“ไอ้กี! ส่งให้กู!” จักรีรีบผ่านลูกส่งต่อให้เมืองแมนที่กำลังยืนโบกมือให้เมื่อถูกฝ่ายตรงข้ามบล็อกด้านหน้า แม้ว่าตัวเองจะบุกมาถึงเส้นด้านในแล้ว
หลังส่งลูกให้เมืองแมนที่ด้านซ้าย ไอ้แมนก็พยายามขึ้นหน้าเพื่อชู๊ต แต่กลับถูกปัดลูกจากคนด้านข้างจนลูกเกือบหลุดมือ
“กี!” เมืองแมนร้องแล้วจ่ายบอลกลับมา จักรีคว้าลูกแล้วชู๊ตลงห่วงทันที ทำคะแนน 3 แต้มให้ทีมเขา หลังหมดเวลาคะแนนรวมฝั่งเขาชนะฝ่ายตรงข้าม เมืองแมนวิ่งเข้ามาะโเข้าเอวเขาแล้วขยี้หัวเขาด้วยความดีใจ
“น้ำ 4 ขวด อย่าลืม” จักรีชี้มือไปที่เพื่อนทีมฝั่งตรงข้ามที่นั่งแผ่ลงกับพื้น ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกโชคดี ที่พวกเขาไม่เดิมพันด้วยเงินแต่เดิมพันด้วยน้ำแทน
“ทีมละ 3 คนทำไมจะเอาน้ำตั้ง 4 ขวดวะ?” เพื่อนรวมคณะฝั่งตรงข้ามที่เหงื่อชุ่มตัวอดบ่นไม่ได้
“นับกรรมการด้วยไงยะ!” ช่อฟ้านิ่วหน้าแล้วโบกคะแนนในสมุดจด
“ฉันไม่เอาก็ได้นะ แตะบอลได้แค่ 25 วิเองมั้ง พวกแม่งเล่นกันอยู่สองคน” โอปอที่สวมเสื้อยืดกางเกงวอมขายาวยืนหน้าใสอยู่ในสนาม พวกเขาเล่นบาสโดยแบ่งทีมฝั่งละ 3 คน ซึ่งคนที่จับบอลมากสุดเป็เมืองแมนและจักรี
“ไหนมึงว่ากลัวลูกกระแทกหน้า ซิลิโคนจมูกถลันขึ้นตาจะลำบากไง” เมืองแมนอดแซวเพื่อนไม่ได้ มือยังคงกอดไหล่จักรีไม่ปล่อย
“จะคุยอะไรกันก็ปล่อยฉันก่อนเถอะ ตัวแกมีแต่เหงื่อยังมานัวเนียน เอารักแร้เปียกๆ มาถูกไหล่ ขยะแขยงจะแย่” จักรีรีบสลัดเมืองแมนออก
“ฉันเอาสปอนเซอร์ขวดนึง” จักรีรีบรีเควส
“กูเอาโค้กเย็นๆ กระป๋องนึง” เมืองแมนพูดต่อทันที
“ของฉันเอาบิวติดริ้งค์” เพื่อนที่รับออเดอร์นิ่วหน้าใส่โอปอ
“ของกรรมการขอมะพร้าวปั่นร้านเจ้ดาหลังมอ.ได้ป่ะ ใกล้เซเว่นด้วย”
“พวกมึงแต่ละคนนี่เื่มากฉิบหาย!” เพื่อนฝั่งที่แพ้บ่นอย่างหงุดหงิด
จากสนามบาสให้เดินไปหลังมออยู่ห่างตั้งไกล พวกเขาเหนื่อยก็เหนื่อย ยังต้องมาซื้อน้ำให้คนชนะอีก ถ้าไม่ติดว่าจตุรเทพแห่งคณะบริหารฯ รวมตัวกันที่สนามบาสแล้วจะเรียกคะแนนจากสาวๆ และโอเมก้าได้ล่ะก็ พวกตนคงไม่ชวน 4 คนนั้นมาเล่นบาสหลังเลิกเรียนแน่นอน
จักรีเห็นพวกเพื่อนๆ บ่นจึงเดินไปตบไหล่แล้วยื่นเงินส่งให้ แต่ฝั่งตรงข้ามหรือจะกล้ารับเงินมา พวกเขาแค่ต้องเลี้ยงน้ำฝ่ายตรงข้ามแค่ไม่กี่ขวดเท่านั้น หลังคุยกันเข้าใจแล้ว จักรีก็เดินเลี่ยงไปที่ก๊อกน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา ระหว่างรอฝั่งทีมแพ้ไปซื้อเครื่องดื่มมาให้
