ตอนที่44
ฟาร์มไวแสง(1)
แผนการเดิมในการฟาร์มของแม็กซ์ก็คือการยึดดันเจี้ยนแห่งนี้เอาไว้คนเดียวตั้งแต่ต้น ซึ่งเป้าหมายหลักก็คือการย้ายทางเข้าไปยังจุดที่ผู้เล่นภายนอกไม่สามารถเข้าถึงแต่นั่นเป็นเพียงแผนการที่วาดภาพในความคิดเท่านั้น เมื่อใช้งานจริงกลับไม่สามารถทำได้ตามที่ต้องการทั้งหมดเพราะระบบมีเงื่อนไขป้องกันที่ไม่ได้ระบุไปในรายละเอียดทักษะ นั่นคือทางเข้าดันเจี้ยนต้องติดกับทางเปิดไปสู่ด้านนอกของดันเจี้ยน
(ดันเจี้ยนทางทิศเหนือของมหานครนาโช่แม็กซ์ย้ายไปด้านบน ซึ่งติดกับช่องเปิดทางท้องฟ้า แต่ดันเจี้ยนนี้เป็นทางลงใต้ดินจึงทำแบบเดิมไม่ได้...แม็กซ์พยายามย้ายทางเข้าไปไว้ในชั้นหิน)
สุดท้ายเพราะคลาสที่เลื่อนขึ้นทำให้แม็กซ์มองเห็นแผนผังทั้งหมดของดันเจี้ยนสุสานร้างใต้ดินแห่งนี้ จากทักษะ...เคลื่อนย้ายทางเข้าแถมยังสามารถปรับลดขนาดทางเข้าให้เล็กลงหรือใหญ่ขึ้น ซึ่งครั้งนี้แม็กซ์ปรับทางเข้าให้เล็กลงเป็นเหมือนโพรงที่ต้องคลานลอดเข้ามาและเอานำไปซ่อนหลังจุดที่มีพุ่มไม้ขึ้นปกคลุม
(ซึ่งขนาดของโพลงที่แม็กซ์เลือกคือขนาดที่เล็กที่สุดแล้วซึ่งระบบอนุญาตให้ทำได้)
หลังจากที่ทางเข้าถูกเปลี่ยนแปลงได้ไม่กี่นาทีผลลัพธ์ของเหตุการณ์ปะทะก่อนหน้าก็ตามมาคิดบัญชี แต่ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามที่แม็กซ์คาดเอาไว้เจนซึ่งถูกซอมบี้เนื้อเน่ารุมสังหาร เสียค่าประสบการณ์ไป 10 % ทันทีที่กลับไปยังจุดเกิด หล่อนก็ถูกอาการหัวร้อนครอบงำ ไม่ยอมเลิกราปลุกระดมผู้เล่นในกิลด์ด้วยค่าหัวของแม็กซ์แม้ปากอ้างเพื่อเอาเงินรางวัลเข้ากิลด์ แต่ในใจล้วนทำเพื่อต้องการแก้แค้น
แต่กว่าที่สมาชิกของกิลด์พริกขี้หนูจะมากันพร้อมหน้าทางเข้าก็ถูกแม็กซ์ปรับขนาดและเคลื่อนย้ายไปซ่อนจนไม่ต่างจากโพรงที่ให้สุนัขรอดเข้าออกเท่านั้น แม้ว่าสมาชิกกิลด์ที่ร่วมขบวนในครั้งนี้จะพยายามออกค้นหากวาดอ้อมไปทั่วบริเวณ แต่ก็ไม่ได้ทำอย่างละเอียดถี่ยิบ เพียงเดินสำรวจวนไปรอบ ๆจนกระทั่งเวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง ปาร์ตี้ของกิลด์พริกขี้หนู ก็ลงมติยกเลิกแผนการของเจนแยกย้าย...ต่างคนต่างกลับไปเก็บเลเวลตามสถานที่เดิมของตนเอง
.
.
