บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 1 โลกเยาหลิง โลกแห่งจิตอสูร บทที่ 12 อาณาเขตวิญญาณ

            เนี่ยหลีพูดเช่นนี้ หากตระกูลเสินเซิ่งมาหาเรื่องเนี่ยหลีจะมิใช่หมายความว่าตระกูลเสินเซิ่งทั้งบ้านล้วนเป็นพวกต่ำช้าหรอกหรือ

            ไม่ว่าจะเป็นเสิ่นซิ่วหรือเสิ่นเยวี่ยล้วนถูกเนี่ยหลียั่วโมโหจนแทบกระอักเลือดออกมา

            เยี่ยจื่ออวิ๋นอดที่จะหันไปมองเนี่ยหลีอีกรอบมิได้นางไม่เคยคิดมาก่อนว่าเนี่ยหลีจะกล้าถึงเพียงนี้ถึงกับกล้ากล่าวโทษตระกูลเสินเซิ่งซึ่งเป็นหนึ่งในสามตระกูลหลักของเมืองกวงฮุยช่วงที่ผ่านมา การกระทำของเนี่ยหลีทำให้ผู้คนไม่อาจเมินเฉยต่อชีวิตที่เหลืออยู่ของเขาได้ในใจเยี่ยจื่ออวิ๋นค่อนข้างสงสัย ที่แท้เนี่ยหลีเป็นคนเช่นไรกันแน่?

            ส่วนเซียวหนิงเอ๋อร์ ได้ยินวาจาเชือดเฉือนของเนี่ยหลีที่โจมตีใส่จุดอ่อนของตระกูลเสินเซิ่งนางอดที่จะรู้สึกชอบใจมิได้เนื่องเพราะครอบครัวของนางต้องการให้นางแต่งเข้าบ้านตระกูลเสินเซิ่งเสมอมา ในใจของนางขัดแย้งกันอย่างยิ่งตั้งแต่แรกนางก็มีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อตระกูลเสินเซิ่งอยู่แล้วได้ยินเนี่ยหลีรุกไล่เสิ่นซิ่วเข้าตาจน เสิ่นเยวี่ยก็ถึงขนาดตะลึงจนพูดไม่ออกด้านหนึ่งใช้วิธีระราน นางอดหัวเราะออกมามิได้ ขณะเดียวกันในใจของนางก็เต็มไปด้วยความยอมรับนับถือเนี่ยหลี จะต้องมีความรู้ลึกซึ้งสักเพียงใดเพียงชำเลืองมองคราวเดียวก็สามารถบอกที่มาของยันต์ระเบิดเพลิงสีแดงได้แล้ว ที่แท้ในขณะที่คนเหล่านี้มัวเสียเวลาแต่ละวันไปโดยเปล่าประโยชน์เนี่ยหลีกลับได้อ่านหนังสือมากมาย

            เวลาเดียวกัน ด้านนอกห้องเรียน หลีว์เย่รีบรุดวิ่งเข้ามาส่งมอบหนังสืออัคคีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ให้แก่ผู้เฒ่าชุดเทา

            ท่านรองอาจารย์ใหญ่เยี่ยเซิ่งเอาแต่เฝ้าสังเกตอารมณ์ของผู้เฒ่าชุดเทา

            ผู้เฒ่าชุดเทาพลิกหนังสืออัคคีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ไปที่ยันต์รูปแบบที่หกในหน้าสามสิบพอเห็นยันต์อัคคีสายฟ้าชุดนี้ จากนั้นเทียบกับยันต์ระเบิดเพลิงสีแดงสีหน้าก็บึ้งตึงไม่พูดไม่จา

            เยี่ยเซิ่งก็ไม่กล้าพูดมากนี่เป็นเรื่องอื้อฉาวของตระกูลเสินเซิ่งโดยแท้เกี่ยวพันกับชนชั้นสูงของเมืองกวงฮุย ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าพูดสิ่งใดมากนัก

            ผู้เฒ่าชุดเทามองๆ หนังสืออัคคีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ตัวหนังสือในนั้นซับซ้อนยิ่ง แม้แต่เขาก็ยังจดจำได้เพียงไม่กี่ตัวเนี่ยหลีมีความรู้ลึกซึ้งมากมายนัก เขารู้สึกอัศจรรย์ใจและเงียบไปครู่หนึ่ง เนี่ยหลีนักเรียนผู้นี้มีพรสวรรค์ถึงปานไหนหนอ?’

