ตอนที่ 8 นายน้อยตระกูลเจียง
หานซีหนิงยังถูกหิ้วคอเสื้อด้วยคนแปลกหน้า
เธอหวาดกลัวจนลืมส่งเสียงทำตัวลีบเล็กปล่อยให้คนผู้นั้นหิ้วตัวออกจากประตูกำแพง
หูได้ยินเสียงทหารเฝ้ายามด้านนอกเอ่ยน้ำเสียงดุดัน "พ่อบ้านเจียง พวกข้าเองที่สะเพร่า ฮึ! เ้าหนูน้อยเ้าแอบเข้าไปได้อย่างไร!"
ทหารอีกคนก็พูดว่า "พ่อบ้านส่งเขาให้ข้าเถอะ อสูรสีเงินตัวหนึ่งกำลังป่วย มัน้าอาหารบำรุงอยู่พอดีข้าจะโยนเด็กน้อยเป็อาหารให้มัน!"
วาจาช่างน่ากลัวนัก หานซีหนิงหดคอ
ชายที่ถูกเรียกว่าพ่อบ้านเจียงหลุบตาคมกริบมองหานซีหนิงเขายิ้มมุมปาก หานซีหนิงยิ่งขนลุก ส่ายหน้าไปมาเป็เชิงบอกว่า...ไม่นะท่านลุงเจียงอย่าส่งข้าให้พวกเขา
จู่ๆ ชายผู้นั้นก็หัวเราะ"แม่หนูน้อยซีหนิง ทีแบบนี้แล้ว เ้าถึงนึกกลัวขึ้นมาหรือ"
ที่แท้ชายที่ถูกเรียกว่าพ่อบ้านเจียงก็คือหัวหน้าหมู่บ้านเชียงหยุน นามของเขาคือ เจียงปิงฮั้ว
"ทะ...ท่านรู้จักข้าหรือ"หานซีหนิงเอ่ยเสียงสั่น ดวงตากลมโตฉายประกายหวาดกลัว
เจียงปิงฮั้วรู้สึกปวดใจนางกลัวจนลืมหน้าของเขาเชียวหรือ หันไปพูดกับทหารเฝ้าประตูว่า"หลานสาวข้าเอง"
นายทหารได้ยินดังนั้นก็อมยิ้มชี้นิ้ว "เด็กน้อย ซนได้แต่อย่าวิ่งมาเล่นในป่าอสูรสุ่มสี่สุ่มห้าเล่า"
หานซีหนิงหดคอหวาดกลัวนายทหารทั้งสองหัวเราะ
หลังจากนั้นหัวหน้าหมู่บ้านก็หิ้วหานซีหนิงกลับเรือนของตนปากก็เอ่ยสั่งสอนไปด้วย "เ้าเด็กซน ั้แ่เล็กจนอายุเท่านี้เป็ข้าที่เลี้ยงดูเ้าเหมือนลูกในไส้ ตอนนี้กลับลืมบุญคุณกันแล้วรึถามมาได้ว่าข้ารู้จักหรือไม่ ตัวเล็กๆ แค่นี้ใครสั่งใครสอนให้เ้าอกตัญญูบิดามารดา"
หานซีหนิงก้มหน้าคอตก…ข้าผิดอะไรข้ารู้จักท่านรึ? เหอะๆ มั่วแล้ว
ทว่าที่จริงแล้วเธอแอบรู้สึกโล่งใจปล่อยให้เจียงปิงฮั้วพาตนกลับหมู่บ้าน
ทางด้านหานเซ่ออี้
เหตุการณ์หลังจากที่เจียงปิงฮั้วพาหานซีหนิงออกไปแล้วข้างในกำแพงก็เหมือนจะยิ่งเลวร้าย ทหารยามเริ่มเข้ามาควบคุมเมื่อเ้าสัตว์อสูรสามตาซาลาแมนเดอร์ั์ฟาดหางสะบัดลิ้นพังกรงอสูรตัวอื่นระเนระนาดบริเวณนั้นจึงเต็มไปด้วยสัตว์อสูรหิวโหย
ชาวบ้านใช้แรงงานทั้งหลายที่พลังยุทธ์ส่วนใหญ่ก็แค่ระดับกายหยาบขั้นหนึ่งหรือสองอย่างมากก็ช่วยได้แค่ออกแรงทำงานหนักได้มากกว่าคนปกติเท่านั้นจะให้สู้กับสัตว์อสูรสามตาดุร้ายที่ระดับเกินขั้นจิติญญาขึ้นไป ยิ่งเป็ไปไม่ได้
สำหรับหานเซ่ออี้เด็กหนุ่มยิ่งไม่อาจเปิดเผยพลังยุทธ์แม้ระดับพลังยุทธ์่นี้ของเขาจะเลื่อนขั้นเร็วมาก จนแตะระดับกายหยาบขั้นเก้าเข้าไปแล้ว...ยังสงสัยอยู่เลยว่าหานซีหนิงเอาอะไรให้เขากินทว่าด้วยระดับพลังของเขาตอนนี้ คิดจะสู้กับอสูรระดับจิติญญาดูจะเป็เื่ที่ไม่ค่อยฉลาดนัก
เสียงแรงงานคนอื่นๆ ร้องโอดโอยเมื่อถูกลิ้นยาวๆ ของอสูรสามตาฟาดจนแขนขาขาด
