ตอนที่ 17 มุ่งไปตะวันตกเฉียงเหนือ,ยิงหมาป่าฟ้า (3)
ยามที่สองพ่อลูกเดินออกจากหอหมื่นสมบัติมีหลงจู้ใหญ่และหลงจู้ชั้นสองออกมาส่งด้วยตัวเองดูมีหน้ามีหน้ามีตายิ่งเมื่อเดินห่างจากหอหมื่นสมบัติพอมาสมควร ซือเฟิงหลงก็แอบกระซิบถามบิดา “ท่านพ่อปีศาจที่โจมตีหมู่บ้านมีมากถึงเพียงนี้เชียวหรือขอรับ”
ซือคงหันเอ่ยกับบุตรชายยิ้มๆ“ในหมู่พวกมันมีหนีรอดไปตัวหนึ่งกระมังคนที่จัดการพวกมันทั้งหมดคือท่านอาไป๋หรงเฮ่าที่ปล่อยให้มันหนีรอดไปได้ก็เพราะขี่เกียจไล่ตามละนะถือว่าปล่อยให้มันไปส่งข่าวก็แล้วกัน”
กล่าวจบก็ทำท่าล้วงๆตบไปตามตัวก่อนจะดึงป้ายหยกแผ่นหนึ่งออกมายื่นให้บุตรชาย “นี่เป็ป้ายคำสั่งของสำนักกระบี่ไป๋หรงเป็ของขวัญที่ลูกทะลวงด่านสำเร็จ ป้ายนี้มีค่ากว่าที่เ้าคิด เก็บให้ดีอย่างเพิ่งเอาออกมาห้อยให้ใครเห็นยามมีภัยถึงชีวิตให้ถ่ายเทลมปราณเข้าไป สามารถสื่อสารกับผู้าุโของสำนักกระบี่ไป๋หรงเพื่อขอความช่วยเหลือได้แต่ลูกจะใช้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น”
ซือเฟิงหลงรับป้ายมาอย่างระมัดระวังหยกมันแพะเนื้อขาวแวววาวสลักอักษร ‘ไป๋หรง’ดูมีพลังยิ่งนัก
ซือคงมองสัมภาระที่บุตรชายหอบหิ้วแวบหนึ่งจึงยื่นถุงหนังใบเล็กขนาดไม่ต่างจากถุงพกห้อยเอวทั่วไป แต่รูปลักษณ์กลับดูธรรมดาสามัญ ออกจะดูอัปลักษณ์เกินไปด้วยซ้ำ“ถุงสมบัติทำจากกระเพาะอสูรคุน[1]ใช้เก็บสมบัติได้ทุกชนิด สิ่งมีชีวิตระดับขั้นไม่สูงก็เก็บได้ หลังจากหลอมด้วยโลหิตหนึ่งหยดลูกก็เป็เ้าของมันแล้วเวลาใช้ให้กำหนดจิตส่งสิ่งของเข้าไปเก็บไว้ภายใน หากจะนำสิ่งของออกมาก็แค่กำหนดจิตเพียงความคิดเดียวสิ่งที่อยู่ข้างในก็จะปรากฎออกมาเอง”
ซือเฟิงหลงรีบทำตามจากนั้นข้าวของที่เขาหอบหิ้วอยู่ก็หายวับไปทันทีเด็กชายมองมือที่ว่างเปล่าของตนเอง “สะดวกยิ่งนัก ในนี้มีหลิงสืออยู่เต็มเลยใช่หลิงสือที่เพิ่งขายของมาได้เมื่อครู่หรือไม่ขอรับ”
ซือคงพยักหน้าแล้วก้าวเดินต่อ เอ่ยว่า“พ่ออยู่โลกมนุษย์มานาน ต่อไปก็จะยังอยู่กับท่านแม่ของเ้าหลิงสือเหล่านี้พ่อไม่ได้ใช้ ลูกก็เก็บไว้เถอะ”
ซือเฟิงหลงเร่งฝีเท้าตามมาเอ่ยคำถามที่ไม่เข้าใจมานาน “ท่านพ่อ ก่อนหน้านี้ท่านจะให้ข้าเป็ช่างตีเหล็กอย่างเดียวทำไมตอนนี้อยากให้ข้าเรียนในสำนักศึกษาเล่า”
ปลายนิ้วของซือคงขยับเบาๆอักขระที่มองไม่เห็นก็ไหลออกมาราวกับโซ่แส้ วนเป็เกลียวล้อมวนสองคนพ่อลูกเอาไว้
