พลิกชะตามาเป็นสาวงาม

    ตอนที่ 35 ของสะสม

    ฉู่หลินและต้าหยวนเดินทางมาถึงหมู่บ้านลู่ผิงทั้งสองลงจากรถม้าจากนั้นฉู่หลินก็นำทางไปที่บ้านของเหวยเซียงโดยที่นางไม่ได้สอบถามเส้นทางกับผู้ใดเลยราวกับว่าฉู่หลินเป็นคนที่นี่อยู่แล้ว

              เหวยเซียงในร่างของฉู่หลินเดินเข้าไปในบ้านของเหวยเซียงด้วยความลืมตัวนางพยายามเดินเข้าไปค้นหาตำราแพทย์ของท่านพ่อ โดยมีต้าหยวนคอยดูต้นทางให้อยู่นอกบ้าน

              สักพักฉู่หลินก็เดินออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

              “เป็นอย่างไรบ้างเจอตำราแพทย์หรือไม่”ต้าหยวนถามโดยที่ยังไม่ทักเรื่องที่นางทำตัวเหมือนเจ้าของบ้าน

              ฉู่หลินส่ายหน้า “ไม่มีเลย มันหายไปได้ยังไง ข้าจำได้ว่ามันเก็บไว้ในห้องตำรานี่”

              “เจ้ารู้ได้ยังไง”ต้าหยวนสงสัย

              แต่ฉู่หลินไม่ทันได้ตอบเพราะมีคนมาขัดจังหวะ

              “พวกเจ้าเป็นใครกันเหตุใดถึงเข้าไปในบ้านคนอื่นแบบนี้” ฮั่นเชียงหรือชายที่เหวยเซียงเคยแอบหลงรักเดินเข้ามาทักคนแปลกหน้า

              “ก็ข้าเป็น…..” ฉู่หลินเริ่มฉุกคิดได้ นางคิดในใจว่า “ใช่จริงด้วย! ร่างข้าในตอนนี้ไม่ใช่เหวยเซียงอีกแล้ว”ฉู่หลินจึงเรียบเรียงคำพูดเสียใหม่ “ข้าชื่อฉู่หลินข้าถือว่าเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของท่านหมอเหวยซู ข้ากะว่าจะมาขอยืมตำราแพทย์ของท่านอาจารย์เท่านั้น”

              “อย่างนี้นี่เองแต่คงสายเกินไปแล้วล่ะ” ฮั่นเชียงกล่าว

              “ทำไมล่ะ” ฉู่หลินสงสัย

              “มีข่าวว่าเหวยเซียงได้ตายไปแล้วดังนั้นญาติของเหวยเซียงจึงพากันแบ่งสมบัติข้าวของที่อยู่ในบ้านหลังนี้ได้ถูกขายไปบ้างแล้วรวมถึงตำราเหล่านั้นด้วย” ฮั่นเชียงเล่า

              “อะไรนะพวกเขามีสิทธิ์อะไร” ฉู่หลินแสดงสีหน้าไม่พอใจ

              “ยังไงพวกเขาก็เป็นญาติกันในเมื่อเหวยเซียงไม่มีผู้สืบทอดก็เป็นธรรมดาที่ทรัพย์สมบัติต้องตกเป็นของญาติของนางอยู่แล้ว” ฮั่นเชียงกล่าว

              “แล้วตำราแพทย์ล่ะ”ฉู่หลินอยากรู้

              “ข้าได้ยินมาว่าท่านป้าของเหวยเซียงได้ขายตำราแพทย์ทั้งหมดให้กับพ่อค้าเหลียง” ฮั่นเชียงเล่า

              “แล้วพ่อค้าเหลียงเอาตำราเหล่านั้นไปทำอะไรงั้นหรือหรือว่านำไปขายต่อ” ฉู่หลินสงสัยเพราะพ่อค้าไม่ได้มีความรู้ทางการแพทย์

