บทที่ 26 ห้องใต้ดินและเกี๊ยว
ผมเพิ่งเข้าใกล้ช่องประตูที่มีควันสีดำลอยออกมาจากเศษชิ้นส่วนของโต๊ะและเก้าอี้ ลมหนาวเย็นะเืที่พัดออกมาเมื่อครู่กลับหายไปอย่างกะทันหันเหลือเพียงกลิ่นคาวจาง ๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ เมื่อผมเข้าใกล้ประตู ผมรู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อยกลิ่นนั้นดูเหมือนจะเป็กลิ่นที่เกิดจากการเน่าเปื่อยของพวกปลาหรือกุ้งที่ทิ้งไว้นานเกินไป
ผมสบถคำหยาบออกมาเพราะคิดถึงว่าใต้โบสถ์นี่ไม่ใช่ว่ามีบ่อปลาอยู่ด้วยหรอกนะ แต่เดิมคิดว่าที่นี่ไม่น่าจะมีอะไรผิดปกติกลับมีทางแยกอีกทาง ผมไม่กล้าประมาทจึงชะลอฝีเท้าลงเดินช้า ๆ ชิดผนังโบสถ์ พยายามไม่ให้ตัวเองส่งเสียงแม้แต่น้อย ค่อย ๆ เข้าใกล้ปากทางเข้า
เพิ่งจะเข้าใกล้ ผมก็คิดจะชะโงกหน้าไปดูก่อนว่ามีอะไรอยู่ข้างใน ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องไห้ต่ำ ๆ ดังมาจากห้องมืดมิดนั่น เดิมทีคิดว่าเป็ที่ที่ไม่มีผู้คน แต่กลับได้ยินเสียงคนอย่างกะทันหัน ผมใจนเหงื่อท่วมตัว รีบเข้าไปชิดผนังโบสถ์กำประแจในมือแน่น
รูปทรงเดิมของห้องน่าจะเป็ห้องใต้ดินของโบสถ์ได้ยินมาว่าใต้โบสถ์ทุกแห่งมีห้องใต้ดินหลายห้อง เมื่อก่อนใช้เป็ที่หลบภัยแต่ปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้เก็บโลงศพข้างในนอนเป็ศพของบาทหลวงและผู้ศรัทธาที่เคร่งศาสนาและที่นั่นก็เป็ฉากหนึ่งที่เห็นได้บ่อยในภาพยนตร์ซอมบี้และแวมไพร์
คงไม่ใช่ว่าจะมีซอมบี้โผล่มากลางวันแสก ๆ หรอกนะ ดูเหมือนจะมีหมอกสีดำลอยออกมาจากห้อง เมื่อแสงสว่างที่ส่องเข้ามาจากหน้าต่างโบสถ์ส่องถึง จะเห็นฝุ่นผงกำลังพุ่งออกมาอย่างรุนแรงดูท่าทางข้างในจะเกิดเื่ไม่เล็กแน่ ๆ
กึก กึก กึก เสียงดังสับสนอลหม่านดังมาจากข้างล่างดูเหมือนข้างในจะมีอะไรบางอย่างกำลังขยับตัวและทุบตีข้าวของ ผมที่แนบตัวอยู่ก็รู้สึกถึงแรงสั่นะเืด้วย ผมนอนราบกับพื้นค่อย ๆ คลานไปตามมุมห้อง อาศัยแสงสลัวที่ค่อย ๆ ให้ปรับการมองให้คุ้นชินก่อนมองเห็นภายในห้องอย่างชัดเจน
งูั์ตัวหนึ่งยาวเกือบสิบเมตรกำลังคลานไปมาในถ้ำใต้ดิน และมีเสียงร้องไห้ของคนดังออกมาจากหัวงู ผมจำได้ทันทีว่าเป็งูั์ประหลาดที่เจอตอนอยู่บ้านของลุงอวี้
เพียงแค่เห็นร่างกายอันใหญ่โตของมัน ผมก็รู้สึกอ่อนแรงไปทั้งตัวแล้ว พอนึกถึงหัวงูที่เหมือนหน้าคนนั่นอีกยิ่งทำให้ผมตัวสั่น กลิ่นคาวที่คั่งค้างอยู่ในจมูกพุ่งเข้ามาในท้องเริ่มปั่นป่วนรู้สึกอยากอาเจียน
