จางิถึงกับเหวอไปเลยเพราะเขาไม่ได้คิดเอาไว้หรือเตรียมตัวเตรียมใจเลยสักนิดว่าจะได้มาเจอเื่เหนือธรรมชาติอะไรแบบนี้ และเพียงเสี้ยวอึดใจเท่านั้นเขาก็รู้สึกไม่เป็ตัวของตัวเอง
และแยกไม่ออกว่าจิติญญาของเขายังอยู่กับร่างหรือเปล่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เพียงไม่นานภาพเบื้องหน้าของเขาก็ตัดไปทันทีจางิรู้สึกได้ถึงความไร้น้ำหนักเหมือนกับว่าตัวเขาลอยเคว้งอยู่ในความมืดมิดที่ไร้สิ้นสุด
ไม่รู้ว่าความรู้สึกหรือสภาวะเช่นนี้คงอยู่นานแค่ไหนจนกระทั่งเขาได้ยินเสียงคนพูดคุยกันอยู่ใกล้ๆหรืออาจจะนั่งอยู่ข้างตัวของเขาเลยก็ว่าได้
“ดูเขาสิไม่มีพ่อแม่แล้ว ก็เหมือนตะเกียงไร้น้ำมันเงินก็ไม่มีจำเป็ต้องขึ้นเขามาหาของป่า จนถูกงูกัด”เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังอยู่ข้างหูด้วยความเวทนาแต่ก็ไม่ได้มากมายเท่าใดนักออกจะดูแคลนเสียมากกว่า
และก็มีอีกเสียงหนึ่งเอ่ยเสริมขึ้นมาว่า“ยังดีนะที่ฉันพกสมุนไพรติดตัวมาด้วย ไม่อย่างนั้นจางิกับเสี่ยวหลินก็คงไม่รอดแล้ว”
“เฮ้อ!จางิฉันก็ยังพอเข้าใจอยู่หรอกว่าไม่มีเงิน แม้แต่โรงเรียนก็ต้องได้ออกกลางคันนับว่าเป็คนเรียนไม่จบแต่เสี่ยวหลินนี่สิ ทำไมเธอถึงขึ้นเขามาแล้วถูกงูกัดพร้อมกับจางิได้ล่ะ”
“พวกเธอไม่รู้อะไรวันก่อนฉันเห็นว่ามีรถยนต์มาจอดหน้าประตูบ้านของเสี่ยวหลินด้วยนะ”หญิงร่างผอมเอ่ยออกมาอย่างมีลับลมคมใน แต่สายตาก็มองคนทั้งสองที่ยังไม่ได้สติอย่างเป็ห่วง
“มีอะไรอย่างนั้นเหรอหรือว่าจะเป็เื่มงคล”
“แม่สามีของฉันบอกว่าน่าจะเป็เื่มงคลแต่ยังไม่มีข้อสรุปอะไรออกมา คนบ้านหลินก็เลยยังไม่ได้พูดให้คนอื่นฟัง แต่คิดว่าน่าจะอีกไม่นานหรอกและเื่นี้ก็น่าจะเป็เื่ของเสี่ยวหลินเธอคงจะขึ้นเขามาหาสมุนไพรหรือไม่ก็ของมีค่าบางอย่างเอาไว้เตรียมเป็สินเดิมนั่นแหละ”
“เสี่ยวหลินจะหมั้นแล้วอย่างนั้นเหรอไหนแม่ของเธอบอกว่าจะให้สอบเกาเข่าอย่างไรล่ะ”
“ไอ้หยา!หมั้นกันไว้ก็ไม่เห็นจะเป็อะไรเลย ยังไม่ได้แต่งเสียหน่อยอีกอย่างคนรวยๆทั้งยังมีตำแหน่งหน้าที่สูงๆก็ไม่ได้ผ่านมาบ่อยๆนี่เจอแล้วก็ต้องรีบคว้าเอาไว้สิ เรียนจบแล้วค่อยแต่งก็ยังได้”หญิงวัยกลางคนร่างท้วมเอ่ยออกมา ก่อนจะเริ่มเห็นว่าคนทั้งสองเริ่มได้สติกันแล้ว“ดูๆ ดูพวกเขาสิเริ่มได้สติกันแล้วล่ะ”
