ตอนที่ 4 เขาคือผู้ชายของฉัน
“ไม่เข้าใจเหรอ เงินหนึ่งล้านนี่เป็ค่าจ้าง ต่อจากนี้ไปมาเป็คนของฉัน คอยอยู่ข้างๆ ฉัน ทำทุกอย่างแทนฉัน” เผยเย่ว์ชิงเห็นว่าเขาไม่ตอบสักที จึงพูดขึ้นมาอีกรอบพลางหยิบบัตรสีทองจากกระเป๋าส่งให้เขา
คนที่อยู่ตรงหน้านี้อยู่ในห้องพักนักมวยและต่อสู้กับคนทั้งกลุ่มนั่น คงจะเป็นักมวยเถื่อนที่เซ็นสัญญาซื้อขายตัวไปแล้ว ซ้ำยังถูกพุ่งเป้าเสียด้วย
เมื่อได้ยินเธอพูดซ้ำอย่างชัดเจนแล้ว ชายหนุ่มก็หลับตาลงเพื่อคลายความวิงเวียน ก่อนจะลืมตามองบัตรสีทองในมือของเธอ แล้วหัวเราะเบาๆ “ตกลง”
ค่าจ้างหนึ่งล้านเพื่อเป็คนของเธอ...เฮอะ ไม่เคยมีใครเสนออะไรแบบนี้ให้เขามาก่อน
แววตาของเผยเย่ว์ชิงหนักแน่นกว่าเดิม เธอไม่สนใจรอยยิ้มคลุมเครือของเขา หลังสิ้นเสียงของชายหนุ่ม เธอก็เดินเข้าไปประคองร่างโงนเงนที่กำลังจะล้มของเขาในทันทีอย่างไม่ลังเล
หญิงสาวร่างบางกำลังพยุงเขา ส่วนศีรษะแทบจะอิงกับแผ่นอกกว้างนั่น ส่วนมือน้อยๆ ก็ประคองเอว ระหว่างสูดลมหายใจ กลิ่นน้ำหอมบนตัวของเธอก็กำจาย เป็กลิ่นอ่อนๆ ทว่าประทับแน่นในความทรงจำเช่นเดียวกับตัวของเธอเอง
ขณะเดียวกัน ฝีเท้าไล่ล่าด้านหลังก็แห่กันเข้ามา เผยเย่ว์ชิงประคองชายหนุ่มเลี้ยวเข้าไปอีกตรอก ดึงเสื้อคลุมสีดำบนตัวออก เรือนร่างเพรียวบางพลันปะทะกับอากาศ
ชายหนุ่มมองการกระทำของเธอ สายตาไหวหวั่นไม่อยู่นิ่ง ั้แ่เมื่อครู่นี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำล้วนอยู่เหนือความคาดหมายของเขาอยู่ตลอด
เธอขึ้นนั่งบนลังไม้ สองขากอดรอบเอวกำยำ บดบังาแของเขา
ผมยาวถูกปล่อยลงมาหลังถอดหมวก แผ่สยายราวกับม่านน้ำตก เสียงฝีเท้าที่ไล่หลังก็มาหยุดลงที่ปากทางเข้าตรอก แสดงว่าพบพวกเขาเข้าแล้ว
เผยเย่ว์ชิงไม่สนใจไยดี แขนเรียวยาวโอบลำคอของชายหนุ่ม ประกบริมฝีปากของเขาแล้วเริ่มขยับเอว
ขณะที่ถูกเธอประกบปาก ัันุ่มนวลบนริมฝีปากทำให้ชายหนุ่มตะลึงงัน รูม่านตาหดเล็กลง เข้าใจอย่างชัดเจนแล้วว่าเธอ้าจะทำอะไร จึงยื่นมือหนาเข้าหาร่างเพรียวบางของเธอ
ต่างคนต่างรู้ทันลูกเล่นนี้พลันเริ่มส่งเสียงลึกซึ้ง ภายในตรอกคับแคบอันมืดมิดดูวาบหวามเหลือเกิน ไม่ว่าใครได้ยินก็ต้องหน้าแดงไปถึงหู
ชายหนุ่มอยู่ในเงามืดจึงเห็นหน้าไม่ชัด หญิงสาวหันหลังให้พวกเขาในเสื้อสายเดี่ยว ที่เผยให้เห็นปีกหลังใต้ความมืดอันน่าหลงใหล ความไม่อาจหักห้ามใจแบบนี้ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เหมือนกับคู่ชายหญิงที่กำลังแอบพลอดรักในที่ลับสายตา
“แฮก ลูกพี่ พวกเราไปหาทางนั้นกันเถอะ อย่ากวนคนอื่นเขาทำอะไรกันเลย...”
