บทที่ 31 หนทางที่เลือกเดินนั้นถูกกำหนดให้ยากลำบาก
วันรุ่งขึ้น
ณ สำนักหงหยาง
ห้องฝึกฝนหมายเลขเจ็ด
หน้าเครื่องทดสอบพละกำลัง
หลี่มู่ค่อย ๆ ผลักคานเหล็ก
ตัวเลขพลันหยุดนิ่ง
10,000!
"พลังหนึ่งหมื่นหน่วย"
ขีดจำกัดระดับสาม!
ไม่มีความคลาดเคลื่อนเลยแม้แต่น้อย!
สำหรับผลลัพธ์นี้ หลี่มู่คาดการณ์เอาไว้แล้ว
ความรู้สึกของร่างกาย เป็ไปได้อย่างไรที่จะผิดพลาด
การมาที่สำนักหงหยางไม่ใช่เพื่อทดสอบพลังเท่านั้น
ทว่าหลี่มู่้าสถานที่ฝึกยุทธ์
หากฝึกที่บ้าน แม้เพื่อนบ้านจะอดทนได้ แต่หลี่มู่ก็ยังกลัวว่าจะพลาดทำให้บ้านพังลงมา
ห้องฝึกส่วนตัวในสำนักแห่งนี้คิดค่าใช้จ่ายตามเวลา
ถ้าไม่้าผู้ฝึกสอนคอยแนะนำ ราคาก็ไม่แพงมากนัก
หนึ่งชั่วโมงราคาหนึ่งร้อยแปดสิบเหรียญั
ห้องฝึกมีขนาดประมาณห้าสิบถึงหกสิบตารางเมตร มีเครื่องทดสอบพละกำลังโดยรวม เครื่องทดสอบพลังโจมตี…
อีกทั้งยังมีระบบกันเสียงที่ดี พื้นแข็งแรง พื้นที่ปิดมิดชิด มีระบบหมุนเวียนอากาศภายใน…
ด้วยอุปกรณ์และราคานี้ ถือว่าคุ้มค่ามากแล้ว
หลังจากทดสอบพละกำลังโดยรวมแล้ว หลี่มู่ก็เดินมาหยุดอยู่หน้าเครื่องทดสอบพลังโจมตี
ชายหนุ่มรวบรวมลมปราณลงสู่ตันเถียน
ขาทั้งสองข้างแยกออกราวกับจะหยั่งรากลึก
แขนทั้งสองค่อย ๆ เคลื่อนไหวไปด้านหลังอย่างเป็ธรรมชาติดุจัทะยานนภา
ทันใดนั้นแขนขวาก็พุ่งทะยานออกมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง
พลังทั้งหมดจากเอว ขา และสะโพก รวมถึงทั่วร่างกายพุ่งมารวมกันในจุดเดียวภายในชั่วพริบตา
หมัดเคลื่อนที่เร็วราวกับสายฟ้าแลบ
กระบวนท่านี้คล้ายเป็แรงดีดของคันธนู และมีลูกธนูพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว!
หนึ่งในกระบวนท่าพื้นฐานแปดทิศของหมัดแปดทิศ หมัดค้อน!
โครม!
เสียงดังอึกทึก
ไม่ทราบว่าเป็ภาพลวงตาหรือไม่ ดูเหมือนหลี่มู่จะเห็นเครื่องจักรขนาดใหญ่นี้สั่นะเืถึงสองครั้ง
ตัวเลขบนหน้าจอเริ่มะโขึ้นลงอย่างรวดเร็ว
ก่อนจะหยุดนิ่งในที่สุด
"หนึ่งหมื่นสามพัน?!"
ม่านตาของหลี่มู่หดลงเล็กน้อย
พลังจากกระบวนหมัดเดียว กลับเกินพละกำลังโดยรวมของร่างกายถึงสามในสิบส่วน!