              “เห็นว่าตำราถูกเก็บสะสมในห้องตำราของพ่อค้าได้ยินว่าเขาเป็นบัณฑิตมาก่อน พอเขาค้าขายเครื่องประดับจนร่ำรวยก็เริ่มสะสมตำราต่างๆ” ฮั่นเชียงกล่าว

              “มีอะไรกันน่ะ! ฮั่นเชียง ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ข้าเห็นเจ้าคุยกับผู้หญิงคนนี้นานไปแล้วนะ”เสี่ยวเหนียงรู้สึกหึงหวง   

              “นางบอกว่านางเป็นลูกศิษย์ของท่านลุงเห็นว่าจะมายืมตำราแพทย์” ฮั่นเชียงอธิบาย

              “ข้าไม่เชื่อหรอกผู้หญิงสวยๆอย่างเจ้าเนี่ยนะจะเป็นหมอ คงใช้ตำราแพทย์มาเป็นข้ออ้างแย่งสามีชาวบ้านล่ะสิ”เสี่ยวเหนียงระแวง

              “ข้าเปล่านะ” ฉู่หลินกำลังจะอธิบายต่อ แต่โดนพูดแทรก

              “ฉู่หลินไม่ทำเช่นนั้นหรอกแม่นางนางเป็นฮูหยินของข้าเอง” ต้าหยวนกล่าว

              “งั้นก็แล้วไป” เสี่ยวเหนียงรู้สึกโล่งอก

              “ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัว” ถึงฉู่หลินนั้นจะไม่ได้รู้สึกชอบฮั่นเชียงอีกแล้วแต่นางก็ไม่ชอบเห็นเสี่ยวเหนียงแสดงท่าทีหึงหวงเช่นนี้

              “กลับกันเถอะฮั่นเชียงข้าเริ่มรู้สึกคลื่นไส้แล้ว สงสัยอาการแพ้ท้องจะกำเริบ” เสี่ยวเหนียงแสร้งทำตัวเหมือนไม่มีแรง

              “งั้นรีบไปกันเถอะเจ้าควรพักบ้างนะ เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไปจะว่ายังไง” ฮั่นเชียงรีบประคองฮูหยินกลับบ้านหลังที่อยู่ข้างๆ

              เหวยเซียงในร่างฉู่หลินมองตามหลังชายที่ตนเคยหลงรักเดินไปพร้อมกับฮูหยินของเขาซึ่งบัดนี้เขาได้มีทายาทสืบสกุลไปแล้ว พอนางตั้งสติได้ก็เลยว่า “พวกเราไปกันเถอะ”

              “ไปไหนงั้นหรือ” ต้าหยวนสงสัย

              “บ้านพ่อค้าเหลียงอยู่ตรงด้านหน้าหมู่บ้านนี่เอง เดี๋ยวก็ถึงแล้ว” ฉู่หลินกล่าว

              “ทำไมเจ้าถึงรู้จักหมู่บ้านนี้ดีนักล่ะทั้งๆที่เจ้าเป็นชาวแคว้นฝาง” ต้าหยวนสงสัยมาก

              “เอ่อ คือข้าเคยมาพร้อมกับอาจารย์ของข้า ท่านอาจารย์มักมาปรึกษาท่านหมอเหวยซูบ่อยๆท่านอย่าจับผิดข้าจะได้มั้ย” ฉู่หลินขี้เกียจอธิบาย

              “ข้าก็แค่สงสัยเท่านั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ” ต้าหยวนกล่าว

              พอทั้งสองมาถึงบ้านของพ่อค้าเหลียงต้าหยวนก็เคาะประตู

              “พวกท่านมาหาใครไม่ทราบ”พ่อบ้านเปิดประตูออกมาสอบถาม

              “พวกเรามาขอพบพ่อค้าเหลียงเจ้าค่ะ”ฉู่หลินกล่าว

              “พวกท่านเป็นใครงั้นหรือ” พ่อบ้านถามก่อนไปรายงานเจ้านาย

              “ข้าเป็นลูกศิษย์ของท่านหมอเหวยซูอยากจะมาเจรจาขอซื้อตำราแพทย์คืนเจ้าค่ะ” ฉู่หลินกล่าววัตถุประสงค์

