บทที่ 18 ควบแน่นิญญาจันทรา
“นี่คือแม่น้ำปราณที่รวบรวมปราณแห่ง์พิภพทั้งหมดในรัศมีร้อยลี้และควบแน่นกลายเป็สิ่งที่มีลักษณะคล้ายกับบ่อน้ำเล็กๆหากเรามีโอกาสได้ฝึกฝนที่นี่มันจะเป็ประสบการณ์อันยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน!”
เสียงของหลินอิงหลัวเต็มไปด้วยความประหลาดใจและร่างกายที่บอบบางก็บินไปยังทิศทางของเนินเขาด้วยความตื่นเต้นหลังจากนั้นซือหม่าอ๋าวก็ติดตามไปอย่างใกล้ชิด
ในกลุ่มทั้งหมดดูเหมือนจะมีเพียงเย่อู๋เชวียเท่านั้นที่ไม่รู้ว่าแม่น้ำปราณคืออะไร? ใน่สิบปีที่ผ่านมาเขาจดจ่ออยู่กับการขัดเกลาและหลอมรวมต้นกำเนิดกฎศักดิ์สิทธิ์ยกเว้นทักษะพื้นฐานบางอย่างเขาแทบจะไม่มีโอกาสได้ศึกษาความรู้เกี่ยวกับการบ่มเพาะเลย
หลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวเป็อัจฉริยะของตระกูลใหญ่แน่นอนว่าความรู้ที่ทั้งสองคนได้รับมาย่อมไม่มีทางที่เย่อู๋เชวียจะเปรียบเทียบได้
“ซ่า!”
เมื่อได้ยินเสียงน้ำไหลดวงตาของเย่อู๋เชวียก็สว่างขึ้นทันทีและความร้อนที่เกิดจากจิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ภายในตัวเขาก็พลุ่งพล่านอย่างถึงที่สุด
กลางยอดเขามีบ่อน้ำกว้างประมาณสามวาที่เอ่อล้นไปด้วยของเหลวสีขาวขุ่นแม้ว่าที่นี่จะถูกเรียกว่าแม่น้ำปราณแต่ในความเป็จริงขนาดของมันเป็เพียงบ่อน้ำเล็กๆ เท่านั้นและความร้อนที่แผดเผาในบริเวณนี้ก็มีต้นกำเนิดมาจากของเหลวสีขาวขุ่นที่อยู่ตรงหน้านั่นเอง!
“โดยปกติแล้ว การที่พลังปราณแห่ง์พิภพจะควบแน่นกลายเป็ของเหลวได้สักหม้อจำเป็ต้องใช้เวลาหลายสิบปีอย่างไรก็ตามข้าได้เสียเวลากว่าสิบปีในการใช้พลังของตัวเองกระตุ้นปราณ์พิภพภายในชั้นหินที่อยู่เบื้องล่างและ์ก็ไม่ได้ใจร้ายกับข้าซะทีเดียว หลังจากผ่านไปสิบปีในที่สุดบ่อน้ำแห่งนี้ก็กลายเป็แม่น้ำปราณจนได้”
เสียงของฉีซื่อหลงเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจแม่น้ำปราณสายนี้เป็ผลงานชิ้นเอกของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย!
“ถ้าเ้า้าทะลวงผ่านอาณาจักรบ่มเพาะเ้าจำเป็ต้องอยู่ในสถานที่ที่มีปราณแห่ง์พิภพเพียงพอเพราะหากทำไม่สำเร็จไม่เพียงแต่จะเป็ความล้มเหลวอย่างน่าเสียดายเท่านั้นการสะท้อนกลับของพลังยังอาจทำให้เ้ากลายเป็คนพิการได้เลย
ดังนั้นต่อจากนี้ครึ่งเดือนเ้าทั้งสามคนจะต้องแช่อยู่ในแม่น้ำปราณเพื่อฝึกฝนตัวเอง ไม่ว่าเ้าจะ้าปราณแห่ง์พิภพมากแค่ไหนที่นี่จะสามารถตอบสนองต่อความ้าของเ้าได้อย่างแน่นอน”
เมื่อได้ยินคำพูดของฉีซื่อหลงลมหายใจของทั้งสามคนก็ค่อยๆ เร่งเร็วขึ้นและในที่สุดเย่อู๋เชวียก็ตระหนักได้ว่าแม่น้ำปราณที่อยู่ตรงหน้าทรงคุณค่ามากแค่ไหน!
