ในเมืองหลวงตอนนี้ แทบทุกคนต่างรู้ว่าเซียวจิ่วเอ๋อร์พักอยู่ที่โรงเตี๊ยมิไหล และข้างกายนางก็มีเด็กคนหนึ่งอยู่ด้วย
เื่ดีไม่เคยเล่าลือ แต่ข่าวลือเสียหายกลับแพร่กระจายไปไกล ตอนนี้ผู้คนต่างก็เดากันไปว่าเด็กคนนั้นเป็ลูกของเซียวจิ่วเอ๋อร์กับผู้ใด
เซียวจื้อหยวนที่ต้องเข้าร่วมประชุมราชการทุกวัน ถูกผู้คนลอบนินทาลับหลัง อดกลั้นมาหลายวันก็ไม่อาจยอมรับได้อีก จึงตัดสินใจเรียกตัวบุตรสาวผู้นอกคอกกลับมาเพื่อจะสั่งสอนให้หลาบจำ!
“เมื่อวานลูกไปที่โรงเตี๊ยมมาแล้ว แต่กลับถูกนางพูดจาไม่ดีและไล่กลับมา...ท่านพ่อ มีเื่หนึ่ง...ลูกไม่แน่ใจว่าควรพูดหรือไม่”
เซียวหรันกล่าวด้วยเสียงสะอื้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความลังเล
“เ้ากับพ่อเป็พ่อลูกกัน จะมีเื่ใดที่ไม่ควรพูดอีก มีอะไรก็พูดมาเถิด!”
“เมื่อวานตอนที่ลูกไปหาเซียวจิ่วเอ๋อร์ ลูกเห็น...มีบุรุษอยู่ในห้องของนางด้วย”
“บุรุษอย่างนั้นหรือ” เซียวจื้อหยวนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ความคิดยังไม่ทันประติดประต่อ “ผู้ใดกัน”
“ลูกไม่รู้จักเ้าค่ะ ไม่เคยเห็นมาก่อน เพียงแต่ว่า...ชายผู้นั้น...”
เซียวหรันหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อ
“ชายคนนั้นมีหน้าตาอัปลักษณ์ยิ่งนัก ท่าทางหยาบคายต่ำช้า ข้าสงสัยว่าเซียวจิ่วเอ๋อร์ที่พักอยู่ในโรงเตี๊ยมคงทำงานที่ไม่ใสสะอาด นางจากบ้านไปตัวเปล่า ไม่มีทรัพย์สินติดตัว อยู่ข้างนอกมาหลายวัน แถมยังต้องเลี้ยงเด็ก เงินทองที่ใช้จ่ายมาจากที่ใดกัน”
เมื่อได้ยินดังนั้น เซียวจื้อหยวนพลันลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจัด ใบหน้าเต็มไปด้วยความเดือดดาล
“เ้าพูดจริงหรือ?!”
“เื่ใหญ่เช่นนี้ ลูกไม่กล้าโกหกให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของเซียวจิ่วเอ๋อร์หรอกเ้าค่ะ แม้ข้าจะไม่ชอบนาง แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็น้องสาวของข้า เป็คนของตระกูลเซียว ข้าเองก็ไม่อาจทนเห็นนางตกต่ำไปมากกว่านี้”
“นังสารเลว! ถ้ารู้อย่างนี้ วันนั้นข้าควรบีบคอนางให้ตายเสียั้แ่แรก ยังดีกว่าปล่อยให้นางออกไปทำตัวไร้ยางอายนอกบ้านเช่นนี้!”
