อานนท์เดินออกมาจากห้องน้ำอย่างรู้สึกสบายตัวขึ้นเยอะ หลังจากได้ปลดปล่อยอั้นมันไว้อยู่นานแล้ว ‘ เฮ้อ...โล่ง!... ตอนนี้แพนกับเฟร็ดจะหาคนได้หรือยังนะ รีบไปหาพวกนั้นดีกว่า ’
อานนท์คิด เดินไปยังทางเขามาตอนแรก แต่ในระหว่างทางเด็กหนุ่มรู้สึกสังหรณ์ใจชอบกล เพราะในบริเวณนี้มันช่างวังเวง เริ่มมืดลงเรื่อย ๆ แถมยังไม่มีใครสักคนเลยอยู่ในบริเวณนี้จนน่าแปลก
‘ แต่ทำไมตอนที่เราเดินเข้ามายังเห็นว่ามีคนอยู่เลยวะ ’ อานนท์กวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง จับกระเป๋าหนังข้างตัวอย่างเตรียมพร้อม
แต่ในขณะอานนท์กำลังเดินผ่านแนวป่าดูรกข้างตึกของหอพักหญิง เด็กหนุ่มเห็นเงามืด ๆ ร่างหนึ่ง ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้บริเวณนั้นพอดิบพอดี!!
“ นั่นใครน่ะ ออกมานะ !! ” อานนท์ถามด้วยเสียงเข้ม มองจับจ้องยังเงาร่างนั้นอย่างไม่คลาดสายตา เด็กหนุ่มตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้เงาร่างนั้นอย่างช้า ๆ เพราะอยากรู้อยากเห็นของตัวเองโดยใจเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เมื่ออานนท์ะโถามเงาร่างนั้นกำลังยืนหลบอยู่ใต้ต้นไม้ค่อย ๆ เดินออกมาให้เด็กหนุ่มได้เห็นอย่างชัดเจนและนั้นก็ทำให้เขาต้องใขึ้นมาทันที!
“ น้าแคท !...ทำไมม.น.น้าถึง.ง..มาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ !! ” อานนท์ถามน้าสาวอย่างตะกุกตะกัก เพราะความประหลาดใจมากที่ไม่คิดว่ามาเจอน้าสาวในสภาพนี้ ตอนนี้ได้
“ น้าแค่คิดถึงหลานน่ะเลยมาหา ” แคทเธอรินตอบอานนท์ด้วยน้ำเสียงเรียบ ยิ้มฝืน ๆ ให้ จนเด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกแปลกใจ
“ น้าเป็อะไรหรือเปล่า ” อานนท์ถามน้าสาวต่อ
“ หึ... เปล่านิ น้าไม่ได้เป็อะไร ” แคทเธอรินตอบส่ง ๆ มองเด็กหนุ่ม ยิ้มเย็นให้
‘ มันชักจะยังไงยังไงอยู่นะ ’ อานนท์คิด มองน้ากำลังยืนอยู่ด้านหน้าอย่างรู้สึกไม่ดีขึ้นมาแล้ว!!
“ หลานเป็อะไรหรือเปล่า ทำไมถึงได้หน้าซีดเชียว..หือ ” แคทเธอรินถามอานนท์ด้วยน้ำเสียงเย็นเยือกชวนรู้สึกหนาวอย่างน่าประหลาด เด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกไม่น่าไว้ใจกับคนเบื้องหน้า ถึงอานนท์เห็นว่าเป็น้าแคทที่เขารู้จัก แต่คนตรงหน้ามันไม่ใช่ คำพูด คำจา และกริยาท่าทางมันไม่ใช่เลย!!
แต่หากเด็กหนุ่มไม่รู้สึกตัวเลยว่าบริเวณตรงเขายืนอยู่ กลับมีม่านพลังใสดำได้ถูกกางปกคลุมขนาดใหญ่ครอบไว้หมดแล้วจากฝีมือผู้หวังปลอมเป็น้าสาวของตน เพื่อไม่ให้คนภายนอกเห็นได้หรือให้เห็นว่าตรงนั้นไม่มีใครอยู่เลยนั่นเอง
“ แก...ไม่ใช่น้าแคท!!..แกเป็ใคร!!! ” อานนท์ตัดสินใจถาม ขมวดคิ้วเข้มเข้าหากัน เมื่อตัวเองรู้สึกว่าคนตรงหน้าไม่น้าสาวของเขาแล้วแน่ ๆ !!
