เย่ชิงชิงรู้ดีว่ามารดาเป็นห่วงทั้งสองคนแต่สถานการณ์ฉุกเฉิน มิอาจลังเลได้อีก นางรีบวิ่งไปยังคอกม้าเพื่อปลดบังเหียนแล้วกล่าวว่า “ไม่ว่าพี่ทังจะได้เป็นพี่สะใภ้ของข้าหรือไม่แต่ครั้งนี้ข้าจะเข้าเมืองไปพักที่โรงเตี๊ยมกับนางเจ้าค่ะเช่นนี้สกุลทังก็ไม่อาจกล่าวโทษท่านพี่ได้อีกไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าท่านพี่เป็นฝ่ายผิดทั้งหมด”
วาจานี้ตรงใจความกังวลที่ซ่อนอยู่ในใจของนางซูนางถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเจ้าต้องไปดูให้เห็นกับตา คอยสักครู่ ข้าจะไปหยิบผ้าคลุมให้”
ให้ชิงชิงเดินทางในยามค่ำคืนเพียงลำพังนางจะวางใจได้อย่างไร แต่ไม่มีเวลาให้กำชับอันใดมากมายนางซูจึงได้แต่มองส่งบุตรสาวขี่ม้าหายลับไปในความมืดมิด
ในยามราตรีที่ไร้แสงไฟมีเพียงแสงจันทร์สลัว แม้จะไม่ได้มืดมิดจนมองไม่เห็นสิ่งใดแต่การมองหาเส้นทางนั้นยากลำบากยิ่งนัก โชคดีที่ม้ารู้ทางและไม่พามนุษย์ตกหลุมร่องแน่นอน
นางเร่งรุดเข้าเมืองตลอดทางมุ่งหน้าตรงไปยังถนนจิ้นเหมิน ยามนี้โคมไฟและแสงเทียนสว่างไสวทั่วเมืองแต่ผู้คนเริ่มเบาบางลง ในสมัยโบราณที่ไร้ความบันเทิง ผู้คนต่างเข้านอนแต่หัวค่ำตลาดกลางคืนก็วายไปนานแล้ว หากไม่ใช่วันเทศกาล
เว้นแต่‘สถานบันเทิง’ แห่งหนึ่งที่คึกคักในยามค่ำคืนนั่นคือ หอคณิกาและหอนางโลมที่ค้าเนื้อขายตัวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
“ใครกันขี่ม้าบนถนนยามดึกดื่น! จับตัวมันลงมาให้ข้าผู้นี้!”
เย่ชิงชิงเลือกทางลัดเพื่อไปยังถนนจิ้นเหมินโดยเร็วที่สุดนางจึงต้องผ่านถนนที่เหล่าบุปผายามราตรีเบ่งบานนางไม่คิดเลยว่าจะเกิดปัญหาขึ้นเพียงแค่ผ่านไปมาเท่านั้นอีกทั้งถนนเส้นนี้ก็มิได้มีแต่หอคณิกาเพียงอย่างเดียว
เด็กรับใช้คนหนึ่งยืนกางแขนขวางอยู่หน้าม้ามันร้องเสียงร้องยาว ‘ฮี้~~~’ เย่ชิงชิงจำต้องหยุดลงอย่างจำใจ
“โอ๊ะ แม่นางน้อยรูปงาม~ คุณชายของพวกเราขอให้ท่านลงมานะขอรับ!”
เย่ชิงชิงเหลือบมองไปยังอาคารหลากสีสันที่เปิดประตูทิ้งไว้ด้านข้างที่นั่นประดับประดาด้วยโคมไฟและผ้าสดใสทั้งยังมีหญิงสาวบางคนแต่งกายไม่เรียบร้อยยืนเย้ายวนอยู่หน้าประตูนี่มันหอคณิกานี่นา...
ชายที่เรียกตนเองว่าคุณชายสวมเสื้อผ้าหรูหรา ยามนี้กำลังหรี่ตามองสำรวจเย่ชิงชิงบนหลังม้าแล้วหัวเราะเสียงดัง “สวรรค์ไม่แล้งน้ำใจกับข้าจริงๆเพิ่งออกจากหออวี้ติง (หอแก้ว) ก็ได้เจอโฉมงามทันที!”
ผู้ติดตามที่อยู่ข้างกายรีบเข้ามากระซิบเสียงเบา“คุณชาย รีบกลับเถิดขอรับ หากล่าช้าแล้วฮูหยินหาตัวไม่พบพวกเราคงถูกลงโทษอีกเป็นแน่...”
“หลีกไป! อย่ามาขัดความสุขของข้าผู้นี้” คุณชายชุดหรูหราโบกมืออย่างหงุดหงิดจากนั้นก้าวไปข้างหน้าสองก้าว “ข้าขอเชิญแม่นางน้อยผู้นี้กลับไปพร้อมกัน”
“หลีกไป!” เย่ชิงชิงขมวดคิ้วยามนี้บนถนนมิได้ไร้ผู้คน คนผู้นี้ช่างบ้าบิ่นยิ่งนัก!
คุณชายชุดหรูหราจ้องมองนางตาไม่กะพริบน้ำลายเหมือนจะไหลย้อยลงมา “ช่างอ่อนเยาว์นัก!กลอนบทนั้นว่าอย่างไรนะ ดอกไม้ตูมในต้นเดือนสองช่างน่าหลงใหล~”
ลูกสมุนที่ขวางม้าอยู่เกาหัวแล้วกล่าวว่า“บ่าวก็จำไม่ได้ขอรับแต่แม่นางน้อยผู้นี้อายุก็ยังน้อยไปหน่อยนะขอรับ...”
