Chapter 11 คำสาปแช่งจากเปลวเพลิง
เรมิเรสเคยฝันว่าการถูกโอบกอดด้วยรักจากมารดานั้นจะอบอุ่นสักแค่ไหนหากเขารู้ดีว่าไม่มีทางเป็ไปได้
สิ่งที่เกิดในยามนี้ก็เช่นกัน
มือที่ลูบแ่บนใบหน้าเขาอย่างอ่อนโยนนั้นไม่ใช่เื่จริงอ้อมแขนที่ประคองกอดเขาอย่างอบอุ่นนี้ก็ไม่ใช่เื่จริง นางไม่มีทางยิ้มให้เขานางไม่อาจรักเขาได้ เขารู้ดี
กระนั้นหัวใจยังจมดิ่งสู่มายาอันลวงหลอกคงเพราะมีสิ่งหนึ่งที่ไม่ต่างไปจากความจริงนักนางตรงหน้านี้้าชีวิตเขาเพื่อเติมเต็มชีวิตอื่น นางในความทรงจำของเขาก็อยากให้เขาหายไป
เรมิเรสผ่อนลมหายใจต่อไปนี้จะเป็เช่นไรก็ช่างมันเถิดเขาชักเหนื่อยต่อการพยายามดิ้นรนเพื่อให้มีตัวตนอยู่เต็มทีแล้ว ไม่ว่าทำเช่นไร ก็ไม่เห็นเส้นทางแห่งความหวังสักทีปล่อยทิ้งทุกอย่างแล้วหลับต่อไปแบบนี้ก็สบายดีเหมือนกัน
“เ้าคิดแบบนั้นจริงน่ะหรือ”
ใครบางคนพูดอยู่เหนือศีรษะนอกจากสตรีที่คล้ายคลึงตนตรงหน้า เรมิเรสก็ไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดอีกใครคนนั้นเอ่ยอีกครั้งพลางคลี่ยิ้มมุมปากโดยที่เขาไม่อาจเห็นเสียงแ่เบาเหมือนกำลังเดินห่างออกไปทุกที
“ถ้าอย่างนั้นข้าถือโอกาสขอร่างคืนเลยแล้วกัน”
*/*/*/*/*
เกอร์ทรูดเลื่อนผ้าคลุมลงจากศีรษะเรมิเรสแล้วแหวกเส้นผมหงอกขาวที่ยาวระแผ่นหลังเมื่อวงเวทขนาดเล็กบนหลังลำคอชายหนุ่มปรากฏแก่สายตา นางจึงจรดปลายนิ้วไปบนวงเวทนั้นแตะนิ่งไว้ชั่วครู่ ก่อนร่ายมนตร์เพื่อดึงพลังจากมัน ทว่านอกจากกระแสแสงอบอุ่นแห่งพลังชีวิตยังมีพลังอีกกระแสแผ่ออกมาด้วย
แม่มดวางร่างพ่อมดลงบนพื้นทันใดแล้วถอยห่างนางจ้องเขาค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วมองกลับมาด้วยดวงตาสีม่วงเข้มรอยยิ้มชั่วร้ายคลี่บนเรียวปาก
"ขอบใจที่ช่วยปลดปล่อยข้า"เขากล่าวขณะลุกขึ้นยืน "ข้าควรตอบแทนด้วยพรสักสามประการดีไหม"
เมื่อเกอร์ทรูดไม่ตอบเขาจึงยักไหล่ พึมพำว่านางช่างไม่มีอารมณ์ขันเอาเสียเลย
"ข้าคิดว่าวงเวทสะกดมารยังทำงานของมันได้ดี"แม่มดนึกทบทวน ก่อนจะร่ายมนตร์ดึงพลังชีวิตนางคิดว่าใช้อาคมตรวจสอบอักขระเวทบนหลังลำคอชายหนุ่มดีแล้ว