“ หึหึ..ฮ่า ๆ ๆ.. รู้ตัวแล้วหรือเนี่ย!!! ข้านี่..ไม่ได้เื่จริง ๆ !..กับแค่บทง่าย ๆ ข้าก็ยังทำไม่ได้ เฮ้อ...ไม่ไหว ๆ ! ...แล้วส่วนเื่ที่ข้าจะเป็ใครน่ะ เดี๋ยว...แกก็จะได้รู้อีกในไม่ช้าเนี่ยแหละ หึ ! ” เสียงแหลม ๆ ของผู้หญิงที่อานนท์ได้ยินมันเริ่มแหบลงเรื่อย ๆ และกับกลายไปเป็เสียงทุ้ม ๆ ของผู้ชายอย่างน่าใขึ้นมาแทนที่!!
แต่นั่น...มันก็ไม่ได้ทำให้เขาต้องรู้สึกกลัวไปมากกว่านี้แม้แต่น้อย !! อานนท์รีบก้าวถอยหลังให้ห่างจากหญิงสาวอย่างช้า ๆ มือเรียวชื้นเหงื่อเพราะความร้อนภายในร่างกายของตัวเอง เข้าล้วงลงหยิบแท่งไม้ในกระเป๋าหนังด้านข้างพร้อมสั่งให้มันกลายสภาพเป็ดาบยาวเรียวสีทองถือไว้ในมืออย่างสั่น ๆ !!!
“ ดูท่าแก...อยากจะเล่นกับข้ามากเลยสิท่า ถึงกับเรียกดาบขึ้นมาไว้เตรียมพร้อมเชียว หึ..แต่ข้ายอมรับนะว่าดาบของเ้าสวย แต่ยังไงยังไงมันก็ยังสู้ดาบของข้าไม่ได้หรอก ฮ่า ฮ่า งั้น...เราก็อย่ามาปล่อยเวลาให้มันเปล่าประโยชน์เสียเลยอานนท์ มาเริ่มกันเลย !! ” หญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของเด็กหนุ่มพูด ส่งยิ้มให้กับเขา เสกดาบใหญ่สีดำไว้ในมือขึ้นมา เพื่อบ่งบอกว่ามันกำลังจะเริ่มแล้วจริงงๆ!!
สติและสมาธิตอนแรกมันได้หายไป กลับถูกเรียกคืนมายังอานนท์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีของชายหนุ่มในร่างน้าสาวของเขา แทนแล้ว สายตาเข้มคมเรียวทั้งสองยังคงจับจ้องยังเบื้องหน้าไม่กะพริบตา ตึกตึกตึก!! เสียงหัวใจของเด็กหนุ่มในตอนนี้มันเริ่มเต้นไม่เป็จังหวะ เกิดความกลัวประทุขึ้นพร้อมกัน
วูบ
เมื่อหญิงสาวตรงหน้าของอานนท์กับหายไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยราวกับภาพมายา เร็ว....เร็วมาก!! อานนท์รีบกวาดตามองไปรอบ ๆ มือใหญ่กำดาบไว้แน่นยกขึ้น แต่ขณะแรงกดดันจากความเงียบทั้งเด็กหนุ่มไม่สามารถเห็นต้นตอของมันได้เลย ยิ่งทำให้เขาเริ่มรู้สึกกลัวมาก!! อานนท์ตัดสินใจพูดขึ้นอย่างใจกล้าว่า!!
“ แน่จริง!! ออกมาสู้ตัวต่อตัวสิวะ !! ”
เสียงฟังดูท้าทายดังจากเด็กหนุ่ม มันทำให้ร่างบางที่หายไปกลับปรากฏขึ้นอยู่ด้านหน้าเขาแล้ว !
ั์ตาแดงฉานของหญิงสาวมองอานนท์อย่างนึกสนุก จากตอนแรกหล่อนเรียกมวลพลังไม่เข้มข้นมาก สามารถจัดการให้เหยื่อสลบไปในไม่กี่วินาทีนี้กลับได้เรียกให้มันหายไปภายในมือ เมื่อได้ยินคำท้าดวลของอานนท์
“ หึ! ได้สิ! ” ชายหนุ่มในร่างหญิงไม่รีรอให้เหยื่อได้ทันตั้งตัวรีบปล่อยดาบใหญ่พุ่งเข้าใส่อานนท์อย่างรวดเร็ว !
