ตอนที่ 19: เกาทัณฑ์สั่งตายและจุมพิตต่อลมหายใจมัจจุราช
กลิ่นคาวโลหิตคละคลุ้งผสมปนเปกับไอหมอกและดินชื้นแฉะ ลอยอวลแผ่ซ่านอยู่รอบบริเวณ
เสิ่นเยว่ยังคงจมดิ่งอยู่ภายในอ้อมกอดที่รัดรึงแ่าของเซียวเหยียน ก้อนเนื้อในอกซ้ายของนางเต้นกระหน่ำรุนแรงเสียจนเจ็บร้าวไปถึงกระดูกซี่โครง
ความอบอุ่นร้อนผ่าวที่แผ่ทะลักมาจากแผ่นอกแกร่ง ผสานเข้ากับความสั่นสะท้านที่ส่งผ่านมาจากท่อนแขนล่ำสัน ทำให้นางเริ่มรู้สึกสับสนและว้าวุ่นใจอย่างถึงที่สุด
บุรุษผู้แข็งแกร่งดุจน้ำแข็งพันปีผู้นี้ กลับยอมปลดเปลื้องเปลือกนอก เผยความอ่อนแอออกมาให้เห็น เพียงเพราะทอดสายตาเห็นนางเกือบสิ้นใจใต้กรงเล็บสัตว์ร้าย
“ท่านอ๋อง ได้โปรดคลายวงแขน ปล่อยหม่อมฉันก่อนเถิดเพคะ ท่านกำลังาเ็”
เสิ่นเยว่เค้นเสียงสั่นพร่า พยายามออกแรงผลักดันแผงอกของเขาออกห่างเพียงเล็กน้อย หวังสำรวจดูาแ สิ่งที่ได้รับกลับมาคือวงแขนแกร่งที่ยิ่งรัดตึงและกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม ราวกับคีมเหล็กกล้าที่ปฏิเสธการแยกจาก
“จงเงียบเสีย ข้าสั่งให้เ้าอยู่เงียบๆ”
สุรเสียงของเซียวเหยียนทุ้มต่ำและสั่นพร่า เขาซุกซบใบหน้าหล่อเหลาลงกับลาดไหล่บอบบางของนาง สูบดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำกายสตรี ราวกับคนจมน้ำที่้าสูดอากาศเพื่อยืนยันว่านางยังมีชีวิต
“อย่าได้มีความคิดบังอาจ จะทอดทิ้งข้าอีก ไม่ว่าจะเป็การสยายปีกหลบหนี หรือแม้กระทั่งความตาย!”
ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์อันหนักอึ้ง ความเงียบสงัดวิเวกวังเวงกลับคืบคลานเข้าปกคลุมผืนป่ารอบข้างอย่างฉับพลัน
สัญชาตญาณนักฆ่าและประสาทััอันเฉียบคมของเสิ่นเยว่ที่ติดตัวมาจากโลกก่อน พลันกรีดร้องเตือนภัยขึ้นมาอย่างรุนแรง
‘เงียบ…มันเงียบเกินไปแล้ว!’
สรรพเสียงของนกและแมลงพลันอันตรธานหายไร้ร่องรอย สายลมเหมันต์ที่เคยพัดไหวใบไม้ดังกราวหยุดนิ่งสนิทประหนึ่งกาลเวลาถูกแช่แข็ง
เสิ่นเยว่กลั้นลมหายใจ เงี่ยหูฟังความผิดปกติรอบตัวอย่างสุดความสามารถ และแล้ว…เสียงกระเพื่อมของมวลอากาศที่แหวกผ่านหมู่ใบไม้ก็ดัง ‘ฟึ่บ’ ขึ้นมาเพียงแ่เบา
มันเป็เสียงที่เบาบางราวกับเสียงกระซิบของภูตผี แต่มันคือเสียงมรณะที่นางรู้จักมักคุ้นเป็อย่างดี
มันคือเสียงเกาทัณฑ์แหวกอากาศ!
“ระวัง!”
เสิ่นเยว่แผดเสียงะโลั่นป่า นางรีดเร้นพละกำลังทั้งหมดที่มีในร่างกาย ผลักกระแทกแผงอกของเซียวเหยียนอย่างสุดแรงเกิด หวังปัดเป่าเขาให้พ้นจากวิถีสังหารที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาในความมืด
ปฏิกิริยาตอบสนองของเซียวเหยียนกลับฉับไวและเหนือชั้นยิ่งกว่า
เขาละทิ้งโอกาสรอดชีวิตของตนเอง ฉวยใช้จังหวะที่นางออกแรงผลัก ตวัดรวบเรือนร่างบอบบางเข้ามากระชากกอดเอาไว้จนจมมิดอก
มัจจุราชหนุ่มหมุนพลิกกายกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ใช้แผ่นหลังกว้างใหญ่ของตนเอง เป็โล่เนื้อกำบังทิศทางของลูกธนูมรณะเอาไว้อย่างมิดชิด!