ตอนที่จักรีล้างหน้าเสร็จ กำลังคิดว่าจะถอดเสื้อยืดที่สวมเช็ดหน้าดีหรือไม่ เพราะยังไงเขาก็มีเสื้อกับกางเกงนักศึกษาไว้เปลี่ยนที่รถมอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว อยู่ๆ ก็เห็นเด็กหนุ่มหน้าหวานเดินมายื่นผ้าขนหนูผืนเล็กส่งให้
“ยังไม่กลับเหรอน้องนัท?” จักรีมองน้องรหัสโดยที่ไม่ยื่นมือออกไปรับ
“ตอนกำลังจะกลับเห็นพี่กีกับเพื่อนๆ เล่นบาสกันอยู่ พวกเพื่อนๆ นัทเลยชวนอยู่ดูน่ะครับ พี่กีใช้ผ้าขนหนูของนัทเช็ดหน้าก็ได้นะ นัทยังไม่ได้ใช้” น้องนัทเห็นว่าเขาไม่กล้ารับของ จึงยัดผ้าขนหนูผืนเล็กใส่เข้ามาในมือเขา
“ขอบใจนะ นี่ก็มืดแล้วน้องนัทกับเพื่อนๆ ก็รีบกลับล่ะ” จักรีเตือนอีกฝ่ายด้วยความหวังดี เพราะรู้ว่าน้องรหัสเป็โอเมก้า แต่น่าแปลกตรงที่น้องนัทพูดถึงเพื่อนๆ แต่จักรีกลับไม่เห็นเพื่อนของอีกฝ่ายเลย
“เอ่อ... อันที่จริงแล้วเพื่อนนัทเค้าจะไปดูหนังกันต่อ แต่นัทมีรายงานต้องทำพวกเขาเลยแยกไปก่อนน่ะครับ” น้องนัทรีบพูดตัดบท
“แล้วกลับยังไง? ให้พี่เดินไปส่งขึ้นรถไหม?” จักรีมัวแต่เช็ดหน้าเช็ดผมที่เปียกแล้วก็พาดผ้าขนหนูไว้ที่บ่าของตัวเอง ทำให้่หนึ่งเขาไม่ทันได้เห็นแววตาวาววับของฝ่ายตรงข้าม
“ถ้าไม่รบกวนพี่กีจนเกินไป....”
------------------------------------------
อีกด้านของสนามบาส โอปอ ช่อฟ้า และเมืองแมนกำลังนั่งรอเครื่องดื่มจากฝ่ายผู้แพ้ จึงปฏิเสธน้ำดื่มและผ้าเช็ดหน้าของพวกสาวๆ กับโอเมก้าที่นั่งเชียร์อยู่รอบๆ อัฒจันทร์อย่างสุภาพ และไม่ลืมแผ่ออร่าให้คนนอกไม่กล้าเข้ามายุ่มย่ามมากเกินไป
“เฮ้ย! นั่นใช่น้องนัท น้องรหัสไอ้กีหรือเปล่าวะ?” โอปอพยักพเยิดไปยังก๊อกน้ำที่อยู่ห่างออกไปจากสนามบาส
“เออๆ ใช่จริงๆ ด้วย ว่าแต่... วันนี้น้องปี 2 ไม่ต้องอยู่ซ้อมเชียร์ให้น้องปี 1 หรอวะ นางมาทำอะไรที่สนามบาส หรือว่ามาอ่อยไอ้กีมัน?” ช่อฟ้าตั้งคำถาม
“กูว่าทรงเนี้ย มาอ่อยชัวร์! คนบ้าอะไรจะพกผ้าขนหนูผืนขนาดนั้นเที่ยวเดินอยู่ในมอ. นักกีฬาก็ไม่ใช่ คราวก่อนมันก็เอาคุกกี้อบเองมาให้ไอ้กีด้วยไม่ใช่หรือไง ดีนะที่คราวนั้นกูแย่งคุกกี้ไอ้กีมา ไม่รู้แดกไปจะโดนยาเสน่ห์อะไรหรือเปล่า” เมืองแมนนิ่วหน้า