            เยี่ยเซิ่งเหล่มองหลีว์เย่ กับนักเรียนไร้ชื่อผู้หนึ่งเป็นไปไม่ได้ที่รองอาจารย์ใหญ่เช่นเขาจะมีข้อมูลอะไร

            หลีว์เย่รีบพูด “ข้าเพิ่งไปตรวจสอบมาเขามีอาณาเขตวิญญาณสีแดง”

            ผู้เฒ่าชุดเทาพยักหน้า “น่าเสียดายเด็กคนนี้มีความรู้กว้างขวาง แต่พรสวรรค์ด้านนี้กลับด้อยนัก ไม่เช่นนั้นอนาคตคงไร้ขีดจำกัดเยี่ยเซิ่ง ให้เขาไปทำหน้าที่ดูแลห้องสมุด!”

             “ขอรับ!” เยี่ยเซิ่งรีบพยักหน้าเขารู้ว่าผู้เฒ่าชุดเทาชื่นชอบผู้มีพรสวรรค์แม้พรสวรรค์แต่กำเนิดของเนี่ยหลีจะอ่อนด้อย แต่กลับมีความรู้กว้างขวางแม้แต่หนังสืออัคคีสายฟ้าสวรรค์ก็ยังอ่านได้เข้าใจ หากได้เป็นบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดย่อมสามารถศึกษาค้นคว้าตำรับตำราต่างๆได้อีกมากมาย ทุกคนในเมืองกวงฮุยให้ความสำคัญกับการฝึกยุทธ์มีน้อยคนนักที่จะสนใจศึกษาค้นคว้าหนังสือโบราณเหล่านี้ผู้เฒ่าชุดเทาจัดการเช่นนี้อีกส่วนก็เพื่อปกป้องเนี่ยหลี เพราะการเป็นบรรณารักษ์ของโรงเรียนกวงฮุยเช่นนี้ไม่ว่าอย่างไรตระกูลเสินเซิ่งก็ไม่กล้าคุกคามเนี่ยหลีเป็นแน่

            ทว่าเนี่ยหลีมีหรือจะหวั่นเกรงการคุกคามจากตระกูลเสินเซิ่ง? หากเป็นชาติก่อนเนี่ยหลีคงต้องกลัวจนหัวหด หนีตระกูลเสินเซิ่งแทบไม่ทัน แต่สำหรับชาตินี้เนี่ยหลีจะไม่ยอมกล้ำกลืนฝืนทนอีกต่อไป

            หนี้แค้นในชาติที่แล้วเนี่ยหลียังจดใส่บัญชีไว้และจะต้องตอบแทนตระกูลเสินเซิ่งให้สาสมครบถ้วน!

            เสิ่นซิ่วจ้องมองเนี่ยหลีอย่างเคืองแค้นนางเกลียดเนี่ยหลีเข้ากระดูกดำ จึงพูดขึ้นด้วยเสียงเย็นชา “เรื่องราวในวันนี้ ข้าจะจดจำไว้!” เสิ่นซิ่วเป็นคนอาฆาตมาดร้ายในเมื่อมีฐานะเป็นอาจารย์ของเนี่ยหลี นางย่อมมีวิธีการมากมายที่จะจัดการเนี่ยหลี

            หึหึ เนี่ยหลียิ้มอย่างเย็นชาในฐานะที่เป็นอาจารย์ นางกลับกล้าข่มขู่นักเรียนคนหนึ่งในชั้นเรียน นี่เรียกว่าคนน่าไม่อาย! ต่อให้ตระกูลเสินเซิ่งไม่มาหาเรื่องเขาเขาก็ต้องเป็นฝ่ายเริ่มไปหาเรื่องตระกูลเสินเซิ่งอยู่ดี!