ฉึก!
เสียงหัวลูกธนูเหล็กหล่อเจาะทะลวงผ่านเกราะหนังหนา ทิ่มแทงฝังลึกเข้าสู่แผ่นหลังของอ๋องทมิฬดังก้องกังวานในความเงียบ
ร่างกำยำสะดุ้งเฮือกและเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้ร่างของเขาถลาพุ่งเข้าหาเสิ่นเยว่
ถึงอย่างนั้น…เขากลับกัดฟันกรอด ใช้มือแกร่งข้างหนึ่งยันโคนต้นไม้ใหญ่ด้านหลังนางเอาไว้สุดต้าน เพื่อไม่ให้น้ำหนักตัวและชุดเกราะของเขา ล้มทับกระแทกเรือนร่างบอบบางของสตรีในอ้อมกอด
“ท่านอ๋อง!”
เสิ่นเยว่เบิกตาโพล่งกว้าง ดวงตาหงส์สั่นไหวอย่างรุนแรง ฝ่ามือเล็กที่เอื้อมไปประคองแผ่นหลังของเขา ััเข้ากับของเหลวเหนียวข้นและอุ่นจัด ที่กำลังไหลทะลักทะลวงทะลุรอยแยกของชุดเกราะออกมาอย่างรวดเร็วจนชุ่มโชก
เซียวเหยียนขบสันกรามเข้าหากันแน่นจนเส้นเืบริเวณขมับปูดโปนเป็ริ้ว เขาไม่ได้ส่งเสียงร้องโอดครวญออกมาให้ได้ยินแม้แต่ครึ่งคำ
ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปี่ยมไปด้วยเืฝาด บัดนี้กลับซีดเผือดไร้สีเืลงในชั่วพริบตา หยาดเหงื่อเย็นเยียบขนาดเท่าเม็ดถั่วผุดซึมขึ้นตามไรผม
เขาเบือนหน้าหันไปมองทิศทางที่ลูกธนูพุ่งทะยานมา ด้วยั์ตาสีนิลที่บัดนี้แดงก่ำและวาวโรจน์ดุจปีศาจร้ายจากขุมนรกโลกันตร์
“ข้า…ไม่เป็ไร” เขาเค้นเสียงต่ำลึกออกมาอย่างยากลำบาก
ทันทีที่เขาขยับกายขืนตัวลุกขึ้น เสิ่นเยว่กลับมองเห็นบางสิ่งบางอย่าง ที่ทำให้นางรู้สึกราวกับถูกกระชากลมหายใจออกไปจากอก
โลหิตอุ่นจัดที่ไหลรินซึมผ่านง่ามนิ้วของนาง มันไม่ใช่สีแดงสดอย่างที่เืมนุษย์ควรจะเป็ แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็สีแดงคล้ำจนเกือบจะกลายเป็สีดำสนิท!
“ลูกธนูอาบยาพิษ!” นางอุทานเสียงหลงด้วยความตระหนกสุดขีด
สายตาคมกริบตวัดจ้องมองหางเกาทัณฑ์ขนนก ซึ่งยังคงปักค้างฝังลึกอยู่บนแผ่นหลังของเขา มันเป็ลูกธนูเหล็กกล้าที่ไร้ตราสัญลักษณ์ระบุสังกัดใดๆ
ซ้ำร้ายบริเวณก้านและหัวลูกศรยังถูกเคลือบชโลมไว้ด้วยสารเคมีสีม่วงเข้ม ที่สะท้อนแสงจันทร์รำไรจนดูน่าสะอิดสะเอียน
พิษชนิดนี้ร้ายแรงและคุ้นตายิ่งนัก! มันคือยาพิษสั่งตายที่จะออกฤทธิ์แทรกซึมเข้าสู่กระแสโลหิต กัดกินและทำลายระบบประสาทภายในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ
ในโครงเื่ดั้งเดิมของนิยาย ลูกธนูอาบพิษดอกนี้ สมควรจะเป็อาวุธลับที่นางมารร้าย ‘เสิ่นเยว่’ ตระเตรียมเอาไว้เพื่อลอบสังหารนางเอกอย่างไป๋ลั่วอิง
แต่ในความจริงตรงหน้านี้ ทิศทางของมันกลับถูกเล็งง้างมาเพื่อหมายเอาชีวิตนาง และกลายเป็พระเอกอย่างเซียวเหยียน ที่ะโเข้ามารับพิษร้ายนี้แทนเสียเอง!