"มันไม่ใช่สิ่งเดียวที่ใช้สะกดข้า"เขาแถลง ตากวาดมองสิ่งรอบข้าง "นางกำลังทำเื่น่าสนุกใดอยู่หรือ"
เกอร์ทรูดยังคงไม่คิดตอบไม่้าเจรจาใด ๆ ทั้งสิ้นกับปีศาจที่ร่างพ่อมดตอนนี้สิ่งเดียวที่นาง้าคือพลังชีวิตในร่างนั้น
ปีศาจในคราบพ่อมดแสยะยิ้มเมื่อสตรีตรงหน้าตั้งท่าร่ายเวทใส่ตน
"เ้าดูเป็สตรีที่เข้าหายากไม่ลำบากคนรักแย่หรือ"
สายฟ้าจากพลังเวทฟาดใส่ปีศาจร้ายมันหัวเราะร่วนพลางหมุนกายหลบไปเรื่อย ๆ ด้วยท่าทีไม่ร้อนรนสักเท่าไรแม้แม่มดจะพยายามไล่ต้อนมันอย่างไรก็ตาม
"เกรี้ยวกราดอย่างนั้นไม่กลัวเด็ก ๆ พวกนี้จะโดนลูกหลงบ้างหรือ"เ้าปีศาจแสร้งหลบหลังเด็กหญิงในอำพันก้อนหนึ่งอย่างหวาดกลัว"แต่ถ้าเ้าไม่ใส่ใจ ข้าช่วยทำลายให้ดีไหม ท่าทางมันจะเกะกะไม่ใช่น้อย"
ปีศาจร้ายยิ้มกว้างกางกรงเล็บแล้วทะลวงทะลุผลึกอำพันไปควักหัวใจของเด็กหญิง
เกอร์ทรูดเบิกตาอ้าปากค้างมองหัวใจดวงน้อยสีแดงสดถูกกลืนกิน ไม่ทันได้ส่งเสียงห้ามออกไป
"คามาร์!เ้าทำอะไรลงไป" เกอร์ทรูดตวาดเสียงดังด้วยความโกรธแต่ปีศาจในร่างพ่อมดผมขาวก็หาสะท้านไม่ มันเลียเืที่ปลายนิ้ว พลางชายตาหาเหยื่อต่อไป
"โกรธอะไรเ้ายังใส่ใจชีวิตเหล่านี้อยู่อีกหรือ"
เป็ความจริงที่เกอร์ทรูดทำเื่เลวร้ายไม่ว่าจะอ้างเหตุผลใด สิ่งที่นางทำก็นับเป็อาชญากรรมอยู่ดีนางกักขังหน่วงเหนี่ยวเด็ก ๆ ไว้ในความฝัน สูบพลังชีวิตพวกเขาเพื่อเติมเต็มชีวิตแก่บุตรตนหากเมื่อใดที่เอียนฟื้น นางก็ตั้งใจจะคืนชีวิตอิสระอย่างแท้จริงให้เด็ก ๆเ่าั้ แม้ว่านางจะโกรธเคืองผู้คนในหมู่บ้านแต่ไม่เคย้าให้ใครจบลงด้วยความตาย
แม่มดกรีดร้องคำรามจ้องคามาร์ด้วยความโกรธ เป็นางเองที่ทำให้มันหลุดจากพันธนาการแห่งมนตราดังนั้นนางนั่นล่ะ ที่จะต้องกักขังมันอีกครั้ง
หรือไม่ก็ฆ่าเสีย
แต่ร่างแล้วร่างเล่าที่ถูกทำให้กลายเป็ซากเนื้อไปต่อหน้าคามาร์ไม่ได้สนใจกินซากร่างเ่าั้ มันทำลายเพื่อสนองความสำราญมากกว่า แววอำมหิตที่ฉาบบนใบหน้าเปลี่ยนตัวตนไปจากพ่อมดคนเดิมอย่างสิ้นเชิง
ช่างน่าสังเวชนัก
เกอร์ทรูดเคยเวทนาเรมิเรสในวัยเยาว์อยากแสดงความเอ็นดูต่อเขาดุจลูกหลานคนหนึ่งด้วยความสงสารความรู้สึกนั้นยังเผื่อแผ่ไปถึงเด็กคนอื่นด้วย