“ไอ้กีมันเป็คนดี แม่งไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมพวกโอเมก้าพรรนี้หรอก” ช่อฟ้ายืนมองเพื่อนที่ถูกโอเมก้าน้องรหัสตื้ออะไรบางอย่างอยู่
โอปอ ช่อฟ้า และเมืองแมนต่างก็เป็อัลฟ่าชั้นสูง แถมพ่อแม่หากไม่มียศมีตำแหน่งในบ้านเมือง ที่บ้านก็ยังฐานะดีเข้าขั้นมหาเศรษฐี หรือไม่ก็มีเชื้อสายของผู้ดีเก่า แต่ละคนที่พยายามเข้าหาพวกเขาล้วนหวังผลประโยชน์อะไรบางอย่าง พวกเขาต่างก็เคยพบเห็นเล่ห์เหลี่ยมคนรอบตัวมานักต่อนักแล้ว
ทั้งญาติที่ทำดีด้วยเพราะหวังเพียงสมบัติ หรือเพื่อนที่สามารถใส่ร้ายกันลับหลังเพราะคิดว่าพ่อแม่เขามียศมีตำแหน่ง แม้แต่คนรักที่เข้ามาหลอกให้รักเพื่อจะยัดตัวเองเข้ามาในสายตระกูล พวกเขาล้วนเคยเห็นมาทุกรูปแบบ
ดังนั้นเวลาอยู่ที่มหาลัยทั้งสามจึงค่อนข้างไว้ตัว ไม่ให้ความสนิทสนมกับคนอื่นเกินความจำเป็ ยิ่งคนที่พยายามจะเข้าหาด้วยจุดประสงค์บางอย่าง พวกเขาจะสามารถรับรู้ได้เร็วกว่าคนอื่น
เสียดายที่เ้าทึ่มจักรีไม่รับรู้ถึงสิ่งเ่าั้เลย จะเรียกว่าไว้ใจคนอื่นง่าย หรือว่าซื่อจนเซ่อก็ได้
แต่นั่นก็คือข้อดีของจักรี ทั้งที่เป็อัลฟ่า แต่กลับเป็คนจิตใจดี มองโลกในแง่ดี มีน้ำใจ ปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่แปลกที่ช่อฟ้า เมืองแมน และโอปอจะเทใจให้เ้าคนซื่อคนนี้
สมัยก่อนตอนที่พวกเขายังไม่ได้รวมกลุ่มเป็จตุรเทพ เมืองแมนเคยมีเื่ทะเลาะกับพวกรุ่นพี่ปี 2 ถึงขั้นชกต่อยกันที่มหาลัย เพราะรุ่นพี่พวกนั้นจำได้ว่าสมัยมัธยมเมืองแมนเกือบถูกส่งตัวเข้าสถานพินิจฯ จากคดีร้ายแรงที่ตัวเองไม่ได้ก่อ แต่ถูกเพื่อนรักในกลุ่มใส่ร้าย รุ่นพี่จึงพยายามพูดจายั่วยุเขา
ในตอนที่เกิดเื่ชกต่อย คนอื่นแม้จะเห็นแต่ก็เพิกเฉยเด็กปี 1 ที่ถูกรุ่นพี่รุมซ้อม มีแค่จักรีที่กล้ายื่นมือเข้ามาช่วย ทั้งที่ตอนนั้นพวกรุ่นพี่มีกันถึง 5 คน เมืองแมนกับจักรีหันหลังชนกันและสู้จนสามารถเอาชนะรุ่นพี่มาได้ แม้ว่าหลังจากนั้นพวกเขาทั้งหมดจะถูกเรียกพบผู้ปกครองและถูกทัณฑ์บน แต่เมืองแมนก็ได้เพื่อนแท้มาคนหนึ่งด้วย
ส่วนช่อฟ้าตอนที่เข้าปี 1 มาใหม่ๆ ก็ถูกพวกเพื่อนๆ ในชั้นบูลลี่ เนื่องจาก เธอมักจะใช้ของแบรนด์เนมั้แ่หัวจรดเท้า นั่นเพราะเธอเคยมีอดีตที่ถูกป้าแท้ๆ อาศัยว่าเป็ญาติผู้ใหญ่เข้ามาดูแลมรดกที่พ่อของเธอทิ้งไว้ให้หลังจากพ่อของเธอสิ้นบุญ