เดิมทีเขาคิดว่าจะยังรักษาชีวิตเรียบง่ายเอาไว้ได้ค่อยๆ ให้ซือเฟิงหลงฝึกสังขารผ่านวิชาตีเหล็กและวิชายุทธที่เขาสอนหวังให้ก้าวเล็กหนึ่งคืบสะสมจนถึงพันลี้[2]การมาของกองทัพปีศาจเ่าั้ทำให้เขาจำต้องเปลี่ยนแปลงแผนการใหม่ทั้งหมด
เขาถอนใจเบาๆ ก่อนตอบ “เมื่อก่อนเ้ายังไม่ใช่ผู้ฝึกตนพ่อย่อมไม่เอ่ยเื่เหล่านี้กับเ้า ในเมื่อก้าวเท้าเข้าสู่โลกของการฝึกตนย่อมต้องรู้สิ่งที่ควรรู้ระวังสิ่งที่ควรระวังการกระทำที่เ้ามองว่าเล็กน้อยอาจกลายเป็หายนะแม้ขาข้างหนึ่งของลูกจะก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาแล้วแต่จนกว่าร่างกายจะพร้อมก็ไม่อาจก้าวไปข้างหน้าต่อได้ ตอนนี้เ้าติดค้างที่กฎว่างการเรียนในสำนักศึกษาอาจช่วยให้เ้าตระหนักรู้เร็วขึ้น”
ซือเฟิงหลงพยักหน้าตอบ “เข้าใจแล้วขอรับท่านพ่อถอนค่ายกลกลับไปเถิด”
ซือคงหัวเราะร่า “ไม่เลว! ััรับรู้ถึงค่ายกลของบิดาได้แล้ว รีบรู้แจ้งกฎสุดท้ายเข้าล่ะ กฎง่ายๆข้อเดียวเ้ากลับติดแหงกอยู่นานถึงห้าปี รู้ถึงไหนอายถึงนั่น”
เอ่ยจบซือคงก็ถอนค่ายกลออกซือเฟิงหลงหน้าบึ้ง อดบ่นออกมาเบาๆ ไม่ได้“ยากยิ่งกว่าปีนขึ้น์ยังจะบอกว่าง่ายอีก”
ฝ่ามือใหญ่วางลงบนศีรษะเล็กโยกเบาๆเสียงพูดกลั้วหัวเราะ“ไปเปลี่ยนหลิงสือเป็เงินตำลึงแล้วซื้ออาหารค่ำไปฝากท่านแม่ไป”
พอพูดถึงมารดาเด็กชายก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันทีรีบร่ายอาหารที่มารดาชอบออกมากว่าสิบอย่างแทบจะวางแผนนำหลิงสือไปแลกเป็เงินตำลึงทั้งหมดแต่พอรู้ว่าแค่สิบหลิงสือระดับหนึ่งก็แลกเงินตำลึงมาได้ถึงหนึ่งพันตำลึงก็หัวเราะร่า
ยามที่สองพ่อลูกกลับมาถึงตรอกไป่กงก็มีสตรีออกเรือนคนหนึ่งพุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรนนางเหลียวมองซ้ายขวาคล้าย้าให้แน่ใจว่าไม่มีใครกำลังมองดูอยู่“ภรรยาเ้าถูกเ้าของโรงตีเหล็กเทพศาสตราพาตัวไปแล้ว รีบไปช่วยนางออกมาเร็วๆเข้าล่ะ” กล่าวจบนางก็จากไปอย่างรีบร้อน
ที่แท้ข่าวเื่โรงตีเหล็กสุดตรอกมีคนย้ายเข้ามาอยู่ทำให้คนร่วมตรอกเดินเตร่มาเมียงมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นเสียงเล่าลือดังไปต่างๆ นานาบ้างก็ว่าคนมาใหม่แบกค้อนตีเหล็กมาด้วยจะต้องมาแย่งกิจการโรงตีเหล็กในเมืองนี้เป็แน่บ้างก็ว่าคนมาใหม่หอบลูกเมียมาด้วยหวังตั้งรกรากไม่ไปไหนแถมใช้ร้านสุดตรอกเป็ที่ตั้งอีกหน่อยคนต้องหลั่งไหลไปที่นั่นแน่นอน เล่าลือต่อกันไปจนความหมายผิดเพี้ยนกระทั่งดังไปถึงหูเทพตีเหล็กฉู่ป้าเฉียวเ้าของโรงตีเหล็กที่มีชื่อที่สุดของตรอกไป่กง