              “งั้นเชิญท่านทั้งสองไปรอที่ห้องรับรองก่อน ข้าจะไปรายงานให้พ่อค้าเหลียงทราบ” พ่อบ้านผายมือเชิญ

              “รบกวนท่านแล้ว” ฉู่หลินเดินเข้าไปพร้อมกับต้าหยวน

              ผ่านไปสักพักพ่อค้าเหลียงวัยกลางคนก็มาพบทั้งสองที่ห้องรับรอง

              “ข้าไม่เคยเห็นพวกเจ้ามาก่อนเลยพวกเรารู้จักกันอย่างนั้นหรือ” พ่อค้าเหลียงสงสัย

              “ท่านนี้ชื่อต้าหยวนเป็นสหายของข้าเอง ส่วนข้าชื่อฉู่หลิน เป็นลูกศิษย์ของท่านหมอเหวยซูข้าอยากขอเจรจาซื้อตำราแพทย์ของอาจารย์ข้าคืนได้หรือไม่” ฉู่หลินกล่าว

              “ไม่ได้หรอกแม่นางตำรานั่นเป็นตำรามีค่า ข้าจะเก็บไว้จนถึงชั่วลูกชั่วหลาน” พ่อค้าเหลียงปฏิเสธ

              “ตำรานั่นจะมีค่าได้อย่างไรท่านการเก็บตำราไว้มันก็มีค่าเพียงปึกกระดาษเท่านั้นวันใดวันหนึ่งเมื่อมันตกไปอยู่กับคนที่ไม่เห็นคุณค่าของตำราพวกเขาก็จะทิ้งขว้างพวกมันราวกับเป็นเพียงเศษขยะชิ้นหนึ่ง แต่สำหรับข้านั้นข้านำตำราเพื่อนำมาศึกษาหาความรู้ทางการแพทย์และสามารถนำความรู้ไปใช้รักษาคนหรือใช้ในการสั่งสอนหมอรุ่นหลังได้มันจะไม่มีประโยชน์มากกว่าการตั้งโชว์อย่างนั้นหรือ”ฉู่หลินไม่เห็นด้วย

              “ข้าซื้อมาแพง” พ่อค้าเหลียงไม่สนใจ

              “เท่าไหร่ข้าจะให้เจ้าสองเท่า” ต้าหยวนกล่าว

              “ข้าไม่ต้องการอัฐ”พ่อค้าเหลียงส่งสายตาหวานเยิ้มใส่ฉู่หลิน

              “แล้วเจ้าต้องการอะไร”ต้าหยวนสงสัย

              “ข้าพอใจสาวงามผู้นี้เจ้ายอมมาเป็นอนุภรรยาของข้าหรือไม่” พ่อค้าเหลียงกล่าวยิ้มๆและมองฉู่หลินตั้งแต่หัวจรดเท้า

              “ข้ามีสามีแล้วทำเช่นนั้นไม่ได้หรอก” ฉู่หลินกล่าวอ้าง

              “แม่นางหลอกข้าหรือเปล่าสามีเจ้าเป็นใคร” พ่อค้าเหลียงไม่เชื่อ

              “สามีข้าชื่อหยางต้วนเขาเป็นคนขี้หึงมาก ท่านอย่ายุ่งกับข้าเลยเจ้าค่ะ” ฉู่หลินขู่

              “น่าเสียดายถ้าเช่นนั้นข้าก็ไม่อาจมอบตำราให้เจ้าได้” พ่อค้าเหลียงกล่าว

              “งั้นข้าขอคัดลอกตำราได้หรือไม่ข้าใช้เวลาไม่นานนักหรอก” ฉู่หลินยื่นข้อเสนอ

              “ไม่ได้เชิญพวกท่านกลับไปเสียเถิด” พ่อค้าเหลียงไม่ยอมให้ความช่วยเหลือ

              “ท่านเคยเป็นบัณฑิตมาก่อนท่านลองไตร่ตรองบ้างสิเจ้าคะ หากข้าได้เรียนรู้วิชาทางการแพทย์ข้าจะสามารถรักษาผู้คนได้ตั้งมากมาย ได้โปรดให้ข้ายืมตำราด้วยเถิด” ฉู่หลินพยายามขอร้องดีๆ

