“ฉึบ! อ้ากกกกกกกกกกก”
เสียงร้องแห่งความเ็ปได้ดังขึ้นทันทีเมื่อยูริได้ลงมือในขณะเดียวกันมีทหารหลายคนยอมแพ้และยูริเลือกที่จะไม่ทำอะไรพวกมันเพราะอย่างไรเธอก็ไม่โหดร้ายพอที่จะฆ่าคนที่ไม่คิดจะสู้ เธอจะฆ่าเท่าที่จำเป็เท่านั้น
แต่ดูเหมือนว่าสมิธนั้นจะไม่ได้ปล่อยให้เธอได้ทำสิ่งที่้า มันได้กล่าวขึ้นมาทันทีว่า
“ฆ่าคนที่ไม่เกี่ยวข้องให้หมดซะ! อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียวยกเว้นเพียงแต่คนของประเทศเรา!”
สิ้นเสียงของสมิธเหล่าทหารที่เลือกที่จะยอมแพ้และคิดว่าตนเองนั้นได้รอดแล้วต่างมีสีหน้าเปลี่ยนเป็หวาดกลัว
“ข้ามีครอบครัว…ขอร้องท่านได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย”
ทหารคนหนึ่งที่กำลังจะถูกยูริสังหารได้กล่าวขึ้นพร้อมกับร้องออกมาทั้งน้ำตา ก่อนที่มันจะคุกเข่าลงพร้อมกับหยิบสร้อยคอที่มีรูปอยู่ข้างในนั้นและเปิดออกมาให้ยูริได้เห็น ภาพในสร้อยนั้นเป็ภาพของผู้หญิงวัยกลางคนและเด็กสาวตัวน้อยอายุสี่ถึงห้าขวบ
“หากท่านไม่ทำตามที่ข้าสั่งก็รอดูได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเรากลับไปที่ประเทศของเรา!”
สมิธกล่าววาจาข่มขู่ออกมา อย่างไรก็ตามยูรินั้นไม่สามารถทำตามสิ่งที่สมิธได้ออกคำสั่งเอาไว้ได้ ในขณะนั้นเฒ่าเฉินที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็ทำเพียงแต่ส่ายหัวเท่านั้น
“ฉันทำไม่ได้…”
ยูริยอมแพ้และเลือกที่จะโยนดาบของตัวเองทิ้งไปก่อนที่จะเดินไปหยุดที่มุมๆหนึ่งของห้องโถงเพื่อสงบสติอารมณ์ของตนเองหลังจากได้ฆ่าคนจำนวนมากเมื่อสักครู่
สมิธนั้นดูเหมือนจะโมโหอย่างมากมัน้าจะสั่งสอนหญิงสาวเมื่อมันได้กลับไปถึงประเทศ ในเวลานั้นทหารที่ร้องขอความเมตตาโดยใช้ลูกเมียเป็ข้ออ้างนั้นก็ได้ถูกสังหารลงด้วยฝีมือของผู้ที่ไม่มีใครคาดถึง
ชายคนนั้นถือดาบที่มีเอกลักษณ์ซึ่งตอนนี้มันถูกย้อมไปด้วยโลหิตทำให้ดาบนั้นดูน่ากลัวกว่าที่มันเป็อยู่ไปมากนัก ทันใดนั้นกลุ่มเพื่อนร่วมชั้นเดียวกับเซนก็ได้มีใครคนหนึ่งกล่าวขึ้นมา
“คริสนายทำอะไรลงไป…”
คนที่สังหารทหารผู้น่าสงสารคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็คริสนั่นเอง และวิธีสังหารของชายหนุ่มยังเืเย็นและไร้ปรานีราวกับมองเห็นชีวิตของผู้อื่นนั้นไร้ค่า ใบหน้าของทหารคนนั้นตกตะลึงและหวาดกลัวอย่างสุดขีด ก่อนที่หัวของเขาจะหล่นลงพื้นทำให้พื้นที่บริเวณรอบๆ กลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง
ส่วนคนที่กล่าวถามออกมาในกลุ่มของเพื่อนร่วมชั้นนั้นก็คือเอลลี่ เธอนั้นไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเพื่อนร่วมชั้นของเธอนั้นจะโหดร้ายถึงขนาดนี้
คริสในตอนนี้นั้นไม่ได้มีสีหน้าสำนึกผิดเลยแม้แต่นิดเดียว ชายหนุ่มได้แสยะยิ้มออกมาก่อนที่จะหันไปมองเพื่อนร่วมชั้นทุกคนและกล่าวออกมาว่า
“ในโลกที่ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่งนั้น หากพวกเธอไม่ยอมปรับตัวกัน พวกเธอจะต้องตายในสักวันแน่ๆ อย่าได้สงสารศัตรูที่ก่อนหน้านี้คิดจะฆ่าพวกเธอเด็ดขาด!”