เมื่อเขารู้สึกถึงอันตรายกำลังเกิดขึ้น สมองเริ่มเร่งรีบประมวลผลหาวิธีป้องกันอย่างรวดเร็ว อานนท์สั่งตัวเองเบี่ยงหลบดาบใหญ่หวังปลิดชีพเขาไปทางด้านซ้ายอย่างสโลโมชั่นเหมือนในหนังแมททริก แต่ดูท่าหญิงสาวน่าจะรู้ทันนางเลยรีบชักดาบใหญ่กลับ พุ่งใส่อานนท์อีกรอบ
ซึ่งในครั้งนี้เด็กหนุ่มประสานมือทั้งสองกำดาบยาวเรียวไว้แน่นอย่างมั่นคง รีบยกขึ้นตั้งรับดาบใหญ่ของศัตรูอยู่เบื้องหน้า ทั้งพยายามส่งกำลังแรงทั้งหมดไปยังกล้ามเนื้อเพื่อรับดาบอันหนักของหญิงสาวอย่างสุดความสามารถ แต่ดูว่าเ้าของมันไม่รู้สึกว่าหนักเลยสักนิดก็ตามเถอะ อานนท์ไม่รอช้ารีบปัดดาบใหญ่ลงในที่สุด สวนดาบยาวของเขาไปยังศัตรูกลับ!!
วืด!!
หากมันกลับคว้าได้แต่อากาศเปล่า ๆ เท่านั้น เมื่อร่างบางหายวับไปกับตาเป็ครั้งที่สอง!
“ ฮึ ๆ ๆ ! ” เสียงเค้นหัวเราะเย็นเยียบดังมาจากปากของผู้ชายในร่างหญิง
อานนท์รีบหันมองยังต้นเสียงนั้น แต่มันยังช้าไปเมื่อหญิงสาวปรากฏอยู่ด้านหลังเขาอย่างเงียบเชียบ!! นางเสกดาบใหญ่ให้หายไป กางมือเสกลูกบอลไฟขนาดกลางสีดำใส่มาแทนที่พร้อมปล่อยลูกไฟในมือพุ่งใส่ด้านหลังเด็กหนุ่มอย่างจังทั้งที่ไม่ให้เหยื่อได้ทันตั้งเตรียมตัวรับ
“ อ้าก!! ”
แต่ไม่ทันที่เขาได้ศอกสวนกลับไปด้านหลังตัวเองเพื่อหวังให้โดนกับร่างบางร่างนั้น เด็กหนุ่มต้องร้องเสียงหลงอย่างเ็ป กระอักเืพุ่งออกมา เพราะด้านหลังของเขาได้โดนพลังเป็กลุ่มเป็ก้อนมากระทบเข้าอย่างจัง จนมันส่งผลทำให้อานนท์รู้สึกเ็ปอย่างที่สุดในชีวิต
‘ ทำไมมม.มันน.ต้องเป็เราด้วย !! ’ เด็กหนุ่มกัดฟันระงับความปวดพลุ่งขึ้นคิด ปล่อยตัวลงคุกเข่าตามแรงโน้มถ่วงกับพื้นอย่างหมดแรง ล้มลงตัวนอนไปในที่สุด ส่วนดาบในมือและกระเป๋าหนังได้กระเด็นออกไปข้างหลังตามแรงผลักจากลูกบอลไฟของหญิงสาว แต่สติของเขายังไม่หมดตามไปด้วย เด็กหนุ่มยังใจดีสู้เสือ กล้าถามด้วยน้ำเสียงเริ่มรู้สึกหมดแรงลง
“ แก!ต้อง..ง...การอะไรจากข้ากันแน่!! ” หญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ร่างยังไม่หมดสติของเด็กหนุ่ม เลื่อนสายตาลงมองตัวอานนท์อันเต็มไปด้วยคราบเืบนตัวเสื้อสีขาวอย่างเห็นได้ชัด เกิดหัวเราะพลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมขึ้น