              “มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้าเสียหน่อย”พ่อค้าเหลียงไม่สนใจ

              ต้าหยวนฟังมานานจนหมดความอดทนเขาใช้ดาบจ่อไปที่คอของท่านพ่อค้าทันที

              “อะไรกันนี่เจ้าจะปล้นข้าเลยงั้นหรือ ข้าจะไปแจ้งทางการมาจับเจ้า” พ่อค้าเหลียงไม่ยอมอ่อนข้อ

              “จะทันได้ไปฟ้องหรือเปล่าท่านอาจตายตรงนี้” ต้าหยวนกล่าวเสียงเย็น

              “ก็ได้ๆ ข้ายอมแล้วแต่ข้ามีข้อแม้ ข้าให้ตำราเจ้าเพียงเล่มเดียวเท่านั้น” พ่อค้าเหลียงกล่าว

              “ก็ได้เจ้าค่ะ” ฉู่หลินคิดว่าขอแค่เจอตำราแพทย์เล่มที่มีบันทึกเกี่ยวกับการแก้พิษเพียงหลับก็เพียงพอแล้ว

              “ข้าจะให้เวลาเจ้าเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้นหากเจ้าไม่เจอตำรา เจ้าก็ออกไปได้เลย แล้วห้ามกลับมาหาข้าอีก” พ่อค้ากล่าวเงื่อนไข

              “เจ้าค่ะ” ฉู่หลินคิดว่าตำราน่าจะหาได้ง่าย

              ต้าหยวนจึงยอมวางดาบลงแล้วพาฉู่หลินเข้าไปในห้องตำราของพ่อค้าเหลียง

              พอทั้งสองเปิดประตูห้องตำราเข้าไปเท่านั้นแหละทั้งสองถึงกับอึ้ง

              “โหตำราเยอะขนาดนี้ แล้วตำราแพทย์อยู่ที่ไหนน่ะ”ฉู่หลินนึกไม่ถึงว่าท่านเศรษฐีจะสะสมตำราเยอะมากมายขนาดนี้ ชั้นวางตำรามีตั้ง 50แถว ส่วนตำราก็มีเป็นพันเล่ม

              “พวกเจ้าต้องหาเองเพราะความจริงแล้ว ข้าก็จำไม่ได้ว่าได้เก็บตำราพ่อเจ้าไปไว้ที่ไหน” ท่านพ่อค้าเหลียงกล่าว

              “ยังไงก็ขอบคุณเจ้าค่ะข้าจะรีบหาเดี๋ยวนี้” ฉู่หลินไม่ยอมแพ้

              แต่ทว่าทั้งสองก็ยังหาไปเรื่อยๆหายังไงก็หาไม่เจอเสียที จนทำให้ฉู่หลินถึงกับคุกเข่าเพราะเริ่มท้อประกอบกับตอนนี้นางรู้สึกลนลานมากเพราะมันจะใกล้ครบหนึ่งชั่วยามแล้ว

              ต้าหยวนก็พยายามหาจนถึงที่สุดแล้วเขาเองก็หาไม่เจอเพราะตำรานั้นมีมหาศาลมาก

              ต้าหยวนเห็นฉู่หลินคุกเข่ากับพื้นเขานึกว่านางเป็นอะไรไป จึงจะเดินเข้าไปดูอาการของนางแต่พอนางหยิบป้ายหยกของเหวยเซียงออกมา และกำลังจะภาวนาอะไรบางอย่างต้าหยวนจึงแอบอยู่หลังฉากตำแหน่งพอได้ยินเสียงของฉู่หลิน

