ขณะนั้นเอง ตู้เซ่าฝู่เหวี่ยงหมัดคู่ออกไปทั้งหมัดซ้ายและขวาซัดพาพลังคลื่นแสงสีทองออกไปด้วยความเร็วราวกับระเบิด เขาเล็งไปที่กระบี่และกระบองเหล็กอาวุธของวัยรุ่นชายคนหนึ่งวัยรุ่นหญิงคนหนึ่ง
“ปึง!”
เกิดเสียงกระทบดังกึงอย่างสนั่นหวั่นไหวดังมากจนส่งเข้าไปในแก้วหูของทุกคนบริเวณนั้นได้ ได้ยินกันชัดแจ๋วกระบองเหล็กที่แข็งแรงและกระบี่ยาวที่คมกริบเหล่านั้นรับการโจมตีจากพลังกำปั้นของตู้เซ่าฝู่ไม่ไหวจึงแตกหักไปวัยรุ่นชายวัยรุ่นหญิงเองก็ถูกพลังซัดเข้าไปด้วยได้รับบาดเจ็บหนักจนสำลักโลหิตออกมาพวกเขาถูกพลังหมัดกระแทกจนกระเด็นลอยไปอย่างหมดสภาพ
“ไสหัวไป!”
ตู้เซ่าฝู่ไม่หยุดอยู่นิ่งเขากระโดดถีบพื้นดันตัวลอยไปบนฟ้าพุ่งตรงไปหาวัยรุ่นชายอีกคนที่เข้ามาใกล้จากนั้นทิ้งตัวลงมาเหยียบที่บ่าทั้งสองข้างของเขาอย่างแรงใช้แรงกดทับบ่าของเขาจนล้มทรุดอยู่กับพื้นกระดูกที่บ่าของเขาถูกแรงจากบาทาบี้จนแตกร้าว
“โครม!”
ตู้เซ่าฝู่ไหวตัวได้ไว รีบเหวี่ยงหมัดไปหาเด็กหนุ่มอีกคนที่พุ่งมาด้านหลังต่อยซัดเข้าไปเต็มแรงจนลอยไปกระแทกอีกสองคนที่กำลังพุ่งเข้ามาทั้งสามคนกระเด็นลอยไปด้วยกันพร้อมกับพ่นละอองเลือดกลางอากาศจากทางปาก
“ปึงๆ ๆ!”
ทั้งสนามประลองสู้ตะลุมบอนกันอย่างโกลาหลคนหลายสิบคนรวมตัวกันโจมตีตู้เซ่าฝู่ ไม่มีใครจินตนาการออกได้เลยว่าผลลัพธ์จะออกมาเช่นนี้
ตู้เซ่าฝู่ฝีมือร้ายกาจเกินไปแล้วไม่มีใครตามจังหวะของเขาทันเลย การโจมตีกลายเป็นของตู้เซ่าฝู่เพียงคนเดียวบริเวณที่เขาเคลื่อนไหวผ่านเห็นเพียงเงาเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วจนฝุ่นและทรายบนพื้นปลิวว่อน และสัมผัสถึงเขาได้จากเพียงผืนดินที่สั่นไหว
“กึง!”
มีวัยรุ่นชายของบ้านสกุลอั้นอีกหนึ่งคนไม่ลดละพุ่งเข้ามาโจมตีตู้เซ่าฝู่เช่นกันในมือเขาถือดาบยักษ์ง้างเตรียมที่จะสับผ่าลงมาใส่ตู้เซ่าฝู่ ทว่าตู้เซ่าฝู่สัมผัสได้ยื่นแขนข้างหนึ่งไปรับไว้ทันใด ดาบยักษ์เล่มนั้นถูกตู้เซ่าฝู่ใช้มือเพียงข้างเดียวบีบหักจนแตกเป็นชิ้นจากนั้นก็ถูกตู้เซ่าฝู่กระโดดถีบจนกระเด็นลอยไปไกล
“ตึงโครม!”