หลังจากคริสได้กล่าวจบนั้นเพื่อนๆ ของเขาต่างพากันเงียบไป ในขณะเดียวกันสมิธนั้นก็ได้พยักหน้าด้วยสีหน้าท่าทางที่เห็นด้วย
“เ้านับว่าเป็คนหนุ่มที่มองโลกได้ถูกต้องจริงๆ โลกนี้นั้นมีเพียงอำนาจและความแข็งแกร่งเท่านั้นที่ตัดสินได้ทุกอย่าง!”
เมื่อสมิธกล่าวขึ้นมาดังนั้นก็ดูเหมือนจะทำให้คริสนั้นพอใจเป็อย่างมาก ในขณะเดียวกันนักเรียนชายส่วนใหญ่ก็ดูเหมือนจะเริ่มถูกโน้มน้าวให้มีความคิดเหมือนกับชายหนุ่ม ในขณะที่นักเรียนหญิงหลายคนยังไม่เห็นด้วย นั่นรวมถึงเอลลี่ด้วยที่ไม่มีทางจะเห็นด้วยกับคริส
“โคร่ม…..”
ในเวลานั้นแผ่นดินก็เริ่มไหมะเื พร้อมๆ กับเสียงที่ดังขึ้นในหัวของทุกคนในโลกใต้พิภพแห่งนี้
[ท่านจะถูกส่งออกสู่โลกภายนอก โปรดเตรียมตัวให้พร้อม…]
…….
“ในที่สุดก็ออกมาได้สักที อยู่ในนั้นรู้สึกอึดอัดเป็บ้า!”
เซนได้ถูกส่งออกมาสู่โลกภายนอกอีกครั้งหลังจากเสียงในหัวได้ดังแจ้งเตือน แต่สถานที่ที่เขาได้ถูกส่งมานั้นดูเหมือนจะไม่ใช่ถ้ำที่เขาไปขุดเหมืองก่อนหน้านี้ เมื่อนึกถึงการขุดเหมืองความขุ่นเคืองในใจของชายหนุ่มก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เขานึกถึงไอผิวซีดในห้องโถงก่อนที่เขาจะถูกวาร์ปไปหารูปปั้นเทพธิดาที่บังอาจจู่โจมเขาจนก้อนแร่ที่เขาขุดมานั้นเสียหายไปหลายส่วน
“ดูเหมือนฉันจะถูกส่งมาที่เมืองวอเตอร์ฟอร์ด เมืองที่ประชาชนนั้นน่าสงสารที่สุดเนื่องจากมีผู้นำโง่นั่นเอง”
ข้าควรจะออกจากเมืองกันดารนี่แล้วไปประเทศนัวร์ให้เร็วที่สุดดีกว่า เซนนั้นได้วางแผนสำหรับอนาคตเอาไว้แล้วชายหนุ่มนั้นมีเวลาเหลืออีกสามเดือนจนกว่าโลกใต้พิภพนั้นจะเปิดออกอีกครั้ง อย่างแรกก็คือเขาจะไปยังประเทศที่เจริญ จากนั้นก็จะหาข้อมูลและความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับโลกใบนี้
ก่อนหน้านี้นั้นรูปปั้นเทพธิดาได้ทำสิ่งที่อัศจรรย์โดยการมอบพรวิเศษให้กับเขา ทำให้เขาได้รับคลาสหลักและยังไม่ใช่คลาสหลักธรรมดาๆ ที่สามารถหาได้ทั่วไปอีกด้วย
[ท่านยืนยันที่เป็นักเล่นแร่แปรธาตุหรือไม่ นักเล่นแร่แปรธาตุที่ยิ่งใหญ่และเป็ความหวังของมนุษยชาติ]
แน่นอนว่าเซนนั้นได้ตอบตกลงไปอย่างรวดเร็ว เมื่อได้รับคลาสหลักอย่างนักเล่นแร่แปรธาตุแล้วเขาก็ได้สกิลของคลาสมาสามสกิลนั่นก็คือ
[สกิลแปรธาตุขั้นต้น 0.00% (สามารถพัฒนาได้เมื่อเก็บค่าประสบการณ์ครบ) : สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างของไม้และก้อนหินได้ตามที่ใจ้า ใช้พลังิญญาเล็กน้อย]
[สกิลรังสรรค์ (ใช้ได้ 3 ครั้ง) : สามารถสร้างสรรค์ศาสตราระดับต่างๆได้ ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้ในการสร้าง ซึ่งท่านเป็คนระบุเองทั้งหมด]
สกิลรังสรรค์นั้นทำให้เซนนั้นประหลาดใจและค่อนข้างจะชอบมัน อย่างไรก็ตามการที่จะสามารถสร้างศาสตราขึ้นมาได้จำเป็ต้องมีความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบและของวิเศษต่างๆ ของโลกนี้เสียก่อน เซนจึงเลือกที่จะไปศึกษามันที่เมืองใหญ่ๆ และเป็โชคดีของเขาอย่างมากที่มีคลาสรองเป็นักขุดเหมือง ซึ่งมันทำให้เขาสามารถรู้รายละเอียดของสายแร่ต่างๆ ได้ทั้งหมดบนโลก และยังได้รับอุปกรณ์ขุดเหมืองระดับตำนานที่ขุดแร่ได้ทุกชนิดบนโลกใบนี้