แม็กซ์ขีดเขียนวาดเส้นทางวิ่งของดันเจี้ยนสุสานร้างใต้ดินชั้นที่1 ลงบนพื้น ก่อนจะลากเส้นทางพลางอธิบายแผนการของตนให้กัสฟังทีละขั้นแต่เพราะกัสหัวทึบใช่ย่อย กว่าที่ทหารยามผู้นี้จะเข้าใจ แม็กซ์ก็จำเป็นต้องเปลืองน้ำลายทวนแผนการซ้ำไปมาถึงสามรอบ
“เอาละ...นายเข้าใจวิธีการที่ฉันอธิบายแล้วใช่มั้ย”หลังจาก การอธิบายแผนการรอบที่สามผ่านไป แม็กซ์ก็เอ่ยถามผู้ฟังอีกครั้ง
“ขอรับนายท่าน แต่ว่าพวกแมลงพวกนั้นมันจะไม่เยอะไปจนกัดผมตายก่อนจะถึงหลุมเหรอขอรับ”
“โดนกัดจนเลือดแดงก็กินยาเพิ่มเลือดได้ที่สำคัญอย่าหันไปตีมัน เพราะถ้าแกไม่หยุดวิ่ง ความเร็วไม่ลดลงรับรองมันกัดแกได้อย่างมากก็แค่ตัวละทีสองทีเท่านั้นละ ส่วนเกราะหนักที่ฉันให้ใส่ตอนนี้ถอดออกเอาคืนมาได้ละตอนนั้นเรายังยึดดันเจียนนี้ไม่ได้ แต่ตอนนี้เรายึดมันแล้วก็ไม่น่าจะมีผู้เล่นคนไหนเข้ามาได้อีกแล้ว ดังนั้นเปลี่ยนเอาชุดเพิ่มเลือดนี่ไปใส่ซะตอนนี้นายคือตัววิ่งลาก ไม่ใช่ตัวแทงค์แบบเดิมละ”
กัสรับคำพร้อมกับรับไอเทมสวมใส่ชุดใหม่ซึ่งเน้นค่าสถานะพิเศษ...ฟื้นฟูเลือด บวกกับรองเท้าเพิ่มความไวในการเดิน แต่จุดที่สำคัญที่สุดของแผนการนี้ก็คือ...เสื้อเกราะหนามที่สะท้อนการโจมตีของศัตรูกลับคืออุปกรณ์ที่ช่วยคงความเกลียดชังให้มอนสเตอร์ตามหลังไม่ให้หลุดออกขบวน
“รอบแรกทดสอบเส้นทางสั้น ๆ ดูก่อนจำเอาไว้นะกัส มอนสเตอร์ชุดแรก...ก่อนวิ่งต้องโดนตีก่อนหนึ่งที หลังจากนั้นก็โกยยาว ๆ อย่าหันหลังกลับ เส้นทางก็ตามที่บอก เมื่อมาจนถึงตรงนี้ก็กระโดดลงไปแบบตอนที่แกลากซอมบี้แต่ครั้งนี้ไม่ต้องปีนขึ้นมาแบบก่อนหน้าละ พอแกลงไปแล้วก็ใช้ทักษะ...ยืนยามซะเข้าใจไหม”
“ขอรับนายท่าน” กัสรับคำ ก่อนจะสูดหายใจลึกด้วยท่าทางฮึกเหิม แล้วจึงเริ่มออกวิ่งไปตามเส้นทางที่แม็กซ์กำหนด
สามนาทีต่อมา กัสที่เลือดตกหน้าเขียว ใบหน้าปรากฏรอยบวมช้ำหลากสีสันของอาการติดสารพัดสถานะดับัพ ฝืนวิ่งน้ำลายฟูมปากแม้ใบหน้าบิดเบี้ยว แต่สองเท้าก็ยังคงไม่หยุดลากฝูงแมลงที่มีขนาดตัวราวครึ่งฟุตให้ตามหลังตนเองมาเกือบห้าสิบตัว “นายท่านยยยย...กัสขาข้าแข็งไปหมดวิ่งจะไม่ไหวแล้ว ข้า...”
แม็กซ์ยืนปักหอกไว้ที่ข้างตัวทันทีที่เห็นกัสวิ่งมาถึงทางตรงยาว ก็ตะโกนสั่งตามที่นัดหมายกันไว้ทันที
“เฮ้อ !!!”แม็กซ์ถอนหายใจยาว “แล้วทำไมเอ็งไม่ดื่มยาแก้พิษที่ให้ไปยาแก้พิษที่ให้ไปขวดสีเขียวนะ”
กัสได้ยินก็รีบหยิบยาแก้พิษขึ้นมากระดกทันทีเมื่อพิษถูกขจัด สองขาที่หนักอึ้งก็เบาหวิว “นายท่านฉลาดยิ่งนัก”
…กัสเอ๊ย เจ้านายแกไม่ได้ฉลาดหรอกแต่แกนี่มัน เด็กอนุบาลตัวโตชัด ๆ เลยคิดไม่ออกเลยว่าถ้าเราสร้างเจ้านี้ให้กลายเป็นยักษ์มัดกล้ามแต่สมองกลับเท่าเมล็ดถั่วเขียวแบบนี้มันจะเวิร์คไหมเนี่ย
“เร็ว ๆ เข้ามาถึงแล้วก็รีบกระโดดลงไปเลย”