หลังรู้ความจริงว่าป้าของเธอพยายามจะเข้ามากอบโกยมรดกของตระกูล ช่อฟ้าจึงส่งคำร้องต่อศาล ให้ทนายความเก่าแก่ของตระกูลที่เคยดูแลกันมาั้แ่สมัยที่พ่อของเธอยังมีชีวิตอยู่ เป็ผู้จัดการมรดกจนกว่าเธอจะบรรลุนิติภาวะ เนื่องจากแม่ของเธอเป็โอเมก้าและเป็คนหัวอ่อน เธอกลัวว่าถ้าให้แม่เป็ผู้จัดการ สุดท้ายทุกอย่างก็จะตกเป็ของป้ากับครอบครัวอยู่ดี
นับแต่นั้นช่อฟ้าก็ถือคติมีเงินต้องใช้ ไม่ใช่มีไว้ให้พวกญาติหน้าเงินเอาไปถลุงเล่น แต่กลับกลายเป็ว่าพวกเพื่อนๆ อัลฟ่าในมหาลัยกลับมองว่าเธอหยิ่งยโส ถึงกับให้คนรุมบอยคอตเธอ ส่งข้อความข่มขู่มาที่เธอ ล้อเลียน ใส่ร้าย ประจาน ที่ร้ายที่สุดคือพยายามจะทำร้ายเธอ
เวลานั้นช่อฟ้าเหลือตัวคนเดียว เธอเดินคนเดียว กินข้าวคนเดียว จิตใจของเธอดำดิ่ง ถึงกับเคยคิดสั้นก็มี แต่ในเวลาที่เธอกำลังมืดแปดด้าน คนแรกที่เข้ามาทักเธอระหว่างที่อาจารย์สั่งงานกลุ่มก็คือจักรี
ตอนนั้นจักรีก็พลอยถูกบูลลี่ไปด้วย แต่ถูกเมืองแมน (สั่งสอน) เข้าไป พวกที่เคยรังแกเธอหรือพวกที่เคยรวมหัวนินทาก็เริ่มหายไปทีละคน จนตอนหลังไม่มีใครกล้าพูดจาแย่ๆ ลับหลังเธออีก
ด้านโอปอเองตอนที่เข้าปี 1 มาใหม่ๆ ก็ไม่ได้ให้ความสนใจการเรียนเท่าที่ควร นั่นเพราะแฟนของเธอไม่ได้สอบติดที่เดียวกัน หนำซ้ำแฟนของเธอยังบอกว่าตั้งท้องกับเธอเมื่อคราวที่สอบปลายภาคเสร็จ แล้วยังเร่งรัดให้โอปอรีบบอกเื่ที่แฟนเธอท้องให้กับทางบ้านร่วมรับผิดชอบ
เวลานั้นโอปอทำอะไรไม่ถูก ไม่ว่าแฟนของเธอจะกดดันให้เธอทำอะไรเธอก็ยอมทำตามหมดไม่มีข้อแม้ ขอเพียงสามารถชะลอเื่ที่จะบอกพ่อแม่ออกไปก่อนก็พอ เงินเดือนแต่ละเดือนของโอปอต้องโอนไปให้แฟนไว้ใช้จ่ายครึ่งหนึ่ง ซึ่งแฟนเธอให้เหตุผลไปว่าจะเก็บไว้เป็ค่าคลอด และเพราะว่าอยู่กันคนละมหาลัย โอปอจึงแทบไม่ได้เข้าชั้นเรียนเพราะต้องวิ่งไปหาแฟนที่หอพัก
พอถึงเวลาสอบจึงต้องไปขอยืมเลคเชอร์จากเพื่อนในชั้น คนที่สมุดจดเลคเชอร์เป็ระเบียบและอ่านง่ายสุดคือจักรี พวกเขาจึงได้มีโอกาสได้คุยกันถึงปัญหาของโอปอ
จักรีรู้สึกตงิดใจเพราะจำหน้าของแฟนโอปอได้ เนื่องจากอีกฝ่ายเคยมารอโอปอที่มหาลัย แต่ที่จักรีจำหน้าแฟนของโอปอได้ เป็เพราะเขาเคยทำงานพิเศษเป็เด็กยกของในร้านเหล้า และเคยเห็นแฟนของโอปอมาดื่มที่ร้านบ่อยๆ แถมยังออกไปกับอัลฟ่าไม่ซ้ำหน้า
