เช้าวันรุ่งขึ้นเฉินซูเฟินหลังจากนอนตาค้างมาทั้งคืนก็ปรากฏตัวในห้องทำงานของหยินเหวินกั๋ว พร้อมกับรอยคล้ำที่ใต้ตา
หญิงสาวยืนก้มหน้าก้มตาไม่กล้าพูดอะไรอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา
หยินเหวินกั๋วมองเธอด้วยสายตาเย็นชา
“บอกฉันหน่อยสิว่าทำไมเธอถึงตัดชุดของจางหมิงเยี่ยน?”
เฉินซูเฟินก้มหน้าเงียบ
แม้นอนคิดมาแล้วทั้งคืนเธอเองก็ยังไม่อยากสารภาพ แต่เธอก็กลัวว่าหยินเหวินกั๋วหัวหน้าจอมเย็นชาจะส่งกรรไกรให้ตำรวจอย่างที่พูดจริงๆ
แม้แต่นางจิ้งจอกตัวนั้นยังเห็นเบาะแสได้ ตำรวจก็ไม่ใช่พวกโง่เหมือนกัน
ถ้าเกิดถูกส่งตัวให้ตำรวจชีวิตเธอจะต้องพังแน่ๆ
เฉินซูวางแผนไว้แล้วว่าจะพยายามขอร้องอ้อนวอนหยินเหวินกั๋วทุกทาง ต่อให้ต้องคุกเข่าหรือว่าถวายตัวให้เขา เธอก็ยินดี!
พอมองดูชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาตรงหน้าแล้ว เฉินซูเฟิงคิดว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายเท่าไหร่ เธอยังรู้สึกถึงความตื่นเต้นที่อธิบายไม่ได้ด้วยซ้ำ
“ปัง!”
หยินเหวินกั๋วโยนปากกาในมือลงบนโต๊ะ ทำให้เฉินซูเฟินตกใจจนตัวสั่น
“หัวหน้า… หัวหน้า! ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ! ฉันแค่…”
“ไม่ได้ตั้งใจทำงั้นหรือ? ฮ่าฮ่า…”
หลังจากหยินเหวินกั๋วพูดก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยาะ ทั่วทั้งร่างกายของเธอจึงขนลุกจากเสียงหัวเราะ อากาศเย็นยะเยือกแล่นขึ้นจากฝ่าเท้าของเธอไล่ขึ้นไปถึงโคนผมของหญิงสาว
“หัวหน้า! หัวหน้า ฉันผิดไปแล้ว! ได้โปรดยกโทษให้ฉันได้ไหม… อย่าแฉฉันให้คนอื่นฟังเลย อย่าส่งฉันให้ตำรวจ ฉันยินดีทำทุกอย่างอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ!”
หลังจากได้ยินคำพูดนี้ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่น มองคราบเลือดบนใบหน้าของเธอเริ่มตกสะเก็ด หยินเหวินกั๋วนึกได้ว่าเมื่อคืนหูชื่อเหวินก็มีแผลบนหน้าเหมือนกัน ไม่รู้ว่าทายาแล้วหรือยัง?
เฉินซูเฟินเห็นหยินเหวินกั๋วมองหน้าตัวเอง หญิงสาวก็รู้สึกสับสนนิดหน่อย แต่คิดว่าเขากำลังสนใจฉันอยู่แน่ๆ แม้ว่าเธอจะไม่สวยเท่ากับนางจิ้งจอกตัวนั่นหรือจางหมิงเยี่ยน แต่ยุวชนชายในไร่หลายคนก็ชอบเธอไม่น้อย
เฉินซูเฟินเดินอ้อมโต๊ะไปที่นั่งของหยินเหวินกั๋ว เธอนั่งยองๆ อย่างเชื่องช้าปลดกระดุมคอเสื้อตัวเองด้วยมือข้างหนึ่งและยื่นมืออีกข้างจับแขนของชายหนุ่ม
“หัวหน้า… ตราบใดที่พูดมาสักคำ ถ้าหาก… ปล่อยฉันไป ชูเฟินยินดีจะทุกอย่างให้ แต่…”
“เฉินซูเฟิน!”
