หลังจากที่เฟยเฟยถูกย้อนกลับมาในอดีตได้สักระยะ เธอเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้นมาก ความสามารถในการเรียนรู้ของเธอพัฒนาอย่างรวดเร็ว บางครั้งเธอก็อยากจะนำความรู้จากอนาคตมาใช้เพื่อช่วยเหลือผู้คนในยุคนี้ อย่างไรก็ตาม เธอรู้สึกว่ามันอาจไม่ถูกต้องที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คน ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจปล่อยให้ทุกอย่างเป็ไปตามธรรมชาติ และทำตัวกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมที่นี่ ซึ่งเธอทำได้ดีทีเดียว
เฟยเฟยมีความสุขกับการลิ้มลองอาหารอร่อยตอนที่เธออยู่ในยุคปัจจุบัน เธอมักจองภัตตาคารร้านอาหารชื่อดังตามรอยร้านที่ได้มิชลิน โดยไม่สนใจราคา โชคดีที่เธอมีระบบเผาผลาญดี กินเท่าไรก็ไม่อ้วน และอีกหนึ่งโชคของเธอคือเธอได้อยู่ในร่างลูกสาวเสนาบดีผู้มั่งคั่ง สามีของเธอเป็ท่านอ๋อง เงินทองในยุคนี้สำหรับเธอก็ไม่ใช่ปัญหาอีกเช่นกัน เธอเคยคิดว่าถ้าเธอมาอยู่ในร่างสาวใช้จะเป็อย่างไร แต่โชคดีที่ฟ้าดินไม่โหดร้ายกับเธอจนเกินไป ยังส่งเธอมาอยู่ในร่างสาวน้อยผู้งดงามแต่ใจร้ายคนนี้
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เธอสั่งเสี่ยวเฉียวสาวใช้ไปสืบหาร้านสุราที่มีอาหารอร่อยที่สุดในเมือง เสี่ยวเฉียวกลับมาพร้อมรายชื่อร้านอาหารชื่อดังในเมืองนี้ เฟยเฟยเหลือบเห็นชื่อร้านสุรา "หวงเฟย" ที่ขึ้นชื่อเื่ปลาสด จึงไม่รอช้า สั่งให้เสี่ยวเฉียวเตรียมรถม้าและออกไปทันที
ร้านสุรา "หวงเฟย" เป็ร้านที่มีชื่อเสียงในเมือง สถานที่ตั้งอยู่บนถนนสายหลัก มีบรรยากาศที่คึกคักและอบอุ่น เมื่อก้าวเข้ามาในร้าน เฟยเฟยรู้สึกถึงกลิ่นหอมของอาหารที่ปรุงสดใหม่ ภายในร้านตกแต่งด้วยไม้แบบดั้งเดิม มีโต๊ะและเก้าอี้ไม้ที่สลักลวดลายละเอียดอ่อน โคมไฟกระดาษสีแดงห้อยอยู่ตามจุด ผนังร้านมีการประดับด้วยภาพวาดทิวทัศน์และบทกวี ผู้คนในร้านต่างก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนานและเสียงหัวเราะดังไปทั่ว บรรยากาศของร้านเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา แต่ก็มีความผ่อนคลายที่ทำให้รู้สึกสบายใจ เฟยเฟยเลือกที่นั่งตรงมุมของร้าน ซึ่งสามารถมองเห็นทั้งภายในและภายนอกได้ชัดเจน ผ่านหน้าต่างไม้ที่เปิดรับลมเย็นจากภายนอก เธอรู้สึกว่าที่นี่เป็สถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการลิ้มลองอาหารที่อร่อยเป็อย่างมาก เธอสั่งเถ้าแก่ให้นำอาหารขึ้นชื่อของร้านมาให้หมดทุกอย่าง พออาหารมาเสิร์ฟ เธอก็ชิมอาหารไปทีละจานอย่างเพลิดเพลิน โดยเฉพาะปลาสดผัดเต้าหู้ที่อร่อยจนเธอกินไปจนเกือบหมด ขณะกำลังเพลิดเพลินกับอาหารอยู่นั้น มีกลุ่มผู้ชายกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอและพูดว่า