จักรีตัดสินใจบอกเื่นี้กับโอปอ ทีแรกโอปอไม่เชื่อ พวกเขาและช่อฟ้ากับเมืองแมนจึงมาซุ่มดูที่ร้านเหล้าที่จักรีทำงานอยู่หลายครั้งจนเจอแฟนของโอปอกำลังนัวเนียกับอัลฟ่าคนหนึ่งอยู่ และทั้งคู่กำลังออกไปต่อกันที่อื่น โอปอจึงแสดงตัวเมื่อจับได้คาหนังคาเขา
แต่แฟนของโอปอกลับโยนความผิดไปที่อัลฟ่าที่หิ้วเธอออกมา แต่โอปอไม่สนใจ เธออยากให้แฟนไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพราะกลัวว่าแอลกอฮอล์จะทำให้ลูกในท้องพิการ แต่แฟนของโอปอกลับปฏิเสธเสียงแข็งว่าจะไม่ไปโรงพยาบาล
นั่นยิ่งทำให้โอปอคิดว่าแฟนน่าจะปิดบังอะไรเธอ จึงให้พวกเพื่อนๆ ช่วยหิ้วแฟนขึ้นรถไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจอย่างละเอียด ก็พบว่าแฟนของโอปอนั้นไม่ได้ท้อง เธอยอมรับสารภาพว่าเธอหลอกโอปอให้แต่งงานด้วย เพราะอยากได้ชื่อว่าเป็สะใภ้ผู้ดีเก่า
โอปอเสียความรู้สึกกับแฟนคนแรกมาก ถึงขั้นข่มขู่ให้อีกฝ่ายเลิกติดต่อตน และหากยังเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของเธออีก เธอก็มีวิธีที่ทำให้โอเมก้าตัวเล็กๆ อย่างแฟนเธอหายสาบสูญไปตลอดกาล
ทั้งสามมีประสบการณ์ต่อคนรอบข้างที่พยายามเข้าหาหลากหลายรูปแบบนี้เอง ทำให้พวกเขาไม่แน่ใจเจตนาของน้องรหัสจักรี ที่พยายามจะเข้าหาเพื่อนพวกเขาทุกรูปแบบ ยิ่งเพื่อนของพวกเขาเพิ่งจะหายเฮิร์ทหนักจากการถูกโอเมก้ารุ่นป้าฟันแล้วทิ้งมาหมาดๆ
“เดินมาโน่นแล้ว” โอปอพยักพเยิดไปทางจักรีและน้องรหัสที่ชื่อนัทกำลังเดินตรงมาหา
“น้องนัทดึกป่านนี้ยังไม่กลับบ้านกลับช่อเหรอคะ?” ช่อฟ้าคลี่ยิ้มให้
“พี่กีรับปากนัทว่าจะไปส่งนัทที่หอให้น่ะครับ” อีกฝ่ายยิ้มกลับ โอปอถึงกับหันไปขยับปากด่าเ้าเพื่อนซื่อบื้อ ก่อนจะกระแทกไหล่กับเมืองแมน
“หอของน้องอยู่แถวไหนหรอ ให้พี่ขับรถไปส่งก็ได้นะ จะได้ไม่ต้องรบกวนไอ้กีมันด้วย” เมืองแมนพยายามหาทางเลี่ยงให้เพื่อน
“ใช่ๆ วันนี้แกต้องไปซ้อมมวยด้วยไม่ใช่หรือไง? เื่ที่แกบอกว่าพี่ชายบังคับให้ไปฝึกเพิ่มกล้ามเนื้อน่ะ” โอปอตบไหล่จักรีแล้วขยิบตาให้
“ใช่ๆ แกรีบไปเถอะ เดี๋ยวพวกฉันขับรถไปส่งน้องที่หอให้เองไม่ต้องเป็ห่วง” ช่อฟ้ารีบผลักหลังจักรีให้รีบๆ ไป
“ถ้างั้นฉันฝากน้องด้วยนะ” จักรีเห็นพวกเพื่อนๆ ส่งสายตาให้ก็เข้าใจทันทีว่าเ้าพวกนั้นพยายามจะช่วย จึงรีบกลับไปเอากระเป๋าที่อัฒจันทร์แล้วรีบเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์ทันที