ส่วนสกิลสุดท้ายนั้นเป็สกิลที่เซนนั้นชอบมากที่สุดเลยก็ว่าได้ มันนับเป็สกิลหลักของนักเล่นแร่แปรธาตุในความคิดของชายหนุ่ม
[สกิล ผู้เป็มหาจอมเวท : สามารถเรียนรู้เวทมนตร์จากคัมภีร์เวทได้ทุกประเภทอย่างไม่มีข้อจำกัด อย่างไรก็ตามการใช้เวทระดับสูงนั้นจำเป็ต้องคำนึงถึงพลังิญญาของท่านด้วย โปรดระวังหากใช้พลังิญญาเกินร่างกายท่านจะได้รับผลกระทบ]
เซนที่ค่อนข้างอารมณ์ดีอยู่ๆ ก็ได้เดินมาที่หน้าเมืองวอเตอร์ฟอร์ดโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มกำลังคิดว่าตนเองนั้นจะสามารถหาคัมภีร์เวทจากที่ไหนได้บ้างเพื่อเรียนรู้เวทมนตร์ ในเวลานั้นชายหนุ่มก็ต้องหลุดออกจากภวังค์เนื่องจากเพราะว่าได้มีทหารที่ใส่เกราะเหล็กขึ้นสนิมมาล้อมรอบตัวเขาเอาไว้แล้ว
ในมือของทหารพวกนั้นล้วนแล้วแต่ถือหอกทื่อๆ เอาไว้ และมือสั่นตลอดเวลาราวกับว่าเขาไม่สามารถทนถือมันได้นานนัก
“เป็เ้านั่นเอง!”
ในตอนนั้นเองเ้าเมืองของวอเตอร์ฟอร์ดที่ดูเหมือนจะเป็พวกชีกอ ก็ได้โผล่มาอีกครั้งพร้อมกับองครักษ์ข้างกาย อย่างไรก็ตามเซนนั้นไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวอะไรเมื่อกำลังอยู่ใจกลางวงล้อมของพวกทหาร
“พวกเ้าลดอาวุธลงเดี๋ยวนี้ ใครสั่งให้พวกเ้ายกมันใส่ท่านผู้นี้กัน!”
ท่าทางของเ้าเมืองนั้นแตกต่างกับก่อนหน้านี้อย่างมากตอนนี้เขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดขีด หลังจากได้เห็นพลังของเซนก่อนหน้านี้
“อย่างน้อยคุณก็ยังฉลาดอยู่บ้าง”
เซนแสยะยิ้มออกมาอย่างดูถูกพร้อมกับกล่าวออกมาโดยไม่ไว้หน้าเ้าเมือง อย่างไรก็ตามครานี้เ้าเมืองกลับไม่ได้เดือดดาลแต่อย่างใด เขากลับยิ้มรับและกล่าวขอโทษออกมาอย่างจริงใจ
“ข้าขอโทษท่านสำหรับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ด้วย ดูเหมือนท่านจะเป็ผู้แข็งแกร่งและมีความรู้เื่บริหารบ้านเมืองดีกว่าตัวข้า ท่านได้โปรดให้เกียรติเดินทางไปที่ปราสาทของข้าได้หรือไม่”
เหล่าทหารเมื่อได้ยินคำพูดของเ้าเมืองที่ดุร้ายของพวกมันต่างพากันมองเซนด้วยสีหน้าหวาดกลัว แม้แต่เ้าเมืองมันโดนกล่าวดูถูกเช่นนี้แล้วกลับยังรักษาความสงบเอาไว้ได้ นั่นแสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายนั้นน่ากลัวเป็อย่างมาก
“เสียใจด้วยนะ แต่ผมไม่มีเวลาขนาดนั้นหรอก ถ้าคุณ้าอะไรก็รีบๆ กล่าวมา”
เซนกล่าวออกมาไม่ได้สนใจคำเชิญของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามสีหน้าของเ้าเมืองไม่ได้เปลี่ยนไปเลยเข้ากับหัวเราะออกมาอย่างเคอะเขิน นั่นแสดงให้เห็นว่าเ้าเมืองคนนี้เหมือนจะมีความอดทนอยู่เหมือนกัน
“ถ้างั้นข้าขอกล่าวธุระของข้าเลยแล้วกัน…คืออย่างนี้ท่านผู้แข็งแกร่ง…ข้า้าเป็เ้าเมืองที่ดีและพัฒนาเมืองนี้ให้ดีขึ้น แต่ว่าตัวข้านั้นไร้ความสามารถส่วนลูกชายของข้าที่มีความสามารถมากกว่าข้าก็กำลังศึกษาอยู่ที่ประเทศนัวร์”