ในฐานะเ้าสำนักองเมียวรุ่นที่สี่ คาโมะ โนะ ยาสึโนริย่อมล่วงรู้ความลับ
สถานที่ก่อสร้างเมืองหลวงใหม่เปี่ยมพลังแห่งฮวงจุ้ย อุดมไปด้วยธาตุน้ำและธาตุดิน ทิศเหนือเป็ูเา ทิศใต้เป็แม่น้ำ โอบล้อมด้วยเทือกเขาน้อยใหญ่
เดิมเป็ที่รกร้างล้อมรอบด้วยป่าทึบ เป็ที่อยู่อาศัยของปีศาจมากมายหลายชนิด แต่ด้วยการเป็ผู้มีอัธยาศัยดีของปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักองเมียว หรือจะด้วยความเป็ที่น่ายำเกรงก็ตามที เ้าขุนเขาทั้งสามผู้ดินแดนแห่งนี้ได้ทำข้อตกลงอยู่ร่วมโดยสันติกับเผ่ามนุษย์
โดยมีกฎเรียบง่ายอยู่ข้อเดียว ห้ามปีศาจบริวารของเ้าขุนเขาทั้งสามบุกรุกเมืองเฮอัน หากผู้ใดละเมิดจักได้รับการลงโทษอย่างสาสม
เ้าขุนเขาทั้งสาม ได้แก่ าาั์แห่งูเาฟุนาโอกะ โชโจโบหัวหน้าเทงงูแห่งูเาคุรามะ เซียนจิ้งจอกแดงบริวารเทพอินาริแห่งูเาฮิเอ
มาบัดนี้ปีศาจแห่งูเาคุรามะทำผิดสัญญา
เวลาล่วงเลยมาเกือบสองร้อยปี ผู้ลงนามในสัญญาไม่อยู่แล้ว ใครจะเป็ผู้บังคับกฎนี้เล่า?
หลังจากตรวจสอบฉากกั้นหลายต่อหลายครั้ง ในที่สุดยาสึโนริก็ค้นพบจุดเปิดค่ายกล
ดอกบัวสีชมพูแปดดอก ตามเลขมงคลของแผ่นดินใหญ่ ใช้โลหิตของจักรพรรดิเป็สื่อนำ ใช้คาถาเป็กุญแจ
โลหิตย้อมดอกบัวจากสีชมพูให้กลายเป็สีแดง
ร่ายคาถา 土水風火天人破魔 (โทะสึยฟุคะเทงจิงฮะมะ)
土 ดินกำเนิดสรรพสิ่ง
水 น้ำหล่อเลี้ยงชีวี
風 ลมพัดเลื่อนหมุนเวียน
火 ไฟทำลายเพื่อก่อเกิด
天 ฟ้าสูงเบื้องบน
人 มนุษย์ต่ำเบื้องล่าง
破 ทำลาย
魔 มารปีศาจ
ดินน้ำลมไฟสร้างชีวิต ฟ้าอยู่เหนืุ์อยู่ล่าง
ขอเมตตาฟ้าอำนวยพร ทำลายมารปีศาจ
ทันใดนั้นสีแดงของดอกบัวเปล่งประกาย ผุดขึ้นดอกแล้วดอกเล่า เชื่อมโยงสายโลหิตเป็สายธาราจากดอกบัวดอกหนึ่งไปดอกบัวอีกดอกหนึ่ง เป็รูปดาวหกแฉก
หลังจากลักษณ์หกแฉกก่อเกิด โลหิตของพระจักรพรรดิในกระถางสำริดพลันเดือดพล่าน แล้วลอยตัวกลางอากาศ เกิดเป็กลุ่มก้อนสีแดงพองตัวยุบตัวราวกับมีชีวิต ก่อนลอยทะลุหลังคา กลืนหายไปกับท้องฟ้ายามราตรี
ค่ายกลคืนชีวิต... สำแดงเดช
่เวลาก่อนหน้า ตำหนักโจวกันเด็น
สายลมเย็นเดือนห้า ดอกอะจิไซผลิบาน จักรพรรดินีมีพระประสูติการ บรรยากาศดีงามควรเฉลิมฉลอง
