“ลูกค้าโซนนายเขาอยากสั่งอาหารเพิ่มน่ะ”ยี่โถถือถาดจานเปล่ามาวางไว้โซนเตรียมล้างก่อนจะหันไปบอกเพื่อนพนักงานเสิร์ฟหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังยุ่งกับการจัดถาดอาหาร
“...”มือของเขาหยุดชะงักเล็กน้อย ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆ จากหนุ่มคนนั้นเขาไม่หันมามองเธอด้วยซ้ำ ชายหนุ่มยกถาดไปเสิร์ฟแล้วแวะรับออร์เดอร์ลูกค้าต่อสีหน้าบึ้งตึงของเขาแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มให้บริการลูกค้ายี่โถที่เห็นดังนั้นก็ได้แต่ยิ้มหยันแล้วไปทำงานของตัวเองต่อเหตุการณ์ประมาณนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกกับเธอแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเก็บมาใส่ใจหรอกนะ
“เย็นนี้เธอมาแต่งหน้าที่ห้องฉันแล้วออกไปพร้อมกันไหม?”ผู้ช่วยเชฟคนหนึ่งหันไปคุยกับเพื่อนที่ยืนหั่นผักอยู่ข้างๆ
“ได้สิ! ตื่นเต้นจังไม่เคยร่วมงานฉลองโบนัสมาก่อนเลย คุณเฟลิกซ์ก็ใจป๋าสุดๆถึงขนาดเหมาผับเพื่อพนักงานโดยเฉพาะ สงสัยคงดูออกว่าพวกเรามันสายดริ๊งค์”พวกเขาหัวเราะคิกคักกันสองคน ยี่โถที่ได้ยินดังนั้นก็ต้องขมวดคิ้ว ว่าแล้วทำไมจู่ๆเรื่องนี้ก็เงียบไป จึงตัดสินใจเอ่ยปากถามความสงสัย
“งานฉลองโบนัสจัดที่ผับไหนเหรอ?ทำไมไม่เห็นรู้เรื่องนี้” สิ้นคำถามยี่โถพนักงานบริเวณนั้นต่างมองมาด้วยความประหลาดใจแต่ก็มีบางคนยกมือขึ้นมาป้องปากกลั้นขำเอาไว้
“สถานที่เขียนไว้ในบัตรเชิญเธอไม่ได้เหรอ?” เอลลี่ถามกลับด้วยน้ำเสียงปนขำแล้วหันไปทำงานของตัวเองต่อปล่อยให้หญิงสาวงงหนักไปกันใหญ่ ยี่โถยกมือขึ้นมาเกาหัวแกรกๆคำถามมากมายประดังประเดเข้ามาในหัวไม่หยุดความข้องใจสุดขีดจึงได้บีบบังคับให้เธอตัดสินใจตรงไปยังห้องผู้จัดการเธอเคาะประตูสองสามที หลังจากคุณโอลิเวอร์ตอบรับจึงเปิดประตูเข้าไป
“ทำไมงานฉลองโบนัสถึงได้จัดที่ผับคะคุณโอลิเวอร์?” ยี่โถยิงคำถามทันทีที่ได้เห็นหน้าผู้จัดการร้าน
“อ้อ! ยี่โถ พอดีว่าคุณเฟลิกซ์เปลี่ยนใจ ขอจัดรวมกันกับกลุ่มโรงแรมทีเดียวเลยประชุมกันแล้วก็ได้ข้อสรุปว่า ไปจัดที่ผับดีกว่าน่ะ” คุณโอลิเวอร์ยิ้มบางๆพลางอธิบายให้เธอฟังอย่างใจเย็น
คำตอบจากผู้จัดการทำให้หญิงสาวถึงบางอ้อเธอเองก็พึ่งนึกได้ว่า นอกจากร้านอาหาร เฟลิกซ์ยังเป็นเจ้าของโรงแรมอีกแห่งเช่นกันแต่เธอก็ยังสงสัยอีกเรื่องอยู่ดี
“แล้วเรื่องบัตรเชิญล่ะคะ”
“พอรวมพนักงานฝั่งเรากับฝั่งโรงแรมจำนวนคนจึงเยอะเกินข้อจำกัดของผับ ก็จะมีเพียงบางคนที่ได้บัตรเชิญแล้วแต่ว่าจะแจกให้ใคร ว่าแต่...ยี่โถไม่ได้บัตรกับเขาเหรอ?”คุณโอลิเวอร์เอียงคอถามด้วยความแปลกใจ
“สงสัยจะหมดก่อน ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”ยี่โถตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉย หึ! พนักงานพวกนั้นคงอยากจะขัดขวางความสุขของเธอสิท่า แต่หารู้ไม่ว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีผลกระทบต่อจิตใจเธอขนาดนั้น หลักๆ เป็นเพราะว่าเธอไม่ใช่สายดริ๊งค์ อีกอย่างคือ มันยังมีโอกาสอื่นๆ อีกตั้งมากมายในการ ‘ติดตาม’ เฟลิกซ์ไม่ได้มีเพียงงานนี้งานเดียวเสียหน่อย
“ไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะมีคนอยากไปเยอะจริงๆ” ชายวัยกลางคนส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้เธอคุณโอลิเวอร์ใจดีแบบนี้เสมอมา นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่พนักงานทุกคนรักและเคารพเขา
“แล้วได้เตรียมของขวัญไว้ให้คุณเฟลิกซ์หรือยังคะ?”ยี่โถถามต่อ
“เรียบร้อยแล้ว เป็นไวน์ยุโรปน่ะคิดว่า...เขาน่าจะชอบนะ” คำตอบของคุณโอลิเวอร์พาให้หญิงสาวแอบถอนหายใจออกมาเบาๆเฮ้อ! เสียดายแทน ผู้จัดการน่าจะมาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างเธอก่อน
ยี่โถส่งยิ้มน้อยๆ ให้เขาก่อนจะบอกลาผู้จัดการเพื่อกลับไปทำหน้าที่ของตนเองต่อ
แต่ดูเหมือนสวรรค์คงอยากจะปลอบใจเธอทันทีที่เดินออกมาจากห้องผู้จัดการร่างสูงโปร่งของใครบางคนกำลังเดินออกมาจากอีกห้องพอดี หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปประชิดตัวเขาโดยพลัน
“เฟลิกซ์จะกลับแล้วเหรอคะ? เสียดายจังวันนี้ฉันไม่ได้ไปร่วมงานด้วย ขอให้สนุกนะคะ”น้ำเสียงสดใสจากเธอยังคงดึงความสนใจของเขาไม่ได้เช่นเคยเธอได้ยินเพียงเสียงถอนหายใจหนักๆ จากร่างสูงใหญ่
ยี่โถเดินตามไปส่งถึงรถพร้อมโบกมือลาตามหลังหญิงสาวยังคงยิ้มแย้มแก้มปริพอเดินกลับเข้ามาในร้านก็พบแต่เพียงสีหน้าเบื่อหน่ายจากคนอื่นๆซึ่งกลายเป็นเรื่องชินตาของเธอไปแล้วเธอไม่สนหรอกนะว่าจะมีใครอยากคบเธอเป็นเพื่อนหรือเปล่าแต่การได้ใกล้ชิดกับเฟลิกซ์เพียงคนเดียว ก็ถือว่ามากพอสำหรับเธอแล้ว
*****
ยี่โถกำลังยืนเท้าแขนอยู่ริมรั้วกั้นทะเสสาบสีฟ้าใสรอยยิ้มบางๆ แต่งแต้มบนใบหน้า เธอยกโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูนาฬิกานี่ก็เลยเวลานัดมานานแล้ว ทำไมเฟลิกซ์ยังไม่มาตามที่นัดกันไว้นะ
‘ยี่โถ!’ เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลังเสียงนั้นไม่ใช่เสียงเฟลิกซ์แน่นอน เธอหันหลังกลับไปมองโดยอัตโนมัติแล้วก็ต้องตาเบิกกว้างเมื่อได้พบกับคนตรงหน้า
‘ป้าแช่ม!’ เธออุทานออกมาในลำคอ ป้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร!?
‘ฮ่าๆๆ! กูจะตามจองล้างจองผลาญมึงไปตลอดชีวิต!!’ ป้าแช่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่งดวงตาลึกโหลคู่นั้นจับจ้องมายังเธอไม่วางตา พาให้หญิงสาวขนลุกชันทั่วสรรพางค์กาย
“เฮือก!”ยี่โถสะดุ้งเฮือกกระเด้งตัวลุกนั่งขึ้นจากเตียง นี่เธอฝันไปหรือนี่!มือเรียวยกขึ้นมาปาดเหงื่อตามหน้าผากออกดวงตาคมเหลือบไปมองนาฬิกาข้างเตียงเป็นต้องสะดุ้งตกใจหนักยิ่งกว่าเดิมคราวนี้เธอรีบกระโดดลงจากเตียง วิ่งตรงไปยังตู้เสื้อผ้าทันที นี่มันจะ 11 โมงแล้ว! ไปทำงานไม่ทันแล้วโว้ย!!