ทุกคนต่างก็หยุดเื่ที่คุยกันอยู่ทันทีแล้วหญิงร่างผอมที่นั่งอยู่ข้างๆหลินอ้ายถงก็เขย่าตัวเธอพร้อมกับเอ่ยถามอย่างเป็ห่วง“เสี่ยวหลิน เธอฟื้นแล้วเหรอเป็ยังไงบ้าง”
หลินอ้ายถงที่ฟื้นนานแล้วแต่ยังคงเรียบเรียงความทรงจำที่เพิ่มเข้ามาใหม่อยู่ก็ยิ้มบางให้กับคนที่ถามพร้อมกับยันกายลุกขึ้นช้าๆ “ป้าชุน ฉันเป็อะไรไปคะ”
“ไฮ้!เด็กคนนี้นี่ ขึ้นมาเล่นซนบนูเาที่แสนอันตรายยังไม่รู้ตัวอีกว่าถูกงูกัดดูสิที่ข้อเท้าของเธอยังมีรอยเขี้ยวของมันอยู่เลย ดีนะที่ได้ยาสมุนไพรป้องกันพิษงูไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีใครช่วยเธอกับจางิเอาไว้ได้หรอก”
หลินอ้ายถงมองไปยังชายหนุ่มอีกคนที่ถูกเรียกว่าจางิพลันสายตาของเธอก็เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างแหวนหยกวงนั้นพาเธอกับเขาทะลุมิติมาจริงๆสินะ “ตะกร้าของฉันอยู่ไหนคะป้าชุนในนั้นมีผักป่าเยอะเลย ฉันคิดจะขึ้นเขามาเก็บผักป่ากลับไปให้แม่ทำอาหารวันนี้ไม่มีอะไรมีค่าฉันขอใช้ผักป่าแทนคำขอบคุณนะคะ”
“ตะกร้าของเธออยู่นี่แต่ไม่ต้องตอบแทนอะไรพวกเราหรอกเสี่ยวหลินลุกขึ้นแล้วก็รีบเดินลงเขากลับบ้านไปเถอะเดี๋ยวพ่อกับแม่ของเธอก็จะวุ่นวายออกตามหากันอีก”ป้าชุนส่งตะกร้าให้กับหลินอ้ายถงอย่างเอ็นดูเด็กคนนี้เธอเห็นมาั้แ่เล็กจนตอนนี้โตเป็สาวสวยและเรียนเก่งอีกด้วยถ้าได้เป็ลูกสาวก็คงจะดีไม่น้อย
หลินอ้ายถงพอได้ตะกร้ามาแล้วเธอก็หยิบเอาผักป่าออกมามอบให้เหล่าป้าๆคนละกำใหญ่และนั่นก็ทำให้เธอได้เห็นว่าแหวนหยกวงเล็กนั้นมันอยู่ที่ก้นตะกร้ารอยยิ้มยินดีผุดขึ้นมา ก่อนจะรีบลุกขึ้น “ขอบคุณทุกคนมากนะคะฉันคงต้องขอตัวกลับบ้านก่อน”
“รีบไปๆ”
หลินอ้ายถงรีบเดินลงเขาไปอย่างรวดเร็วเพราะมีข้อมูลมากมายในหัวของเธอที่ต้องจัดการเรียบเรียงและยังจะมีข้อมูลของแหวนหยกอีกที่เพิ่มเข้ามาตามลำดับเอาไว้วันหลังค่อยหาโอกาสพูดคุยกับจางิอีกครั้ง
พอหลินอ้ายถงเดินจากไปแล้วจางิก็ลืมตาขึ้นมาช้าๆชายหนุ่มแปลกใจไม่น้อยที่อีกฝ่ายไม่ได้คิดจะมาดูแลเขาเลยแม้แต่นิดแต่ก็เก็บเอาไว้ในใจก่อน
“ผมเป็อะไรไปครับป้าหลิน”ที่นี่เป็หมู่บ้านสกุลหลิน ผู้คนส่วนใหญ่จึงใช้แซ่หลินป้าหลินคนนี้ก็เป็เช่นนั้นเมื่อก่อนเธอแต่งงานออกไปอยู่หมู่บ้านอื่นแต่พอสามีและลูกๆเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางภาคใต้ เธอก็ถูกขับไล่ออกจากบ้านสามีจึงได้กลับมาอยู่ที่หมู่บ้านสกุลหลินนี่คือความทรงจำที่เขามีเกี่ยวกับป้าหลินคนนี้