มาซาโกะโคโกว*(พระจักรพรรดินีมาซาโกะ) ประทับพิงหมอนอิง ทอดพระเนตรองค์หญิงทากาโกะซึ่งหลับใหลอยู่ห้องข้าง และทรงเกษมสำราญกับการละเล่นขององค์หญิงองค์โตและพระสหายซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน
เสียงหัวเราะสดใสของกลุ่มเด็กสามคนดังขึ้นเป็ระยะ องค์ชายโมริฮิระพระอนุชาในสมเด็จพระจักรพรรดิ องค์หญิงมุเนโกะพระธิดา และทาเคดะบุตรชายพ่อค้า
องค์ชายโมริฮิระชันษาสิบ บุคลิกเงียบขรึม กระทั่งองค์หญิงมุเนะโกะเติบใหญ่ สองพระองค์จึงสนิทกันมาก เนื่องจากเป็พระญาติใกล้ชิด คนหนึ่งเป็พระมาตุลา คนหนึ่งเป็พระราชนัดดา ทว่าเด็ก ๆ คล้ายไม่สนใจยศศักดิ์ ชักชวนกันเล่นไปทั่ววัง บางครั้งองค์ชายยังนำลูกพ่อค้าซึ่งเป็พระสหายเข้ามาร่วมกลุ่มด้วย ภาพของเด็กน้อยสามคนวิ่งเล่นไปทั่ว กลายเป็ภาพชินตาของบรรดาเ้านาย ขุนนางและนางข้าหลวงทั้งหลาย
วันนี้เมื่อมีงานเลี้ยงรับขวัญน้องสาวของพระสหาย พระมาตุลาน้อยย่อมไม่พลาดโอกาสแสดงความยินดี ทั้งไม่ลืมพาพระสหายสามัญชนมาด้วย
มาซาโกะโคโกวให้สะท้อนใจ พระสวามีตามใจพระอนุชาเกินไปแล้ว กระทั่งการกำชับนางใน นางข้าหลวงต้นห้อง หรือนางสนองพระโอษฐ์ก็ไม่มี คาดว่าไม่เคยมีใครเตือนองค์ชายเื่ชนชั้นเป็แน่ กระทั่งงานเลี้ยงเฉพาะพระประยูรญาติยังทรงพาคนนอก ทั้งยังเป็บุตรชายคนสามัญมาด้วย
“โมริฮิระชินโน**ทำไมเ้าไม่นั่งที่โต๊ะเสวยดี ๆ ลองทานซุปดาชิหรือยัง” มาซาโกะโคโกวตรัสด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล มุมปากยกขึ้นดูคล้ายรอยยิ้ม แต่หากเป็คนใกล้ชิดจะทราบว่าพระองค์ทรงไม่พอพระทัย
ก่อนหน้านี้พระมาตุลาน้อยทอดพระเนตรยังโต๊ะเสวย พบว่าไม่มีที่นั่งของสหายตน จึงยกสำรับอาหารมาวางหน้าเปลขององค์หญิงทากาโกะ นั่งเสวยสำรับเดียวกับพระสหาย องค์หญิงมุเนะโกะเห็นเป็เื่สนุก จึงยกสำรับของพระองค์มาด้วย
“เสวยแล้วขอรับ แต่หม่อมฉันไม่ชอบกลิ่นปลาคัตสึโอะ เลยให้ทาเคดะรับประทานแทน”
หากบรรดาพระอาจารย์มาเห็นเข้า คงดีใจหาใดเปรียบ เพราะมารยาทงดงามจนหาที่ติดไม่ได้ หากพูดแบบชาวบ้านทั่วไป คือองค์ชายนั่งแบบเซสะ โดยนั่งทับเท้า หัวเข่าห่างออกจากกันประมาณหนึ่งกำปั้น แผ่นหลังตั้งตรง มือกำเป็หมัดวางอยู่บนหน้าขาทั้งสองข้าง แลเข้มแข็งดุจชายชาตินักรบ