จากนั้นในเวลาติดๆ กันก็มีเงาของคนจำนวนมากปลิวกระเด็นไปเป็นแถบๆ แต่ละคนต่างกระดูกหัก กระอักเลือดกันสภาพดูไม่ได้กันเลย
ฝีมือของตู้เซ่าฝู่แข็งแกร่งมากสภาพของเขาในตอนนี้ราวกับอสูรในร่างมนุษย์ขยับแข้งขยับขานิดหน่อยก็มีอานุภาพรุนแรงเพียงพอที่จะบดขยี้ทำลายทุกสิ่งที่อยู่รอบๆได้ในเวลาอันสั้น ไม่มีใครสามารถขัดขวางได้เลยความแข็งแกร่งของเขาน่าสะพรึงกลัวเป็นที่สุด
หลังจากที่มีเงาของหลายคนถูกซัดกระเด็นไปแล้วสุดท้ายเงาของตู้เซ่าฝู่ที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไร้ผู้ใดขัดขวางได้ก็ปรากฏต่อหน้าอั้นหู่และไป๋เทียนหมิง
อั้นหู่และไป๋เทียนหมิงสองคนยังคงยืนตะลึงอยู่กับที่พวกเขารู้ว่าตู้เซ่าฝู่มีฝีมือร้ายกาจ ทว่าก็คิดไม่ถึงว่าจะแข็งแกร่งน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้
“โครม!”
ในเมื่อทั้งสองคนนี้เป็นถึงผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาที่จริงความสามารถไม่ใช่ย่อยเลย พวกเขารีบดึงสติกลับมาในระยะเวลาอันสั้นกวาดฝ่ามือไปมาเพื่อรวบรวมพลัง ทันใดนั้นก็มีอักษรยันไหลเวียนออกมาทั้งสองคนทำได้แต่กัดฟันเรียกเอาพลังโจมตีที่รุนแรงที่สุดปล่อยใส่ตู้เซ่าฝู่ไป
ตู้เซ่าฝู่ถีบพื้นส่งร่างกระโดดลอยกลางอากาศแล้วกระโจนเข้าไปหาสองคนนั้นท่าทางของเขาราวกับพยัคฆ์ที่หิวกระหายกระโจนหาเหยื่อเขาดึงพลังปราณมาห่อหุ้มร่างเพื่อกันการโจมตีของสองคน รอบกายมีแสงสีทองเปล่งออกมาพร้อมกับพลังปราณที่พลุ่งพล่านออกมาเขาใช้วิธีโจมตีอย่างเฉียบขาดที่สุดในการพังทลายการโจมตีของทั้งสองคนนี้
“ไปเถอะ!”
แขนทั้งสองข้างสั่นไหวแสงสีทองไหลเวียน ผู้คนต่างกำลังจับจ้องเหตุการณ์ด้วยความตื่นเต้น ตู้เซ่าฝู่ใช้มือคว้าบ่าของอั้นหู่กับไป๋เทียนหมิงเอาไว้จากนั้นก็ยกร่างของสองคนนี้ขึ้นสูงจากนั้นก็เหวี่ยงร่างของสองคนนี้ออกไปอย่างแรงประหนึ่งกำลังเหวี่ยงก้อนหินธรรมดาๆ
“ปึงๆ!”
อั้นหู่ไป๋กับเทียนหมิงทั้งคนสองกระเด็นลอยออกไปนอกสนามกระอักเลือด มีเลือดกบปาก สีหน้าซีดเผือด พวกเขาสองคนไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้หากรู้แต่แรกว่าจะเป็นอย่างนี้ คงไม่กล้าเข้าร่วมการประลองครั้งนี้หรอก
ทุกคนตกตะลึงอย่างมาก ทุกคนต่างสงสัยว่าตู้เซ่าฝู่แข็งแกร่งมากถึงระดับไหนกันแล้วนะอั้นหู่กับไป๋เทียนหมิงสองคนนี้อย่างน้อยก็เป็นถึงทายาทวัยรุ่นดาวเด่นของสุดยอดห้าสกุลถือว่าเป็นเด็กผู้มีพรสวรรค์มากที่สุดคนหนึ่ง ทว่าตอนนี้กลับถูกตู้เซ่าฝู่ซัดกระเด็นลอยออกจากวงสนามและแพ้ไปพร้อมกัน
พละกำลังที่มีอานุภาพร้ายแรงและทักษะการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวทำให้ทุกคนตื่นเต้นกันจนขนลุกซู่!