“เฮ้อ!เด็กสองคนนี้มันยังไงกันนะ ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองถูกงูกัดเอาละๆรีบลุกขึ้นเถอะ มันจะมืดแล้ว”
จางิมองป้าหลินที่มองมาที่เขาด้วยความเวทนาสงสารแล้วหัวใจของเขาก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้างเขายันกายลุกขึ้นยืนพร้อมกับตะกร้าไม้ไผ่ที่ด้านในมีของป่าอยู่นิดหน่อย“ขอบคุณที่ช่วยผมนะครับ”ว่าแล้วก็ก้มศีรษะให้เหล่าป้าๆที่ยืนอยู่รอบตัวอย่างสำนึกบุญคุณแม้สายตาของป้าคนอื่นๆจะไม่ได้เอ็นดูเขาเท่าของป้าหลินก็ตาม
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกน่าพวกเราก็คนกันเองทั้งนั้น เธอก็รีบกลับบ้านเถอะ” ป้าหลินตบบ่าของจางิเบาๆ
“ครับป้าหลิน”ชายหนุ่มค้อมศีรษะอีกครั้งแล้วก็รีบเดินลงเขาตามความทรงจำเดิมของร่างกายนี้
เขาเข้าใจแล้วว่าจิติญญาของเขาเข้ามาแฝงอยู่ในร่างนี้และก็สามารถเข้าควบคุมร่างกายโดยที่จิติญญาของจางิอีกคนก็รับรู้และยอมรับเื่นี้ทำให้เขาทั้งแปลกใจและคาดไม่ถึง
ในปี 1993 นี้เขาเป็ชายหนุ่มอยู่ตัวคนเดียวเพราะพ่อแม่จากไปหมดแล้วและก็อาศัยอยู่ที่บ้านหลังเล็กท้ายหมู่บ้านจางิตอนนี้มีอายุเพียงสิบแปดปีเท่านั้นและก็ใช้ชีวิตเพียงลำพังด้วยความยากลำบากชะตากรรมนี้ทำให้เขาถึงกับเ็ปและทุกข์ทรมานไปทั้งหัวใจ เพราะทำให้คิดถึงความรักความอบอุ่นที่ได้รับจากพ่อกับแม่นั่นเอง
แม้เขาจะเร่งเดินลงเขามากเพียงใดทว่าพอลงมาถึงเชิงเขาก็ไม่พบแม้แต่เงาของหลินอ้ายถงเื่นี้ทำให้เขาฉุกใจคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ทว่าก็รีบส่ายหน้าโคลงศีรษะไม่อยากจะยอมรับเขายังคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ว่าความรักของอีกฝ่าย ที่มีต่อเขาในระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ตกลงเป็แฟนกันนั้นมันเป็ของจริง
“เธออาจจะ้าเวลาคิดทบทวนรอไปอีกสักสองสามวันก็แล้วกัน”เอ่ยกับตัวเองเสียงแ่แล้วเขาก็เดินมุ่งหน้าไปยังทิศที่ตั้งของบ้านหลังเล็กท้ายหมู่บ้านทันที
เมื่อมาถึงบ้านหลังเล็กจางิก็ผลักประตูเปิดเข้าไปชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเพราะบ้านมันเก่าและทรุดโทรมมากพ่อกับแม่ของจางิในยุคนี้เป็คนจากในเมืองที่มาอยู่ท่ามกลางคนสกุลหลิน จึงได้มาอยู่ท้ายหมู่บ้านแบบนี้