“ ฮึ..ฮะฮะฮาฮ่า ๆ ้าอะไรน่ะเหรอ หึ..เดี๋ยวแกก็จะได้รู้ว่าข้า้าอะไรจากแก ! ”
อานนท์ล้มตัวลงนอนกับพื้นตรงด้านหน้าหญิงสาว กำลังพยายามเงยหน้าอันหนักอึ้งแลดูซีดเผือกขึ้นมองด้วยสายตาว่างเปล่าอย่างน่าประหลาดให้กับคนเบื้องหน้า เปลือกตาของเด็กหนุ่มพยายามฝืนมันไว้เริ่มค่อย ๆ ปิดลง เพราะตัวเขาเองทนต่อความเ็ปภายในช่างบอบช้ำมากเหลือเกินอย่างไม่ไหวอีกต่อไป
ร่างของเด็กหนุ่มนอนสลบอยู่ข้าง ๆ หญิงสาวยืนมองอย่างเ็า ั์ตาสีแดงของนางจ้องมองลงไปยังร่างนั้น นั่งยอง ๆ ใช้นิ้วเรียวแตะเลือซิบอยู่ตรงมุมปากของเหยื่อขึ้นมาดูดเพื่อริมรสเือันโอชะ
“ อืม รสชาติดีกว่าที่คิดไว้แฮะ ”
หญิงสาวพูดหลังจากนางได้ริมรสเืของเหยื่อเป็อันเสร็จ! นางถอยหลังไปก้าวหนึ่ง กลายร่างเดิมเป็ชายร่างสูงโปร่ง สวมฮูดสีเทาปิดบังใบหน้าไว้ทั้งตัว ยิ้มมุมปากอย่างรู้สึกถูกใจ
ชายหนุ่มเอาร่างเหยื่อที่ไร้สติแบกขึ้นบนบ่ากว้างของตัวเอง ยกมือร่ายเวทสร้างประตูมิติสีดำด้านหน้าเขา ก้าวหายไปจากตรงนั้นโดยไม่ทันได้หันมาเก็บของ ของเหยื่อกลับไปด้วย แต่หากรู้ไม่ ดาบยาวเรียวสีทองของอานนท์มันได้เปล่งแสงอันแรงกล้าเหมือนปลุกอะไรสักอย่างภายในนั้นออกมาให้เห็นแค่แวบเดียวเท่านั้น มันดับวูบลงไปกลายสภาพเป็รูปแท่งไม้ดูแสนธรรมดาเหมือนเดิม
ในซอกมืดมุมตึกของหอพักจอมแพทย์ ใกล้บริเวณแนวป่าดูรกของหอพักสายนี้ มีเงาปริศนาร่างสูงอยู่ร่างหนึ่งยืนทอดมองผ่านม่านพลังที่คนร้ายสร้างมันขึ้นอย่างง่ายดาย ฝืนใจมองเด็กหนุ่มผู้นั้นนอนสลบไสลไม่ได้สติกับคราบเืเปื้อนบนตัวเสื้อสีขาวอย่างเห็นได้ชัด กำลังถูกแบกพาดบ่าของคนร้ายไปราวกับเป็เพียงแค่กระสอบทรายกระสอบหนึ่งเท่านั้น!
เงาปริศนาที่ว่าคือ เจฟฟรีย์ เมื่อชายหนุ่มเห็นว่าบริเวณนั้นไม่มีใครอยู่แล้ว เขาเลยเดินก้าวออกจากมุมตึก ั์ตาสีนิลฉายความรู้สึกเจ็บใจอย่างปิดไว้ไม่อยู่ เพราะเจฟฟรีย์เห็นอานนท์ถูกกระทำอย่างวิธีสกปรก ๆ โดยคนที่เขารู้จักกับมันเป็อย่างดี !!