“เจ้าจะเข้าใจอะไร! ยิ่งอายุน้อยยิ่งดี!” คุณชายชุดหรูหราพูดพลางโบกไม้โบกมือ“รีบจับนางลงมาให้ข้า!”
ลูกสมุนพยักหน้าหงึกหงักแล้วเดินหน้าเข้าไปหา เย่ชิงชิงย่อมไม่ปล่อยให้พวกนั้นก้าวล้ำเข้ามาแต่จะหันม้ากลับไปก็ไม่ทันแล้ว นางจึงรีบดึงบังเหียนต้องการที่จะพุ่งฝ่าออกไปอย่างดื้อดึง
ทว่าม้ากลัวคนลูกสมุนที่พุ่งเข้าใส่ ม้าจะกระโดดข้ามไปได้อย่างไรหากไร้ซึ่งแรงผลักดัน
“พวกเจ้ากำลังทำอันใด?”
เสียงเยียบเย็นหนึ่งดังแทรกขึ้นมากะทันหัน
หลายคนหันไปมองเห็นเพียงชายผู้หนึ่งยืนอยู่บนถนนที่ว่างเปล่า สวมชุดขาวนวลราวแสงจันทร์ทอดกายยืนรับสายลม
“เผยรุ่นจือ!” เย่ชิงชิงดวงตาทอประกายราวกับสวรรค์มีตาส่งกองทัพมาช่วยยามวิกฤต
เผยรุ่นจือเหลือบมองนางเล็กน้อยไม่ได้ตอบ แต่หันไปมองคุณชายชุดหรูหรา “สวีอิ่งหลงมีความสุขเหลือเกินนะ”
“โอ้ ที่แท้ก็คุณชายเจ้าของห้างนี่เอง” สวีอิ่งหลงมิอาจปกปิดความประหลาดจัดชุดเสื้อผ้าแล้วคำนับ จากนั้นก็ยิ้มแล้วถามว่า “พวกท่าน...รู้จักกันหรือ?”
เย่ชิงชิงที่อยู่ข้างๆตกใจมาก บัดซบชายตรงหน้านางคือสวีอิ่งหลงหลานชายของเศรษฐีใหม่ที่ว่ากันว่าจะแต่งงานกับทังหว่านหรงน่ะหรือ?เขามีเด็กรับใช้สองคนติดตามมาด้วยเช่นนี้ ช่างโอ่อ่าฟุ่มเฟือยนึกว่าเป็นคุณชายตระกูลผู้ดีเสียอีก!
เพียงแต่จากคำพูดของคนผู้หนึ่งที่พยายามเตือนเมื่อครู่เห็นได้ชัดว่าเขาหลงระเริงอยู่ในสถานเริงรมย์ตลอดวันมารดาของเขาจึงส่งคนมาคอยจับตาดู แต่ก็เหมือนจะไม่มีประโยชน์อันใด
เผยรุ่นจือดีดเท้าเบาๆแล้วกระโดดขึ้นไปบนหลังม้าของเย่ชิงชิง เขาดึงบังเหียนแล้วขับม้าพุ่งทะยานไปข้างหน้า
ลูกสมุนคนนั้นไม่กล้าขวางส่วนสวีอิ่งหลงยังคงตะโกนตามหลังพวกเขามา “เมื่อครู่มีเรื่องไม่สุภาพขออภัย เป็นเรื่องเข้าใจผิด!”
กระทั่งมองไม่เห็นเงาคนแล้วเขาจึงแค่นเสียงเฮอะ เผยรุ่นจือนั่นอีกแล้ว! มีฐานะร่ำรวยมีความสามารถและรูปโฉมงดงาม เพียบพร้อมไปด้วยทุกสิ่งที่คนทั่วหล้าใฝ่ฝันข้างกายเขามีนางฟ้าตัวน้อยดุจหยกยังไม่พอ แม่นางน้อยผู้นี้ก็เป็นของเขาอีกหรือ?
เย่ชิงชิงถูกโอบอยู่บนหลังม้าตรงไปยังถนนจิ้นเหมิน นางอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจโล่งอก แล้วถามว่า“ท่านไปอยู่ที่นั่นได้อย่างไร บังเอิญหรือ?”
“ออกมากลางดึกเช่นนี้ จะทำอันใดได้เล่า ย่อมต้องเที่ยวเตร่หาความสุขสิ”เผยรุ่นจือเป็นคนแรกที่ลงจากหลังม้าจากนั้นก็ยื่นมือออกไปเตรียมรับนางลงมา
เย่ชิงชิงเลี่ยงมือของเขาเลิกคิ้วขึ้น“เที่ยวเตร่หาความสุข? แล้วผลเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ผลก็คือได้เจอเจ้าอย่างไรเล่า?” เผยรุ่นจือจับข้อเท้าของนางแล้วดึงลงมาทันที
เย่ชิงชิงถูกดึงลงจากม้าโดยไม่ทันตั้งตัวทันใดนั้นก็ถูกโอบกอดไว้ในอ้อมแขนอันอบอุ่น
“ซี้ด!” แผลที่ขาของนางถูกับเสื้อผ้าแล้ว!
เผยรุ่นจือขมวดคิ้ว“เป็นอันใด?”
“ปล่อยข้าลงก่อน ข้าเจ็บขา” เย่ชิงชิงตวัดสายตาจ้องเขาเขม็งชายหญิงไม่ควรใกล้ชิด การโอบกอดกันเช่นนี้จะเหมาะสมได้อย่างไร!