ที่ดินที่ได้รับจัดสรรมาก็มีเพียงไม่กี่หมู่และก็เป็ที่ดินที่ปลูกอะไรไม่ค่อยได้ยิ่งพ่อแม่ตายจากไปแล้วที่ดินเพียงไม่กี่หมู่เ่าั้ก็ถูกทิ้งร้างไปอย่างช่วยไม่ได้
ส่วนจางินั้นก็อาศัยเงินที่พ่อแม่เก็บเอาไว้ให้และใช้ชีวิตอย่างประหยัดมาเรื่อยๆแต่ทว่าเงินเ่าั้มันก็ได้หมดลงแล้ว ทำให้จางิต้องขึ้นเขาเพื่อไปหาของป่าซึ่งบนเขานั้นมันอันตรายมาก ปกติแล้วถ้าไม่ใช่นายพรานก็ไม่ค่อยมีคนขึ้นเขาไปหาของป่าสักเท่าไหร่
คิดไปพลางเขาก็เดินเข้าไปที่ห้องครัววางตะกร้าลงที่พื้นแล้วก็เริ่มจุดเตาไฟเพื่อทำอาหารให้ตัวเองในค่ำนี้
“ยังดีที่เรียนรู้เื่เหล่านี้มาจากคุณแม่บ้างนิดหน่อย ไม่อย่างนั้นคงได้อดตายแน่ๆ”พูดอยู่กับตัวเองด้วยความเหงาหงอยแล้วก็เปิดฝาตะกร้าออกเพื่อจะได้ดูว่าได้อะไรมาบ้าง แล้วเขาก็ต้องใแล้วก็เปลี่ยนเป็ดีใจ“แหวนหยกกับภาพวาดก็ตามมาด้วย ดีจริงๆ”
การที่ได้เห็นแหวนหยกวงใหญ่และภาพวาดตามมาด้วยแบบนี้ทำให้จางิคาดเดาเอาว่ามันจะต้องมีมิติวิเศษอยู่ในแหวนแน่ๆมุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นน้อยๆอย่างมีความสุข
แต่ด้วยเสียงของท้องที่ร้องโครกครากขึ้นมาทำให้เขาต้องรีบเก็บของสำคัญทั้งสองอย่างเอาไว้ก่อน แล้วก็หยิบผักป่าที่มีอยู่หนึ่งกำออกมา
“มีแค่นี้ถ้าอย่างนั้นก็ผัดผักป่าก็แล้วกันส่วนเห็ดกับหน่อไม้ที่มีอยู่นิดหน่อยพวกนี้ก็เอาไว้ต้มน้ำซุปทีหลัง”ว่าแล้วก็เดินไปหากระทะมาวางบนเตา จากนั้นก็ค้นหาเครื่องปรุงที่มีอยู่ไม่มากแล้วก็เริ่มผัดผักป่าอย่างทุลักทุเลเพราะแม้จะเคยเรียนรู้มาแต่เขาก็ไม่ค่อยได้ทำมันบ่อยนัก
ในที่สุดเขาก็ได้นั่งกินข้าวบนโต๊ะมีข้าวหนึ่งถ้วยและจานผัดผักป่าที่เมื่อสุกแล้วก็เหลือเพียงน้อยนิดจางิในยุคปัจจุบันที่แม้จะยากจนแต่ก็ไม่เคยต้องอดอยากแบบนี้ได้แต่ถอนหายใจแล้วก็เริ่มกินอาหารอย่างรวดเร็วเพราะร่างกายนี้น่าจะยังไม่ได้กินข้าวั้แ่เช้า
พอข้าวและผัดผักหมดแล้วเขาก็ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก่อนจะเก็บจานชามไปล้างที่อ่างข้างห้องครัว
เสร็จจากที่ครัวแล้ว เขาถึงได้เดินไปหยิบเอาแหวนหยกและภาพวาดติดมือเข้าห้องนอนไปด้วยคืนนี้คงไม่ได้อาบน้ำหรือล้างหน้าเพราะที่บ้านไม่มีน้ำเหลืออยู่แล้วชายหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าอย่างทำอะไรไม่ได้