และก่อนจะได้รับหมัดแปดทิศ พลังโจมตีของหลี่มู่ก็ยังไม่ถึงค่าพละกำลังโดยรวมของตัวเองเลยด้วยซ้ำ
"เกินพละกำลังโดยรวมของตัวเองสามในสิบส่วน..."
สัดส่วนนี้ช่างน่าตื่นตะลึงจริง ๆ
สำหรับนักรบทั่วไป การที่พลังโจมตีจะมีถึงแปดในสิบส่วน ของพละกำลังโดยรวมของตัวเองก็ไม่ใช่เื่ง่ายแล้ว
และหากสามารถไปถึงเก้าในสิบส่วน ของพละกำลังโดยรวมของตัวเองได้ก็ถือว่ายอดเยี่ยม
นั่นคือระดับของหลี่มู่ก่อนที่จะได้รับแปดเสาค้ำ์ และการที่สามารถมีค่าพลังโจมตีใกล้เคียงกับพละกำลังโดยรวมของตนเองนั้น นับว่าอยู่ในระดับอัจฉริยะแล้ว!
อัจฉริยะในการต่อสู้จริง!
และเมื่อพลังโจมตีเกินกว่าพละกำลังโดยรวมของตนเอง
นับว่าเพียงพอจะได้รับการขนานนามว่าเป็ ปรมาจารย์แห่งการต่อสู้แล้ว!
หากไม่มีประสบการณ์และทักษะการใช้พลังอันยอดเยี่ยม พลังโจมตีก็ไม่อาจเกินกว่าพละกำลังโดยรวมของตนเองได้!
และการที่เกินกว่าสามในสิบส่วน...
ภายในเมืองเอสไม่มีการดำรงอยู่เช่นนี้!
ในบรรดาแม่ทัพระดับหกเ่าั้
อย่างน้อยตามที่หลี่มู่ทราบมาก็ไม่มีเลย!
แม้แต่เกาจ้างไฮว่ ประธานและปรมาจารย์แห่งสมาคมศิลปะการต่อสู้ พลังโจมตีของเขาก็สามารถเกินพละกำลังโดยรวมได้เพียงสองในสิบส่วนเท่านั้น!
"ทั้งหมดเป็เพราะหมัดแปดทิศ..."
"กระบวนหมัดนี้แข็งแกร่งมากจริง ๆ ..."
แม้หมัดค้อนจะเป็เพียงกระบวนท่าแรกในกระบวนท่าพื้นฐานแปดทิศ
แต่มันก็เป็กระบวนท่าที่มีการะเิพลังในระยะสั้นที่แข็งแกร่งที่สุด!
ทว่าสิ่งที่น่ากลัวจริง ๆ ของหมัดแปดทิศไม่ใช่กระบวนหมัด แต่เป็หกทะลวงฝ่า!
บน โอบ เดี่ยว ยก สะบัด และพัน!
แม้แต่กระบวนท่าพื้นฐานแปดทิศ หลี่มู่ก็ยังไม่ชำนาญ
"เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น..."
เมื่อมาถึงลานโล่ง ๆ หลี่มู่ก็เริ่มฝึกฝนท่ายืนม้าและวิชานับลมหายใจ ซึ่งจำเป็ต้องทำทุกวันหลังจากการฝึกพื้นฐานกว่าครึ่งชั่วโมง
ตามมาด้วยการฝึกกระบวนหมัดอีกเกือบหนึ่งชั่วโมง
กระบวนท่าพื้นฐาน
จากนั้นหลี่มู่ก็หยิบโอสถหลอมร่างออกมา
กลืนลงไป
แปดเสาค้ำ์เริ่มทำงาน
นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับหลี่มู่ในตอนนี้!
เจ็บ เ็ปอย่างรุนแรง
หลี่มู่คุ้นเคยกับมันมานานแล้ว
ด้วยความช่วยเหลือของยา หลี่มู่เข้าสู่สภาวะอย่างรวดเร็ว และเป็อีกครั้งที่ได้เห็นประตูอย่างเลือนราง ราวกับว่าเขายืนอยู่หน้าประตูบานหนึ่งแล้ว
ประตูที่ยิ่งใหญ่และเจิดจรัสดุจปาฏิหาริย์แห่งเทพเ้า!