สิ่งที่อันตรายยิ่งกว่างูั์คือลุงอวี้ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ผมระแวงลุงอวี้เป็พิเศษ ตาแก่บ้านี่ท่าทางเหมือนคนซื่อ ๆ แต่กลับมีใจเหมือนงูพิษ ครั้งก่อนผมกับต้าเหว่ยเกือบจะตายด้วยน้ำมือของเขา จนถึงตอนนี้ต้าเหว่ยก็ยังคงมีพิษของยายหวังหลงเหลืออยู่ในตัว
ผมค่อย ๆ ปรับตาให้ชินกับแสงสว่าง และมองเห็นร่างของลุงอวี้ในห้องใต้ดินที่มีโลงศพหินวางอยู่เจ็ดแปดโลง ตอนนี้ถูกงูใหญ่ทำให้กระจัดกระจายไปอยู่สองข้าง โลงศพแตกหักบางส่วนมีกะโหลกและกระดูกกระจัดกระจายอยู่มากมาย
ลุงอวี้กำลังย่อตัวอยู่ท่ามกลางซากศพ พลิกกระดูกขาวโพลน ดูเหมือนจะค้นหาอะไรบางอย่างอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะหยิบกระดูกขาวชิ้นหนึ่งขึ้นมา เดินมาข้าง ๆ งูใหญ่ โดยไม่สนใจแรงกดดันจากการขยับตัวของงูนั่น
ลุงอวี้ถือกระดูกขาวราวกับมีดสั้นแทงเข้าไปในตัวงูอย่างง่ายดาย หางงูกระแทกพื้นสองสามครั้งทำให้ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย ลุงอวี้ก้าวข้ามหัวงู มานั่งอยู่บนลำตัวงู ควันสีเหลืองพวยพุ่งออกมาถึงทางเข้าห้อง ผมรีบใช้เสื้อปิดตากลิ้งตัวไปอีกด้าน
หลังจากผ่านไปนานพอสมควร เสียงที่คาดว่าจะมีในห้องกลับไม่ได้ยิน ผมแอบชะโงกหน้าไปดูอีกครั้งในห้องใต้ดินว่างเปล่า โลงศพและกระดูกยังกระจัดกระจายเต็มพื้น แต่ลุงอวี้และงูั์กลับหายไปไม่เหลือแม้ร่องรอย
ดูเหมือนว่าห้องใต้ดินน่าจะมีโพรงลับอีกที่ ทางเข้าอยู่สูงจากห้องใต้ดินราวสามสี่เมตร ผมพยายามหาทางลงไปอยู่นานแต่ก็ไม่เจอทางลง ความคิดที่จะสำรวจให้ถึงที่สุดคงต้องเลื่อนไปก่อน
หลังจากเจอลุงอวี้ ผมคงไม่กล้าอยู่ในโบสถ์นาน ๆ อีกแล้ว ผมค้นหาในกองกระดาษเก่าอีกครู่แต่ก็ไม่พบบันทึกที่มีข้อมูลอะไรไปมากกว่านี้ จึงออกมาจากโบสถ์
มองท้องฟ้ายังเหลือเวลาอีกสักพักกว่าจะมืด ผมจึงเดินไปตามถนนมุ่งหน้าสู่จัตุรัสของเมือง รถของพวกเรายังจอดอยู่แถวนั้น ข้างในมีอุปกรณ์บางอย่าง นอกจากนี้ผมยังสนใจของที่ขนส่งในครั้งนี้ด้วย ถ้าครั้งนี้ไม่มีทางให้กลับไป ผมก็จะต้องทุบกล่องไม้พวกนั้นให้แหลกละเอียดอย่างน้อยก็ถือว่าคุ้มค่ากับตัวเองแล้ว
เพิ่งเลี้ยวไปได้ไม่กี่แยก ก็เห็นเงาเลือนราง ๆ ของิญญาไร้ร่างยี่สิบถึงสามสิบตนกำลังโซเซอยู่ข้างหน้า ผมขยับตัวชิดผนังแอบมองไปข้างหน้านี่สินะที่เขาว่าเกลียดอะไรมักได้อย่างนั้น