“เออ ก็ได้ คืนนี้ต้องจับตัวมาให้ได้ มาขโมยของตัวคนเดียวแล้วยังทำพวกเราเจ็บตัวกันได้ขนาดนี้ อวดดีจริงๆ!”
“แยกย้ายไปตามหาต่อ!...”
จากนั้นเสียงพูดคุยและเสียงฝีเท้าก็เงียบลง เผยเย่ว์ชิงเหลียวมองไปด้านหลัง เมื่อแน่ใจว่าฝ่ายตรงข้ามไปไกลแล้ว ถึงได้ผละจากชายหนุ่ม
หลังจากที่เธอผละเขา ชายหนุ่มก็หมดสติ ก่อนศีรษะจะล้มไปเกยกับหน้าตักของเธอ
เผยเย่ว์ชิงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ผลักเขาห่างไปเล็กน้อย คนคนนี้นี่ จะเป็ลมก็เป็ลมไปสิ ยังจะมาเอาเปรียบเธออีก
เมื่อััได้ว่าตัวเขาเย็นเฉียบ ชีพจรอ่อนแรง เผยเย่ว์ชิงก็ไม่กล้าชักช้าอีก เธอหยิบเสื้อคลุมของตัวเองคลุมตัวเขา พยุงร่างนั้นออกไปจากถนนใต้ดินอย่างทุลักทุเล
ไม่ง่ายเลยกว่าจะเร่งให้ไปถึงโรงพยาบาล หลังจากมองส่งเ้าหน้าที่กลุ่มใหญ่ที่พาตัวชายหนุ่มเข้าห้องฉุกเฉินไปแล้ว เผยเย่ว์ชิงถึงได้ผ่อนลมหายใจ
แต่เผยจิ่งเหวินผู้เป็แพทย์ผ่าตัดหลักกลับไม่ได้เข้าไปด้วย กลับมาซักไซ้ถามความสัมพันธ์กับเธอด้วยสีหน้าจริงจัง “เย่ว์ชิง คนนั้นเป็ใคร”
“อารอง อาช่วยเขาก่อนเถอะค่ะ อีกเดี๋ยวฉันค่อยอธิบาย ตอนนี้ชีพจรเขาอ่อนมาก รอต่อไปไม่ได้แล้ว” เผยเย่ว์ชิงสบสายตาคาดคั้นของเขาอย่างตื่นๆ ก้าวข้ามภาพลักษณ์หัวแข็งของตัวเองเมื่อชาติก่อนทันที พยายามทุกวิถีทางผลักอีกฝ่ายเข้าห้องผ่าตัด
“หวังว่าเธอคงไม่ได้พาคนเละเทะมาให้ฉันนะ” พอเห็นสีหน้าตึงเครียดของเธอแล้ว เผยจิ่งเหวินก็กวาดตามองหลานสาวนิ่งๆ แล้วเปิดประตูเข้าห้องผ่าตัดไป
ทันทีที่เขาเข้าไป อาการร้อนใจเมื่อสักครู่ของเธอก็บรรเทาลงในชั่วพริบตา ก่อนจะนั่งลงบนม้านั่งด้วยเสื้อที่เปรอะเืพลางรวบรวมสมาธิ
เผยจิ่งเหวินมีฝีมือการแพทย์เป็เลิศ โลกภายนอกขนานนามเขาว่า ‘หมอเทวดา’ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีใจเป็หมอผู้เมตตาที่กรุณาผู้ป่วยทุกคน เขาประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ก็เพราะฝีมือทางการแพทย์อันโดดเด่น
หลายปีก่อน เพื่อนของเขาเสียชีวิตด้วยน้ำมือของคนจากถนนใต้ดิน หากเผยจิ่งเหวินจะเกลียดคนพวกนั้นก็เป็เื่ธรรมดา ไม่ว่าใครก็ตาม ขอแค่มาจากที่แห่งนั้น เขาก็จะไม่ยอมรักษาสถานเดียว
ส่วนาแของชายหนุ่มมีลักษณะพิเศษ เผยจิ่งเหวินก็ขึ้นชื่อด้านความเคร่งครัด ไม่ชอบข้องเกี่ยวกับคนจากถนนใต้ดิน ดังนั้นเธอจึงไม่มีทางปล่อยให้เขารู้ว่าชายหนุ่มคนนี้เป็คนจากถนนใต้ดินเป็อันขาด...