คราวนี้หลี่มู่อยู่ใกล้ประตูมาก
ถึงขีดจำกัดแล้ว
นั่นคือการเดินมาถึงหน้าประตูจริง ๆ
ชายหนุ่มเผชิญหน้ากับประตูบานใหญ่ที่ปรากฏขึ้น
ประตูที่ราวกับเป็ปาฏิหาริย์แห่งเทพเ้า
หลี่มู่ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
ภายในดวงตาของเขามีเพียงความมุ่งมั่น
"ฉันจะเปิดมันออก"
เขาพึมพำเบา ๆ
ไม่ใช่คำถาม แต่เป็การกล่าวยืนยัน
ราวกับกำลังพูดถึงสิ่งที่เป็เื่ธรรมดา
น้ำเสียงนั้นไม่มีความตื่นเต้นมากนัก อีกทั้งยังเรียบเฉย
ทว่าก็แฝงไปด้วยความมุ่งมั่นอันไม่มีที่สิ้นสุด
โครม!
หลี่มู่พุ่งเข้าชนมัน
จิติญญาของเขาพุ่งชนประตูบานนั้นอย่างรุนแรง
ในขณะที่ร่างกายของหลี่มู่กำลังทนทุกข์ทรมาน จากความเ็ปราวกับถูกฉีกกระชาก
จิติญญาของเขาก็พุ่งชนประตูครั้งแล้วครั้งเล่า ประตูบานใหญ่ที่ดูราวกับเป็ปาฏิหาริย์แห่งเทพเ้าไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย
คล้ายไม่มีสิ่งใดในโลกใบนี้สามารถสั่นคลอนมันได้
การพุ่งชนอย่างสุดกำลังครั้งแล้วครั้งเล่า
แม้มันจะไม่ขยับเขยื้อน และร่างกายของเขาปวดร้าวไปทั้งตัวจนแทบจะทนไม่ไหว
ทว่าการพุ่งชนทุกครั้งของหลี่มู่ก็ยังคงไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย
ไม่มีการเก็บแรงเอาไว้เลยแม้แต่นิดเดียว!
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
หลี่มู่หยุดลง
วันนี้มีการแข่งขันที่สังเวียนมวยใต้ดินอีกครั้งหนึ่ง เขาจึงไม่อาจทำให้ตัวเองเหนื่อยเกินไปได้
ประตูไม่ขยับแม้แต่น้อย ไม่มีแม้แต่ช่องว่างเล็ก ๆ ปรากฏขึ้น
ดูเหมือนจะเป็การกระทำที่ไร้ประโยชน์
แต่หลี่มู่ไม่ท้อแท้เลยแม้แต่น้อย
เมื่อเลือกเส้นทางนี้แล้ว
เขาก็ทราบดีว่าเส้นทางดังกล่าวไม่ใช่หนทางที่ง่ายดายเลย
ประตูแห่งขีดจำกัด เส้นทางแห่งขีดจำกัด!
แม้คนธรรมดาจะใช้เวลาทั้งชีวิต ก็ยากจะเห็นแม้แต่ประตูแห่งขีดจำกัด
แล้วจะกล่าวถึงการเปิดประตู และก้าวบนเส้นทางนั้นได้อย่างไร!
หากคนอื่นทราบความคิดและการตัดสินใจของหลี่มู่ พวกเขาคงจะหัวเราะว่าชายหนุ่มคิดเพ้อฝัน ทั้งยังพูดจาเหลวไหล
มีเพียงหลี่มู่เท่านั้นที่เข้าใจตัวเอง
เส้นทางที่เขาเลือกเดินนั้น เดิมก็คือการเปลี่ยนสิ่งที่เป็ไปไม่ได้ให้เป็ไปได้!