หยินเหวินกั๋วไม่รอให้เฉินซูเฟินพูดจบ เขาก็ลุกขึ้นยืนขยับถอยห่างทันที
เมื่อมองไปที่ท่าทางของเฉินซูเฟินแล้ว ในใจของชายหนุ่มพลันรู้สึกเย็นเยียบ
ผู้หญิงคนนี้ไร้ยางอายเกินไป เธอทำผิดแต่ไม่รู้จักสำนึกผิด ตอนนี้ยังยื่นข้อเสนอแบบนี้เพื่อหนีบทลงโทษอีก
“ฉันคิดว่าเธอจะสารภาพ อย่างน้อยก็สมควรรู้ตัวว่าทำอะไรผิด! แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่รู้สึกด้วยซ้ำว่าทำอะไรลงไปบ้าง ฉันจะส่งเธอไปให้หูชื่อเหวินตัดสินใจจะให้ชดใช้หรือว่าอยากให้เธอได้รับบทลงโทษอะไร นั่นเป็นสิทธิ์ของหูชื่อเหวิน!”
หยินเหวินกั๋วหันหน้าหนี ไม่มองไปที่เฉินซูเฟินอีกเลย
“ออกไป!”
หยินเหวินกั๋วออกปากไล่ การที่เฉินซูเฟินมาที่นี่ในวันนี้แสดงว่าเธอตัดชุดของจางหมิงเยี่ยนจริง เขาเองก็พอคิดออกตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ส่วนเรื่องเหตุผลเธอไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้ คงไม่มีอะไรมากไปกว่าความอิจฉาริษยาในหมู่ผู้หญิง
เธอได้รับความอับอายเมื่อการแสดงจบแต่จางหมิงเยี่ยนได้รับความสนใจ เฉินซูเฟินต้องไม่พอใจและคิดไปเองว่าจางหมิงเยี่ยนเกินหน้าเกินตา แต่เธอไม่คิดว่าหูชื่อเหวินจะกลายเป็นตะปูเหล็กที่ออกตัวปกป้องจางหมิงเยี่ยนมากขนาดนั้น
“หัวหน้า! ได้โปรด! ฉันผิดไปแล้วจริงๆ อย่าส่งฉันไปหานังจิ้งจอกตัวนั้นเลยนะ!”
เมื่อเห็นว่าหยินเหวินกั๋วไม่สนใจในความงามของเธอ เฉินซูเฟินก็คุกเข่าลงและกอดขาของชายหนุ่มเพื่อขอร้อง
จะส่งเธอให้หูชื่อเหวินได้อย่างไร! เมื่อวานนางจิ้งจอกตบตีกับเธออย่างดุเดือดขนาดนั้นคงไม่มีทางไว้ชีวิตเธอแน่
“นังจิ้งจอก? นั่นคือสิ่งที่เธอสมควรเรียกเพื่อนร่วมงานหรือ? หึ! เธอเป็นยุวชนที่จบการศึกษามาจากโรงเรียนมัธยมนะ!”
หยินเหวินกั๋วรู้สึกไม่สบายใจเมื่อได้ยินเฉินซูเฟินเรียกหูชื่อเหวินว่านังจิ้งจอก แม้ว่าครั้งหนึ่งเขาจะคิดว่ามันเหมาะกับใบหน้าของเธอดี แต่พอได้ยินจากปากคนอื่นแล้วเขากลับไม่รู้สึกชอบเลยสักนิด ซ้ำยังทำให้ไม่สบายอย่างบอกไม่ถูก
“ไม่… ไม่หัวหน้า ฉันทำผิดไปแล้ว! ฉันขอโทษ ฉัน… ฉันจะเรียกเธอว่าหูชื่อเหวิน อย่าส่งฉันไปหาหูชื่อเหวินเลยนะ!”
เฉินซูเฟินเปลี่ยนคำพูดทันที
“ลุกขึ้นแล้วกลับไปทำงาน ฉันจะไปที่หอพักเพื่ออธิบายเรื่องสถานการณ์เมื่อคืน ส่วนเจ้าตัวจะจัดการอย่างไรก็เป็นเรื่องของเธอ!”
หยินเหวินกั๋วกลับไปนั่งที่เก้าอี้โดยไม่มองไปที่เฉินซูเฟินเหมือนเดิม
“หัว…”
“ออกไป!!”