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร เผยจิ่งเหวินก็ออกจากห้องฉุกเฉิน เลื่อนหน้ากากอนามัยลงต่ำ สายตาเฉียบคมแฝงแววคาดคั้นมองไปที่เธออีกครั้ง สื่อความหมายได้อย่างชัดเจนว่า คนก็ช่วยไว้แล้ว รอก็แต่เธออธิบาย
“เขา...เป็ผู้ชายของฉันค่ะ!” เผยเย่ว์ชิงมองตรงไปที่เขาพลางเอ่ยอย่างแน่วแน่ วงหน้าเล็กๆ อันงดงามเคล้าความเ็าแฝงท่าทีเคร่งขรึม
มีแต่ฐานะนี้เท่านั้น เผยจิ่งเหวินถึงจะไม่สืบหาเบื้องลึกของชายหนุ่ม
เมื่อได้ฟังแล้ว สีหน้าที่ขึงขังมาโดยตลอดของเผยจิ่งเหวินก็พลันสลาย เรียวปากเม้มแน่นขึ้น คำพูดสั้นๆ ของเธอทำให้เขาใไม่น้อย
เผยจิ่งเหวินสูดหายใจลึกๆ แล้วดันสะพานแว่นตาเบาๆ ในที่สุดก็ตะเบ็งเสียงออกมา “ตระกูลเผยจะขายขี้หน้าใครไม่ได้นะ!
“เย่ว์ชิง นิสัยดื้อรั้นไม่ใช่ข้อดี เธออายุยี่สิบแล้ว หวังก็แต่จะมีหัวคิดสักหน่อย จะได้ไม่ต้องมาก่อเื่ขายหน้าชาวบ้านเขา! เธอกับหลานชูก็สนิทกันดี นิสัยน้องออกจะเรียบร้อยนุ่มนวล ทำไมถึงไม่เรียนรู้ข้อดีของน้องบ้างล่ะ สิ้นเดือนนี้ก็กำลังจะจัดงานหมั้นอยู่แล้ว...เธอ...”
เสียงของเผยจิ่งเหวินสูงขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าเอาจริงเอาจังฉายแววโมโห
“อารองคะ ฉันก็แค่คืนสนองเขาด้วยสิ่งที่เขาทำกับฉันก็เท่านั้นเอง” เผยเย่ว์ชิงตอบเสียงอ่อน พอได้ยินคำว่าเผยหลานชูจากปากเขาแล้ว สายตาก็ฉายแววเสียดสี
“หมายความว่ายังไง” เผยจิ่งเหวินพลันตะลึง คืนสนองเขาด้วยสิ่งที่เขาทำกับฉันเอง...คำพูดแฝงนัยแบบนี้ แปลว่าอวี๋ิฉือเองก็นอกใจไม่ใช่หรือ?!
“อารองไม่ต้องห่วงนะคะ เื่สนุกต้องค่อยๆ ดู ฉันไม่ทำให้ตระกูลของเราต้องด่างพร้อยหรอกค่ะ” เผยเย่ว์ชิงยิ้มมุมปาก แววตาเจิดจ้าเป็ประกายยิ่งน่าหลงใหล
สายตาผ่านเลนส์แว่นของเผยจิ่งเหวินปรากฏความประหลาดใจไปชั่วขณะ หลานสาวคนโตที่คอยแต่จะก่อเื่อยู่ทุกเมื่อคนนี้ กลับรู้จักอ้อมค้อมกับเขาด้วย
“ได้ ฉันจะไม่ซักไซ้อีกว่าผู้ชายคนนั้นเป็ใครกันแน่ ขอแค่เธอโตเป็ผู้ใหญ่จริงๆ แล้วก็พอ” เผยจิ่งเหวินเก็บสายตาคาดคั้นความจริง ก่อนจะดึงหน้ากากอนามัยกลับเข้าที่แล้วเดินจากไป ไม่นาน แผ่นหลังผอมบางนั้นก็ลับหายไปที่บันได
เผยเย่ว์ชิงผ่อนลมหายใจ เลียริมฝีปากแห้งกร้าน รับรสแอลกอฮอล์จางๆ ที่หลงเหลืออยู่ของชายหนุ่มคนนั้น เธอไม่ได้คิดอะไรมากนัก หลังจากรีบร้อนเข้าไปเยี่ยมชายหนุ่มคนนั้นแล้วก็เรียกรถกลับบ้านทันที
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/239f3a2be3124680b5f0a1f4bb3f35d5