เซียวจื้อหยวนโกรธจนหายใจหอบถี่ เซียวหรันเห็นดังนั้นก็เผยรอยยิ้มเย้ยหยันเพียงชั่วขณะ ก่อนจะรีบเก็บสีหน้า
“ท่านพ่อ เซียวจิ่วเอ๋อร์ยังไม่ได้ออกเรือน แต่กลับไปมีลูกกับใครเข้าเสียแล้ว ในเมืองหลวงคงไม่มีใครกล้ารับนางเข้าบ้านเป็สะใภ้ ตอนนี้นางก็ถึงวัยที่ต้องหมั้นหมายแล้ว ท่านพ่อเคยคิดบ้างหรือยังว่าจะจัดการเื่นี้อย่างไร”
“จัดการ? นางเสียชื่อเสียงจนป่นปี้ไปแล้ว ข้าจะจัดการอย่างไรได้อีก!”
“ถ้าเช่นนั้น...”
เซียวหรันเหลือบตามองไปมา เตรียมจะแนะนำให้เซียวจื้อหยวนจับเซียวจิ่วเอ๋อร์แต่งงานกับเจี่ยเจิ้งชูคนโง่คนนั้น แต่ยังไม่ทันได้พูดจนจบ ก็มีเสียงคนรับใช้เรียกจากนอกห้องขัดจังหวะ
“ท่านแม่ทัพ! ท่านเจี่ยขอเข้าพบขอรับ!”
เซียวหรันกับเซียวจื้อหยวนต่างชะงักไปพร้อมกัน ไม่คาดคิดว่าเจี่ยจวงจะมาหาถึงที่ในเวลาเช่นนี้
เซียวจื้อหยวนหรี่ตาเล็กน้อยด้วยความสงสัย พยายามคาดเดาจุดประสงค์ของการมาครั้งนี้
“ท่านพ่อ เขาจะมาหาเื่เราอีกหรือเปล่า?” เซียวหรันถามด้วยความวิตกกังวล ใจไม่สบายเกรงว่าเ้าแก่บ้านั่นจะมาบังคับเื่การแต่งงานอีกครั้ง
ครั้งก่อนก็เพราะเจี่ยจวงพูดจาหยาบคาย บังคับให้นางแต่งงานกับเจี่ยเจิ้งชู นางถึงได้โกรธจัดจนลงไม้ลงมือทำร้ายเขา
“ข้าจะไปดูเอง”
เซียวจื้อหยวนเองก็วิตกกับเื่นี้อยู่เหมือนกัน ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่มีวันยอมให้ลูกสาวของตัวเองแต่งงานกับคนปัญญาอ่อนแบบนั้นเด็ดขาด
เขาเดินออกจากห้องไปยังลานหน้าบ้านและพบกับเจี่ยจวงที่ยืนอยู่ด้วยสีหน้ากังวลเคร่งเครียด
เจี่ยจวงนั่งอยู่บนเก้าอี้ เมื่อเห็นเซียวจื้อหยวนเดินเข้ามา สีหน้าก็ไม่ค่อยดีนัก อันที่จริงทั้งสองตระกูลมีปัญหากันมาหลายเื่ใน่นี้ หากไม่ใช่เพราะคำสั่งของท่านจิ่ว เขาคงไม่ยอมก้าวเท้าเข้ามาในจวนสกุลเซียวอีกแม้แต่ก้าวเดียว!
“ท่านแม่ทัพเซียว” เจี่ยจวงลุกขึ้นทักทายอย่างเสียไม่ได้ “ข้าเห็นว่าจวนท่านวันนี้ดูเคร่งครัดเป็พิเศษ เกิดเื่อะไรขึ้นหรือ”
“ไม่มีอะไร แค่ข้าเห็นว่าจวนแม่ทัพของข้ากลายเป็ที่ที่ใครๆ ก็สามารถลอบเข้ามาได้ง่ายดายเกินไป จึงเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยเท่านั้นเอง”
คำพูดนี้ของเซียวจื้อหยวนทำให้สีหน้าของเจี่ยจวงแข็งทื่อทันที
นี่เขาจงใจพูดเสียดสีเื่ที่ลูกชายของเขาแอบเข้าไปในห้องของเซียวหรันเมื่อวันก่อนใช่หรือไม่
เซียวจื้อหยวนมองสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเจี่ยจวงก็พอจะเดาออกว่าที่ตนพูดเช่นนั้นอาจกระทบความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูลได้ จึงรีบเปลี่ยนเื่สนทนาเพื่อเลี่ยงความขัดแย้งที่นับวันยิ่งมีมากขึ้น
“ท่านเจี่ยมาเยี่ยมถึงที่ในวันนี้ ไม่ทราบว่ามีธุระอันใดหรือ”
“อันที่จริงก็ไม่มีธุระสำคัญอะไรนัก เพียงแต่...”