ไม่รู้ไปฟังคำใครเข้าฉู่ป้าเฉียวจึงบุกไปถึงบ้านของผู้มาใหม่ตอนนั้นสามีและบุตรชายของสตรีออกเรือนไม่อยู่บ้าน มีสตรีเฝ้าร้านคนเดียวจึงถูกฉู่ป้าเฉียวพาตัวไปยังโรงตีเหล็กเทพศาสตราหลายชั่วยามแล้ว
สตรีออกเรือนที่อยู่บ้านตรงข้ามกับโรงตีเหล็กเทียนเจี้ยนเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีนางรู้สึกสงสารสตรีด้วยกันแต่จะห้ามปรามก็ไม่กล้า จึงได้แต่มารอที่ปากตรอกแล้วบอกข่าวนี้กับซือคง
“หาเื่ตายโดยแท้!” ซือคงเอ่ยรอดไรฟัน แล้วก้าวเข้าในตรอก
ซือเฟิงหลงไม่ปกปิดโทสะปล่อยให้ปณิธานหมัดทั่วร่างรั่วไหลออกมาราวกับคลื่นทะลัก แต่ละก้าวที่เดินผ่านไปล้วนทิ้งรอยแตกร้าวไว้บนพื้นราวกับใยแมงมุมเมื่อไปถึงหน้าโรงตีเหล็กเทพศาสตรา ซือคงกำลังจะเอ่ยปากพูด เงาร่างเล็กๆก็พุ่งออกไปต่อยเปรี้ยงเข้าที่ร่างของชายฉกรรจ์ถือค้อนที่เอ่ยปากเป็คนแรกหมัดเดียว ซ้ำยังเป็หมัดธาตุดินที่ทั้งหนักหน่วงและกดทับร่างของบุรุษฉกรรจ์กระเด็นลิ่วพุ่งจากทางเข้าประตูเข้าไปจนสุดทางเดินภายในโรงตีเหล็กร่างจมลึกลงยังลานดินกลายเป็ร่องยาวตลอดทาง เสียงฟาดค้อนเสียงอัดหีบลมเสียงพูดคุยล้วนเงียบกริบราวกับจักจั่นหน้าหนาวเหลือไว้เพียงเสียงของลูกไฟที่แตกปะทุเบาๆ
ซือคงยังอยู่ในท่ายกมือขึ้นกำลังจะห้ามแต่กลับช้าไปก้าวหนึ่ง ซือเฟิงหลงยืดตัวขึ้นจากท่าปล่อยหมัดสะบัดกำปั้นที่ปริแตกเือาบเพื่อสลัดคราบเืเ่าั้ทิ้งไม่ได้สนใจความเ็ปแม้แต่น้อย
ซือคงวางฝ่ามือลงบ่นไหล่บุตรชายแววตาเปื้อนยิ้มมองร่างเล็กๆทว่าเงาหลังกลับดูยิ่งใหญ่ ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นแววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็เย็นเยียบ“รีบไปบอกให้ฉู่ป้าเฉียวไสหัวออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้!”
แต่ละคนเหมือนิญญาเพิ่งเข้าร่างพากันขานรับอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่รู้ตัว ราวกับว่าได้พบกับหัวหน้าใหญ่เข้าแล้วก่อนจะมารู้ตัวทีหลังว่าหนึ่งผู้ใหญ่หนึ่งเด็กตรงหน้าก็คือผู้มาใหม่ที่เห็นเมื่อตอนเที่ยงยังไม่ทันข้ามวันก็มาพังสำนักผู้อื่นแล้วหรือ?