อันที่จริงวันนี้จักรีตั้งใจจะไปดูๆ สถานที่ของยิมหรือค่ายมวยไทยที่พี่เอกติดต่อไว้ให้อยู่แล้ว แต่เมื่อตอนเย็นพวกเพื่อนๆ ในห้องดันมาชวนเล่นบาส เสียก่อน พวกเขาจึงแบ่งทีมลงเล่นจนลืมเวลาไปเลย
แต่ที่จักรีไม่เข้าใจก็คือ แค่ถ่ายภาพนิ่ง ทำไมเขาจะต้องไปฝึกมวยเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อด้วย? หรือว่าจะต้องมีซีนถอดเสื้อ? จักรีคิดวุ่นวายไปตลอดทางจนกระทั่งถึงยิมมวยไทยตามที่เปิดแมปมา
--------------------------------------------
เมื่อจักรีจอดรถมอเตอร์ไซค์เรียบร้อย เขาก็เดินเข้าไปในยิมด้านใน เห็นฝรั่งหลายคนกำลังฝึกชกลม หรือไม่ก็ฝึกชกเป้ากับครูฝึก
จักรีเดินมองไปรอบๆ เห็นเครื่องออกกำลังกายบางส่วนอยู่ด้านข้าง มีชั้นวางนวม เครื่องป้องกันหน้า เครื่องป้องกันหน้าท้อง ถัดมามีกระสอบทรายแขวนอยู่ 3 - 4 อัน และลูกบอลชกมวย ตรงกลางมีเวทีมวยขนาดใหญ่ บนเวทีแสงไฟสาดส่องครูฝึกกับนักมวยคู่หนึ่งอยู่บนนั้น
ครูฝึกถือเป้าล่อเป็ชายวัยกลางคน ส่วนนักมวยที่พันผ้าสีดำที่มือทั้งสองข้างคือคุณคนสวย
คุณคนสวยเหงื่อโทรมกาย ขณะที่ฟุตเวิร์คไม่หยุด แม้คุณคนสวยจะขยับขาสั้นๆ แต่เร็วและยืดหยุ่น ทั้งรุกและขยับตัวหลบเป้าที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว จักรียืนมองคนบนเวทีตาค้างในความเก่งกาจ
แต่ไม่รู้ว่าเพราะไฟบนเวทีจ้าเกินไปหรือเปล่า ดวงตาจักรีเห็นเพียงผิวที่ขาวผุดผาดของคุณคนสวยชื้นไปด้วยเหงื่อ ผ้าพันมือสีดำยิ่งขับให้ผิวของอีกฝ่ายขาวโดดเด่น เหงื่อที่ไหลจากขมับและหน้าผาก ทำให้ผมสีดำขลับของคุณคนสวยเปียกลู่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้คุณคนสวยงดงามน้อยลงเลย เพราะดวงตาคมปลาบคู่นั้นจ้องเป้าหลบหลีกอย่างแน่วแน่ จักรีอดนึกชื่นชมอีกฝ่ายไม่ได้จริงๆ
จักรียืนยิ้มโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อสายตามองเห็นเหงื่อเม็ดหนึ่งไหลจากข้างแก้มไปยังปลายคางและหยดลงบนตัว สายตาเขาไล่มองตามไปจนถึงหน้าอกอีกฝ่าย
หน้าอก? หน้าอก! หน้าอกสีชมพูเม็ดเล็กๆ เด่นหราท้าสายตาผู้คน ทำไมป้าไม่รู้จักหาเสื้อมาใส่! จักรีมองไปรอบๆ เห็นนักมวยแต่ละคนสวมแค่กางเกงมวยสีแปร๋นๆ ตัวสั้นกันหมด แถมยังไม่มีใครใส่เสื้อสักคน แต่คุณคนสวยเป็โอเมก้านะ ถึงกางเกงมวยของทางนั้นจะดูยาวกว่ากางเกงมวยของคนอื่น แต่ไม่สวมเสื้อไม่ได้!!