ห้าวินาทีต่อมา กัสที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความฮึกเหิมก็กระโดดลงไปในหลุมก่อนจะเอาหลังพิงผนังด้านที่อยู่ตรงข้ามกับจุดที่แม็กซ์ยืนอยู่ตามแผนการ
ทักษะซ่อนดาบในรอยยิ้ม...ถูกใช้งานทันทีที่เหล่าแมลงไปกองรวมกันกินโต๊ะกัสและหันด้านหลังให้กับแม็กซ์ หอกที่อาบออร่าสีแดง แทงออกเป็นคลื่นกวาดเข้าใส่ด้านหลังของแมลงเกือบทั้งฝูงแม้แมลงพวกนี้จะว่องไว แต่การถูกทักษะโจมตีทีเผลอด้านหลังแบบนี้ความไวก็ไร้ประโยชน์ แมลงตัวที่ถูกโจมตีติดคริติคอลกลายเป็นแสงในทันทีส่วนตัวที่รอดมาได้บางตัวก็ติดสถานะมึนงงหล่นลงพื้น บางตัวที่มีปีกก็หันกลับมาเตรียมจะบินเข้าตอบโต้โจมตีใส่แม็กซ์กัสจึงต้องลงมือช่วยตีอีกแรง ส่วนตัวที่หล่นในก้นหลุม ก็เหมือนเนื้อบนเขียงนอนนิ่งถูกแม็กซ์กระหน่ำแทงจนตาย
เสียงระบบแจ้งเลเวลอัพดังรัว แม้แผนการจะน่ายินดีแต่แม็กซ์กลับยังไม่พอใจเพียงแค่นี้
...ความแรงของทักษะตอนนี้ยังเบาไปนิดเราต้องให้ได้ระดับที่ใช้ออกทีเดียวกวาดทั้งฝูง ถ้าเป็นแบบนี้คงต้องใช้แต้มสถานะว่างใส่ลงค่ากำลังทั้งหมดไปก่อน ยังไงก็มีเจ้ากัสอยู่ทั้งคน ไม่ต้องป้องกันมันละถึงเวลร้อยแล้วค่อยว่ากันอีกที
แต้มว่างที่ดองจนถึงตอนนี้มีเกินหนึ่งร้อยคะแนนแล้วเมื่อนำทั้งหมดใส่เข้าไปที่ค่ากำลัง(str.)ก็ทำให้แม็กซ์โจมตีแรงขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว เมื่อบวกกับทักษะที่ใช้ก็แรงกว่าการจู่โจของกัสไปแล้ว ทำให้การทดสอบครั้งที่สองแมลงที่ถูกโจมตีด้วยซ่อนดาบในรอยยิ้ม ต่อให้ไม่ติดคริติคอล ทั้งฝูงก็ร่วงลงพื้นตายเรียบแต่ครั้งนี้ก็ยังคงมีแมลงบางส่วนที่บินอยู่ เพราะการโจมตีของ...ซ่อนดาบในรอยยิ้มมีรัศมีแผ่ออกจากตัวหอกไม่มากนัก มันจึงไม่สามารถกวาดแมลงบางตัวบินอยู่เหนือปากหลุมให้โดนทั้งหมดในครั้งเดียว
แม็กซ์มองดูสภาพของกัสที่ใช้ทักษะยืนยามทันทีที่ลงไปในหลุมค่อย ๆ ฟื้นฟูเลือดกลับคืนมาจนเต็ม “กัสครั้งหน้า ลองเส้นทางเดิมอีกรอบนะแต่พอแกลงไปในหลุมแล้ว อย่าเพิ่งใช้ทักษะยืนยามนะ ลองนั่งลงไปเฉย ๆ ดู ถ้าแมลงมัน ตามลงไปออกันต่ำกว่าเดิมท่าหอกอาจจะเก็บพวกมันทีเดียวได้”
“นั่งลงไป” กัสถลึงตาเอ่ยทวน “นายท่านเอาจริง”
“แน่นอน แล้วถ้านั่งยังไม่พอแกก็ต้องนอนราบลงไปเลย แมลงมันต้องกระจุกตัวลงไปต่ำ ๆ ไม่มีพวกหลงฝูงบินเหนือปากหลุมแน่ๆ ทีนี้ละก็ รับรองว่าพวกมันต้องโดนฆ่าทั้งหมดในหอกเดียว”แม็กซ์เห็นกัสกลืนน้ำลายนิ่งมองตนเองตาใส “อย่าไปกลัวสิ จำเอาไว้นายคือสุดยอดนักรบการอดทนต่อความเจ็บปวด...คือหนึ่งในหนทางนั้นจำเอาไว้”
“อา...”ใบหน้าของกัสราวกับคนหลงทางในถ้ำที่พบเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ “นายท่านกัสเข้าใจแล้ว”
“เยี่ยม เจ้านี่ละสุดยอดขุนพลของข้า”
“ขอรับ...นายท่าน”เสียงที่ไร้ความลังเลของกัส ตอบกลับมาด้วยความฮึกเหิมอีกครั้งพร้อมดวงตาของกัสทอประกายแวววับ