เธอไม่เคยนอนตื่นสายขนาดนี้มาก่อนแต่สาเหตุเกิดจากเมื่อคืนนี้เธอมีไข้สูง เจ็บคอ จึงทานยาลดไข้แล้วนอนพักผ่อน คิดว่าตอนเช้าอาการน่าจะดีขึ้นเองแต่คงเป็นเพราะพิษไข้สูงและอ่อนเพลียมาก กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีก็สายโด่งเข้าไปแล้ว
มือที่กำลังงุ่นง่านเปลี่ยนเสื้อผ้าหยุดชะงักหลังจากหญิงสาวนึกขึ้นมาได้ว่า เธอโทรลากับผู้จัดการก็ได้หนิคิดได้ดังนั้นจึงเตรียมจะโทรหาคุณโอลิเวอร์ทันที ทว่าแม่เจ้า!หน้าจอแสดงสายที่ไม่ได้รับจากผู้จัดการ 4 สาย! ฉิบหายแล้วยายยี่โถเอ้ย!
“คุณโอลิเวอร์ ยี่โถเองนะคะพอดีเมื่อคืนนี้หนูป่วยเป็นไข้สูง พึ่งตื่น ต้องขออภัยที่ไม่ได้รับสายก่อนหน้านี้ขออนุญาตลาป่วยกะทันหันได้ไหมคะ?” ทันทีที่มีคนรับสายยี่โถรีบกรอกเสียงทีเดียวเป็นชุดด้วยความร้อนรน แม้จะรู้สึกเจ็บคอมากก็ตาม
“...ยี่โถ...คือว่า...ต้องขอโทษด้วยที่จะขอให้เธอมาช่วยก่อนได้ไหม?” น้ำเสียงของคุณโอลิเวอร์ดูหนักใจอย่างเห็นได้ชัดเธอได้ยินเสียงเขาถอนหายใจออกมาเป็นพักๆ
“เกิดอะไรขึ้นคะ?”คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความสงสัยก่อนจะถามออกไปผู้จัดการถอนหายใจออกมาอีกครั้งแล้วตอบกลับมา
“วันนี้มีพนักงานลาพักผ่อนแล้วถึง 2 คนซึ่งเขายื่นใบลาล่วงหน้าไว้นานแล้ว อีกทั้งวันนี้เป็นช่วงเทศกาลประจำเมืองตอนนี้ลูกค้าแน่นเต็มร้าน แถมยังมีหลายคนที่รอต่อคิวจนยาวเหยียดและเริ่มมีลูกค้าบางส่วนบ่นว่าบริการช้าแล้ว พนักงานที่เหลือก็วิ่งกันให้วุ่นไม่มีใครได้นั่งพักเลย...” น้ำเสียงของชายวัยกลางคนแฝงไปด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนยี่โถได้ยินดังนั้น เป็นต้องเม้มปากแน่น เอาไงดี?
“ถ้าคิดว่าร่างกายพอไหวก็ขอรบกวนให้มาช่วยกันก่อนได้ไหม? เดี๋ยวผมจะให้คุณหยุดพรุ่งนี้แทนเองวันนี้เกิดเหตุจำเป็นจริงๆ ต้องขอโทษด้วยนะ” คำขอร้องของผู้จัดการที่เธอเคารพ ทำให้ยี่โถนิ่งเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงอันแหบแห้งแผ่วเบา
“ได้ค่ะคุณโอลิเวอร์เดี๋ยวหนูรีบออกไปนะคะ” คำตอบจากเธอเปรียบดั่งเสียงสวรรค์ให้แก่เขาผู้จัดการพูดขอบคุณเธอด้วยความดีอกดีใจ แม้ว่าตอนนี้ตัวเธอจะยังรุมๆ อยู่แต่อาการอ่อนเพลียก็ลดลงกว่าเมื่อคืนอยู่บ้างจากการได้นอนเต็มที่ คิดว่าน่าจะพอไหว ทุกคนดูลำบากขนาดนั้น เธอเองก็ไม่กล้าปฏิเสธออกไปหรอกนะ