“ตู้เซ่าฝู่จากบ้านสกุลตู้แข็งแกร่งเกินไปแล้วนะ” มียอดฝีมือคนหนึ่งอุทานออกมาอย่างประหลาดใจ
“เจ้าหนูนี่ใช้ได้เลยแข็งแกร่งจริงๆ” คนในบ้านสกุลตู้ทั้งประหลาดใจและดีใจ
ตู้อวี่ ตู้เสวี่ยและทายาทของบ้านสกุลตู้มองดูตู้เซ่าฝู่ที่กำลังต่อสู้ในสนามอย่างดุเดือดก็รู้สึกร้อนรุ่มคันไม้คันมืออยากฝึกฝีมือบ้าง
แม้กระทั่งตู้เฮ่า ตู้ชงตู้เหยียนเองก็ตื่นเต้นขนลุกรู้สึกภูมิใจ
จากตรงนั้นไม่ไกล เฉาฉี่ไท่เองก็โจมตีคนของบ้านสกุลเยี่ยที่ฝีมือด้อยกว่าเยี่ยจื่อจินไปเพียงคนหนึ่งจากนั้นก็หยุดมือยืนจ้องมองตู้เซ่าฝู่อยู่เงียบๆ คนที่อยู่รอบๆ ตรงนั้นไม่มีใครกล้าลงมือกับเขา
ตู้เซ่าฝู่ยืนอยู่กลางสนามคนสามสิบคนจากบ้านสกุลอั้นและบ้านสกุลไป๋ขณะนี้เหลือเพียงแค่สามคน อั้นหลงไป๋ไฉ่อี และสาวน้อยไป๋เหมยที่ตื่นตระหนกด้วยความกลัวนัยน์ตาสั่นไหวไม่หยุด
ไป๋เหมยแทรกอยู่ตรงกลางท่ามบรรดาสามคนเมื่อเห็นฝีมือเมื่อสักครู่ของตู้เซ่าฝู่ ร่างของนางก็สั่นไหวด้วยความกลัวชายหนุ่มที่ปรากฏอยู่ต่อหน้านางลงมือได้ร้ายกาจดุดันน่าสะพรึงกลัวมากแต่กลับไม่ลงมือกับนางเลย
หัวใจของนางสั่นไหวรู้สึกหวิวๆนางคิดในใจ หรือว่าบุรุษผู้นี้ชอบตนงั้นหรือ ชายหนุ่มที่คนจากบ้านสกุลใหญ่หลายคนรังเกียจทว่าพอมามองมาคิดดีๆ ก็ดูน่าหลงใหลอยู่เช่นกัน
อั้นหลงไป๋ไฉ่อีมองหน้าจ้องตากัน ราวกับว่ามองตาก็รู้ใจกัน
“แกร๊ง!”
กระบี่ยาวถูกดึงฟึบออกจากปอกอย่างไวไป๋ไฉ่อีเริ่มลงมือแล้ว ร่างของนางเคลื่อนไหวอย่างพลิ้วไหวและอ่อนช้อยงดงามท่าทางประดุจเทพธิดากำลังร่ายรำ นางร่ายรำตามกระบวนท่าวิชากระบี่ของนางใบมีดที่กระบี่ก็เปล่งแสงพร้อมกับมีอักษรยันต์ลอยคลุ้งออกมาทันใดนั้นก็กระโจนพุ่งตรงไปหาตู้เซ่าฝู่
“ฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่งอย่างที่คิดไว้เลย”
“นั่นมันท่าวิชากระบี่คลื่นอลหม่านของบ้านสกุลไป๋นี่เป็นวิทยายุทธระดับสูงเกือบถึงระดับขั้นพลิ้วเหาะแล้ว นึกไม่ถึงว่าไป๋ไฉ่อีจะฝึกสำเร็จแล้ว” ……
การโจมตีของไป๋ไฉ่อีทำให้สีหน้าของยอดฝีมือแต่ละบ้านสกุลสะดุ้งสีหน้าเปลี่ยนไป๋ไฉ่อีที่อายุเพียงเท่านี้กลับบรรลุฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่งพร้อมกับฝึกวิชากระบี่คลื่นอลหม่านได้สำเร็จพรสวรรค์ระดับนี้หาได้ยากมากจริงๆ
เพียงในเวลาวูบเดียว เงาของร่างไป๋ไฉ่อีก็ปรากฏต่อหน้าตู้เซ่าฝู่แล้วปลายเท้าของนางทิ่มลงกลางอากาศ นางหมุนตัวร้อยแปดสิบองศาท่าทางงดงามราวกับดอกบัวที่กำลังบานดูอ่อนหวานชดช้อยแต่แข็งแกร่ง จากนั้นนางก็หันกระบี่ยาวพุ่งแทงไปทางตู้เซ่าฝู่
“ซู่ๆ!”