จักรีพุ่งเข้าไปหาระฆังสำหรับบอกเวลาหมดยก ที่แขวนอยู่ข้างเวทีมวยมาสั่นเสียงดังลั่นทันที
“แก๊งๆๆๆๆๆ!!” เสียงระฆังหมดเวลาดังลั่งแสบแก้วหูจนคนในยิมต้องยกมืออุดหูแล้วจ้องเขม็งมายังเด็กหนุ่มผู้สั่นระฆัง
“ไอ้ตัวแสบ! มาถึงก็ก่อเื่เลยนะ!” จักรีเงยหน้ามองคุณคนสวยบนเวที ตอนนี้อีกฝ่ายเท้าแขนกับเชือกกั้นเวที และกำลังมองเขาอยู่
“ป้า! แก่แล้วยังจะถอดเสื้อโชว์นมเหี่ยวๆ ทำไมนัก!”
“ห๊ะ! แกว่าไงนะ! ” นพได้ยินอีกฝ่ายพูดไม่เข้าหูก็มุดเชือกกั้นเวทีแล้วะโลงไปทางจักรีทันที
จักรีสามารถล่อให้คุณคนสวยลงจากเวทีได้ก็วิ่งไปที่มอเตอร์ไซค์ของตัวเอง เขานึกได้ว่าที่รถมอเตอร์ไซค์ยังมีผ้าขนหนูของน้องรหัสกับชุดนักศึกษาที่เขาถอดเปลี่ยนเก็บไว้ในช่องเก็บของใต้เบาะตอนที่ไปเล่นบาส เขาจึงกลับไปที่รถแล้วเอาเสื้อเชิ้ตกับผ้าขนหนูออกมา
ยังไม่ทันโยนเสื้อให้คุณคนสวย หมัดของอีกฝ่ายก็พุ่งเข้ามาตรงหน้าซะก่อน ดีที่ก่อนหน้านี้จักรีมีเื่ชกต่อยเพราะไอ้แมนบ่อยๆ อยู่แล้ว จึงทำให้ความรู้สึกไวจึงหลบหมัดของคุณคนสวยได้ แถมยังสามารถคว้าข้อมือคุณคนสวยแล้วดึงเข้าหาตัว
คุณคนสวยเสียหลัก เซไปเล็กน้อย จักรีจึงได้โอกาสรั้งไหล่ของอีกฝ่ายเข้ามากอดจากทางด้านหลัง ทั้งยังคลี่เสื้อเชิ้ตนักศึกษาของตัวเองมาคลุมไหล่ให้อีกฝ่ายด้วย
“ปลอกคอก็ไม่รู้จักใส่ เปลือยอกไม่พอยังจะเปลือยต้นคอล่อตะเข้อีก เดี๋ยวก็ถูกกัดเข้าจริงๆ หรอก” จักรีบ่นพลางมองต้นคอเปลือยเปล่าของคุณคนสวย จากนั้นเขาจึงนึกได้ ถ้าอีกฝ่ายแต่งงานแล้ว ทำไมหลังคอยังเรียบเนียนไม่มีรอยกัดที่เป็สัญลักษณ์ของคนที่จับคู่อีก?
“ในยิมรับสมัครแต่เบต้า... ยุ่งไม่เข้าเื่!” คุณคนสวยสะบัดตัวออกแล้วก้มหน้า จักรีมองเห็นใบหูอีกฝ่ายแดงจัดขึ้นก็เข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายเขิน จึงเอาผ้าขนหนูที่ตัวเองใช้แล้วไปคลุมหัวอีกฝ่าย
“นี่!” คุณคนสวยโวยวายทันทีที่ถูกจักรีทำเหมือนตนเป็เด็ก
“เหงื่อป้าออกเยอะนะ เดี๋ยวก็เป็หวัดหรอก”
ขณะที่จักรีพยายามแหย่คุณคนสวย อยู่ๆ ครูฝึกวัยกลางคนที่ซ้อมให้คุณคนสวยบนเวทีก็ตรงมาหาพวกเขา
“คุณนพยังจะซ้อมต่อไหมครับ?”