ไม่ไกลออกไปด้านหน้า แผงขายเกี๊ยวของยายหวังก็ตั้งขึ้นมาอีกครั้ง นางยังคงแก่ชราเหมือนเดิม สวมเสื้อคลุมสีเทาที่ซีดจนไม่เทาแล้ว ผูกผ้าสีเหลือง ยุ่งอยู่หน้าเตาต้มที่กำลังเดือดิญญาไร้ร่างที่มาถึงก่อนสองสามตนกำลังถือชามใบใหญ่จ้องมองเกี๊ยวในหม้อด้วยสายตาละห้อย ไม่เห็นว่ายายหวังห่อเกี๊ยวอย่างไร นางเพียงแค่ยื่นมือเข้าไปในตู้ที่ปิดผ้าขาวข้างเตา พอดึงมือออกมาในมือก็มีเกี๊ยวห้าหกลูกในมือ ก่อนหันไปตักเกี๊ยวที่ต้มสุกใส่ชามแล้วโยนเกี๊ยวในมือลงหม้อ
ิญญานั้นถือชามเกี๊ยว นั่งลงที่โต๊ะข้าง ๆ โดยไม่กลัวปากร้อนกินเกี๊ยวรวดเดียวจนหมดชามแล้วแลบลิ้นสีแดงเลียฟันสีดำ แล้วถือชามยืนรออยู่อีกด้าน ิญญาที่กินเสร็จทีละตน แต่ก็ยังไม่ไปไหน กลับไปยืนแถวผนัง
ไม่นานนักก็มีิญญาสิบกว่าตนยืนถือชามไปที่เตาใหม่ ยายหวังก็ไม่สนใจพวกิญญาที่ยังไม่ไปไหน ยังคงต้อนรับิญญาที่มาทีหลังอย่างขะมักเขม้น
ิญญาที่มาถึงก่อนสองสามตนท้องพลันป่วนปั่น ผมมองจากที่ไกล ๆ เห็นท้องพวกมันบางครั้งใหญ่ บางครั้งเล็ก แต่ิญญาพวกนั้นดูเหมือนจะรู้สึกสบายมาก ใบหน้าแสดงความรู้สึกปลื้มปีติอย่างประหลาด มือทั้งสองข้างถือชามจ่อที่ปาก รออยู่อย่างนั้นราวหนึ่งนาที ิญญานั้นอ้าปากคายลูกกลมสีดำออกมาจากปากสองสามลูก ตอนนี้ใบหน้าของิญญาเพิ่งแสดงความตื่นตระหนกออกมาบ้าง เขาวางชามไว้บนโต๊ะ แล้วเดินโซเซจากไปร่างของเขาก็โปร่งใสกว่าตอนแรกมาก เดินไปสิบกว่าก้าวก็สลายหายไปในสายลม
เป็เช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมา ิญญากินเสร็จลุกจากโต๊ะ ถือชามยืนรอ ท้องป่องโต อาเจียนออกมาเป็ลูกกลม ๆ แล้วจากไป สักพักโต๊ะที่วางชามก็วางซ้อนกันเป็ชั้น ๆ ตอนนี้ไม่เห็นิญญามารวมตัวกันอีกแล้ว ยายหวังเก็บเตาหยิบถุงผ้าออกมา เทลูกกลมสีดำจากชามบนโต๊ะใส่ลงไป
หลังจากเก็บของเสร็จยายหวังก็เข็นรถเข็นเล็ก ๆ บนรถมีเตา โต๊ะ ชาม รถเข็นสองล้อคันเล็ก ๆ บรรทุกของจนเต็มแต่ยายหวังถึงแม้ตัวจะเล็ก กลับเข็นรถไปได้อย่างคล่องแคล่ว นางก้าวเท้าอย่างกระฉับกระเฉงเดินไปทางใต้ตามถนนสายยาว
ผมมองตามร่างของนางที่กำลังจะหายลับไป ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็แอบตามนางไปติด ๆ ผมจะฉวยโอกาสนี้หายาให้ต้าเหวย ส่วนเื่ลุงอวี้กับเกี๊ยวเมื่อครู่ก็ทำให้ผมสงสัยยิ่งนัก