“เ้า...เ้าคนมาใหม่อย่าได้สามหาวนัก กล้าเรียกชื่อเทพตีเหล็กตรงๆ เช่นนี้เ้าไม่อยากทำการค้าในเมืองหยุนหนานแล้วสินะ!”
เมื่อมีคนเริ่มย่อมมีคนฮึกเหิมคล้อยตามต่างหยิบค้อนขึ้นมาด้วยท่าทางขู่เข็ญ แค่เด็กคนหนึ่งกับผู้ใหญ่หนึ่งคนจะสู้ช่างฝีมือกว่าสิบชีวิตได้หรือ เมื่อครู่คงเพราะเ้านั่นไม่ระวังจึงได้ถูกเด็กน้อยตัวบางอย่างกับไผ่อ่อนต่อยเอาได้
“ในเมื่อไม่รู้วิธีการวางตัวเป็คนพวกข้าก็จะสอนเ้าเอง!”
บุรุษร่างกำยำกว่าสิบคนพากันโอบล้อมเข้ามาซือคงปรายตามองแต่ละคนอย่างประเมิน คงพอจะใช้เป็เตาธาตุดิน ขัดเกลาธาตุลมและถือโอกาสมองหาธาตุว่างได้อย่างถูไถกระมัง เขาตบไหล่บุตรชายเบาๆ เอ่ยว่า“อย่าให้ถึงตาย ใช้แค่วิชาหมัดที่ยังไม่บรรลุขั้นกลาง”
ซือเฟิงหลงพยักหน้า แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดบิดาจึงได้ใจเย็นนักคนพวกนี้จับมารดามา ตอนนี้นางเป็อย่างไรบ้างไม่รู้คนปลอดภัยหรือไม่ยังไม่ได้เห็นด้วยตาแทนที่ระบายโทสะตามหามารดาให้พบโดยเร็วกลับมีใจให้เขาฝึกฝีมืออยู่ตรงนี้
“พวกเ้าสุนัขพ่อลูกจะดูถูกกันเกินไปแล้ว ข้าจะหักกระดูกลูกชายเ้า!”
“ข้าจะหักขาเล็กๆคู่นั้น!”
“ข้าจะทุบเขาให้หัวเละในค้อนเดียว!”
ราวกับถูกวาจาของซือคงทำให้เดือดดาลจนสิ้นสติลืมไปว่าศัตรูของพวกเขาเป็เพียงเด็กคนหนึ่งชายฉกรรจ์นับสิบรุมโจมตีเด็กเพียงคนเดียวจะเป็การเสียเกียรติหรือไม่กลับไม่ใช่เื่สำคัญแล้วทุกคนต่างพุ่งเข้ามาพร้อมค้อนในมือ พลังสภาวะถาโถมเข้ามาราวทำนบพัง
ซือเฟิงหลงสูดหายใจเข้าลึกๆกางขาออกย่อตัวลง ดึงหมัดทั้งสองข้างมาแนบข้างลำตัว ภายในโรงตีเหล็กพลันมีลมหมุนวนพื้นดินสั่นะเืฝุ่นลอยคว้างบนอากาศไม่ลอยสูงไปกว่านั้นและไม่ยอมร่วงหล่นลงมาราวกับเวลาได้ถูกยืดให้ช้าลงดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบหนึ่งสิบค้อนของคนธรรมดาทุบลงมาพร้อมกันในคราวเดียวจะสู้หนึ่งค้อนของบิดาได้อย่างไร
สู้ไม่ได้อย่างแน่นอน!
