แผ่นดินสีทอง (จบ)

    บทที่ 10

    ผีเสื้อแสนสวยตัวหนึ่งโฉบวนเวียนอยู่ตรงทางเดินเบื้องหน้าแคทธี่ ปีกลายพร้อยสีใสและหัวสีดำ ๆ เหมือนสวมไว้ด้วยมงกุฎหายลับเข้าไปในระหว่างพุ่มผกากรองที่ออกดอกบานสะพรั่ง ชุดกระโปรงผ้าฝ้ายพิมพ์ดอกเดซีสีเหลืองตรงชายช่วยขับผิวสีนวลคล้ำของเธอให้ผ่องขึ้น เธอเปลี่ยนอ้อมแขนที่หอบหนังสือไว้ เบื้องใต้พื้นรองเท้าสานนั้นสามารถรู้สึกได้ถึงความร้อนของทั้งดวงอาทิตย์และอากาศในเดือนมิถุนายนอยู่ตลอดเวลา ยางแอสฟัลท์ที่ราดอยู่บนพื้นถนนดูจะอ่อนตัวลงทำให้ไม่น่าเดินเท่าไรนัก แต่มันก็เป็นวันที่เหมาะจะออกมารับแสงแดดอบอุ่น ก่อนที่ความร้อนแรงของแสงอาทิตย์ของเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมจะคืบคลานเข้าไปสู่รัฐไอโอวาแคทธี่กำลังเดินไปยังห้องสมุดของท้องถิ่นซึ่งกระทำอยู่เป็นประจำทุกสัปดาห์แต่ชอบจะไปในตอนกลาง ๆ อาทิตย์มากกว่า เพราะมีคนน้อยและมีเวลามากพอที่จะเลือกหาหนังสือตามใจชอบโดยไม่ต้องมีใครมารบกวน หนังสือ 2 เล่มสุดท้ายที่ขอยืมไปนั้นไม่ได้สนุกเลยสักนิด อาจจะเป็นเพราะการที่เธอได้พบกับร็อบ ดั๊กลาส เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว ก็เลยคิดไปว่าพระเอกในเรื่องพลอยมีรูปร่างหน้าตาอย่างเขาไปด้วย ซึ่งทำให้ไม่สามารถจะตั้งสมาธิอยู่กับเนื้อเรื่องได้ แคทธี่อยากจะให้ตัวเองลืมเสียให้สนิทว่าเธอได้พบปะกับเขา แต่ดูเหมือนมันจะจำหลักแน่นอยู่ในความทรงจำจนเกินกว่าจะลบเลือนได้เสียแล้วมือของเธอจับอยู่บนราวเหล็กขณะที่แคทธี่เดินขึ้นไปตามบันไดคอนกรีตอันเป็นทางนำขึ้นสู่ห้องสมุดเล็ก ๆ แห่งนั้น จากปลายหางตาเธอมองเห็นพวกเด็ก ๆ จับกลุ่มกันอยู่ตรงมุมตึก เสียงยั่วเย้ากระเซ้าแหย่ดังลั่นจนทำลายฝันกลางวันของเธอลงหมดสิ้น แคทธี่หยุดอยู่ตรงกลางบันได และทันใดก็มองเห็นแทด ดั๊กลาส ยืนอยู่ตรงกลางกลุ่มเด็ก ๆ เหล่านั้น เสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานของพวกเด็ก ๆ ทำให้แคทธี่รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที เธอจึงเดินลงจากบันไดและเดินตรงไปยังเด็กชายที่ยืนหน้าซีดขาวอยู่กลางกลุ่ม แม้แกจะทำเป็นไม่สนใจในคำยั่วเย้านั้นก็ตามแต่เธอมิใช่เป็นคนเดียวที่เห็นเหตุการณ์นี้ ขณะที่แคทธี่เดินเข้าไปใกล้กลุ่มเด็กพวกนี้ เธอเห็นร็อบ ดั๊กลาส เดินออกมาจากร้านค้าฝั่งตรงข้าม เขากำลังเดินตรงเข้ามายังกลุ่มเด็กเช่นกัน และเข้าไปถึงก่อนหน้าแคทธี่“เรื่องอะไรกันนี่? ” ร็อบถามเสียงเข้ม ซึ่งทำให้พวกเด็ก ๆ แตกกระเจิงวิ่งหนีกันไปคนละทิศละทางในขณะที่แทดเพียงแต่เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าบึ้งตึงของผู้เป็นบิดา“มันเรื่องอะไรกัน แทด? ” แม้จะถามซ้ำ แต่น้ำเสียงเครียด ๆ ของเขาก็ไม่ทำให้ลูกชายอ้าปากตอบออกมาได้ มือของร็อบ ดั๊กลาส เอื้อมไปตวัดคางของลูกชาย “ฉันต้องการคำตอบ”แคทธี่รู้จักความรู้สึกบนใบหน้าที่เคร่งขรึมของลูกชายเขาดีกว่า