            นี่เป็นเพียงการเผชิญหน้ากันครั้งแรกเท่านั้นเนี่ยหลียังมีลูกเล่นอีกมากมาย เพียงแต่ยังไม่อยากเปิดเผยออกมาเสียทั้งหมดเวลานี้กำลังของเนี่ยหลียังไม่เพียงพอ เขาไม่ควรต่อต้านตระกูลเสินเซิ่งมากเกินไปไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็เป็นถึงหนึ่งในสามตระกูลหลักของเมืองกวงฮุยอยู่เนี่ยหลีเข้าใจดีว่าเขาต้องรีบเพิ่มพูนกำลังของตนโดยด่วนอย่างแน่นอน

            หลังจากนั้นเสิ่นซิ่วก็ไม่มีอารมณ์จะสอนต่อไปแล้วนางรีบจบการบรรยายแต่เพียงเท่านี้

            สิ่งที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนแพร่สะพัดออกไปในหมู่นักเรียนอย่างรวดเร็วเล่าต่อกันไปเป็นทอดๆ ตระกูลเสินเซิ่งที่มักทำตัวสูงส่งไม่ว่าจะพยายามปกปิดอย่างไรความผิดครั้งนี้ฝ่าฝืนจรรยาบรรณของผู้ควบคุมจิตอสูรอย่างแรงดังนั้นผู้ควบคุมจิตอสูรทุกคนจึงดูแคลนนัก ตระกูลเสินเซิ่งได้แต่เห็นเนี่ยหลีเป็นดังหอกข้างแคร่ทว่าไม่อาจทำอันตรายเนี่ยหลีได้ ตรงกันข้าม หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับเนี่ยหลีทุกคนคงต้องสงสัยตระกูลเสินเซิ่งเป็นอันดับแรก เรื่องโจ่งแจ้งเช่นนี้ตระกูลเสินเซิ่งยังไม่กล้ากระทำการสิ่งใดไม่ว่าอย่างไรตระกูลเสินเซิ่งก็ไม่อาจปิดบังความจริงนี้ได้

            หลังจากเหตุการณ์นี้เกียรติและชื่อเสียงของตระกูลเสินเซิ่งถูกกระทบอย่างใหญ่หลวงพูดกันว่าท่านประมุขของตระกูลเสินเซิ่งพยายามขอเข้าเยี่ยมบิดาของเยี่ยจื่ออวิ๋นทว่าท่านเจ้าเมืองกลับปฏิเสธ

            ส่วนเนี่ยหลีเรื่องครั้งนี้ย่อมเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นยินดีนัก

            แม้เขายังไม่รู้ว่าจะเข้าไปใกล้ชิดเยี่ยจื่ออวิ๋นได้อย่างไรทว่าหากเขาสามารถทำลายการหมั้นหมายระหว่างเสิ่นเยวี่ยและเยี่ยจื่ออวิ๋นลงได้นี่ก็เพียงพอให้ดีใจแล้ว

            ผลจากเหตุการณ์ในวันนี้มุมมองอันดีของเยี่ยจื่ออวิ๋นต่อเสิ่นเยวี่ยก็ตกฮวบลงไปเป็นอันมาก

            ณ ห้องทำงานท่านรองอาจารย์ใหญ่

            เสียงแหลมๆของเสิ่นซิ่วดังลอดออกมา

            “ท่านรองอาจารย์ใหญ่เยี่ยเซิ่งนักเรียนเนี่ยหลีผู้นี้ไม่เคารพยำเกรงผู้อาวุโสเขากล้าขัดแย้งกับอาจารย์ของตนในชั้นเรียน น่ารังเกียจเป็นที่สุด ข้าขอให้ท่านรองอาจารย์ใหญ่อนุมัติให้ขับไล่มันออกไปจากโรงเรียน!” เสิ่นซิ่วกล่าวอย่างโกรธแค้น