              “ท่านพ่อเจ้าคะได้โปรดช่วยลูกด้วย ฝ่าบาททรงมีภัยถูกวางยาพิษลูกจำเป็นต้องใช้ตำราของท่านพ่อจริงๆท่านพ่อช่วยดลจิตดลใจให้ลูกพบตำราแพทย์ด้วยเถิดเจ้าค่ะ” ฉู่หลินกล่าวเบาๆ

              เหมือนท่านหมอเหวยซูจะรับรู้เพราะอยู่ดีๆตำราของท่านหมอก็ตกลงมาจากชั้นเอง จนทำให้เหวยเซียงในร่างฉู่หลินถึงกับขนลุก

              ต้าหยวนเห็นฉู่หลินกำลังตะลึงเขาก็เลยเดินไปหยิบตำราดังกล่าวขึ้นมาดูแล้วยื่นให้กับฉู่หลิน

              ฉู่หลินตั้งสติรีบเปิดอ่านพอเจอหน้าที่ต้องการก็เลยว่า “นี่ไงตำราเล่มนี้แหละ ขอบคุณท่านพ่อ เอ้ย ท่านอาจารย์เจ้าค่ะ”

              “งั้นพวกเราออกไปกันเถอะ”ต้าหยวนไม่อยากอยู่ในห้องตำรานาน

              ฉู่หลินกอดตำราไว้แน่นแล้วออกไปหาท่านพ่อค้าเหลียง แต่ทว่าท่านพ่อค้านั้นกลับวางอุบายเขาได้ไปแจ้งทางการโดยกล่าวหาว่าฉู่หลินและต้าหยวนเป็นโจรทำให้ต้าหยวนต้องรีบจูงมือฉู่หลินวิ่งหลบหนีเข้าป่า

              “บ้าจริง! พวกเราเสียรู้เข้าจนได้ ท่านพ่อค้าเหลียงหาวิธีถ่วงเวลาเพื่อแจ้งทางการให้มาจับพวกเรา”และต้าหยวนก็กล่าวอีกว่า “แต่นับว่าโชคดีที่เจ้าเจอตำรานั่นแล้ว”

              “นั่นสินับว่าฝ่าบาททรงมีบุญญาธิการ ข้าต้องรักษาพระองค์ให้จงได้” ฉู่หลินกล่าวอย่างมุ่งมั่น

              “ตอนนี้พวกเรายังออกจากป่าไปไม่ได้คงต้องค้างแรมในป่าแห่งนี้ เจ้านอนเถิด เดี๋ยวข้าเฝ้ายามให้” ต้าหยวนกำลังก่อกองไฟ

              “จะดีหรือ”ฉู่หลินไม่อยากเอาเปรียบ

              “ค่อยผลัดกันก็ได้”ต้าหยวนกล่าว

              “งั้นถ้าท่านไม่ไหวเมื่อไหร่เรียกข้าได้เลยนะท่านต้าหยวน” ฉู่หลินขอตัวนอนก่อน

              ในระหว่างที่ฉู่หลินนอนหลับต้าหยวนเข้าไปดูนางใกล้ๆ เขากำลังจะจับปอยผมของหญิงสาว แต่ก็ต้องตกใจเพราะฉู่หลินนอนละเมอว่า “ขนาดข้าได้ย้ายมาอยู่ในร่างหญิงงามแล้วข้าก็ยังอาภัพเรื่องคู่ แต่ไม่เป็นไร เพราะในที่สุดข้าได้ก็เป็นหมอหลวงหญิงแล้วดังนั้นข้า เหวยเซียงผู้นี้จะใช้ความรู้ทางการแพทย์ของตระกูลเหวยให้เกิดประโยชน์มากที่สุดนะเจ้าคะท่านพ่อ”

