“คุณหนู” เสี่ยวเม่า สาวใช้ที่เลี้ยงดูเย่วซินมานานนับสิบปี เอ่ยเรียกร่างบางที่เดินเหมือนไม่มีแรง ‘เหตุใดนายท่านเสิ่นจึงไม่มองไปถึงก้นบึ้งของจิตใจมากกว่าการมองฐานะและชาติกำเนิด คุณหนูไร้สกุลแล้วอย่างไร อย่างน้อยนางก็เป็สตรีที่ดีที่จงฮูหยินเป็ผู้ชุบเลี้ยงมา อีกเื่คือความรักของคุณชายและคุณหนู มันเป็ความรักที่บริสุทธิ์ รักด้วยใจหาใช่เพราะสถานะ’
เย่วซินแสร้งยิ้มใส่สาวใช้ของตนเองเพื่อให้อีกฝ่ายได้สบายใจ “แค่ยามนี้เท่านั้นที่ข้าจะอ่อนแอ ข้ามิเป็ไร” ร่างบางรีบเดินเข้าไปในเรือนเล็กพร้อมกับปิดประตูห้องอย่างแ่เบา
&&&&
“นายท่านกล่าวเช่นนั้นเ้าค่ะ” แม่นมว่านผู้ติดตามจงฮูหยินมานาน แจ้งเื่ที่เกิดขึ้นในห้องทำงานของเสิ่นซูฉี ก่อนหน้านี้ตัวนางเป็อีกหนึ่งคนที่คอยฟูมฟักเลี้ยงดูเย่วซินจนกลายเป็สตรีที่เพียบพร้อม งดงามและสูงส่ง จะกล่าวว่าหากบุรุษใดได้นางไปเป็สะใภ้ ย่อมเชิดหน้าชูตาได้ไม่ยาก ‘แต่คงต้องยกเว้นสกุลเสิ่น’ “นมสงสารคุณหนูเย่วซิน”
“ข้ารู้ มิใช่ว่าข้ามิสงสารนาง แต่ข้ามิสามารถช่วยให้นางเข้ามาเป็สะใภ้ใหญ่ได้ ท่านพี่ว่าอย่างไรข้าล้วนต้องเห็นด้วย” จงฮูหยินถอนหายใจ “ซัวหยางต้องหาทางเข้ามาขอร้องข้าแน่ๆ สงสารลูกนัก”
แม่นมว่านได้แต่ถอนหายใจตามฮูหยิน ที่ไม่มีทางแก้ไขเื่นี้เพราะ มันซับซ้อน การตัดสินใจมิได้อยู่กับจงฮูหยิน แต่มันไปอยู่กับผู้อื่นมากกว่า
ยามเซิน (16.00) ของวันเดียวกันเสิ่นซัวหยางผู้กลับมาจากที่ว่าการอำเภอ ก็รีบวิ่งเข้าไปหาท่านแม่ของตนเองในเรือนทันที เื่สำคัญที่ร้องขอคือเื่ของเย่วซิน แต่นอกจากท่านแม่จะบอกว่าท่านไม่กล้าโต้แย้งกับท่านพ่อแล้ว ท่านแม่ยังกล่าวว่าจะหาบุรุษที่ดีที่สุดมาให้เย่วซินอีกด้วย ‘เขาจะทำเช่นไร!’ ในเมื่อเื่นี้มันไม่ง่ายอย่างใจคิดเหมือนก่อนหน้า
บุรุษรูปงามเดินวนไปมาราวกับกำลังวางแผนการรบระหว่างแคว้น หากเื่มันไม่ง่ายแล้วเหตุใดตัวเขาถึงไม่รอไปก่อน “ใช่แล้ว!” หรือเขาจะรอให้ตัวเองได้รับตำแหน่ง หลังจากนั้นเขาจะพาเย่วซินออกไปจากจวน แต่ในระหว่างที่รออยู่นี้เื่ที่ต้องทำเป็อันดับแรกก็คือ ตามใจบิดา หากท่านอยากจะให้เขาเข้าไปพบปะสตรีสกุลใด เขาจะไปโดยมิอิดออด ‘แค่ไปพบพวกนาง แต่ไม่เลือกมาเป็ฮูหยินก็คงไม่เป็ไร’ พร้อมกันนั้นเขาคงต้องบอกกับเย่วซินว่าเขาอาจจะไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับนางไปอีกสักพัก “อาไฉ่ตามข้ามา” เขาเดินกลับเข้าไปในเรือนนอนของตนก่อนจะตวัดพู่กัน เขียนข้อความบางอย่างไปหาสตรีอันเป็ที่รัก “นำข้อความนี้ไปมอบให้เย่วซิน”
“ขอรับ”