“แม่นางคนสวย ข้านั่งมองเ้ามาสักพักแล้ว ข้าอยากจะเลี้ยงข้าวเ้าสักมื้อ จะให้เกียรตินั่งร่วมโต๊ะกับข้าคนนี้ได้หรือไม่”
ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้แล้วจับมือเธอ เฟยเฟยใมาก สะบัดมือออกอย่างไม่พอใจแล้วตบหน้าชายคนนั้นทันที ชายคนนั้นโมโหะโเสียงดังลั่นว่า
“เ้าเป็ใครถึงกล้ามาตบหน้าข้า”
เสี่ยวเฉียววิ่งมากันตรงหน้าเฟยเฟยมองหน้าชายคนนั้นอย่างไม่กลัวแล้วบอกว่า
“ระวังหัวเ้าไว้ให้ดีเถอะ แล้วเ้ารู้หรือไม่คุณหนูท่านนี้เป็ใคร”
ชายคนนั้นผลักเสี่ยวเฉียวล้มลง แล้วะโว่า
“ต่อให้เป็ชายาอ๋องข้าก็ไม่กลัวหรอก”
แล้วดึงมือเฟยเฟยไปถามว่า
“คนงาม มือนี้ใช่มั๊ยที่ตบหน้าข้าเมื่อกี้”
เฟยเฟยดิ้นรนพยายามดึงมือตัวเองออกมา ชายคนนั้นเอาอีกมือมาบีบแขนเธอ และพูดกับเธอว่า
"ข้าไม่ได้อยากทำให้มืองามๆ ของเ้าเจ็บหรอกนะ"
เขาก้มหน้าลงจะจูบที่มือของเฟยเฟย จู่ๆ ก็มีแรงถีบอย่างแรงเข้าที่หน้าของชายคนนั้นจนกระเด็นไปไกลหลายจั้ง เฟยเฟยเงยหน้าขึ้นพบกับผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาผิวพรรณสะอาดสะอ้านกำลังพยุงแขนเธอไว้
เธอเบี่ยงตัวออกนิดหน่อยกล่าวขอบคุณแล้วรีบเดินออกจากร้านไป
กลุ่มชายฉกรรจ์วิ่งกรูเข้ามาเพื่อจะทำร้ายคุณชายหน้าตาหล่อเหลาคนนั้น แต่ทันใดนั้นเองก็มีคนหนึ่งะโลงมาจากชั้นบนของร้าน เขามีวรยุทธ์สูงมากเข้ามาป้องกันและต่อสู้จนอีกฝ่ายแพ้ยับเยิน
เฟยเฟยขึ้นรถม้าด้วยอาการอกสั่นขวัญแขวน เธอนั่งมองแขนตัวเอง รอยแดงเริ่มชัดขึ้น เสี่ยวเฉียวละล่ำละลักถาม
“คุณหนูท่านเจ็บหรือไม่เ้าคะ”
เฟยเฟยตอบ
“ข้าไม่เป็ไร ว่าแต่เ้าเถอะล้มไปเป็ยังไงบ้าง ขอบคุณเ้านะที่ปกป้องข้าวันนี้ ข้าซาบซึ้งใจจริงๆ”
เสี่ยวเฉียวยิ้มแล้วก้มหน้าลงเล็กน้อย พลางคิดในใจนางอยากให้คุณหนูเป็แบบนี้ตลอดไปจริงๆ
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของอ๋องชิงที่นั่งอยู่บนห้องชั้นบน สายตาของเขามองตามหลังผู้ชายที่ช่วยเหลือฮูหยินของเขา องค์รัชทายาทแห่งราชวงศ์ ซึ่งเขาตามมาป้องกันแบบลับๆ หลังจากนั้นชิงอ๋องส่งสัญญาณให้มู่ชิง ลูกน้องคนสนิทให้ไปนำตัวชายคนที่ไม่กลัวหัวขาดคนนั้นขึ้นมา