            ต่อให้ไม่มีคำพูดจากใต้เท้าท่านนั้นความรู้ของเนี่ยหลีกว้างขวางลึกซึ้งนักแม้อนาคตข้างหน้าไม่อาจกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรที่ยิ่งใหญ่ได้ก็ยังอาจจะเป็นแขกคนสำคัญของท่านผู้เฒ่า เยี่ยเซิ่งจะขับไล่เขาออกไปได้อย่างไร?ยิ่งไปกว่านั้น เนี่ยหลีก็เป็นที่ถูกใจผู้เฒ่าท่านนั้น อย่างไรก็ตามเสิ่นซิ่วก็เป็นคนจากตระกูลเสินเซิ่ง ยังควรไว้หน้าให้บ้างเยี่ยเซิ่งยิ้มแย้มและพูดว่า “เรื่องนี้ข้าจะลองพิจารณาดูอีกที การขับไล่นักเรียนออกจากโรงเรียนมีผลกระทบใหญ่หลวงนัก”

            “ท่านรองอาจารย์ใหญ่เยี่ยเซิ่งยังมีอันใดต้องพิจารณาอีก ข้าขอให้ท่านขับไล่เนี่ยหลีออกไปเดี๋ยวนี้ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่สอนชั้นนั้นอีก!” เสิ่นซิ่วพูดอย่างโกรธเคือง

            ดวงตาเยี่ยเซิ่งเป็นประกายแม่นางเสิ่นซิ่วผู้นี้โอหังจนไม่รู้จักว่าเมื่อใดควรถอย เขายิ้มและพูด “หากเป็นเช่นนั้น ข้าจะย้ายเจ้าไปสอนที่ชั้นอื่นดีหรือไม่?”

            เสิ่นซิ่วลังเลเล็กน้อยนางคิดว่าเยี่ยเซิ่งคงจะยอมไว้หน้าตระกูลเสินเซิ่งอยู่บ้าง แต่ฟังจากคำพูดของเขาเสิ่นซิ่วเข้าใจความหมายบางอย่างในคำพูดนั้น เยี่ยเซิ่งยืนยันที่จะปกป้องเนี่ยหลีหากนางถูกย้ายไปสอนห้องอื่น นางก็ไม่มีหนทางจะสร้างปัญหาให้แก่เนี่ยหลีได้แล้วเสิ่นซิ่วด่าเยี่ยเซิ่งในใจและกล้ำกลืนความรู้สึกต่างๆ ลงไปแล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นแล้ว เรื่องราวในวันนี้ก็ช่างเถอะอีกสองเดือนข้างหน้าจะมีการทดสอบเลื่อนชั้นเป็นนักสู้ หากถูกจัดอยู่ในสามลำดับท้ายเช่นนั้นท่านรองอาจารย์ใหญ่เยี่ยเซิ่งก็คงไม่มีอะไรจะพูดแล้วใช่หรือไม่? ตามกฎของโรงเรียนเซิ่งหลัน สามลำดับท้ายจะต้องถูกขับออกจากโรงเรียน!”