เจี่ยจวงพูดด้วยท่าทีลังเล อันที่จริงเขามาเพื่อตามหาเซียวจิ่วเอ๋อร์ แต่หากเอ่ยเื่นี้ออกมา เกรงว่าเซียวจื้อหยวนจะฉวยโอกาสสร้างเื่ยุ่งยากขึ้นมาอีก เขาหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนที่จะนึกออกแล้วกล่าวว่า
“เพียงแต่มีเพื่อนข้าคนหนึ่ง เขามีหลานชายซึ่งตอนนี้อยู่ในวัยที่ควรจะสร้างครอบครัว เมื่อวานบิดาของเขาส่งคนมาหาข้าถึงจวน ขอให้ข้าช่วยมองหาหญิงสาวที่เหมาะสมและอายุใกล้เคียงกัน ข้าคิดไปคิดมา ในเมืองหลวงที่กว้างใหญ่เช่นนี้ หากจะพูดถึงหญิงสาวที่ยังไม่ได้ออกเรือน แน่นอนว่ามีมากมาย แต่หากจะพูดถึงผู้ที่โดดเด่นจริงๆ คงต้องยกให้บรรดาคุณหนูสกุลเซียว”
เจี่ยจวงเอ่ยคำพูดอย่างระมัดระวังและดูนุ่มนวล ทำให้ร่างกายที่ตึงเครียดของเซียวจื้อหยวนคลายลงบ้าง สีหน้าที่ดูเคร่งขรึมก็ดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย
เซียวจื้อหยวนยิ้มพลางพยักหน้า “อย่าหาว่าข้าอวดบุตรีเลย เพราะว่าบุตรีสองคนของข้านั้นถือว่าเหนือกว่าบุตรีของสกุลอื่นอยู่มาก!”
“สองคน?” เจี่ยจวงได้ยินดังนั้นก็อึ้งไปเล็กน้อย สองคน? เขามีบุตรีเพียงสองคนเท่านั้นหรือ
เซียวเฟิ่งเอ๋อร์และเซียวหรัน? แล้วเซียวจิ่วเอ๋อร์เล่า นางจัดว่าเป็อะไรกัน
หลังจากเซียวจื้อหยวนพูดจบก็รู้สึกผิดเล็กน้อย เขายิ้มแหยอย่างประหม่าและพยายามอธิบายเหตุผลของตนเอง
“ยังมีบุตรีอีกคนที่ห่างไกลกับคำว่ายอดเยี่ยม ข้าคงทำให้ท่านเจี่ยต้องขบขันเสียแล้ว”
เจี่ยจวงหัวเราะแห้งๆ พร้อมพูดถ้อยคำประจบประแจงต่อ “ท่านแม่ทัพเซียวถ่อมตัวกันเกินไป ใครบ้างเล่าที่ไม่รู้ว่าบุตรีคนที่สี่ของตระกูลเซียวรูปโฉมงดงามปานล่มเมือง ไม่รู้เลยว่าสุดท้ายแล้วสตรีที่งามถึงเพียงนี้ จะแต่งเข้าสกุลใด”
“โอ้? หากท่านเจี่ยสนใจ เช่นนั้นข้าก็จะจัดการเป็ธุระให้เองในวันนี้ ข้าจะยกจิ่วเอ๋อร์ให้เป็คู่หมายของหลานชายท่าน จะดีหรือไม่”
เจี่ยจวงไม่คาดคิดว่าเซียวจื้อหยวนจะไม่รู้จักละอายถึงเพียงนี้ ลูกสาวที่ตัวเองยังดูิ่และรังเกียจแทบตาย กลับกล้าคิดส่งตัวไปแต่งกับคนในตระกูลอื่นเพื่อหาประโยชน์!