ในเวลานั้นหานเซ่ออี้คอยหลบไม่ให้สัตว์อสูรตัวอื่นโจมตีตนพลันได้ยินเด็กในหมู่บ้านเชียงหยุนเรียกชื่อเขา "เซ่ออี้!เพื่อครู่ข้าเห็นเด็กผมสั้นคนหนึ่ง ไม่รู้ใช่ซีหนิงหรือไม่ตอนนั้นข้าเห็นนางหลบอยู่หลังโขดหิน"
เด็กหนุ่มหันขวับไปทางโขดหินพบสัตว์อสูรระดับต่ำสามตัวกำลังรุมทึ้งร่างบางอย่าง หัวใจหานเซ่ออี้เต้นแรงเขาวิ่งด้วยความเร็วของกายหยาบขั้นเก้า แม้แต่เด็กที่ร้องเตือนเขายังมองไม่ทันทว่ายังช้าไป
เมื่อความรู้สึกหวาดกลัวและห่วงกังวลแล่นขึ้นสมองความเร็วเท่านี้เขายังรู้สึกว่าน้อยจนน่าชิงชัง
ครั้นมาถึงก็พบเพียงซากแขนขาที่ถูกฉีกขาดกับรอยเืที่ลากเป็ทางเข้าไปในป่าลึก ตอนแรกหานเซ่ออี้ไม่ปักใจเชื่อแต่เมื่อเห็นรองเท้าของน้องสาวก็รู้สึกผวาในใจ
นางเข้ามาในนี้จริงๆ
เด็กหนุ่มกำหมัดแน่นวิ่งตามรอยเืที่คิดว่าสัตว์อสูรลากน้องสาวของเขาเข้าไปสำหรับหานซีหนิงแล้วความตายอาจไม่น่ากลัว แต่เขาหวาดกลัวว่าถ้านางไม่ตายแล้วจะทรมานหากตกอยู่ในดงอสูร สิ่งที่นางต้องพบคือวัฏจักรของการตายแล้วฟื้น ทรมานไม่จบไม่สิ้น
เขาต้องรีบหาร่างของน้องสาวให้พบ
หานเซ่ออี้วิ่งเข้ามาลึกมาก
หลังจากนั้นเขาก็พบกับสัตว์อสูรน้อยใหญ่โจมตีไม่หมดไม่สิ้นทิ้งผลึกอสูรสีอ่อนไว้เกลื่อนกลาด
ทว่าเด็กหนุ่มที่เคยอ่านตำราฝึกยุทธ์ของตระกูลหานมาก่อนภายในนั้นรวมทักษะยุทธ์ระดับพสุธาขั้นห้าขึ้นไปกว่าสิบทักษะกอปรกับตอนนี้พลังยุทธ์ของเขาอยู่ในระดับกายหยาบขั้นเก้าอีกก้าวเดียวก็จะทะลุถึงระดับก่อกำเนิดปราณยุทธ์ เวลานี้จึงล้มสัตว์อสูรระดับต่ำได้ไม่ยาก
เมื่อพบอสูรตัวที่ลากน้องสาวของเขาเข้ามาแล้วหานเซ่ออี้ก็เริ่มอาละวาดด้วยความเดือดดาล น้องสาวเขา เขาฆ่านางได้ผู้เดียว
ครั้นรู้ตัวอีกทีก็ทิ้งซากสัตว์อสูรไว้มากมายร่างกายของเขาหมดเรี่ยวแรงลงด้วยเช่นกัน
ในเวลานั้นเขาไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่ามีคนผู้หนึ่งกำลังยืนบนกิ่งไม้สูงมองการต่อสู้ของเขาที่ด้านล่างอยู่ตลอด
จังหวะนั้นหานเซ่ออี้ได้ยินเสียงกิ่งไม้ขยับพร้อมกับร่างหนึ่งที่ะโลงมา
เขาเงยหน้ามองภาพที่เห็นคือเด็กหนุ่มอายุราวสิบสองสิบสามปี สวมอาภรณ์เนื้อดี ตัวยาวสีฟ้าน้ำทะเลใบหน้าอีกฝ่ายงดงามหล่อเหลา ผิวพรรณขาวสะอาดหมดจด ในมือถือกระบี่นิลโลหิตในตำนานอาวุธจิติญญาระดับนิลขั้นเก้า นับเป็อาวุธที่หายากและล้ำค่ามาก
ลักษณะเช่นนี้คงไม่พ้นเป็นายน้อยจากตระกูลใดสักตระกูล
หานเซ่ออี้จ้องอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง
แววตาเด็กหนุ่มผู้นั้นเย้ยหยิ่งจองหองยกยิ้มมุมปากอย่างดูแคลน เอ่ยวาจาร้ายกาจกับหานเซ่ออี้ว่า"เป็แค่ชนชั้นแรงงาน แต่กลับกล้าฝึกพลังยุทธ์ถึงระดับกายหยาบขั้นเก้า เฮอะ!เ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว?"