‘ขอให้เ้าใจเย็นๆ และรอให้พี่ได้รับตำแหน่งนายอำเภอเสียก่อน หลังจากนั้นพี่จะพาเ้าเดินทางออกไปจากเมืองหลวงด้วยกัน’ นั่นคือเื่สำคัญที่อยู่ในจดหมายของเสิ่นซัวหยาง ถ้าหากวันหน้าเขารับเย่วซินเข้าจวนของเขาสำเร็จแล้ว เื่ของคุณหนูเ่าั้ที่ท่านพ่อ้าคงเป็เื่หลังสุดที่เขาจะทำ ‘หวังว่าวันนั้น เื่ชาติกำเนิดของเย่วซินจะถูกปัดตกไป’
หลายวันผ่านไป
ในที่สุด การประกาศผลสอบของขุนนางก็มาถึง ตำแหน่งบนแผ่นป้ายด้านหน้าของวังหลวงถูกติดแผ่หรา เหล่าบุรุษมากกว่าสองร้อยคนต่างยืนจับกลุ่มกันอยู่ตรงนั้น บ้างดูแล้วกู่ร้องดีใจ บ้างดูแล้วร้องไห้เดินเซื่องซึมจากไป
ในขณะที่เสิ่นซัวหยางยังคงรั้งรออยู่ด้านข้างร่วมกับสหายสนิทอีกห้าคน แต่ละคนมิได้สอบเพื่อชิงตำแหน่งเดียวกันแต่สอบตามความชอบของใครของมันมากกว่า เหมือนดังเช่นเขาที่เจริญรอยตามบิดาเพื่อช่วยเหลือผู้คนในหมู่บ้านอย่างใกล้ชิด
“ไปเถอะซัวหยาง” เล่อปินเทาแตะไหล่สหายแล้วชวนอีกสี่คนที่เหลือให้เดินเข้าไปดูป้ายประกาศรายชื่อ ในใจของทุกคนคงหวังให้ได้ตำแหน่งเพื่อสร้างรากฐานชีวิตที่ดีให้กับตัวเอง เพื่อสกุลของตนเองที่อาจจะมีฮูหยินและบุตรอีกหลากหลายคนร่วมอยู่ด้วย
เสิ่นซัวหยางผู้เลือกตำแหน่งนายอำเภอโดยไม่จำกัดพื้นที่ มองรายชื่อมากกว่ายี่สิบรายชื่อของผู้สมัครในตำแหน่งนี้จนพบกับชื่อของตนที่อยู่ในลำดับที่สิบสาม อำเภอตั้วฉ่างคืออำเภอที่เขาต้องไปดูแลนั้นอยู่ในพื้นที่ห่างไกลกับเมืองหลวง แต่ไม่ถึงกับต้องออกไปอยู่นอกเมืองเหมือนท่านพ่อของเขาในอดีต นับว่าดีแล้วกับการเริ่มต้นใหม่ กับชีวิตใหม่ ในหัวบุรุษผู้มีรักนึกถึงใบหน้าของเย่วซินเป็คนแรก เขามองวันเวลาเข้ารับตำแหน่งคือในอีกสองวันข้างหน้า หลังจากนั้นอีกสิบห้าวันจึงได้เวลาออกเดินทางไปยังอำเภอที่รับผิดชอบ การเตรียมตัวมิใช่เื่ยากแต่การจะพาเย่วซินของเขาเดินทางไปด้วย นับว่ายากกว่า “ข้าต้องไปทำหน้าที่นายอำเภอตั้วฉ่างในอีกร่วมยี่สิบวันหลังจากนี้ พวกเ้าเล่า” เขาเชื่อว่าสหายอีกห้าคนย่อมได้ตำแหน่งขุนนางไม่ต่างจากเขาเพราะทุกคนต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม สมหวัง
ปินเทาตอบ “ข้ารายงานตัวในกองทัพวันมะรืน” และอีกสี่คนที่เหลือก็รีบแย่งกันกล่าว สุดท้ายหกสหายต่างพากันไปร่วมสนทนาต่อในโรงเตี๊ยมเนี่ยจื่อ ที่อยู่ไม่ไกลจากด้านหน้าวังหลวง
จวนสกุลเสิ่น
ข่าวคราวการสอบและตำแหน่งของนายอำเภอนอกพื้นที่ถูกกระจายออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อเสิ่นซัวหยางกลับไปถึงจวน ท่ามกลางการรับสำรับเย็นอย่างพร้อมหน้าและคำอวยพร พาลพาให้ว่าที่นายอำเภอคนใหม่ยิ้มกว้างไม่ยอมหุบ ตาคมเหลือบมองเย่วซินมิได้หยุด เห็นได้ชัดว่านางยังมีความเขินอาย ‘หรือคืนนี้ เขาควรจะลักลอบไปหานางดี’