เมื่อการทะลวงอาณาจักรบ่มเพาะเริ่มต้นขึ้นเขาจำเป็ต้องดึงดูดปราณแห่ง์พิภพจำนวนมากมาใช้เป็แรงผลักดันเพื่อทำลายคอขวดนั้น และเขาต้องทำสำเร็จในครั้งเดียวอีกด้วย!
“เอาละ เพื่อไม่เป็การเสียเวลาพวกเ้าควรเริ่มทันที”
ฉีซื่อหลงโบกมือเพื่อสั่งให้หลินอิงหลัวซือหม่าอ๋าวและเย่อู๋เชวียะโลงไปในแม่น้ำปราณ
ฉีซื่อหลงซึ่งยืนอยู่ริมแม่น้ำมองดูหนุ่มสาวทั้งสามแช่ตัวอยู่ในสระด้วยดวงตาคาดหวัง
“เคี่ยวเข็ญตัวเองให้หนักเด็กน้อยทั้งสาม...”
“ครืน”
ทันทีที่เข้าสู่แม่น้ำปราณเย่อู๋เชวียก็ััได้ถึงแรงดึงดูดที่พยายามลากเขาลงไปที่ก้นสระ ในเวลาเดียวกันจิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายของเขาดูเหมือนจะปะทุขึ้นด้วยความตื่นเต้นเย่อู๋เชวียรู้สึกว่าทุกรูขุมขนในร่างกายของเขากำลังดูดซับปราณแห่ง์พิภพอย่างรุนแรงหากเขาอยู่ที่นี่เพียงหนึ่งชั่วยาม มันจะเทียบได้กับการฝึกฝนตลอดทั้งวันเลยทีเดียว
การค้นพบดังกล่าวทำให้เย่อู๋เชวียมีความสุขมากเขาค่อยๆ ปรับท่าทางของตัวเองก่อนที่ร่างของเขาจะจมลงไปยังก้นสระและเข้าสู่สมาธิทันที
…
ห้าวันผ่านไปในพริบตาใน่ห้าวันนี้ฉีซื่อหลงไม่เคยขยับออกจากตำแหน่งเดิมแม้เพียงก้าวเดียว
ด้วยพื้นฐานการบ่มเพาะของเขาเขาสามารถมองเห็นได้อย่างง่ายดายว่าหลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวได้ดูดซับพลังปราณแห่ง์พิภพจนอิ่มตัวแล้วและตอนนี้พวกเขาทั้งสองล้วนอยู่ในจุดสูงสุดของอาณาจักรวีรชน
พร์ของหลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวนั้นยอดเยี่ยมอย่างยิ่งมันไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขากลายเป็หนึ่งในยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาคนรุ่นเดียวกันตอนนี้พวกเขากำลังรอโอกาสที่จะก้าวเข้าสู่อาณาจักรหลอมรวมิญญาและโอกาสนั้นจะมาถึงในไม่ช้า
ดวงตาของฉีซื่อหลงกวาดไปอีกด้านหนึ่งและสีหน้าของเขาก็มีความตกตะลึงเล็กน้อยเขาพบว่าด้วยความแข็งแกร่งของตัวเองในปัจจุบันเขากลับไม่สามารถมองทะลุเย่อู๋เชวียได้เลย
ต้องเข้าใจว่าระดับการบ่มเพาะของฉีซื่อหลงนั้นเหนือกว่าทั้งเจ็ดอาณาจักรชำระิญญาไปแล้วแต่ตอนนี้เขากลับไม่สามารถมองผ่านชายหนุ่มที่ยังไม่ควบแน่นิญญาจันทราด้วยซ้ำ
ในความทรงจำอันยาวนานของฉีซื่อหลงเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเพียงสองครั้ง ครั้งแรกมันเป็ตอนที่เขาเผชิญหน้ากับใครบางคนในเมืองหลักแห่งแรกเมื่อหลายปีก่อนส่วนครั้งที่สองมันเป็เหตุการณ์เมื่อไม่กี่วันก่อนเท่านั้น
ตอนนี้เย่อู๋เชวียทำให้ฉีซื่อหลงเกิดความรู้สึกคุ้นเคยอีกครั้งและเขาก็มีความตื่นเต้นเป็อย่างมาก
เย่อู๋เชวียไม่รู้ว่าเขาจมอยู่ในสมาธินานแค่ไหนจิตใจของเขาได้เข้าสู่สภาวะไร้ตัวตนจนลืมกระทั่งวันเวลาความรู้สึกนี้ลึกลับยิ่งกว่าตอนที่กินยาะเิิญญาระดับมนุษย์ด้วยซ้ำ
จิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ส่งพลังเข้าสู่โลหิตสีทองของเขาด้วยวิธีการอันลึกลับและทักษะ “พลังเฮ่าเทียน”ที่เขาฝึกฝนมาหลายปีดูเหมือนจะได้รับการขัดเกลาอย่างสมบูรณ์อีกด้วย!