เพียงชั่วพริบตาปลายฝักกระบี่นิลโลหิตก็เคลื่อนมาจ่อที่ลำคอของหานเซ่ออี้ฝ่ายนั้นเผยยิ้มหยิ่งผยอง
แววตาหานเซ่ออี้คมกริบยิ่งกว่าเดิม
หานเซ่ออี้ไม่ได้เกรงกลัวยิ้มเย็นเหยียดหยาม "อยากฆ่าก็ฆ่าคนชั้นสูงเช่นพวกเ้าไม่เคยเห็นชีวิตคนสำคัญอยู่แล้วถึงอย่างไรพวกเ้ามันก็น่ารังเกียจ!"
เ้าของกระบี่นิลโลหิตย่อมไม่พอใจฝักกระบี่กดลงบนไหล่ของหานเซ่ออี้ด้วยแรงที่กดลงมาทำให้หานเซ่ออี้คุกเข่าลงข้างหนึ่งเพราะทนรับแรงกดนั้นไม่ไหว
แม้จะรู้สึกสนใจทักษะยุทธ์ที่แรงงานเด็กผู้นี้ใช้แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่สามารถทนอยู่กับคำยั่วยุโดยไม่โต้ตอบได้ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าท้าทายเขา เขาก็พร้อมจะตัดศีรษะเ้าแรงงานชั้นต่ำผู้นี้เสีย
ทว่าทันใดนั้นเอง จู่ๆเ้าสัตว์อสูรั์สามตาที่อาละวาดอยู่ที่ป่าด้านหน้ากำแพงก็วิ่งมาทางพวกเขาด้วยอาการคลุ้มคลั่งลากโซ่เหล็กเส้นใหญ่ดึงต้นไม้โค่นเป็แถบ
มันคงถูกผู้คุมระดับจิติญญาขั้นห้านับสิบคนโจมตีเมื่อรู้ว่าสู้ผู้ฝึกยุทธ์เ่าั้ไม่ได้จึงหนีเข้ามาในป่าลึก
อสูรสามตาหางยาวประหนึ่งกิ้งก่าั์มันกำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง พบเห็นคนก็พุ่งเข้าโจมตีทันทีหานเซ่ออี้อาศัย่ที่เด็กหนุ่มคนนั้นหันไปให้ความสนใจสัตว์อสูรสะบัดทรายกำหนึ่งใส่หน้าเขา แล้วทิ้งให้อีกฝ่ายรับมือกับอสูรที่กำลังคลั่ง
แม้ฝ่ายนั้นจะมีม่านอาคมป้องกันรอบกายทรายกำนั้นจึงไม่อาจทำอะไรได้แต่ก็มากพอให้หานเซ่ออี้หลบมายืนมองอยู่ด้านข้างต้นไม้ใหญ่ริมฝีปากยิ้มเยาะอย่างเย้ยหยัน เขาก็อยากรู้ว่าพวกคนชั้นสูงพูดดีแต่ปากหรือไม่
แม้ว่าระดับพลังยุทธ์ส่วนหนึ่งต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการฝึกแต่หากปลุกพลังสายเืไม่ได้ หรือความเข้มข้นสายเืต่ำหรือไม่ก็ปลุกสายเืไร้ประโยชน์ขึ้นมา ต่อให้ร่ำรวยแค่ไหนอย่างเก่งก็หลายสิบปีกว่าจะเลื่อนขั้นได้หนึ่งขั้น
ภายในใจหานเซ่ออี้คิดวางแผนไว้ล่วงหน้าหากเด็กหนุ่มผู้นี้ถูกอสูรเขมือบตายเขาจะเอากระบี่นิลโลหิตในมืออีกฝ่ายมาเสีย
ทว่า...
เหลือเชื่อไปแล้วกระมัง!การต่อสู้เช่นนี้?