หลังตอบคำถามเรียบร้อย องค์ชายเปลี่ยนการสนทนาอย่างแเีเป็เื่งานเทศกาลทันโกะ*** ทำให้พระจักรพรรดินีอดนึกถึงยามแรกพบพระสวามีไม่ได้ จนเผลอดื่มด่ำหวานชื่นกับอดีตอยู่ครู่หนึ่ง
ช่างเถอะ! ไว้เติบใหญ่กว่านี้ค่อยตักเตือนแล้วกัน ปล่อยให้สนุกกับวัยเด็กไปก่อน... มาซาโกะโคโกวเปลี่ยนเป็ทอดพระเนตรเด็กทั้งสามด้วยสายตาอ่อนโยน
เมื่อโคโกวเลิกสนใจพระองค์ พระมาตุลาน้อยจึงหันไปเล่นกับพระสหายต่อ สังเกตดี ๆ จะเห็นพระองค์ยักคิ้วให้บุตรชายพ่อค้าซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
องค์หญิงมุเนโกะทรงสงสัยพระสหายที่ทำลับ ๆ ล่อ ๆ ยังไม่ทันได้เอ่ยถาม ทรงได้ยินเสียงประหลาด จึงหันพระพักตร์ไปทางอุทยานหลวง เด็กน้อยย่อมมีประสาทรับรู้ไวกว่าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงดีกว่าเด็กชายมากนัก
เสียงประหลาดค่อย ๆ เข้ามาใกล้ ไม่นานต่างได้ยินกันทั่ว แรกเริ่มบางคนคิดว่าตนหูแว่วหูฝาด ถึงกับลุกขึ้นออกไปนอกระเบียง พยายามเงี่ยหู ทว่าเสียงนั้นกลับหายไป จนกระทั่งบรรยากาศในงานเลี้ยงค่อย ๆ กลับมาคึกคัก ด้วยเื่ขบขันของโมจิฮิโตะโอว (พระยศโอว)
อยู่ ๆ เสียงที่ว่ากลับดังขึ้นอีกครั้งทั้งยังดังกว่าเดิม มาบัดนี้ไม่มีใครคิดว่าตนหูแว่ว เหล่าพระประยูรญาติที่ก่อนนี้ยังสรวลเสเฮฮา พากันนั่งนิ่งเหมือนถูกสะกด ไม่กล้าพูด ไม่กล้าส่งเสียง ไม่กล้าหัวเราะ
เสียงที่เคยดังอยู่ด้านนอกตำหนัก พลันดังขึ้นจากในตำหนัก
เสียงกรีดร้อง
เสียงร้องไห้คร่ำครวญ
เสียงะโขอให้ช่วย
เสียงร้องด้วยความคับแค้น
*โคโกว ตำแหน่งต่อท้ายของสมเด็จพระจักรพรรดินี สมัยเฮอันตอนต้นพระจักรพรรดิสามารถมีพระชายาได้เพียงพระองค์เดียว ต่อมาสมัยเฮอันตอนกลาง หากจักรพรรดิพระองค์ใดประสงค์แต่งตั้งจักรพรรดินีพร้อมกันสองพระองค์ องค์ที่ได้รับการแต่งตั้งก่อนจะมีคำว่า “โคโกวต่อท้ายพระนาม” สำหรับองค์ที่แต่งตั้งทีหลังจะมีคำ “จูโกวต่อท้ายพระนาม”
**ชินโน ตำแหน่งองค์ชาย ส่วนมากพระโอรส (บุตรชาย) พระเชษฐา (พี่ชาย) พระอนุชา (น้องชาย) จะได้รับตำแหน่งนี้
***เทศกาลทันโกะ (端午の節句) เริ่มจัดงานตอนเที่ยงวัน ของวันที่ห้าเดือนห้า เนื่องจากเป็่เริ่มฤดูกาลเพาะปลูก เรียกว่า เทศกาลแห่งการเริ่มต้น