             “ย่อมไม่มีปัญหาใดอยู่แล้ว!”เยี่ยเซิ่งหัวเราะหึหึ

            เสิ่นซิ่วส่งเสียงฮึและหมุนกายกระแทกประตูจากไป

            เห็นเสิ่นซิ่วจากไปแล้วดวงตาของเยี่ยเซิ่งฉายแววเย็นยะเยือกเสิ่นซิ่วอาศัยความเป็นคนของตระกูลเสินเซิ่งจึงเย่อหยิ่งและเผด็จการเกินไปเยี่ยเซิ่งคิดๆ ดู ระดับของเนี่ยหลีต่ำเกินไป แต่ด้วยความรู้ลึกซึ้งของเนี่ยหลีคงไม่อยู่ในสามลำดับรั้งท้ายอย่างแน่นอนแต่ต่อให้เขาอยู่ในสามลำดับรั้งท้ายและต้องถูกขับออกจากโรงเรียนใต้เท้าท่านนั้นก็คงยินดีจ้างเนี่ยหลีทำงาน

            เวลานี้ชั้นสามของห้องสมุดประจำโรงเรียนมีห้องเล็กๆมากมายแบ่งย่อยสำหรับให้นักเรียนของโรงเรียนเซิ่งหลันใช้อ่านหนังสือแต่เวลานี้กลับกลายเป็นฐานทัพของเนี่ยหลีและคณะเพราะเนี่ยหลีเพิ่งได้รับการว่าจ้างจากทางโรงเรียนให้เป็นบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดการเป็นบรรณารักษ์ไม่จำเป็นต้องทำอะไรและยังได้รับเงินเดือนกว่าสามร้อยเหรียญจิตอสูรทุกๆเดือน เรื่องดีๆ เช่นนี้ผู้ใดจะไม่ยินยอมเล่า?

            การกระทำของโรงเรียนเซิ่งหลันที่ว่าจ้างเนี่ยหลีดูค่อนข้างแปลกแต่เมื่อเนี่ยหลีลองคิดดูก็เข้าใจระดับสูงของโรงเรียนเซิ่งหลันคงตั้งใจปกป้องเขาจากตระกูลเสินเซิ่ง! แม้ตำแหน่งบรรณารักษ์ประจำโรงเรียนไม่ใช่ตำแหน่งใหญ่โตอันใดนักแต่ก็ยังเป็นบรรณารักษ์แห่งโรงเรียนเซิ่งหลันต่อให้เป็นตระกูลเสินเซิ่งก็ต้องคำนึงถึงผลกระทบ

            กับเรื่องนี้เนี่ยหลีรู้สึกชื่นชมต่อระดับสูงของโรงเรียนเซิ่งหลันเป็นอันมาก

            รองอาจารย์ใหญ่เยี่ยเซิ่งยังไม่รู้เพราะคำพูดของผู้เฒ่าท่านนั้น เขาจึงจัดการว่าจ้างให้เนี่ยหลีเป็นบรรณารักษ์อันจะนำมาซึ่งประโยชน์ใหญ่หลวงต่อโรงเรียนเซิ่งหลันในอนาคตข้างหน้า

             “เนี่ยหลีเจ้าต่อต้านตระกูลเสินเซิ่งเช่นนี้จะไม่แย่เอาหรือ?” ตู้เจ๋อนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดขึ้นเขาเป็นคนระมัดระวังตัว

             “ใครจะสนว่าดีหรือไม่ดี ตรงไปตรงมาก็พอแล้ว”ลู่เพียวเบ้ปาก เห็นสีหน้าของเสิ่นซิ่วเต็มไปด้วยควันโมโหเขาชอบใจยิ่งนัก ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ไม่ชอบสตรีผู้นี้เอาเสียเลย

            เนี่ยหลีมองตู้เจ๋อแล้วก็พยักหน้า“ข้ามีความคิดหลายอย่าง! สองสามวันนี้พวกเราจะไม่เข้าเรียน เดาว่าเสิ่นซิ่วจะกังวลยิ่งนัก”