“วันนี้พอเท่านี้ดีกว่า แต่เด็กนี่อยากลอง ครูเข้มจัดให้ชกกับเด็กฝึกสักยกสิ” คุณคนสวยหันมายิ้มให้จักรี ก่อนจะไล่ให้เขาไปใส่นวมแล้วขึ้นชกกับเด็กฝึกในค่ายทันที
“ป้าจะบ้าเหรอ! ผมชกไม่เป็!” จักรีที่ถูกผลักขึ้นเวทีหันไปถลึงตาใส่คุณคนสวยที่หัวเราะอยู่ข้างเชือก
“เด็กฝึกของที่นี่ก็เพิ่งหัดเหมือนกันนั่นแหละ!” จักรีได้ยินก็นึกอยากแหกอกป้าขึ้นมาตงิดๆ
สุดท้ายจักรีก็ถูก (มัดมือชก) ของจริง อีกฝ่ายแม้จะเป็มวยสมัครเล่น แต่แรงหมัดที่พุ่งเข้าหาเขาแต่ละครั้งไม่ใช่เล่นๆ ขนาดเขาหลบได้ยังรู้สึกถึงแรงลมที่ปะทะหน้า ถ้าถูกหมัดจังๆ ไม่มีเครื่องป้องกันที่หัวกับนวม มีหวังสลบแน่นอน ดังนั้นจักรีจึงได้แต่หลบและขยับถอยเข้ามุมเชือกตลอด
“ชกสิ! อย่าเอาแต่หนี!” ป้าส่งเสียงะโจากด้านล่าง
“ป้าหุบปากไปเลย!” จักรีหันไปะโใส่
เขาตั้งใจจะแวะมาดูๆ ที่ยิมก่อนมาฝึกกล้ามเนื้อเท่านั้น ทำไมถึงได้ถูกดันให้ขึ้นชกก็ไม่รู้ จักรีทั้งสับสนทั้งหงุดหงิด เขาได้แต่เดินไปรอบๆ แล้วยกมือขึ้นกันหมัดที่ชกมา แต่ถึงจะกันแต่พอถูกต่อยซ้ำๆ ก็ยังเจ็บอยู่ดี
พอ่หนึ่งที่เขากำลังขยับถอย ก็ได้จังหวะเห็นฝ่ายตรงข้ามลืมยกมือขึ้นมาตั้งการ์ด เขาจึงปล่อยหมัดฮุคขวาเข้าลำตัว จากนั้นก็ฮุคซ้ายต่อเนื่อง อีกฝ่ายเซไปเล็กน้อย
จักรีได้ยินเสียงมาจากด้านล่าง เห็นคุณคนสวยกำลังส่งเชียร์ก็อดยิ้มไม่ได้ จึงทำให้เสียสมาธิ ไม่ทันระวังอีกฝ่ายที่เริ่มบุกอีกครั้ง จักรีหลบหมัดแรกแล้วชก อีกฝ่ายถูกหมัดเขาก็รีบสะบัดหัวแล้วชกเขากลับที่ท้อง จักรีพยายามเบี่ยงตัวหลบก็ถูกตามมาฮุคเข้าที่ข้างลำตัวสองครั้งซ้อน และดูเหมือนอีกฝ่ายจะเร่งบุกโดยไม่หยุด จักรียกมือทั้งหลบทั้งกัน สุดท้ายเห็นหมัดอีกฝ่ายพุ่งเข้าหน้าก็ทำอะไรไม่ทันแล้ว
“จักรี! ” เสียงใครบางคนร้องขึ้นด้วยความใ
จากนั้นก็เหมือนภาพก็ตัดไป จักรีมารู้สึกตัวอีกทีก็คือตัวเองวูบทรุดลงกับพื้นไปแล้ว จากนั้นเขาก็เห็นเืหยดลงบนพื้น และรู้สึกแค่ว่ามีน้ำอะไรไหลออกมาแถวๆ คาง จึงพยายามยกมือขึ้นเช็ด แต่มือมันติดนวม
“จักรี!” เขาไม่ได้ยินเสียงเรียก รู้สึกแต่ว่าคุณคนสวยะโอะไรบางอย่างที่เขาจับใจความไม่ได้ข้างๆ หู แถมยังคอยตบแก้มเขาเบาๆ และมองหน้าเขาอย่างตื่นตระหนก
“ผมไม่เป็ไร” จักรียิ้มก่อนจะสลบซบลงกับอกอีกฝ่าย
-----------------------------
To Be Con