เธอเคยเห็นมันจนชินตาเมื่อครั้งที่อยู่ในห้องเรียน แม้ว่าเธอยังมีโอกาสพอที่จะถอยห่างออกไป ด้วยไม่อยากจะพบกับร็อบ ดั๊กลาส แต่เธอก็เลือกที่จะเดินเข้าไปใกล้พร้อมกับพูดขึ้นว่า“พวกเด็ก ๆ ล้อแกเรื่องชื่อน่ะค่ะ”ดวงตาที่กำลังเป็นประกายกล้า เบือนมาทางแคทธี่ทันที และเธอก็ออกจะโล่งใจที่โทสะของเขามิได้มุ่งมาที่ตัวเธอ เรือนร่างของร็อบ ดั๊กลาส ในวันนี้ดูเด่นเป็นสง่าอยู่ในกางเกงสีน้ำตาลกับเสื้อยืดแขนสั้น มองเห็นมัดกล้ามที่ตัวเสื้อแนบอยู่อย่างชัดเจน“ครูหมายความว่ายังไง ที่ว่าชื่อของแทดน่ะ? ” เขาปล่อยมือจากคางของลูกชายซึ่งทำให้เด็กชายคอตกอีก“พวกเด็ก ๆ ตีความหมายเอาว่าชื่อแทดนั้นย่อมาจากแทดโพล ที่แปลว่ากบหรือเขียด” แคทธี่ตอบเรียบ ๆ ด้วยความหวังว่าความอ่อนโยนในน้ำเสียงของเธอจะช่วยคลายความบึ้งตึงบนใบหน้าเขาลงได้แต่ดูเหมือนรอยถมึงทึงตรงมุมปากของเขาจะลึกลงไปกว่าเดิมขณะที่ ก้มลงมองศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีทรายของลูกชาย สูดลมหายใจลึกเพื่อควบคุมสติอารมณ์ไว้ให้มั่นก่อนที่จะหันกลับมามองแคทธี่“ผมยินดีที่ได้ทราบ มิสคาร์ลสัน สวัสดีนะครับ”เขาผงกศีรษะให้เธอน้อย ๆ แล้วก็จับแขนลูกชายพาเดินข้ามถนนตรงไปยังที่ซึ่งจอดรถไว้ แคทธี่มองตามสองพ่อลูกไปเป็นครู่ก่อนที่จะหันหลังเดินกลับไปยังห้องสมุด และใช้ความพยายามที่จะตั้งสมาธิให้มั่นอยู่กับการเลือกหนังสือ แต่กลับพบว่าอิทธิพลของร็อบ ดั๊กลาส ครอบคลุมอยู่ตลอดเวลา“โธ่...มาเถอะน่า แคทธี่” แอนดี้ พยายามชักชวน “ก็เธอบอกเองไงล่ะว่าค่ำวันนี้เคลย์จะไม่มา เพราะฉะนั้นเธอก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ไปทะเลสาบ แบล็ค ฮ็อค เลค กับเรานะ”“จริง ๆ แอนดี้ ฉันไม่อยากออกไปว่ายน้ำเลยจริง ๆ นะ” แคทธี่ปฏิเสธเป็นครั้งที่ 6 และเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่รับประทานอาหารมื้อค่ำกันแล้ว “ฉันอยากอยู่บ้านเงียบ ๆ ตามลำพังมากกว่า”“แหม...พวกเราไปกันทุกคนเลยนะเธอ ไม่มีใครจับคู่กับใครหรอกน่า เธอไม่ต้องกลัวหรอกว่าเคลย์เขาจะหึงน่ะ” แอนดี้ไม่ยอมหยุดยั้งความตั้งใจ “ฉันยอมรับละ ว่ามันสงบอย่างที่สุดที่ยายคอนนี่ไปไอโกโบจิเสียได้ แต่คืนนี้มันน่าสบายเกินกว่าที่จะอยู่คนเดียวนะ”“แต่ฉันตั้งใจจะทำอย่างนั้นแล้วนี่” แคทธี่ยืนยัน“เฮ้อ” แอนดี้ถอนหายใจออกมาดัง ๆ ยักไหล่อย่างยอมแพ้ “เอาเถอะ ถ้าเธอยากจะทำอย่างนั้นจริง ๆ ก็ตามใจ ฉันคงไม่มีทางเปลี่ยนใจเธอได้สำเร็จแน่ แต่เธอก็จะไม่ได้พบกับความสนุกอย่างน่าเสียดายเชียวละ”“ฉันจะพยายามทนเอาก็แล้วกัน” แคทธี่ตอบขัน ๆ เอาหวีกระเสียบลงบนมุ่นมวยผมเสียงแตรรถดังกังวานขึ้นหน้าบ้าน“สงสัยแมรี่ เบทจะมาแล้ว” แอนดี้ร้องพร้อมกับวิ่งถลาออกจากครัว คว้ากระเป๋าใส่สัมภาระกับผ้าเช็ดตัวที่วางอยู่บนโต๊ะในห้องโถงด้านหน้า แล้วจึงได้วิ่งต่อออกไปยังประตูด้านหน้า พร้อมกับร้องบอกแคทธี่ว่า “ฉันยังไม่รู้นะว่าจะกลับมาตอนไหน ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าจะกลับดึก ไปก่อนละ” แล้วเสียงประตูที่ถูกกระแทกปิดก็ดังตามมาเสียงพัดลมดังกระหึ่มมาจากเคาน์เตอร์ในครัวอย่างน่ารำคาญ ดังนั้นเมื่อแอนดี้จะออกไปจากบ้านแล้วแต่บ้านก็ไม่ได้เงียบอย่างที่คิดไว้ แคทธี่มองไปยังบานประตูที่ปิดสนิทอยู่ ดวงตาคู่สีเขียวที่เคยเป็นประกายหม่นลง บัดนี้เหลือแต่เธอเพียงลำพัง เธอยุติความคิดที่อึงอลอยู่ในสมองมาตั้งแต่บ่ายจนตลอดค่ำ เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ปฏิเสธคำเชิญชวนของแอนดี้นั้นมันมิได้เพราะว่าเธออยากจะอยู่ตามลำพังเลย แต่น่าจะเป็นเพราะเธอไม่อยากออกไปว่ายน้ำกับพรรคพวกที่ส่งเสียงหัวเราะพูดคุยกันอย่างเอะอะเอ็ดตะโร และก็มิใช่เพราะคิดถึงเคลย์ด้วย เพราะรู้อยู่ว่าค่ำวันนี้เขามีธุระที่จะต้องทำเธออยู่ในอารมณ์แปลก ๆ ไม่รู้จะทำอะไรดีและเหนื่อยหน่ายอย่างน่ารำคาญ มีอะไรตั้งหลายอย่างในบ้านที่เธอสามารถทำได้, เช่นอ่านหนังสือที่ขอยืมมาจากห้องสมุดวันนี้, เขียนจดหมายถึงพ่อแม่ หรือซักผ้าก็ยังได้ แคทธี่คิดหาอะไรที่จะทำได้ตั้งหลายสิ่งอย่าง แต่ไม่ต้องการทำอะไรเลยสักอย่างหลังจากเดินกลับไปกลับมาในบ้านอย่างไม่รู้จะทำอะไรดี 2-3 รอบโดยมีนางดัชเชสจับตาดูอยู่ด้วยความห่วงใยแล้ว ในที่สุดแคทธี่ก็หยิบหนังสือที่ขอยืมจากห้องสมุดขึ้นมาถือไว้ เดินไปทรุดตัวลงนั่งในเก้าอี้ตัวหนึ่งในห้องนั่งเล่น แต่มันก็ดูจะไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง ด้วยเธออ่านซ้ำอ่านซากอยู่หน้าเดียวเท่านั้นโดยจำไม่ได้ว่าตัวเองอ่านอะไรบ้าง เสียงโทรศัพท์ที่กรีดร้องขึ้นจึงช่วยให้เธอโล่งใจขึ้นมากแคทธี่ยกโทรศัพท์สีดำขึ้นมาแนบหู“เฮลโล..”“เฮลโล นี่ผมร็อบ ดั๊กลาสพูดนะครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณว่างอยู่หรือเปล่า”มันคล้ายหัวใจของแคทธี่จะหยุดเต้นไปเป็นครู่ก่อนที่จะรวบรวมสติตอบออกไป“ฉันคิดว่าคุณคงอยากจะพูดกับคอนนี่กระมังคะ ตอนนี้เขาหยุดพักร้อนแล้วก็ไปเที่ยวแล้วละค่ะ นี่ฉันแคทธี่ คาร์ลสันกำลังพูด”“ผมทราบครับ ว่าคอนนี่ไปพักผ่อน แล้วก็รู้ด้วยว่าตัวเองกำลังพูดอยู่กับใคร” น้ำเสียงของเขาเจือด้วยสำเนียงขบขันลึก ๆ “ก็คุณนั่นแหละครับที่ผมต้องการพบ มิสคาร์ลสัน”“ฉันน่ะหรือคะ? ... คุณต้องการพบฉันเรื่องอะไรกันไม่ทราบ?” เธอขมวดคิ้วย่น มือกำโทรศัพท์แน่น“มันมีเรื่องส่วนตัวอยู่ที่ผมอยากจะได้ปรึกษาหารือกับคุณ” ร็อบตอบมาตามสาย “ให้ผมไปหานะครับ”“เรื่องส่วนตัวอะไรกัน...เรื่องลูกชายของคุณน่ะหรือคะ? ” แคทธี่ต้องการความกระจ่างชัดเสียก่อนที่จะตัดสินใจเผชิญหน้ากับบุคคลผู้นี้ตัวต่อตัว “เราพูดกันทางโทรศัพท์นี่ไม่ได้หรือคะ? ”“ผมไม่ชอบพูดจาเรื่องส่วนตัวทางโทรศัพท์ ผมจะไปถึงนั่นภายใน 20 นาทีนี้นะครับ”“เดี๋ยว...ฉัน...” เธอกำลังจะเอ่ยปฏิเสธ แต่โทรศัพท์ปลายสายวางหูไปเสียแล้ว เธอจึงวางเครื่องรับในมือลงบนแป้นช้า ๆ นึกอยากจะให้ตัวเองตามแอนดี้ออกไปเสียก็จะดี