เมื่อจบการฝึกฝนแปดเสาค้ำ์ ชายหนุ่มก็ปรับสภาพร่างกายด้วยวิชานับลมหายใจเหมือนทุกครั้ง
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยห้าโมงเย็นไปแล้ว หลี่มู่จึงเก็บของและเปิดประตูห้องฝึก
"สวัสดีค่ะ คุณใช้เวลาทั้งหมดห้าชั่วโมงสี่สิบนาทีนะคะ..."
หลังจากชำระค่าห้องฝึกที่เคาน์เตอร์ หลี่มู่ก็กำลังจะเดินจากไป
ทว่าเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นอย่างกะทันหัน
"นายคือหลี่มู่ใช่ไหม?"
หญิงสาวร่างสูงโปร่งเดินออกมาจากห้องฝึก เธอมองสำรวจหลี่มู่อย่างสนใจ
เธอมีใบหน้างดงาม และมีคิ้วโก่งที่แสดงถึงความองอาจ ท่อนบนของเธอสวมเสื้อแขนยาวรัดรูป ส่วนท่อนล่างเป็กางเกงยีนที่ขับเน้นรูปร่าง เรียวขาสองข้างจึงดูเรียวยาวและโดดเด่นเป็พิเศษ
"ถูกต้อง"
หลี่มู่พยักหน้าอย่างสงบ
เขาได้พบกับรุ่นพี่คนนี้อีกครั้งแล้ว
หยางเชียนเชียนถามอย่างอยากรู้อยากเห็น "พวกเขาบอกว่านายได้รับเชิญจากอาจารย์จาง ให้เข้าร่วมกับมหาวิทยาลัยนักรบฉู่หนาน เป็เื่จริงหรือเปล่า?"
"เชียนเชียน อย่าไร้มารยาท"
หยางเฟยหงก้าวออกมาจากด้านหลังของหยางเชียนเชียน
เขาก้าวเดินอย่างองอาจและสง่างาม แม้ไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคือง ทว่าก็น่าเกรงขาม แรงกดข่มราวกับเสือคำรามในพื้นป่าค่อย ๆ แผ่ขยาย
แต่ภายในชั่วพริบตา แรงกดข่มก็ถูกเก็บกลับไปทันที
หลี่มู่รู้สึกเปลือกตากระตุกเล็กน้อยอย่างกะทันหัน
ทั้ง ๆ ที่หยางเฟยหงเก็บแรงกดข่มกลับไปแล้ว
แต่หลี่มู่ยังคงรู้สึกถึงการคุกคามอยู่ ราวกับว่ารอบกายหยางเฟยหงมีแรงกดข่มแผ่ซ่านออกมา อย่างเลือนรางอยู่ตลอดเวลา
‘นี่คือััที่หก? ไม่ใช่ เป็เพียงรูปแบบเริ่มต้นเท่านั้น…’
หลี่มู่รู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย
ตามหลักการแล้ว การปล่อยและเก็บพลังของนักรบ ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของตนเองอย่างสมบูรณ์
ตอนนี้หยางเฟยหงเก็บกลับพลังของตัวเองกลับไปแล้วอย่างชัดเจน...
แต่เขายังคงรู้สึกถึงแรงกดข่มของอีกฝ่ายได้!
ความรู้สึกนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตนเองจริง ๆ
ทว่าในใจกลับมีการเตือนภัยบางอย่างเพิ่มขึ้นมา...
เพียงครู่เดียวหลี่มู่ก็กดความคิดในใจลง
หยางเฟยหงหัวเราะอย่างองอาจ พลางกล่าวว่า "หนุ่มน้อย ฉันกำลังจะไปกินอาหารกับเชียนเชียน นายอยากไปด้วยกันไหม?"
"กินข้าวเหรอครับ?"
หลี่มู่ชะงักเล็กน้อย จากนั้นก็เข้าใจในทันที
ดูเหมือนเื่ที่หัวหน้าภาคจางจากมหาวิทยาลัยนักรบฉู่หนานมาเชิญตนเข้าเรียน คงจะถูกหยางเฟยหงทราบแล้ว