แต่แล้วเมื่อเกิดเหตุร้ายกับบุตรตนเกอร์ทรูดก็ไม่เหลือความเมตตาเผื่อแผ่ใคร นางรักลูกสุดหัวใจ กลับปกป้องเขาไว้ไม่ได้และไม่มีใครยอมยื่นมือมาช่วยทุกคนในหมู่บ้านจึงสมควรรับรู้ความทรมานจากการสูญเสียเช่นเดียวกันกระนั้นนางก็ไม่ตั้งใจอยากปลดปล่อยปีศาจตนนี้
เปลวไฟจากการปะทะกันด้วยเวทมนตร์ของนางกับปีศาจปะทุลุกลามเผาไหม้เถาไม้ เครื่องเรือนและผนังหลายชีวิตถูกปลิดทั้งที่ยังหลับอยู่ในก้อนอำพัน เกอร์ทรูดมองเด็ก ๆซึ่งเหลือไม่ถึงหนึ่งในสิบจากที่นางรวบรวมมา ตระหนักว่าตนคาดคิดผิดไปนางเคยเจอคามาร์ในร่างของเด็กชายอายุราวเก้าขวบและถูกกักในอาณาบริเวณแห่งเมืองเวทมันจึงแผลงฤทธิ์ไม่ได้มากมายนัก ผิดกับตอนนี้
ปีศาจร้ายแสยะยิ้มเดินเข้าใกล้ผลึกอำพันที่ฝังร่างเอียน แม่มดจึงปราดเข้าไปขวาง แม้ต้องแลกชีวิต ก็จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลูกของนางได้อีก
การร่ายมนตร์คุ้มกันไม่สามารถกั้นขวางคามาร์ได้มันหัวเราะชั่วร้ายที่เห็นเกอร์ทรูดดิ้นรนปกป้องเด็กชายในอำพันด้านหลังอย่างสุดกำลังคุ้มค่าที่จะฉีกกระชากร่างนั้นให้นางดู
คามาร์เงื้อกรงเล็บขึ้นหมายจะทะลวงไปบนอกนางแม่มด ดวงตาสีม่วงเข้มพลันเหลือบเห็นเด็กชายวิ่งถลาเข้ามาพร้อมอาวุธในมือ
เ้ามดปลวก
มันนึกอย่างรำคาญตวัดแขนอีกข้างหมายส่งพลังไปกำจัดเด็กชายให้พ้นหูพ้นตา ทว่าเกอร์ทรูดไม่ยอมให้เป็เช่นนั้นนางรั้งแขนคามาร์ไว้ไม่ให้ส่งพลังไปทำร้ายโชเซ ไม่ได้หลบกรงเล็บที่ทะลวงเข้ามาเมื่อแขนปีศาจทะลุเข้าไปในอกแม่มดจนถึงครึ่งท่อน นางจึงกอดเขา ยึดร่างเขาไว้กับตัวด้วยอำนาจเวทเอื้อมมือจรดปลายนิ้วไปบนอักขระที่หลังลำคอคามาร์ ร่ายมนตราสะกดมันอีกครั้ง
ไม่ง่ายนักเมื่อต้องร่ายมนตร์สะกดมารเพียงลำพังต้องอาศัยอำนาจที่ยังเหลืออยู่มากบนวงเวทเดิม และเวลา
เ้าปีศาจในร่างพ่อมดคำรามด้วยความโกรธเมื่อรู้ตัวว่าแม่มดกำลังสะกดมัน เขี้ยวแหลมคมฝังไปบนลำคอและไหล่นางกัดทึ้งอย่างรุนแรงบ้าคลั่ง ร่างนางสะท้านเฮือก หากยังกัดฟันทนร่ายเวทมนตร์ต่อไป
โชเซะโเรียกเกอร์ทรูดพยายามทุบทำลายม่านเวทที่มองไม่เห็น เขา้าเข้าไปช่วยเืทะลักจากปากและท่วมตัวนางไปหมดแล้ว