มู่ชิงจับตัวชายคนนั้นขึ้นมาแล้วสั่งให้คุกเข่า เขาดิ้นรนพยายามบอกว่าเขาเป็ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตระกูลฉิน ตระกูลที่ร่ำรวยอันดับหนึ่งในเมืองหลวง มู่ชิงยิ้มเยาะแล้วถามว่า
“แล้วเ้าคิดว่าคนที่นั่งอยู่นี่เป็ใคร”
เขาส่ายหัว
มู่ชิงเดินไปแล้วเหยียบเข้าที่ขาของชายคนนั้น จนเขาร้องโอดโอย และก้มหน้ากระซิบที่หูว่า
“นี่คือท่านชิงอ๋อง สามีของผู้หญิงที่เ้ากล้าดีไปมีเื่ด้วยเมื่อกี้ไง”
ชายคนนั้นใตัวสั่นเหงื่อแตกพลั่กเต็มตัวทันที โขกหัวคำนับแล้วละล่ำละลักพูด
“ข้าน้อยมีตาไม่มีแวว โปรดอภัยให้ข้าน้อยด้วย”
ชิงอ๋องพูดสั้นๆ ว่า
“ได้สิ ข้าจะอภัยให้เ้า แต่ข้าจะบอกเ้าไว้นะว่าใครก็ตามที่บังอาจล่วงเกินนาง ข้าจะทำให้คนคนนั้นอยู่ไม่สู้ตาย” แล้วอ๋องชิงสั่งให้ชิงมู่ปล่อยตัวไป
ชายคนนั้นรีบคลานออกไปแล้ววิ่งหน้าตั้งออกจากร้าน เขาหวาดกลัวและรู้ว่าตนเองทำผิดมหันต์ ไม่เพียงแต่เขาจะไปล่วงเกินชายาอ๋อง แต่ยังถูกชิงอ๋องข่มขู่ ซึ่งทุกคนต่างก็รู้ว่ากิตติศัพท์ของชิงอ๋องโเี้เด็ดขาดแค่ไหน
ในวันถัดมา ข่าวที่เฟยเฟยนัดพบกับชายหนุ่มปริศนาเริ่มแพร่สะพัดไปทั่ว ด้วยความที่เฟยเฟยมีสถานะเป็ชายาอ๋อง เื่นี้จึงกลายเป็ประเด็นพูดถึงอย่างกว้างขวางในเมือง ทั้งนี้ผู้คนต่างสงสัยและคาดเดาว่าเขาคือใครและมาจากไหน บ้างก็เชื่อว่าเป็คนรักเก่าของเฟยเฟย บ้างก็คิดว่าเป็บุรุษผู้กล้าที่ออกมาปกป้อง เฟยเฟยรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย เพราะเื่ราวนี้อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในตัวเธอได้ เธอรู้สึกว่าตนเองเป็จุดสนใจของคนทั้งเมือง
ขณะเดียวกันทางการได้ส่งคนไปตรวจสอบครอบครัวตระกูลฉินเื่ค้าเกลือเถื่อน อันที่จริง ชิงอ๋องได้สืบเื่นี้แบบลับๆ มาสักพักแล้ว แต่ตั้งใจว่าจะสืบต่ออีกสักหน่อย เพื่อรวบรวมหลักฐานให้เพียงพอ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่ร้านสุราทำให้ท่านอ๋องตัดสินใจดำเนินการเื่นี้ทันที โดยไม่รอช้า
ผลจากการตรวจสอบครั้งนี้ทำให้ตระกูลฉินถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมด นายท่านใหญ่และลูกชายถูกตัดสินปะาชีวิต ในข้อหาค้าเกลือเถื่อน ซึ่งเป็ความผิดที่ร้ายแรงมากในยุคนั้น ส่วนสตรีและบริวารที่ไม่เกี่ยวข้องถูกเนรเทศออกจากเมือง ห้ามกลับเข้ามาอีกตลอดชีวิต
เสี่ยวเฉียววิ่งมาหาเฟยเฟยแล้วรีบบอกว่า “คุณหนูผู้ชายคนนั้นที่ร้านสุราเป็ลูกชายตระกูลฉินเ้าค่ะ ตอนนี้ถูกจับเข้าคุกรอปะาเ้าค่ะ”
เฟยเฟย นั่งเงียบและพยักหน้า โลกนี้มีความยุติธรรมขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน เธอคิด