หานเซ่ออี้มองตาค้างสักพักก็ได้ยินคนกลุ่มหนึ่งวิ่งมาทางพวกเขา หานเซ่ออี้ะโหลบหลังต้นไม้คนกลุ่มนั้นมีอยู่ห้าหกคนดูจากอาภรณ์ที่สวมเหมือนจะเป็ผู้ติดตามและข้ารับใช้ของเด็กหนุ่มที่กำลังสู้อยู่กับสัตว์อสูรสามตานี้
พวกเขาะโเรียก 'นายน้อย' อย่างตระหนกผลักคนนั้นคนนี้ทีให้เข้าไปช่วยเ้านายของตน แต่ไม่มีใครกล้า
หนึ่งคนในนั้นะโอย่างกังวล "นายน้อยเจียง!ท่านระวังด้วยขอรับ บ่าวจะไปตามผู้คุมป่ามาช่วย!"
เจียงเส้าเสียง? นายน้อยตระกูลเจียงทายาทผู้สืบทอดตระกูลมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งในแคว้นเทียน
หานเซ่ออี้ยิ่งจ้องมองนายน้อยผู้นั้นตาไม่กะพริบเคยได้ยินหัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยถึงนายน้อยตระกูลเจียงอยู่บ้าง ทั้งผู้คนยังเล่าว่าเขาเป็อัจฉริยะด้านการฝึกยุทธ์มาั้แ่เกิดทว่ารายละเอียดกลับไม่มีใครรู้ดูจากเวลานี้ที่ขยับเพียงไม่กี่กระบวนท่าก็ล้มอสูรสามตาที่บ้าคลั่งนั้นได้แล้วทั้งที่ยังไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝักแม้แต่น้อย
ระดับพลังยุทธ์อีกฝ่ายไม่น่าจะต่ำกว่าระดับจิติญญาขั้นเจ็ดและคนที่จะสามารถทะลุมาถึงขั้นรวมจิติญญาได้คือต้องปลุกพลังสายเืขึ้นมาแล้วเท่านั้น
หานเซ่ออี้ขมวดคิ้วพลังสายเืไม่ใช่ว่าจะปลุกกันได้ง่าย ในแคว้นเทียนเด็กหนุ่มอายุน้อยสุดที่เคยมีบันทึกในทะเบียนหอกำเนิดยุทธ์คืออายุสิบเก้า
เห็นทีตระกูลเจียงคงคิดจะซ่อนพยัคฆ์ไม่ให้ผู้ใดรู้
หานเซ่ออี้เผลอขยับเท้าจนเกิดเสียงกิ่งไม้หักทำให้คนทั้งหมดที่เขาแอบดูหันมามองยังจุดที่เขาซ่อน
"นั่นผู้ใด!"
หานเซ่ออี้ไม่ได้รีบร้อนจากไปครั้นมั่นใจแล้วว่าร่างที่สัตว์อสูรลากมาไม่ใช่น้องสาวของเขาหานเซ่ออี้จึงถอยจากไปอย่างเงียบเชียบ
"นายน้อย..."ผู้ติดตามคนหนึ่งกำลังจะพุ่งเข้าไปตรวจสอบด้านหลังต้นไม้แต่เจียงเส้าเสียงยกมือห้ามไว้ก่อน
"ก็แค่มดปลวก เ้าไปแจ้งผู้คุมให้ตรวจสอบพลังยุทธ์ของทาสแรงงานชั้นต่ำทั้งหมดให้ละเอียดไม่เช่นนั้นแล้วทาสหน้าไหนก็อย่าได้หวังออกจากป่าอสูรไปได้"
"ขอรับนายน้อย"บ่าวผู้ซื่อสัตย์รับคำแล้วจากไป ก่อนที่เจียงเส้าเสียงจะเริ่มรู้สึกหงุดหงิด
เขามองเือสูรที่เลอะบนตัวก็พานให้รู้สึกไม่สบอารมณ์สะบัดเท้าเตะขาบ่าวรับใช้สองสามคนที่ยังไม่รีบเปลี่ยนอาภรณ์ตัวใหม่ให้เขาหวังจะระบายโทสะทั้งหมดลงที่บ่าวรับใช้
อารมณ์ดุร้ายเอาแต่ใจของผู้เป็นายน้อยพวกเขาล้วนหวาดกลัว และยิ่งเกรงกลัวกว่าเป็ไหนๆหากพวกเขาดูแลหลานชายคนเดียวของนายท่านตระกูลเจียงไม่ได้
"นะ...นายน้อยเปลี่ยนอาภรณ์ขอรับ"
เจียงเส้าเสียงรับเสื้อคลุมมาอย่างหงุดหงิดภายในใจยังรู้สึกเคืองแค้นไม่หาย เขาไม่มีทางปล่อยทาสชั้นต่ำผู้นั้นไปแน่กล้าดีอย่างไรผลักเขาให้สัตว์อสูรเขมือบ เจอคราวหน้าเขาจะทำให้มันได้ลิ้มรสความอัปยศ!