เย่อู๋เชวียมองไม่เห็นว่าต้นกำเนิดกฎศักดิ์สิทธิ์ในตันเถียนของเขากำลังทำอะไรแต่เห็นได้ชัดว่าในตอนนี้มันกำลังปรับเปลี่ยนรากฐานการบ่มเพาะของเขาให้มีความแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆในขณะเดียวกันร่างกายของเขาก็ดูดซับปราณแห่ง์พิภพได้เร็วกว่าหลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวถึงสิบเท่า...
“เอ๊ะ?”
ในที่สุดความสนใจของฉีซื่อหลงก็ถูกดึงดูดด้วยการดูดซับพลังปราณอย่างรวดเร็วของเย่อู๋เชวียเขาเริ่มสังเกตอย่างระมัดระวังและเห็นว่าความเร็วของเด็กคนนี้ดูเหมือนจะมากกว่าหลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวที่เป็ผู้บ่มเพาะอาณาจักรชำระิญญาถึงสิบเท่า!
ด้วยการค้นพบนี้ฉีซื่อหลงก็อุทานด้วยความใโดยไม่รู้ตัว!
“นี่เป็สัตว์ประหลาดประเภทใด? พลังปราณที่เขาใช้ควบแน่นิญญาจันทราดูเหมือนจะมากกว่าตอนที่ผู้บ่มเพาะอาณาจักร์ศักดิ์สิทธิ์ควบแน่นิญญาจันทราสีทองด้วยซ้ำ?”
แม้แต่ฉีซื่อหลงซึ่งได้ชื่อว่าเป็หนึ่งในเ้าเมืองที่แข็งแกร่งที่สุดของร้อยเมืองหลักก็ยังรู้สึกทึ่งกับพร์อันยิ่งใหญ่ของเย่อู๋เชวีย!
จากนั้นใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มสดใส“บางทีในการต่อสู้ครั้งนี้ เมืองหลงกวงของข้าอาจสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมได้จริงๆ”
“เจ็ดิญญา... เจ็ดิญญา…”
เย่อู๋เชวียจมอยู่ในสมาธิของตัวเองโดยที่สมองของเขามีเพียงคำว่า“เจ็ดิญญา” เท่านั้น
หาก้าควบแน่นิญญาจันทราเขาต้องมองเห็นิญญาทั้งเจ็ดของตัวเองก่อนแต่ิญญาทั้งเจ็ดนั้นเป็สิ่งที่ไร้ตัวตนและไม่สามารถจับต้องได้นั่นเป็เหตุผลให้ผู้บ่มเพาะมากกว่าครึ่งไม่สามารถก้าวเข้าสู่อาณาจักรชำระิญญาได้ตลอดชีวิต
หากเขา้าที่จะควบแน่นิญญาจันทราเขาต้องเห็นการมีอยู่ของิญญาทั้งเจ็ดด้วยสายตาของตัวเองเท่านั้นแม้ว่าเหตุผลทั้งหมดจะค่อนข้างขัดแย้งกันแต่เดิมทีเส้นทางการบ่มเพาะก็ขัดกับหลักเหตุผลทั่วไปอยู่แล้วดังนั้นหลังจากที่ฝึกฝนไปสักระยะหนึ่ง จึงมีผู้คนไม่น้อยที่สามารถมองเห็นิญญาทั้งเจ็ดของตัวเองได้
เมื่อเย่อู๋เชวียตกอยู่ในสภาวะเงียบงันต้นกำเนิดกฎศักดิ์สิทธิ์ในตันเถียนของเขาก็เริ่มสั่นสะท้านอีกครั้งจากนั้นเย่อู๋เชวียก็รู้สึกได้ว่าใต้ฝ่าเท้าของเขาดูเหมือนจะมีแสงเจ็ดกลุ่มซึ่งปลดปล่อยกลิ่นอายที่แตกต่างกันปรากฏ!