              ต้าหยวนทำได้เพียงพูดพึมพำเบาๆ“เจ้าคือเหวยเซียงจริงๆงั้นหรือดวงวิญญาณเจ้าย้ายมาอยู่ในร่างของฉู่หลินจริงๆงั้นหรือ”

              “ใช่แล้ว ข้าคือเหวยเซียง”ฉู่หลินยังคงละเมออยู่อย่างนั้น

              เช้าวันรุ่งขึ้น ฉู่หลินตื่นขึ้นมาก็ไม่พบต้าหยวน

              “ท่านอยู่ที่ไหนน่ะต้าหยวน”ฉู่หลินตกใจเมื่อพบว่าตนนอนอยู่คนเดียว

              “เฮ้ย โจรสาวอยู่นี่ข้าเจอตัวแล้ว” มือปราบตะโกนบอกเพื่อน

              “ต้าหยวนนี่เจ้าทิ้งข้าอย่างนั้นหรือ” ฉู่หลินนึกไม่ถึง

              “โจรสาวคนนี้สวยซะด้วยน่าเสียดายไม่น่าเป็นโจรขโมยตำราเลยจริงๆ” เพื่อนมือปราบตะลึงในความงามของฉู่หลิน

              “ปล่อยข้าไปเถิดท่านมือปราบ”ฉู่หลินขอร้อง

              สักพักสองมือปราบก็ถูกต้าหยวนใช้สันดาบฟาดไปที่ต้นคอจนพวกเขาสลบไป

              “ข้านึกว่าท่านทิ้งข้าไปเสียแล้ว”ฉู่หลินรู้สึกโล่งอก

              “ข้าไปหาผลไม้มาให้เจ้านี่ไงล่ะ กินซะสิ พวกเราต้องรีบเดินทางต่อ” ต้าหยวนยื่นลูกท้อให้

              “แล้วเรื่องคดีลักตำราแพทย์ล่ะ”ฉู่หลินกังวล

              “ข้าแอบไปตกลงกับท่านพ่อค้าเหลียงมาแล้วสรุปว่าเขายอมความ” ต้าหยวนกล่าว

              “ทำไมยอมง่ายนักล่ะ”ฉู่หลินสงสัย

              “อย่าถามเลย รีบไปกันเถอะ”ต้าหยวนกล่าวตัดบท

              ฉู่หลินจึงได้ไปนั่งรถม้าเตรียมออกเดินทางกลับเมืองหลวงส่วนทางด้านพ่อค้านั้นก็ทำได้เพียงยอมสละตำราแพทย์ให้กับฉู่หลินทั้งนี้เพราะต้าหยวนหรือองค์ชายรองทรงแอบไปเผยตัวให้ท่านเจ้าเมืองลู่ผิงรู้ตัวตนที่แท้จริงท่านเจ้าเมืองจึงไปช่วยเกลี้ยกล่อมให้ท่านเศรษฐียอมความและยอมรับค่าตำราแพทย์แต่โดยดีเพื่อไม่ให้ติดค้างกัน

              ในระหว่างที่นั่งรถม้าด้วยกันต้าหยวนก็ตะโกนถาม “ที่เจ้าบอกกับท่านพ่อค้าว่าเจ้ามีสามีชื่อหยางต้วนแสดงว่าเจ้ายังคงรักองค์ชายรองอยู่สินะ”

              “ท่านอย่าเข้าใจผิดข้าก็แค่พูดเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น” ฉู่หลินมีอาการหน้าแดงอย่างเห็นได้ชัด

              ต้าหยวนหันไปมองนางแว๊บนึงพอเห็นหญิงสาวหน้าแดงก่ำ ก็เลยหันกลับไปแอบยิ้มขำ

     

              ******************************

              และแล้วฉู่หลินและต้าหยวนก็เดินทางมาถึงเมืองหลวงฉู่หลินไม่ยอมพักนางรีบเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อตรวจพระอาการก่อนที่จะทำการรักษาในลำดับต่อไป

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตามาเป็นสาวงาม ที่คุณอ่าน