“ ฮึ่ม แกได้เจอกับข้าแน่ ๆ เรย์ อีกไม่นานหรอก ข้าจะให้แกต้องตายอย่างทรมาน ข้าสาบาน! ”
เจฟฟรีย์ยืนกำมือแน่นเมื่อชายหนุ่มนึกถึงคนที่เขาเกลียดที่สุดในความคิด ยังทั้งแค้นใจตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้เลย จะออกไปช่วยก็ไม่ได้เพราะตัวเขาได้รับคำสั่งมาเพียงแค่เฝ้าดูสถานการณ์เท่านั้น
“ ท่านเดลล์ งานนี้ยกให้ข้าจัดการเถอะนะ ข้าขอร้อง ” เจฟฟรีย์เสกอินเตอร์โฟนกดติดต่อหานายท่านของเขา พูดด้วยน้ำเสียงเข้ม
“ ก็ได้ แต่...เ้าต้องรอแอลก่อน ข้าถึงจะอนุญาตให้เ้าไปทำเจฟ ” ปลายเสียงนั้นคือเดลล์
“โถ่...ท่านเดลล์ ทำไมต้องให้ข้ามารอผู้หญิงคนนั้นด้วยล่ะ หรือท่านไม่มั่นใจในฝีมือของข้าแล้ว ว่าข้าจะพาท่านชายออกมาไม่ได้ใช่ไหม ” เจฟฟรีย์รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เมื่อได้ยินชื่อของผู้หญิงคนนั้น พาลพูดอย่างอารมณ์เสียใส่เ้านายของเขา
“ หึ...ข้ามั่นใจในฝีมือเ้ามาตลอดเจฟ แต่ที่ข้าบอกให้เ้าต้องรอนาง เพราะนางเป็คนเดียวที่พาเ้าเข้าไปถึงรังของมัน โดยที่มันจะไม่รู้สึกถึงการมาของพวกเ้าเลยยังไงล่ะ... แต่ถึงยังไงข้าก็ฝากด้วยนะเจฟ ฝากเ้าช่วยหลานชายของข้าออกมาให้ได้... นะ ”
เดลล์พยายามตอบด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ กับเจฟฟรีย์ แต่ใจของเขาหากไม่ได้นิ่งอย่างน้ำเสียงที่พูดออกไปเลยสักนิดเดียว
“ ขอรับ! ข้าจะต้องพาท่านชายกลับมาได้อย่างปลอดภัยแน่นอน นายท่านไม่ต้องเป็ห่วง ส่วนเื่ผู้หญิงคนนั้นข้าจะพยายามที่จะรอนางละกันนะ ”
เจฟฟรีย์คิดพูดทิ้งท้ายไปแบบนั้น เพราะอยากมอบความสบายใจให้แก่นายท่านตน เขาเลยรีบตกคำรับปากไปโดยเร็ว แต่ก่อนชายหนุ่มจะวางสายไป เขาได้ขออะไรสักอย่างจากนายท่านไปด้วย ซึ่งเดลล์ได้รับปากให้ตามที่เจฟฟรีย์ขอซะด้วยสิ
“ นี่..อานนท์ไปเข้าห้องน้ำนานมากแล้วนะ ข้าว่าพวกเราไปตามกันเถอะ ” แพนเอ่ยขึ้น เหลียวมองบรรยากาศในบริเวณรอบ ๆ นี้ ดูไม่มีคนอื่นอยู่แล้ว
“ ก็ได้ งั้นข้ากับแพนไปตามอานนท์กัน ส่วนบาบากับซาบริน่า พวกเ้าขึ้นไปห้องพักของตัวเองก่อนเถิด ข้าไม่อยากให้พวกเ้าต้องโดนถูกทำโทษไปด้วยน่ะ แต่ต้องขอบคุณพวกเ้าทั้งสองคนด้วยนะที่มาช่วยพวกเราทำกิจกรรม ”
เฟร็ดตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ ลุกขึ้นเดินนำเพื่อนสาวออกไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ส่วนบาบากับซาบริน่า ตอนแรกค้านอยากไปช่วยหาอานนท์ด้วย แต่แพนหันบอกเพื่อนของนางว่า ไม่เป็ไร พวกเ้าขึ้นไปกันเถอะ บาบากับซาบริน่าถึงยอมขึ้นไปห้องพักของตัวเองโดยดี
…แต่ทำไมถึงได้รู้สึกสังหรณ์ใจยังไงชอบกลนะเรา
พวกเขารีบเดินไปยังห้องน้ำส่วนกลางของหอพักสายนี้ สิ่งที่เฟร็ดกับแพนเห็นถึงกับต้องใขึ้น!