เจี่ยจวงมองท่าทีร้อนรนของเซียวจื้อหยวนที่้าหาคู่ครองให้บุตรสาวอย่างรวดเร็ว พลันนึกถึงข่าวลือที่ได้ยินมา
ว่ากันว่าเมื่อหลายวันก่อนเซียวจื้อหยวนไล่เซียวจิ่วเอ๋อร์ออกจากบ้านด้วยตนเอง เหตุเพราะนางไร้ยางอาย คลอดลูกชายทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงานและไม่มีใครรู้ว่าบิดาของเด็กเป็ใคร
หญิงสาวที่เสียศักดิ์ศรีถึงเพียงนี้ ต่อให้ไม่ได้แต่งเข้าสกุลเจี่ย แม้แต่ส่งไปเป็สาวใช้ในบ้าน เจี่ยจวงก็ยังรู้สึกว่านางหยาบช้าเกินจะยอมรับได้!
ไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดท่านจิ่วถึงสั่งให้ตนมาตามหาสตรีเช่นนี้ หากเื่นี้แพร่ออกไปเขาจะถูกคนนอกหัวเราะเยาะเพียงใด
เจี่ยจวงเก็บความขุ่นเคืองในใจไว้ แสร้งยิ้มขณะเจรจากับเซียวจื้อหยวน
“เื่การแต่งงานนั้นไม่ใช่เื่ล้อเล่น หากจะให้ดี เชิญคุณหนูสี่ออกมาพูดคุยและถามความเห็นของนางก่อนจะเป็อย่างไร”
“ไม่จำเป็หรอก เด็กคนหนึ่งจะเข้าใจอะไร สุดท้ายก็ต้องฟังคำพ่อแม่อยู่ดี! แม่นางตายไปแล้ว ตอนนี้เื่แต่งงานก็มีเพียงข้าที่จัดการแทนได้”
ฉงซวงตายแล้ว?
เจี่ยจวงรู้สึกใ ในใจครุ่นคิดว่าเหตุใดตนไม่เคยได้ยินข่าวการจัดงานศพจากตระกูลเซียวเลย สตรีผู้เกรี้ยวกราดคนนั้นเสียชีวิตไปั้แ่เมื่อไรกัน
เซียวจื้อหยวนไม่ได้มีเจตนาให้เจี่ยจวงพบเจอเซียวจิ่วเอ๋อร์ แต่กลับดูร้อนรนอย่างเห็นได้ชัดที่จะพูดคุยเื่การแต่งงาน ทำให้เจี่ยจวงรู้สึกตลกในใจ
เขาอดทนพูดคุยกับเซียวจื้อหยวนเพื่อถ่วงเวลา พร้อมคิดหาทางที่จะพบเซียวจิ่วเอ๋อร์ด้วยตัวเอง ระหว่างที่ทั้งสองสนทนากัน ทันใดนั้นก็มีเสียงสาวใช้จากหน้าประตูร้องะโด้วยความตื่นตระหนก
บ่าวรับใช้วิ่งพรวดเข้ามารายงานสถานการณ์หน้าตาตื่น โดยไม่ทันสังเกตว่ามีผู้อื่นนั่งสนทนากับเซียวจื้อหยวนอยู่ในห้องด้วย
“แย่แล้วท่านแม่ทัพ! คุณหนูใหญ่กับเซียวจิ่วเอ๋อร์คนไร้ค่ากำลังต่อสู้กันอยู่ที่หน้าจวน!”
ภายในห้องเงียบกริบราวกับความตายมาเยือนในชั่วพริบตา