“ครืน”
ต้นกำเนิดกฎศักดิ์สิทธิ์ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งด้วยแรงสั่นะเืนี้ดวงตาของเย่อู๋เชวียก็สว่างขึ้นเล็กน้อยเขาพบว่าตัวเองอยู่ในมิติที่มืดมิดและพื้นที่โดยรอบไม่มีอะไรอื่นนอกจากตัวเขา!
“ที่นี่ที่ไหน...?”
“ควับ!”
ขณะที่เย่อู๋เชวียกำลังสงสัยลำแสงเจิดจ้าเจ็ดดวงก็พุ่งออกมาจากใต้ฝ่าเท้าของเขาทันที!
“ลำแสงเจ็ดดวง? นี่เป็ดวงิญญาทั้งเจ็ดของข้าหรือ?”
สิ่งที่ปรากฏอยู่ด้านหน้าเย่อู๋เชวียคือแสงเจ็ดกลุ่มที่มีสีสันสดใสแตกต่างกันและแน่นอนว่ากลุ่มแสงที่เข้าใกล้ตัวเขามากที่สุดตอนนี้ย่อมเป็ิญญาวีรชนนั่นเอง!
“มันคือิญญาวีรชน!แล้วข้าจะเปลี่ยนมันให้เป็ิญญาจันทราได้อย่างไร?”
ความคิดนับไม่ถ้วนแวบเข้ามาในหัวเย่อู๋เชวียเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เขาก็ทำได้เพียงทดลองไปเรื่อยๆ เท่านั้น
“ครืน!”
ตามที่คาดไว้จิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ยังคงวิ่งไปมาทั่วร่างกายของเขาเย่อู๋เชวียมองดูิญญาวีรชนที่อยู่ห่างจากเขาประมาณสิบวาและแผ่จิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ของเขาครอบคลุมเข้าหามันทันที
ในเวลาเดียวกันร่างกายของเขาที่นั่งสมาธิอยู่ก้นสระก็เริ่มดูดซับพลังปราณอย่างหิวกระหายจนสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า!
เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่แต่ในใจของเย่อู๋เชวียกลับยาวนานเหมือนชั่วนิรันดร์!
เย่อู๋เชวียไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนเขาเพียงรู้สึกว่ามือของเขาเริ่มสั่นเบาๆและในที่สุดจิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ก็สามารถครอบงำิญญาวีรชนได้อย่างสมบูรณ์!
“ตัง!”
ิญญาวีรชนถูกลากเข้าหาร่างกายของเขาอย่างหักโหมน้ำหนักของมันมากมายมหาศาล ราวกับดวงดาวที่อยู่บนฟ้า!
ดวงตาของเย่อู๋เชวียสว่างขึ้นเรื่อยๆเขาตระหนักรู้ได้ด้วยตัวเองว่าในทันทีที่ิญญาวีรชนถูกลากไปที่เท้าของเขาจะเป็่เวลาเดียวกับที่ิญญาจันทราถูกควบแน่นขึ้น!
“ตัง!”
ิญญาวีรชนถูกลากเข้ามาอย่างช้าๆโดยที่จิตใจของเย่อู๋เชวียซึ่งเฝ้าดูอยู่ในระยะไกลเริ่มผ่อนคลายมากขึ้นเรื่อยๆ
“ครืน”
“ตัง!”
หลังจากที่เวลาผ่านไปอย่างยาวนานในที่สุดเย่อู๋เชวียก็ดึงกลุ่มแสงซึ่งเป็ตัวแทนของิญญาวีรชนมาถึงฝ่าเท้าของเขาได้สำเร็จจากนั้นร่างกายของเขาก็เริ่มเชื่อมต่อเป็หนึ่งเดียวกับิญญาวีรชนทันที
“นี่คือ่เวลาที่สำคัญที่สุดเป็หนึ่งเดียวกับข้าซะ!”
ในขณะนี้เย่อู๋เชวียะเิจิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ของเขาออกมาทั้งหมดคลื่นพลังอันแข็งแกร่งกล้าได้ถูกฉีดเข้าไปในิญญาวีรชนอย่างบ้าคลั่ง!
“ฮัม”
ภายใต้การผสมผสานของจิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์แสงที่เป็ตัวแทนของิญญาวีรชนก็เริ่มสว่างไสวมากขึ้นเรื่อยๆ!
“ตัง!”