เฟร็ดเดินเข้าไปใกล้ร่องรอยของการต่อสู้ระหว่างคนสองคนกับกระเป๋าหนัง เขาเห็นแว็บตารู้ได้ทันทีเลยว่าต้องเป็ของอานนท์อย่างแน่นอน เพราะเฟร็ดจำประเป๋าหนังทรงแบบนี้ได้อย่างแม่นยำ
“ นี่มัน!… กระเป๋าของอานนท์นิเฟร็ด ดูสิ ” แพนพูดอย่างใ ก้มไปหยิบกระเป๋าหนังสีน้ำตาลเข้มกับหยิบแท่งไม้ใส่กระเป๋าไว้อย่างเดิม ยื่นให้เฟร็ดดู
“ ใช่แล้ว ข้าจำได้ว่าเป็ของอานนท์อย่างแน่นอน !..... แต่ข้าว่ามันเริ่มไม่ค่อยดีแล้วนะ พวกเรารีบกลับหอพักไปรายงานกับรุ่นพี่ดาวินให้รู้ดีกว่า ”
เฟร็ดหันไปตอบแพน ก้มหน้ามองกระเป๋าหนังของเพื่อนชาย กำมันไว้อย่างแน่นด้วยสีหน้าดูเคร่งเครียด เพราะในตอนนี้เขาได้กลิ่นอายของเวทระดับไม่ธรรมดาฟุ้งเต็มไปหมดในบริเวณนี้ ส่วนแพนมองลงยังเพื่อนชายคนแคระเป็เชิงว่า งั้นเราก็รีบไปกันเถอะ
เวลา 5 ทุ่ม 32 นาที ณ หอพักของสายจอมเวท
หลังจากเฟร็ดกับแพนได้เดินกลับถึงหอพักของตัวเอง เห็นรุ่นพี่ซ่าร่ายืนสวยอยู่ตรงกลางสนามกีฬาเพื่อรอเขา
“ ตอนนี้พวกเ้ายังไม่ต้องพูดอะไรหรอก รีบเข้าไปข้างในก่อน แล้วเดี๋ยวเราค่อยมานั่งคุยกันกับเื่นี้ อ้อ..ลืมบอกไป พวกเพื่อนของเ้าที่เหลือก็มานั่งรออยู่ด้วยนะ ข้าล่ะปวดหัว คนเยอะจริง ” เฟร็ดคิดว่าถามรุ่นพี่ซ่าร่าอยู่นั้นถึงกับชะงัก พยักหน้าให้รุ่นพี่เป็อันว่าเข้าใจ พวกเขาเดินตามหลังรุ่นพี่ซ่าร่าเข้าไปด้านในหอพักชาย
เมื่อเฟร็ดกับแพนเดินเข้ามายังภายในตัวห้องนั่งเล่นของหอพักชาย ต้องพบกับบรรดาพวกเพื่อนได้มานั่งรวมตัวบนโซฟาขนาดใหญ่ตรงกลางห้องกันอย่างพร้อมเพรียง สีหน้าในแต่ละคนเกิดความเคร่งเครียดไม่ต่างกัน ส่วนรุ่นพี่ซ่าร่าได้เดินเข้ามานั่งรวมวงกับรุ่นน้องของนางด้วย
“ พี่ซ่าร่า ตกลงพวกเราได้แต่นั่งรอข่าวจากพี่ดาวินอยู่แบบนี้อย่างเดียวใช่ไหม ”
อมราเอ่ยขึ้นเมื่อนางเห็นพวกเพื่อน ๆ กับรุ่นพี่ซ่าร่านั่งเงียบกันอยู่สักพักหนึ่ง ซึ่งตอนแรกพี่เขาบอกว่าจะเล่าให้ฟังแต่กลับนั่งเงียบไปซะงั้น
“ ก็คงต้องเป็ยังงั้นแหละน้อง เฮ้อ พี่ก็เป็ห่วงอานนท์ไม่แพ้กับพวกเ้าหรอก ”
ซ่าร่าเงยหน้าของตัวเองขึ้นมามองพวกรุ่นน้องของนางอย่างหน้าดำ คล้ำเครียดไม่ต่างกัน
“ ข้ารอต่อไปแบบนี้ไม่ไหวหรอก ! ” ฮารัสที่นั่งข้าง ๆ นัท กลับลุกพรวดพราดขึ้น พูดด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ แล้วเ้าจะทำยังไงล่ะ ตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้แล้วนิ่ แค่ได้แต่นั่งรออย่างที่อมราพูดน่ะแหละ ” แอรีสหันไปถามฮารัส