เงากระบี่จำนวนมากพุ่งกรีดอากาศแผ่ออกไปอย่างรวดเร็วและเฉียบคมเงากระบี่แต่ละเล่มเล็งโจมตีไปที่ชุดชีพจรเพื่อปิดกั้นพลังโจมตีรอบร่างของตู้เซ่าฝู่
เมื่อเห็นเงากระบี่มากมายพุ่งจะมาโจมตีจุดปล่อยพลังปราณของตนตู้เซ่าฝู่ก็ตะลึงเล็กน้อย แต่จากนั้นก็ยิ้มออกมารูม่านตาของเขามีประกายแสงแวบออกมา เขารีบรวบรวมพลังอย่างไว กำหมัดแน่นทันใดนั้นก็มีพลังคุกรุ่นและระเบิดออกมาพลังหมัดถูกส่งออกไปปะทะพลังเงากระบี่ที่เกิดขึ้นจำนวนมากเป็นพลังที่มีอานุภาพน่ากลัวและรุนแรงมาก ผู้ชมต่างจับจ้องลุ้นกันอย่างตื่นเต้น
“ปึงปึง…!!”
เกิดเสียงกระแทกอย่างดังเสียงหนึ่งตามด้วยเสียงหนึ่ง เป็นคลื่นพลังซัดซ้อนๆ กันทั้งหมดติดกันสิบสามครั้งพลังแต่ละชั้นมีความรุนแรงทวีคูณขึ้นเท่าตัว พลังอานุภาพรุนแรงนี้ซัดโครมใส่เงากระบี่ทั้งหลายอย่างแรง
“ปึง!”
เมื่อพลังหมัดถูกส่งออกไปเงากระบี่จำนวนมากที่พุ่งตรงมาก็เบิดแตกไป กระบี่ยาวในมือของไป๋ไฉ่อีถูกพลังอันรุนแรงนี้กระแทกไปอย่างแรงจนลำกระบี่งอได้อย่างน่าประหลาดใจ กระบี่เล่มนี้ทำท่าเหมือนจะหักทำให้ผู้ชมที่อยู่รอบๆ จำนวนไม่น้อยตกตะลึงและลุ้นกันไปตามๆ กัน
คนในลานกว้างแสดงสีหน้าแววตาตื่นเต้นตกใจแม้กระบี่ยาวในมือของไป๋ไฉ่อีจะไม่สูงถึงระดับอาวุธวิญญาณทว่ามันถูกส่งพลังปราณบีบอัดไว้ในนั้นจึงมีความแข็งแกร่งทนทานมากที่สุดที่ไม่น่าจะถูกทำลายได้
ทว่าเมื่อรับการโจมตีของพลังหมัดจากตู้เซ่าฝู่กระบี่ยาวที่แข็งแกร่งดั่งหินผานี้ก็ถูกแรงกดจนงอ ไป๋ไฉ่อีเป็นถึงผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่งแล้วดังนั้นหมายความว่าพลังหมัดของตู้เซ่าฝู่มีความร้ายกาจที่เหนือกว่านั้นมาก
“หมัดระบำคลื่นเหตุใดจึงมีสิบสามชั้นล่ะหรือว่าพวกเราฝึกกันผิดมาโดยตลอด”
ตู้เจิ้นอู่ ตู้จื้อสยงและยอดฝีมือจากบ้านสกุลตู้คนอื่นๆที่นั่งประจำที่อยู่ประหลาดใจมากกับภาพที่เห็น ชัดเจนว่าหมัดระบำคลื่นดั้งเดิมของบ้านสกุลตู้เป็นหมัดระบำคลื่นที่มีเก้าชั้นทว่าวิชาหมัดนี้ของตู้เซ่าฝู่กลับมีถึงสิบสามชั้น และอานุภาพรุนแรงกว่าไม่รู้กี่เท่า
“ตึงตึง!”
ไป๋ไฉ่อีพยายามต้านพลังนั้นไว้ทว่านางก็ทรงตัวไม่ไหวเดินโซเซถอยไปทีละก้าว แต่ละก้าวที่เท้าสัมผัสพื้นแผ่นหินที่ปูพื้นก็ร้าวตามสัมผัสจากรอยเหยียบสุดท้ายนางก็กระอักเลือดพ่นโลหิตออกมา กระบี่ยาวในมือแม้จะโค้งงอย่างน่าประหลาดใจทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้หักเป็นท่อน