ทันใดนั้นได้มีเสียงะเิที่รุนแรงดังขึ้นและคลื่นพลังก็ซัดสาดออกไปทุกทิศทาง!
ใน่ที่ิญญาวีรชนแตกออกพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวสีเงินซีดก็ถูกควบแน่นขึ้นท่ามกลางความมืดก่อนที่มันจะปรากฏอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเย่อู๋เชวีย!
อาณาจักรชำระิญญา!ในที่สุดเย่อู๋เชวียก็ควบแน่นิญญาจันทราของตัวเองได้แล้ว!
“บูม!”
ทันทีที่ิญญาจันทราปรากฏขึ้นร่างกายของเย่อู๋เชวียซึ่งนั่งสมาธิอยู่ที่ก้นสระก็ะเิคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมาทันที!
นั่นคือความผันผวนที่เกิดจากการบุกทะลวงเข้าสู่อาณาจักรวีรชนได้สำเร็จ!
“ซ่า” “ซ่า”
ในเวลาเดียวกันสองร่างที่นั่งสมาธิอยู่อีกฝั่งก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าพวกเขาคือหลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวที่ทะลวงผ่านอาณาจักรหลอมรวมิญญาได้พร้อมกัน!
ทั้งสองยืนอยู่ริมฝั่งด้วยความตื่นเต้นดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความสุขที่ไม่อาจปิดบังได้!
“ครืน…”
พระจันทร์สีเงินสดใสได้ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของพวกเขาอย่างช้าๆ!
หลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวประสบความสำเร็จในการทะลุทะลวงไปยังขอบเขตที่สองของอาณาจักรชำระิญญาซึ่งถูกเรียกว่าหลอมรวมิญญา!
ฉีซื่อหลงมองไปยังทั้งสองด้วยความพึงพอใจในเวลาเพียงเจ็ดวันเด็กน้อยทั้งสองก็สามารถทะลวงอาณาจักรบ่มเพาะได้สำเร็จซึ่งเวลาที่พวกเขาใช้ยังน้อยกว่าที่ฉีซื่อหลงคำนวณไว้ครึ่งหนึ่ง!
“ตัง!”
อย่างไรก็ตามในขณะที่หนุ่มสาวทั้งสองกำลังมีความสุขกับความสำเร็จของตัวเอง แม่น้ำปราณที่อยู่ด้านหน้าของพวกเขาก็ะเิขึ้นอย่างรุนแรง!
คลื่นพลังที่พัดผ่านทำให้สีหน้าของหนุ่มสาวทั้งสองเปลี่ยนไปเล็กน้อย!
ร่างของเย่อู๋เชวียที่ถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศอันมืดมนเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆและใต้ฝ่าเท้าของเขาก็มีดวงจันทร์เสี้ยวสีเงินปรากฏออกมา!
ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของการควบแน่นิญญาจันทราก็คือการผลักดันจันทร์เสี้ยวที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าให้ลอยขึ้นเหนือศีรษะเพื่อเปลี่ยนให้มันเป็ดวงจันทร์ที่สุกสกาวท่ามกลางราตรีอันมืดมิด!
กระบวนการนี้เรียกว่า“การปลดปล่อยดวงจันทร์!”
“ครืน!”
จิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ะเิออกมาทั้งหมดเย่อู๋เชวียลากมือของเขาเข้าไปในความว่างเปล่าเพื่อผลักดันิญญาจันทราขึ้นเหนือศีรษะ!
“ตัง!” “ครืน”
พระจันทร์เสี้ยวสีเงินอ่อนค่อยๆลอยขึ้นสู่้าและในที่สุดก็หยุดนิ่งเมื่อมันอยู่เหนือศีรษะเย่อู๋เชวียประมาณครึ่งวาคลื่นพลังที่แข็งแกร่งถูกปลดปล่อยออกมาจากิญญาจันทราดวงใหม่และทำให้พื้นที่หลายสิบวาสว่างไสวไปด้วยแสงสีเงิน!
ในที่สุดเย่อู๋เชวียก็สามารถก้าวเข้าสู่อาณาจักรชำระิญญาได้อย่างมั่นคง!
“ซ่า!”
เย่อู๋เชวียซึ่งมีพระจันทร์เสี้ยวสีเงินลอยอยู่เหนือศีรษะะโออกมาจากแม่น้ำปราณพร้อมกับแรงะเิอันน่าสะพรึงกลัว!