“ เออ นั้นสิ ลืมคิดไปเลย เฮ้อ! แล้ว....คือตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้เลยใช่ไหมเนี่ย ! ” ฮารัสะโเสียงดังอย่างหมดหนทาง คิดอยากช่วยเพื่อนชายของเขาแล้ว
“ เดี๋ยวนะ แล้วทำไมพวกเราไม่ไปหาท่านเดลล์ น้าของอานนท์เองเลยล่ะ เผื่อว่าจะมีข่าวอะไรจากอานนท์บ้างแล้วก็ได้ เอมม่าเชื่อว่าคนที่เป็น้าคงจะไม่ปล่อยให้หลานของตัวเองถูกลักพาตัว หรือโดนทำร้ายหรอก ” เอมม่าเอ่ยเพื่อแสดงความคิดเห็น นางคิดว่ามันน่าจะต้องมีหนทางอื่นอีกแน่ ๆ
“ แต่...ผอ.ท่านจะให้พวกเราเข้าพบเหรอเอมม่า ” ไบอาหันไปถามเอมม่า
“ ต้องให้สิ อานนท์ก็เป็เพื่อนของพวกเราเหมือนกันไม่ใช่เหรอ ท่านเดลล์ต้องให้พวกเราเข้าพบแน่ ๆ แต่ถ้ามีรุ่นพี่เป็ตัวนำ ก็ไม่ต้องเป็ห่วงไปแล้วล่ะไบอา...จริงไหมรุ่นพี่ซ่าร่า ” เอมม่าตอบไบอา หันหน้าไปถามรุ่นพี่กำลังนั่งยิ้มแห้ง ๆ ให้อยู่
“ ก็ใช่ แต่...ท่านได้เรียกหัวหน้านักเรียนไปคุยในเื่นี้แล้วไง ถ้าพวกเ้าแห่กันไปหมดเลยมันจะดูยังไงยังไงอยู่นะ พี่ว่าพวกน้องใจเย็น ๆ กันก่อนเถอะ แล้วรอให้รุ่นพี่ดาวินกลับมาบอกน่าจะดีกว่า ” ซ่าร่าตอบรุ่นน้อง พยายามทำหน้าให้นิ่งเข้าไว้
“ ทำไมมันถึงต้องจับตัวอานนท์ไปด้วย ข้าไม่เข้าใจเลยวะ!! ” ฮารัสพูดอย่างอารมณ์เสีย มองหน้าเพื่อนในแต่ละคน
“ นั้นสิ!!....ตอนนี้อานนท์จะเป็ยังไงบ้างน้า ” ยูเอ่ย
“ เฟร็ด นั้นกระเป๋าของอานนท์ใช่ไหม ข้าขอดูหน่อยสิ ” อยู่ ๆ นัสก็ถามเฟร็ดเมื่อเห็นว่าเพื่อนชายคนแคระได้กำสายกระเป๋าหนังของอานนท์ไว้แน่นมาตลอดทางเข้ามาในตัวห้องนั่งเล่นอยู่นานแล้ว
“ ใช่ ” เฟร็ดพยักหน้า ยื่นกระเป๋าหนังให้กับนัสดู
“ ข้อความในมิวส์อากับสายที่ไม่ได้รับของอานนท์เกินห้าสิบกว่าสายเลยเหรอวะเนี่ย ฮารัส ..เก้า สาย..เฟร็ด..สิบเอ็ด สาย...ยู..หก สาย ! เ้าก็ติดต่อหาอานนท์ด้วยเหรอเนี่ยไม่น่าเชื่อ ต่อไป อมรา แปด สาย แอรีส ห้า สาย พวกเ้าก็ด้วยยเหรอ ? คือนี่นัดติดต่อเรียงต่อกันเลยใช่ไหม ฮ่า ๆ...แต่เอ๊ะ..แล้วคนนี้ใครรร ? ”
นัสถือวิสาสะหยิบไลมิวส์อาของเพื่อนชายขึ้นมาเปิดดูรายชื่อข้อความกับสายที่ไม่ได้รับ ไล่พูดชื่อคนที่เขารู้จักทีละคนอย่างช้า ๆ มาหยุดตรงกับสายไม่ได้รับที่อานนท์ได้ตั้งชื่อเอาไว้ว่า # คนสวยของผม # ซึ่งตอนที่นัสกำลังไล่ดูรายชื่ออยู่พวกเพื่อน ๆ ของเขาต่างชะเง้อหน้าเข้ามาดูกันด้วย รวมไปถึงรุ่นพี่ซ่าร่าอีกคน
“ นัส เ้าไปเอาของของเพื่อนขึ้นมาเปิดดูแบบนั้นมันไม่ดีเลยนะ ไร้มารยาทวะ ” แม๊กพูดติเพื่อนชายของเขา