เมื่อขึ้นมานั่งบนเตียงเตาเรียบร้อยแล้วเขาก็ยกแหวนหยกขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งอย่างละเอียดส่วนภาพวาดนั้นก็วางเอาไว้บนตัก
“ต้องหยดเืทำพันธสัญญาหรือเปล่านะ”พูดออกไปอย่างนั้นแล้วก็เริ่มมองหาเข็มเพื่อจะมาจิ้มปลายนิ้ว แต่ก็ไม่พบเข็มที่ว่า“มีดก็ไม่สะอาด หรือจะใช้ฟันดีนะ”พูดออกไปแล้วก็จดๆจ้องๆที่ปลายนิ้วของตัวเองอย่างหวาดๆ สุดท้ายก็ไม่กล้าลงมือเพราะคำนึงถึงสุขอนามัยมากเกินไป
แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าเพียงแค่เขาใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามความลื่นของแหวนหยกจู่ๆนิ้วของเขาก็รู้สึกเจ็บจี๊ดแล้วก็มีเืไหลออกมา “อ๊ะ! นี่มันอะไรกันน่ะ”
ชายหนุ่มถึงกับยิ้มร่าเพราะคิดว่าจะมีเื่อัศจรรย์เกิดขึ้นเหมือนอย่างในนิยายออนไลน์ที่เขาเคยได้ยินเพื่อนเล่าให้ฟังแต่จนแล้วจนรอดจางิก็ไม่พบกับเื่อัศจรรย์แบบนั้น
“ฮึ!เืก็ดูดเข้าไปจนหมดแล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักนิด นี่มันหลุมไร้ก้นชัดๆ”แล้วเขาก็เอาแหวนหยกไปวางไว้ใต้หมอน ก่อนจะล้มตัวลงนอนอย่างเซ็งๆ
ทางด้านของหลินอ้ายถงเมื่อกลับถึงบ้านเธอก็บอกพ่อกับแม่ว่ากินอาหารมาแล้วจากบ้านของเพื่อนเธอรีบขอตัวเข้าห้องนอนแล้วปิดประตูทันที
จากนั้นก็นำเข็มออกมาจิ้มที่ปลายนิ้วของตัวเองอย่างหมายมาดแล้วก็ป้ายเืลงไปบนแหวนหยก และสิ่งที่เธอคาดหวังก็เป็จริงขึ้นมามีแสงสว่างเรื่อเรืองออกมาจากตัวแหวนหยก
เพียงอึดใจจิติญญาของหลินอ้ายถงก็ถูกดูดเข้าไปในแหวนหยกและด้านในนั้นเธอก็พบว่ามีห้องสี่เหลี่ยมห้องหนึ่ง ขนาดประมาณสิบห้าตารางเมตร
แต่ความเล็กของมันก็ไม่ได้ทำให้เธอเสียความรู้สึกเพราะเมื่อเธอเปิดฝากล่องที่วางเอาไว้บนโต๊ะกลางห้องออกมาเธอก็พบว่ามันคือเครื่องประดับทอง เครื่องประดับหยกจำนวนหนึ่งและก็ยังมีเงินของยุคสมัยนี้อยู่อีกหลายปึก
“ฉันรวยแล้ว รวยแล้วจริงๆด้วย!!”
จากนั้นเธอก็เปิดกล่องอีกหลายสิบกล่องที่วางเอาไว้ในห้องซึ่งภายในกล่องเ่าั้มีทั้งของกินและของใช้เกือบจะครบถ้วนทุกอย่างตามที่เธอ้าไม่เพียงเท่านั้นเธอยังพบว่าในกล่องขนาดเล็กที่วางเอาไว้ตรงมุมห้องที่ไม่โดดเด่น ก็ยังมีข้อสอบเกาเข่าของปีนี้อีกด้วยคอยดูเถอะเธอจะป่ายปีนขึ้น์ให้ได้