เมื่อได้ยินเฉินซูเฟินยังคงคร่ำครวญ เขาก็รู้สึกขยะแขยงอย่างมาก
หญิงสาวเอามือปิดหน้าวิ่งร้องไห้ออกจากสำนักงาน
หยินเหวินกั๋วนั่งบนเก้าอี้ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดเมื่อนึกถึงสภาพของหูชื่อเหวินที่ย่ำแย่เมื่อวาน ใบหน้าและลำคอเปื้อนเลือด ผมเผ้ายุ่งเหยิง
ในใจของเขาเกิดความรู้สึกแปลกๆ ความทุกข์ใจที่อธิบายไม่ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง
ตอนเย็นหลังเลิกงาน ยุวชนหญิงในหอพักต่างยุ่งกับเรื่องของตัวเอง จากนั้นก็มียุวชนหญิงเดินเข้ามาตะโกนว่า
“หูชื่อเหวินกับจางหมิงเยี่ยนออกมาหน่อย หัวหน้าอยากเจอพวกเธอ!”
หูชื่อเหวินกับจางหมิงเยี่ยนมองหน้ากัน แล้วออกไปด้านนอกพร้อมกัน
หยินเหวินกั๋วยืนหันหลังให้กับประตูหอเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเขาจึงหันไป สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของหูชื่อเหวิน บนใบหน้าของเขาไม่แสดงอารมณ์เหมือนเคย
แผลบนใบหน้าของหูชื่อเหวินตกสะเก็ดและดูไม่ลึกมาก ดูแล้วไม่น่าจะไม่มีแผลเป็น
“คนที่ตัดชุดคือเฉินซูเฟิน เธอจะจัดการอย่างไร?”
จางหมิงเยี่ยนมองหูชื่อเหวิน เธอไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร เมื่อเห็นชุดที่ถูกทำลายเมื่อวานนี้ ไม่ใช่เพราะว่าเธอชอบกระโปรงตัวนั้นมาก แต่ยังรวมไปถึงความรู้สึกที่ว่าหัวใจของหูชื่อเหวินถูกทำลายด้วย
ยิ่งตอนเห็นหูชื่อเหวินได้รับบาดเจ็บจากการทะเลาะกับเฉินซูเฟิน เพราะเธอเป็นต้นเหตุก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกแย่มากกว่าเดิม
“ให้เธอขอโทษพี่เยี่ยนอย่างจริงใจ! จากนั้นซื้อชุดที่เหมือนกันมาคืน ถ้าไม่ไหวก็ให้จ่ายเงินตามที่จ่ายไหว!”
หูชื่อเหวินพูดอย่างไร้ความรู้สึก
ที่จริงเธอเไม่สนใจไปเลยก็ได้ แต่คนแบบนี้ทนไปก็ไม่คุ้ม
เดิมทีสิ่งที่อยากเห็นคือให้เฉินซูเฟินขอโทษจางหมิงเยี่ยนอย่างเปิดเผยเท่านั้น อย่างน้อยก็ต่อหน้าคนในหอพัก แต่นั่นจะทำให้เฉินซูเฟินอิจฉาจางหมิงเยี่ยนมากกว่าเดิม
แม้ว่าตอนนี้เธอจะเกลียดผู้หญิงคนนี้แต่ก็ไม่ได้เกลียดมากขนาดนั้น ไม่จำเป็นจะต้องสร้างศัตรูให้จางหมิงเยี่ยน แม่ของเธออ่อนแอเกินไปกลัวว่าจะทนรับไม่ได้กับเรื่องแบบนี้
“จางหมิงเยี่ยนล่ะจะเอาอย่างไร?”
หยินเหวินกั๋วแปลกใจกับการตัดสินใจของหูชื่อเหวิน เขาคิดว่าหูชื่อเหวินจะไร้เหตุผลเพราะถ้าหากเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไปชื่อเสียงของเฉินซูเฟินในไร่จะถูกทำลายย่อยยับ
ไม่นึกเลยว่าเธอจะรู้จักเห็นใจผู้อื่นอยู่บ้าง เขาอาจจะยังรู้จักเธอไม่ดีพอ
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้เขาก็มองไปที่หูชื่อเหวินอีกครั้ง
“ก็คง… ทำตามที่ชื่อเหวินบอกก็ได้ ฉันไม่ขัดหรอก”
ที่จริงแล้วนิสัยจางหมิงเยี่ยนเธอจะระงับอารมณ์โกรธของตัวเองแล้วปล่อยไป แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่หูชื่อเหวินพูด เธอก็อดไม่ไหวที่จะไม่ให้อภัยคนที่มารังแกเธอแบบนี้อีก เพราะมีแต่จะทำให้แย่ลง
ในเมื่อธอคิดวิธีแก้ปัญหาที่ดีกว่านี้ไม่ได้ จึงตัดสินใจฟังหูชื่อเหวิน