ปณิธานหมัดธาตุดินที่สั่งสมไว้ราวกับัที่จำศีลมานานและพร้อมจะตื่นขึ้นพลิกฟ้าคว่ำดินเต็มทีเมื่อค้อนทั้งสิบทุบลงมาซือเฟิงหลงก็ชกหมัดหนึ่งขึ้นต้านรับคลื่นพลังสองฝั่งปะทะกันก่อเกิดเป็ะเิลมปราณกระจายตัวออกไปรอบทิศพลานุภาพราวกับโยกสิงขรคว่ำมหาสมุทร บุรุษร่างใหญ่โตกำยำสิบคนกระเด็นกลับไปราวกับดาวตกบ้างชนผนังไม้จนทะลุออกไปนอกร้านบ้างชนเข้ากับทั่งเหล็กเตาหลอมกระอักเืออกมาไม่หยุดลูกจ้างที่ทำงานเบ็ดเตล็ดต้องรีบเข้าไปช่วยดึงคนออกมาแล้วใช้น้ำราดดับไฟให้อย่างฉุกละหุกเรียกได้ว่าแต่ละคนมีสภาพเอน็จอนาถยิ่ง
ซือเฟิงหลงก็ไม่ได้มีสภาพที่ดีนักเด็กชายทรุดลงไปในดินครึ่งขา มือแตกเนื้อเละจนเห็นกระดูก กระอักเืออกมาไม่ต่างกันสภาพโรงตีเหล็กอันน่าเกรมขามกลับกลายเป็ซากปรักในชั่วพริบตา
“หากเมื่อครู่สามารถใช้หมัดสุญญตาได้ลูกจะไม่มีสภาพเอน็จอนาถเช่นนี้ช่างตีเหล็กเ่าั้และโรงตีเหล็กของผู้อื่นก็จะไม่เสียหาย”คำพูดราวกับคนไร้หัวใจของซือคงดังขึ้น
ซือเฟิงหลงเข้าใจสิ่งที่บิดาจะสื่อแต่เมื่อครู่หากไม่ใช้หมัดธาตุดินตนก็ไม่มั่นใจจริงๆว่าจะรับค้อนทั้งสิบพร้อมกันในคราวเดียวได้
เมื่อฝุ่นผลจางลงประตูที่เชื่อมเข้าสู่ส่วนในของบ้านก็เปิดออกแต่แล้วบานประตูก็หลุดร่วงแล้วล้มตึงลงมาหลังประตูมีบุรุษร่างสูงใหญ่คนหนึ่งมองเข้ามาด้วยแววตาตกตะลึงด้านหลังของเขามีสตรีสองคนและเด็กชายหญิงคู่หนึ่งกำลังมองเข้ามาภายในซากปรักของโรงตีเหล็กอย่างไม่เชื่อสายตา
บุรุษก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาเหลียวมองไปรอบๆก่อนที่สายตาจะเคลื่อนมาหยุดบนร่างหนึ่งผู้ใหญ่กายสีทองแดงและหนึ่งเด็กที่แขนขาโชกไปด้วยเืเมือเห็นหน้าอีกฝ่ายชัดเขาก็รีบพุ่งเข้าหาผู้มาเยือนราวกับลมกรด
ซือเฟิงหลงดึงขาออกจากพื้นแล้วตั้งท่าหมัดอีกครั้งแต่ฝ่ามือใหญ่ที่กดลงมาบนไหล่ทำให้เขายอมผ่อนคลายท่าทีลง แล้วมองอีกฝ่ายเขม็งเตรียมพร้อมรับการจู่โจมได้ตลอดเวลา
ร่างใหญ่โตของบุรุษพุ่งเข้ามาหยุดตรงหน้าคนทั้งคู่ดวงตาแดงฉาน ริมฝีปากขบแน่น ฝ่ามือกำไว้ข้างลำตัวจนสั่นระริก ชายร่างั์คนนั้นกลับคุกเข่าลงโขกศีรษะสามครั้งแล้วเงยหน้าขึ้นเอ่ยกับซือคงว่า“อาจารย์! ในที่สุดท่านก็กลับมา!”
[1] คุน คืออสูรทะเลขนาดั์ เมื่ออยู่ในน้ำจะคล้ายปลาประหลาดหากแปลงกายเป็เฝิงจะบินบนฟ้าได้เหมือนนก
[2] เปรียบเปรยถึงการทำสิ่งเล็ก ๆ ทีละน้อย เมื่อสะสมก็สำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ได้