่งมาคว้าตัวของสาวน้อยไว้จากด้านหลัง จากนั้นก็มีเสียงพูดเบาขึ้นอย่างนิ่มนวล
“เงียบไว้ก่อน”เสียงชายหนุ่มพูดขึ้น
อลิซเงยหน้าขึ้นมองเ้าของเสียงๆนั้น สักพักใบหน้าลุคก็ปรากฏขึ้น เขาพาเธอมาซ่อนตัวในห้องเก็บของและรอจนกว่าครูจะเดินจากไปก่อนแล้วค่อยออกมา
อ้อมแขนชายหนุ่มที่กำลังกอดรัดเอวเล็กๆของหญิงสาวอยู่ในห้องเก็บของแคบๆกันสองต่อสอง บรรยากาศเริ่มจะอึดอัดขึ้นมาอีกครั้ง แผ่นหลังอลิซััได้ถึงเสียงหัวใจที่กำลังเต้นแรงของลุค บวกกับกลิ่นน้ำหอมที่ส่งหลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ ทำเอามนุษย์ป้าในร่างสาวน้อยถึงกับต้องกลืนน้ำลายไปเฮือกใหญ่ สักพักเธอพยายามปลีกตัวออกจากอ้อมอกอุ่นๆของเขา
“นี่ นายดูหน่อยสิว่าครูไปยัง”
ลุคแง้มประตูมองดูรอบๆบริเวณนั้น เขาไม่เห็นมีใครอยู่แล้ว
“อืม คงไปแล้วล่ะ”ลุคพูด
“งั้นนายก็รีบๆออกไปได้แล้ว เดี๋ยวฉันจะตามออกไปทีหลัง” อลิซพูดพร้อมกับยืนก้มหน้า
ในตอนนั้นลุคเองก็ลังเลใจว่าจะไปก่อนดีไหมเพราะเห็นเท้าของอลิซได้รับาเ็ ก็อดสงสารไม่ได้
“แล้วเท้าเธอล่ะเป็ไงบ้าง ลุกเดินไหวไหม” ชายหนุ่มถามด้วยความเป็ห่วง
“เดี๋ยวฉันก็จะเดินไปของฉันเอง นายจะสนทำไม ขนาดทิ้งฉันให้เดินตากฝนกลับยังทำได้” สาวน้อยพูดด้วยความรู้สึกยังเคืองๆกับเื่เมื่อคืน
ลุคมองหน้าอลิซด้วยความรู้สึกผิดเบาๆกับเื่เมื่อคืน
“อ่ะนี่ มือถือของเธอ” ลุคพูดเสร็จก็เดินออกประตูไป
“ขอบคุณนะ”อลิซพูดพร้อมกับเบี่ยงหน้าหนีด้วยความเขินอาย
ลุคที่ได้ฟังก็หันกลับมามองหน้าเธอจากนั้นเขาก็เดินออกไป สาวน้อยผู้น่าสงสารที่กำลังทนทรมานอยู่นั้นก็พยายามลุกขึ้นแล้วะโขาเดียวออกประตูไป
อลิซเดินขากะเผลกมาจนถึงหน้าห้องเรียนของตน สักพักเธอขออนุญาตครูเข้าห้อง สายตาทุกคนในห้องจับจ้องมาที่เธอในตอนนั้นเธอมั่นใจว่าต้องโดนครูด่าแน่ๆ แต่ทว่าในความโชคร้ายยังมีโชคดีเสมอนั่นคือครูไม่ทำโทษเธอเพราะยัยแสบดันเอาเื่ข้อเท้าพลิกมาเป็ข้ออ้างจนรอดตัวไป ต่างจากฝ่ายลุคที่ไม่มีโชคเอาซะเลย เพราะไม่มีข้ออ้างเหมือนยัยแสบจึงถูกครูดุแถมหักคะแนน แต่นั่นมันก็เป็แค่เื่เล็กๆของเขาเพราะเวลาผลสอบออกมาเขาก็ทำคะแนนได้ดีตลอด
แต่ทว่า..เื่ลับๆมักจะมีคนเห็นเสมอ..จังหวะที่ทั้งสองออกมาจากห้องเก็บของ ในเวลาไล่เลี่ยกันนั้นก็ดันมีนักเรียนชายคนหนึ่งตาดีเห็นเหตุการณ์เข้าจนทำให้เขาเกิดเข้าใจผิดคิดว่าลุคและอลิซเข้าไปทำกิจกรรม18+ เขาพยายามถ่ายรูปขณะที่ทั้งสองเดินออกมาจากห้องเก็บของ
เอาล่ะซิ งานเข้าแล้ว!
ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง!
ข้อความแจ้งเตือนในเพจซุบซิบคนดังของโรงเรียน เตือนไปยังนักเรียนคนอื่นๆทั่วโรงเรียน ราวกับว่าเกิดปรากฏการณ์บางอย่างขึ้นในโรงเรียนแห่งนี้ แนนและมิ้นที่กดติดตามข่าวได้เปิดเข้าไปดูพร้อมกับนักเรียนหลายๆคนเริ่มแอบครูเปิดอ่านบทความนั้น
กลับมายังห้อง6/9เพียงเวลาไม่กี่นาทีหลังเพจดังแจ้งเตือนเพื่อนๆในห้องทุกคนต่างสะกิดกัน ซุบซิบนินทากันไปทั่ว สายตาทุกคนต่างจับจ้องมาที่อลิซ จนเธอเองรู้สึกขนลุกเหมือนมีสนามพลังอะไรบางอย่างวนอยู่รอบๆตัวเธอ
ในขณะเดียวกันแนนและมิ้นที่ได้เห็นภาพและอ่านบทความนั้นถึงกับใ
“wtf ! = (What the f*ck)”แนนและมิ้นพูดขึ้นพร้อมกันเบาๆ
เมื่อทั้งสองสาวเห็นข่าวก็ได้เอื้อมมือไปสะกิดอลิซเพื่อส่งสัญญาณให้เธอ อลิซหันหลังกลับมาด้วยความงุนงง จากนั้นแนนได้โยนมือถือของเธอให้อลิซอ่านสิ่งที่อยู่ในเพจนั้นทันที อลิซรับมือถือมาพร้อมกับมองซ้ายมองขวาแล้วก้มลงไปอ่านทันที
“เชี่ยยยยยย!” อลิซอุทานขึ้นอย่างเสียงดัง
รูปภาพและบทความในโทรศัพท์ที่นักเรียนเกือบจะทุกคนได้ดูและอ่านนั้น คือรูปภาพของอลิซและลุคกำลังเดินออกมาจากห้องเก็บของในเวลาไล่เลี่ยกัน บทความใต้รูปนั้นเขียนอธิบายทำนองว่าทั้งสองแอบไปมีอะไรกันในห้องเก็บของ ลุคได้จัดหนักแม่สาวอลิซจนเดินแทบไม่ได้ เนื้อหาในบทความนั้นถูกใส่สีตีไข่จนเกินความจริงไปมาก
ครูที่กำลังเขียนกระดานอยู่ได้ยินเสียงอลิซอุทานคำหยาบออกมาถึงกับหันมาหาเธอ
“นี่เธอ เป็สาวเป็นาง หัดพูดจาให้มันเพราะๆหน่อย อย่าให้ครูได้ยินอีกนะ” ครูดุอลิซ
“หนูขอโทษค่ะครู” อลิซยกมือไหว้ขอโทษครู
หลังจากจบคาบเรียน แนนและมิ้นพยายามถามความจริงจากปากอลิซว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ อลิซพยายามอธิบายเื่ราวทั้งหมดให้กับเพื่อนสนิทของเธอฟัง ในใจแอบกังวลมากกลัวว่าเพื่อนของเธอจะไม่เชื่อจนเกิดความอิจฉาเพราะแนนและมิ้นยิ่งเป็แฟนคลับตัวยงของอีตาลุคขี้เก๊กอยู่
“ความจริงก็มีแค่นี้แหละ เข้าใจยัง” อลิซพูดความจริงไปจนหมด
มิ้นและแนนนั่งกอดอกพร้อมกับโน้มตัวเข้ามามองตาอลิซเพื่อจะจับพิรุจ
“จริงอ่ะ แน่ใจ๊”มิ้นพูด