‘กงล้อแห่งชะตากรรมบิดเบี้ยวผิดเพี้ยน จนกู่ไม่กลับเสียแล้ว!’
“เยว่เอ๋อร์ รีบหนีไป” เซียวเหยียนพึมพำสั่งเสียงพร่า ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดและหอบเหนื่อย
ปลายนิ้วมือที่เคยกุมกระบี่อย่างแข็งแกร่งเริ่มสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม เขาสามารถรับรู้และััได้อย่างชัดเจน ว่าพิษมรณะกำลังแล่นพล่านไปตามเส้นเืและมุ่งตรงเข้าสู่ขั้วหัวใจ
“พวกมัน…ตามมาถึงแล้ว”
สิ้นเสียงเตือน เสียงย่างเหยียบใบไม้แห้งและเสียงฝีเท้าหลายสิบคู่ ดังกระชั้นชิดเข้ามาจากพุ่มไม้รกทึบโดยรอบ
กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำพรางตัวนับสิบชีวิต ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับดาบโค้งคมกริบสะท้อนแสงจันทร์ในมือ
พวกมันไม่มีการเปิดปากเจรจาหรือพูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา ต่างพุ่งทะยานเข้าหาคนทั้งสองอย่างรวดเร็วดุจฝูงหมาป่า เป้าหมายของพวกมันชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด นั่นคือการรุมสังหารติ้งอ๋อง ที่กำลังเพลี่ยงพล้ำและอ่อนกำลังลงจากพิษร้าย
เซียวเหยียนกัดริมฝีปากล่างของตนเองอย่างแรงจนห้อเื เพื่อใช้ความเ็ปกระชากสติสัมปชัญญะที่กำลังเลือนรางให้กลับคืนมา
เขายื่นมือที่สั่นเทาไปชักกระบี่ยาวคู่กายออกจากฝักเสียงดัง ‘ชิ้ง’ บาดแก้วหู แววตาของมัจจุราชหนุ่มยังคงดุดัน น่าเกรงขาม และแฝงด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะฉีกกระชากร่างศัตรู
เขาหยัดกายขึ้นยืนตระหง่าน กางแขนขวางอยู่เบื้องหน้าเสิ่นเยว่ ประดุจปราการเหล็กกล้าที่ไม่มีวันพังทลาย
“ผู้ใดบังอาจขยับเข้ามาแตะต้องตัวนาง ข้าจะส่งพวกมันไปลงนรกและฆ่าล้างโคตรให้สิ้นซาก!”
เขาแผดเสียงคำรามก้อง ก่อนจะพุ่งทะยานร่างเข้าใส่ฝูงนักฆ่าชุดดำอย่างบ้าคลั่ง
แม้ร่างกายจะแบกรับพิษร้ายที่กำลังกัดกินเส้นเืและาแฉกรรจ์บนแผ่นหลัง ทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวของอ๋องทมิฬกลับเฉียบขาด รวดเร็ว และโเี้ไร้ปรานี
คมกระบี่สีเงินตวัดวาดผ่านอากาศ ฟาดฟันตัดขั้วหัวใจและสะบั้นลำคอของศัตรูคนแล้วคนเล่า โลหิตสีแดงฉานพุ่งกระฉูดสาดกระเซ็น ย้อมชโลมอาภรณ์และชุดเกราะสีนิลของเขาให้ดำมืดและเปียกชุ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก
เสิ่นเยว่เบิกตากว้าง ทอดสายตามองภาพการนองเืตรงหน้าด้วยหัวใจที่สั่นสะท้านและปวดร้าว
นางตระหนักรู้แก่ใจดี ว่าความเก่งกาจเ่าั้เป็เพียงการฝืนสังขารเพื่อยื้อเวลา ร่างกายของมนุษย์ปุถุชน ต่อให้แข็งแกร่งดุจเทพา ก็ไม่อาจต้านทานฤทธิ์พิษมรณะนี้ได้นานเกินหนึ่งก้านธูปไหม้
‘ข้าต้องทำอะไรสักอย่าง ข้าจะยอมปล่อยให้เขามาทิ้งชีวิตตกตายอยู่ที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด!’