            ในเมื่อเนี่ยหลีตัดสินใจเช่นนี้ตู้เจ๋อก็ไม่พูดอะไร

            ขณะนี้เนี่ยหลีอยู่กับตู้เจ๋อและลู่เพียวยังมีนักเรียนสามัญชนอีกสามคน พวกเขาคือนักเรียนที่ยืนอยู่หลังชั้นกับเนี่ยหลีพรสวรรค์ของพวกเขาก็ไม่ดีเช่นกัน มีเพียงอาณาเขตวิญญาณสีแดง นักเรียนสามัญชนทั้งสามนี้มีชื่อว่าเว่ยหนาน จูเสียงจวิ้น จางหมิงและเนี่ยหลียังค่อนข้างเชื่อใจพวกเขา ในอดีต พวกเขาเป็นมือขวาของตู้เจ๋อความสัมพันธ์กับเนี่ยหลีไม่นับว่าดีอะไร ทว่าพวกเขาซื่อสัตย์ยิ่ง ต่อตู้เจ๋อมีความจงรักภักดียิ่งเมื่อครั้งที่เมืองกวงฮุยถูกทำลาย พวกเขาร่วมต่อสู้อย่าเอาเป็นเอาตายกับตู้เจ๋อล้วนเป็นพี่น้องที่กล้าหาญยิ่งนัก!

            และในชีวิตหนนี้กลุ่มเล็กๆ ของพวกเขามีเนี่ยหลีเป็นผู้นำแล้ว

             “ข้าเพิ่งใช้เงินกว่าหกพันเหรียญจิตอสูรไปซื้อผลึกวิญญาณเบื้องต้นมาหกอันต่อไปข้าจะทดสอบความเหมาะสมของพวกเจ้า!” เนี่ยหลีจ้องมองพวกเขาและพูด

             “ทดสอบความเหมาะสมรึ? มิใช่พวกเราได้รับการทดสอบความเหมาะสมไปตั้งแต่ตอนที่เข้ามาเรียนหนังสือแล้วหรอกหรือ?”ตู้เจ๋อเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            เนี่ยหลียิ้มอย่างมีลับลมคมในและพูด“การทดสอบของข้าไม่เหมือนกับของพวกเขา!”

            ทุกคนในห้องพากันสงสัยเมืองกวงฮุยใช้วิธีการนี้มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง พลังวิญญาณของพวกเขาถูกทดสอบมาแล้วเนี่ยหลียังต้องการทดสอบสิ่งใดอีกเล่า? ผลึกวิญญาณเบื้องต้นอันหนึ่งมีราคากว่าพันเหรียญจิตอสูร! และเนี่ยหลียังซื้อมาในครั้งเดียว! อย่างไรก็ตามความรู้ลึกซึ้งที่เนี่ยหลีได้แสดงออกมาทำให้พวกเขายอมรับพวกเขาฟังคำตอบของเนี่ยหลีอย่างไม่มีข้อสงสัย

             “ผลึกวิญญาณเบื้องต้นที่ยังไม่เคยถูกใช้มาก่อนจึงจะตอบสนองได้ดีที่สุดหากมันถูกใช้ทดสอบอาณาเขตวิญญาณกับคนๆ เดียว จะมีความแม่นยำที่สุดแต่หากมีคนสองคนใช้ผลึกวิญญาณเบื้องต้นซ้ำกัน ผลึกวิญญาณเบื้องต้นจะถูกรบกวนและมันจะสามารถใช้ตรวจสอบระดับของอาณาเขตวิญญาณกับพลังวิญญาณได้เท่านั้น” เนี่ยหลียิ้มแย้มกล่าว

             “นอกจากชนิดของอาณาเขตวิญญาณกับพลังวิญญาณแล้วยังตรวจสอบสิ่งใดได้อีก?” ลู่เพียวถามด้วยความสงสัย

            “คุณลักษณะและรูปร่างของอาณาเขตวิญญาณ!”เนี่ยหลียิ้มแย้มตอบ

            ตู้เจ๋อลู่เพียวและพวกที่เหลือต่างมองหน้ากันไปมา สิ่งที่เนี่ยหลีเพิ่งอธิบายออกมาฟังแล้วลึกซึ้งเต็มสิบเลยทีเดียว

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เทพมังกรเหนือปฐพี

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    741K 474
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592