“ถ้าอลิซแอบไปจู๋จี๋ในห้องเก็บของกับอีตาลุคสุดหล่อของฉันโดยที่ไม่บอกกัน ฉันจะไม่ให้อภัยเธอเลย คอยดู” แนนพูด
“ใครจะกล้าไปทำอะไรแบบนั้นกันล่ะ” อลิซพูด
“ทีหลัง ถ้าจะทำแบบว่า18+ก็ต้องมาปรึกษาพวกเราก่อน จะได้ติวเข้มๆให้เลย555” แนนพูดพลางหัวเราะไปด้วย
“หรอคุณครูแนน พักจ้าพักก่อน เบาๆหน่อยย่ะ” มิ้นพยายามห้ามความคิด....ของแนน
“ตกลงนี่พวกเธอไม่ได้โกธรฉันเื่ลุคหรอกเหรอ”อลิซพูด
“นี่อลิซ ถึงฉันกับยัยมิ้นจะดูบ้าผู้ชายแต่สำหรับพวกเราเพื่อนย่อมสำคัญกว่าผู้ชายเสมอย่ะ” แนนพูด
“ใช่ๆ ต่อให้อลิซจะคบกับลุคจริงๆ พวกเราก็จะยอมหลีกทางให้ เพราะพวกเรายังเหลือหลัวธามอีกคน” มิ้นพูดพลางหัวเราะถูกใจ
เมื่อได้ฟังเช่นนั้นอลิซถึงกับตื้นตัน รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก มิตรภาพเริ่มก่อตัวแน่นแฟ้นมากขึ้น
แต่ทว่าข่าวลือยังกระจายไปทั่วโรงเรียนจนลุครู้เื่เข้า เขาถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจข่าวนั้นมากมาย ไม่นานน้ำเหนือเพื่อนผู้หญิงที่ลุคสนิทที่สุดรู้ข่าว เธอไม่รีรอเดินตรงมายังเขาด้วยท่าทีร้อนรน
“ลุคเห็นข่าวแล้วใช่ไหม สรุปมันคืออะไรกันแน่” น้ำเหนือเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ
“เธอเชื่อข่าวบ้าๆพวกนี้ด้วยหรอ” ลุคพูดด้วยน้ำเสียงที่เฉยชาพลางนั่งเล่นเกมไปด้วย
“แล้วนายได้ทำอย่างที่เค้าว่าไหม” น้ำเหนือรีบยิงคำถามไปยังลุคทันที
ลุคที่นั่งฟังอยู่ถึงกับหมดอารมณ์เล่นเกม เขาวางมือถือลงพร้อมกับหันไปมองน้ำเหนือ
“ไม่” ลุคพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
“งั้นนายก็ต้องรีบไปอธิบายให้ทุกคนฟังสิ ไม่งั้นนักเรียนคนอื่นๆก็เข้าใจผิดกันไปหมด” น้ำเหนือพูด
“ก็ช่างหัวพวกนั่นสิ”ลุคพูดด้วยสีหน้าที่ดูรำคาญพร้อมกับลุกเดินหนีออกไป
เพียงเวลาไม่นานน้ำเหนือได้ไปแก้ต่างให้กับลุคทั้งที่เ้าตัวไม่ได้ขอ จนเพื่อนหลายคนในโรงเรียนเลิกเข้าใจผิดและเ้าของเพจก็ได้ลบรูปของทั้งสองออกในทันที
แต่ทว่าข่าวลือก็ยังคงถูกพูดถึงในโรงเรียน แม้ว่าน้ำเหนือจะออกตัวมาช่วยแก้ต่างแล้ว แต่ก็ยังมีนักเรียนหญิงบางกลุ่มที่ไม่พอใจอลิซในเื่นี้เป็อย่างมาก