นางกวาดสายตาคมกริบมองสอดส่ายไปตามโคนต้นไม้ใหญ่และพื้นดินรอบบริเวณอย่างบ้าคลั่ง
กระทั่งสายตาไปปะทะเข้ากับวัชพืชใบหยักสีเขียวเข้มกอหนึ่ง ที่ซุกซ่อนตัวอยู่ริมรากไม้ มันคือ ‘หญ้าดับตะวัน’ สมุนไพรป่าหายากที่มีสรรพคุณต้านและสลายพิษเบื้องต้นได้ชะงัดนัก
นางไม่รั้งรอให้เสียเวลา รีบถลาะโเข้าไปใช้สองมือเปล่าตะเกียกตะกาย ขุดคุ้ยก้อนดินจนเล็บฉีกขาด เพื่อกระชากถอนรากของมันขึ้นมา
สตรีบอบบางยัดสมุนไพรทั้งกำเข้าปากและเคี้ยวบดจนละเอียด รสชาติขมเฝื่อนและฝาดลิ้นตีตื้นขึ้นมาจนแทบอาเจียน แต่นางฝืนกลืนน้ำลายและเคี้ยวต่อไปอย่างไม่ลดละ
ทางด้านเซียวเหยียน คมกระบี่ในมือตวัดตัดขั้วหัวใจส่งนักฆ่าคนสุดท้ายล้มลงไปกองกับพื้นได้สำเร็จ เืศัตรูสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้าหล่อเหลา
ทันทีที่การต่อสู้ยุติลง กระบี่เหล็กกล้าในมือร่วงหล่นหลุดจากง่ามนิ้ว ร่างสูงใหญ่กำยำทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นดินอย่างหมดสภาพ
ลมหายใจของเขาหอบถี่ ขาด่ และเต็มไปด้วยเสียงหอบครืดคราดในลำคอ ั์ตาสีนิลเริ่มพร่ามัว หยาดเหงื่อและเืไหลบดบังการมองเห็น จนเขาสามารถจับจ้องได้เพียงเงาร่างเลือนรางของเสิ่นเยว่ ที่กำลังวิ่งถลาตรงเข้ามาหา
“เยว่เอ๋อร์…รีบหนีไป”
เขาพึมพำเค้นเสียงสั่งการเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนที่เปลือกตาจะพับปิดลง และสติสัมปชัญญะทั้งหมดจะดับวูบดิ่งลงสู่ความมืดมิด
สิ่งสุดท้ายที่โสตประสาทหลงเหลือและรับรู้ได้ก่อนจะหมดสติไป คือััอ่อนนุ่มและร้อนผ่าวของริมฝีปากบาง ที่ทาบทับประกบลงมาบนริมฝีปากแห้งผากของเขาอย่างแแ่
เสิ่นเยว่ใช้สองมือประคองใบหน้าคมคาย บังคับเปิดริมฝีปากของเขาออก ก่อนจะป้อนถ่ายเทกากสมุนไพรหญ้าดับตะวัน ที่ถูกเคี้ยวจนละเอียดเข้าสู่โพรงปากของเขาด้วยวิธีมอบจุมพิต
ความเย็นวาบและรสชาติขมปร่าของตัวยา ไหลรินลงสู่ลำคอที่แห้งผาก ผสมผสานปนเปไปกับหยาดน้ำตาอุ่นจัดของสตรีที่เขาโหยหา ซึ่งหยดแหมะร่วงหล่นลงมากระทบแก้มสาก
“เซียวเหยียน! ท่านห้ามตายนะ! ท่านห้ามทิ้งลมหายใจไปเด็ดขาด!”
เสิ่นเยว่ผละริมฝีปากออก แผดเสียงะโเรียกชื่อเขาเสียงสั่นเครือปานจะขาดใจ สองแขนโอบประคองกอดรัดร่างที่ไร้สติและหนักอึ้งของเขาเอาไว้ในอ้อมอก น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลอาบสองแก้มเนียน
ท่ามกลางผืนป่าทึบที่กลับมาเงียบสงัดวิเวกวังเวง มีเพียงซากศพนับสิบและกลิ่นอายแห่งความตายที่ยังคงลอยคละคลุ้ง
เสิ่นเยว่ตระหนักรู้และกระจ่างแจ้งแก่ใจได้ในวินาทีนั้นเองว่า… โฉมหน้าของศัตรูที่ชักใยวางแผนลอบสังหารพวกเขากลางลานล่าสัตว์ในครั้งนี้ มีความเหี้ยมโหดและอำมหิตเกินกว่าที่นางเคยจินตนาการ หรืออ่านพบในหน้ากระดาษนิยายหลายสิบเท่านัก
และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด…ก้อนเนื้อในอกซ้ายที่นางเคยสร้างกำแพงปิดกั้นมาตลอด บัดนี้กลับถูกบีบรัดด้วยความเ็ปแสนสาหัส อย่างที่ไม่เคยพานพบมาก่อนในชีวิต เพียงแค่ทอดสายตาเห็นบุรุษมัจจุราชผู้นี้ ทรุดตัวล้มลงจมกองเือยู่เบื้องหน้านาง!