แม่มดร่ายมนตราเรื่อยไปด้วยเสียงกระท่อนกระแท่นแม้อ่อนแรงจนทรุดตัวลงพร้อมคามาร์ มันกำลังมองนางอย่างอาฆาต ดวงตาค่อย ๆหรี่ปรือลงพร้อมท่อนแขนที่เลื่อนออกไปจากอกนาง
เกอร์ทรูดประคองร่างพ่อมดที่หมดสติลงไว้ในอ้อมแขนแล้วเอนนอนไปบนพื้นเมื่อนางปลดม่านเวท โชเซก็ถลาเข้ามา
"ท่านเกอร์ทรูด"เขาละล่ำละลักพร่ำเรียกนางพลางร้องไห้ "ท่านต้องไม่เป็ไรอย่าเป็อะไรไปนะ"
แม่มดยิ้มบางตั้งใจจะยกมือขึ้นปาดน้ำตาให้เด็กน้อย หากต้องชะงักเพราะมือตนเปรอะเปื้อนเืเกินไปนางจึงเปลี่ยนใจวางมือลง
"ไฟ...ก..ลัง...ไหม้รีบ...พาเด็ก ๆ ...ที่เหลือ...ออกไป" เสียงของนางแ่และขาด่าแสาหัสเกินไปจนแม้แต่ความเจ็บก็ไม่รู้สึกแล้วทว่าช่างไร้เรี่ยวแรงเสียเหลือเกิน
"ไม่!ข้าไม่ช่วยใครจนกว่าจะช่วยท่านได้" โชเซตอบเสียงแข็งพยายามหาผ้ามาอุดช่องโหว่บนอกแม่มด แต่มือเขาสั่น จับอะไรแทบไม่อยู่เลย
ระหว่างนั้นพ่อมดก็ลืมตาตื่นเขาลุกขึ้นนั่ง กวาดมองซากศพและความพินาศท่ามกลางเปลวเพลิง เมื่อเห็นทุกสิ่งเต็มตาเรียวปากก็เม้มจนเป็เส้นตรง มือกำแน่น แววตาสั่นไหว
แม้ไม่ต้องเอ่ยปากถามก็รู้ว่าความเลวร้ายทั้งหมดนี้เป็ฝีมือใคร
"เ้า...ช่วย...ได้ไหม"เกอร์ทรูดถาม เมื่อดวงตาสีน้ำเงินเจือม่วงหันมามองสภาพนางใบหน้าขาวซีดของเขาแสดงออกถึงความะเืใจ
"ได้"เขาพยักหน้า
เรมิเรสได้ยินที่เกอร์ทรูดพูดกับโชเซแล้วเขาจึงลุกเดินไปยังก้อนอำพันที่ไม่ถูกทำลาย ช่วยเด็กชายและหญิงออกมาได้สองคน เมื่อหอบหิ้วทั้งสองไว้ในท่าที่ถนัดและมั่นใจว่าจะไม่หลุดหล่นไปจากมือจึงย้อนกลับไปที่โชเซ เขายังพะวักพะวงกับเกอร์ทรูด
พ่อมดไตร่ตรองแล้วว่าเด็กชายคงไม่ยอมผละจากแม่มดไปง่ายๆ ไฟก็ลุกลามโหมกระหน่ำขึ้นทุกที อีกไม่นานคงไม่เหลือทางให้หนีจึงตัดสินใจใช้แขนข้างเดียวรวบตัวเด็กชาย ร่ายเวทยึดข้อมือไว้ไม่ให้ดิ้นหนี ยกตัวเขาเดินฝ่าเปลวเพลิงออกไป
โชเซพยายามดิ้นรนแต่ไม่หลุดพ่อมดคงใช้มากกว่าแค่แรงในการยึดจับเขา
"ปล่อยนะปล่อย! ข้าจะกลับไปช่วยนาง" เด็กชายหันกลับไปมองเกอร์ทรูด นางนอนราบอยู่บนพื้นและส่งยิ้มมาให้ค่อย ๆ ไกลห่างออกไปทุกที เขากรีดร้องเรียกนางด้วยความสิ้นหวัง
"ท่านเกอร์ทรูด...เกอร์ทรูด... ท่านแม่!!"