“ แหม หรือเ้าไม่อยากจะรู้วะแม๊ก อย่ามาทำเป็คนรักษามารยาทไปหน่อยเลย ”
นัสหันพูดแทงใจดำกับแม๊กในทันที ซึ่งแม๊กชินกับคำพูดแบบนี้จากเพื่อนชายของเขาขึ้นมาซะแล้ว เพราะในตอนทำกิจกรรมรับน้อง ตัวเขา ฮารัสและนัสได้มาอยู่กลุ่มเดียวกัน เริ่มทำความรู้จักและสนิทสนมกันมากขึ้น
“ ใช่ อย่างที่ไอ้นัสมันบอกเลย เ้าไม่ต้องมาทำเป็คนดีไปหน่อยเลย ฮ่า ๆ ๆ ” ฮารัสพูดเสริมต่อนัส
“ ขอโทษนะ พวกเ้ายังเป็ห่วงเพื่อนกันอยู่ปะเนี่ย ”
แพนเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนชายของอานนท์ เธอได้รู้จักชื่อจากแหล่งข่าวของกลุ่มนีอารวมพลังมาแล้วว่าพวกเขามีชื่ออะไรบ้าง ฮารัส ผู้ชายที่มีรูปร่างสูง หน้าตาหล่อพอใช้ได้เลยทีเดียวและกับทรงผมสีฟ้าที่ดูเด่นไม่แพ้อานนท์เลย ส่วนแม๊ก ผู้ชายที่มีรูปร่างอ้วนใหญ่ ทรงผมสีน้ำตาลที่ดูตัดกับสีผิวขาวเป็อย่างมาก และคนสุดท้ายคือ นัส ผู้ชายที่มีรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมเข้มไปทางแขกนิด ๆ ปล่อยผมยาวสีม่วงอ่อน
“ เอ่อ....แล้วเ้าคือใคร... อ๋อ....หรือว่าเ้าคือคนที่อยู่กลุ่มเดียวกับเพื่อนของข้าใช่ปะ ? ” นัสหันไปมองเด็กสาวที่เขาเห็นแล้วจำได้เลยว่าเป็คนที่เดินเข้ามาพร้อมกับเฟร็ด
“ ใช่ ข้าคือคนนั้นแหละ พวกเ้าจะเรียกข้าว่าแพนก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักพวกเ้าทุกคนด้วยนะ ” แพนเอ่ย
“ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน..แพน ” ทุกคนหันมาพูด มองหน้าแพนพร้อมกันอย่างรู้สึกต้อนรับเพื่อนใหม่เข้ากลุ่มของพวกเขา ส่วนรุ่นพี่ซ่าร่าที่นั่งมองเหล่ารุ่นน้องของเธอทำความรู้จักเพื่อนใหม่อยู่นั้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ขึ้น
“ พี่ว่า...นี่มันก็ดึกมากแล้วนะ พวกเ้ารีบกลับขึ้นห้องของตัวเองไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ ส่วนเื่นี้ให้พวกผู้ใหญ่เขาปรึกษาหาทางช่วยอานนท์ออกมากันอีกทีหนึ่ง ...และถ้าพี่ได้เื่อะไรพี่จะมาบอกพวกน้องให้ได้รู้กันทันที ไม่ต้องห่วงนะ ” ซ่าร่าเลื่อนสายตามองหน้ารุ่นน้องในแต่ละคนอย่างช้า ๆ “ พี่ก็เป็ห่วงอานนท์ไม่น้อยไปกว่าพวกน้องเลย จริง ๆ ” จากที่รุ่นพี่ซ่าร่าพูดอย่างมีเหตุผล พวกเขาทุกคนตัดสินใจยอมทำตามพากันขึ้นห้องของตัวเองโดยดี
....เทพเ้าโปรดช่วยคุ้มครองเพื่อนของพวกเราด้วยย
( ในมิตินี้คนส่วนใหญ่จะนับถือเหล่าเทพเ้าทุกพระองค์ )
..........................................................
(แผ่นที่ภายในโรงเรียนแอนทิลลิสเตียร ครึ่งหลัง)