ขอโทษด้วย...เรมิเรสขอโทษเด็ก ๆ ทุกคน
เกอร์ทรูดกล่าวในใจต่อสิ่งที่ได้ทำลงไปนางรู้สึกผิดและเสียใจที่ทำร้ายพวกเขา แต่มันยังน้อยกว่าความเสียใจที่ต้องสูญเสียเอียน
ขอโทษนะ...โชเซที่ไม่ได้ใส่ใจเ้าให้ดีพอ ขอโทษที่ดูแลเ้าให้ดีกว่านี้ไม่ได้หวังว่าเ้าจะมีชีวิตรอดและเติบโตเป็คนที่ดี...กว่าที่ข้าเคยเป็
นางแม่มดเลื่อนสายตาไปยังบุตรชายซึ่งยังถูกฝังอยู่ในยางไม้หยาดน้ำหลั่งรินจากดวงตาที่พร่าเลือน
อยากเข้าไปกอดเหลือเกินแต่นางขยับไม่ไหวแล้ว ไม่มีแม้แรงจะเอื้อมมือไปหา
เอียน...ลูกรักแม่กำลังไปหาเ้าแล้ว ต่อไปนี้...เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป
*/*/*/*/*
เปลวไฟลุกลามโหมกระหน่ำบ้านหลังเล็กของแม่มดจนไม่เห็นหนทางที่จะฝ่าเข้าไปในคราแรกนายทหารเลี้ยงม้ากับเหล่าชาวบ้านที่เพิ่งมาถึงล้วนพากันใจแป้วคิดว่าอาจไม่มีใครรอดเสียแล้ว กระทั่งเห็นพ่อมดหอบหิ้วเด็กสามคนฝ่าเปลวเพลิงออกมา
เรมิเรสส่งเด็กสองคนที่ไม่ได้สติให้ชาวบ้านดูแลแล้วกอดรัดยึดจับโชเซไว้
"ถึงกลับเข้าไปก็ช่วยนางไม่ได้อยู่ดีาแนางสาหัสเกินไป" พ่อมดบอก แต่เด็กชายไม่สนใจฟัง
"ปล่อยนะ!ปล่อยข้า ไอ้ปีศาจ เ้าสังหารท่านเกอร์ทรูด เ้า้าทิ้งให้นางตาย"เด็กชายะโใส่หน้าพ่อมด จ้องเขาด้วยแววตาเกลียดชัง"เ้าต่างหากที่เป็ปีศาจ เ้าต่างหากที่เป็ฆาตกรเ้าต่างหากที่สมควรตาย!"
คำกล่าวหาของโชเซทำให้เรมิเรสชะงักเด็กชายจึงดิ้นหลุดจากการยึดจับเขาวิ่งกลับไปยืนอยู่หน้าประตูสู่กองเพลิงแล้วหันกลับมา
"ข้าขอสาปแช่งเ้าที่แย่งชิงทุกสิ่งไปจากข้า"ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำเบิกกว้างจ้องพ่อมดด้วยความอาฆาต"เ้าจงเสียทุกสิ่งที่ตนรัก เ้าจะไม่มีวันมีความสุข เ้าจงสิ้นตัวตนดับสูญอย่างเดียวดายและทุกข์ทรมาน...เหมือนข้ากับท่านเกอร์ทรูด"
ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรมิเรสถูกเกลียด
ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกด่าทอและสาปแช่ง
แต่เป็ครั้งแรกที่ถ้อยคำแห่งความเกลียดแค้นเ่าั้ทำให้เขาขยับตัวไม่ได้ไม่อาจก้าวตามเด็กชายที่วิ่งเข้าหามัจจุราชแห่งเปลวเพลิง
เด็กคนนั้นพูดถูกทุกอย่าง...เขาต่างหากที่สมควรตาย