“อย่างนั้นหรือ ? เพราะเหตุใดคุณหนูลู่จื้อถึงทำเช่นนั้น? บอกความจริงข้ามา”
หยู่ถงเอ่ยถามพลางนึกคิดไปด้วย ต้องมีเหตุผลอะไรแน่ๆ คุณหนูผู้นั้นถึงอยากกำจัดนางถึงเพียงนี้ ไม่ว่าอย่างไรนางจะต้องรู้ความจริงให้ได้ หากไม่เช่นนั้นชีวิตที่เหลือของนางในยุคนี้ไม่สงบสุขเป็แน่
“บ่าวไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงเ้าค่ะ บ่าวรู้เพียงแค่ว่าคุณหนูลู่จื้อไม่ชอบฮูหยินมานานแล้ว คุณหนูแอบรักท่านแม่ทัพมู่หยางมานาน แต่ท่านแม่ทัพคิดกับคุณหนูเพียงแค่น้องสาวเ้าค่ะ คุณหนูแค้นฮูหยินมากที่แย่งคนรักของคุณหนูไป อาจจะเป็เพราะเหตุผลนี้ที่คุณหนูอยากจะกำจัดฮูหยินเ้าค่ะ”
“เหอะ น่าขันยิ่ง” ยุคโบราณยังมีเหรอที่สตรีจงเกลียดจงชังกันเพียงเพราะบุรุษคนเดียว แม่ทัพอะไรนั่นมีดีอะไรนักหนาไยพวกเขาจะต้องแย่งกันด้วย หยู่ถงครุ่นคิดอยู่ครู่นึง เื่นี้ต้องมีเงื่อนงำเป็แน่
“ได้ ในเมื่อเ้าจริงใจต่อข้ายอมบอกความจริงให้ข้ารู้ ข้าจะช่วยเ้า” นางยื่นรากเกอให้เนี่ยนจินเอาไปทิ้ง แล้วบอกให้เนี่ยนจินเดินไปเปิดหน้าต่างออกให้หมด
“ช่วย .. ช่วยอย่างไรหรือเ้าคะ ? ”
“ข้าจะไปช่วยครอบครัวของเ้าออกมาอย่างปลอดภัย ระหว่างนี้เ้าก็คอยรับใช้คุณหนูลู่จื้อปกติ มีอะไรก็รีบมารายงานข้า หากเ้าตุกติก ข้าจะสังหารครอบครัวเ้าทิ้งเสีย”
“ฮูหยินเ้าคะ” สาวใช้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ร่างกายสั่นเทาหวาดผวา ตนจะทำอย่างไรดี หากคุณหนูลู่จื้อรู้เข้าต้องเกิดเื่ใหญ่แน่
“หรือว่าเ้าอยากจะให้ข้านำเื่นี้ไปบอกกับท่านแม่ทัพมู่หยาง ถึงตอนนั้นข้าเกรงว่าเ้าอาจจะไม่มีชีวิตรอด ครอบครัวเ้าก็เช่นกัน”
“ฮูหยินเ้าคะ ... บ่าว” สาวใช้คนนั้นครุ่นคิดอยู่ครู่นาน ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
“บ่าวจะทำตามคำสั่งของฮูหยินเ้าค่ะ”
“ดี ระหว่างที่รอให้ข้าพักรักษาร่างกายเ้าก็ทำตัวเป็ปกติ หากคุณหนูลู่จื้อจับได้ข้าไม่รู้ด้วย ส่วนเื่ครอบครัวของเ้า หากข้าช่วยออกมาได้แล้วข้าจะส่งพวกเขาไปอยู่ในที่ปลอดภัย ก่อนอื่นเ้าต้องไปสืบเื่นี้มาให้ข้าว่าครอบครัวของเ้าถูกขังไว้ที่ใด”
“เ้าค่ะ ฮูหยิน” ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มที่มุมปาก อย่างน้อยนางก็มีตัวประกันอยู่ในมือ สาวใช้คนนี้ต้องมีประโยนช์เป็แน่ ไม่อย่างนั้นคุณหนูลู่จื้อคงไม่จับครอบครัวของสาวใช้คนนั้นมาข่มขู่เช่นนี้
ร่างกายของนางไม่ค่อยจะแข็งแรง้าเวลาพักฟื้นอีกนานหลายวัน ระหว่างนี้นางต้องคอยคิดแผนรับมือกับเหล่านางร้ายในจวนให้ดี ชีวิตนางแขวนอยู่บนเส้นด้ายจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“ฮูหยินเ้าคะ เืเ้าค่ะ” เนี่ยนจินเห็นโลหิตไหลออกมาจากระหว่างขาของนางก็รีบร้องบอกด้วยความเป็ห่วง
“ไปเตรียมน้ำอุ่นกับยามาให้ข้าที”
“เ้าค่ะ” ก่อนที่เนี่ยนจินจะเดินออกไป หยู่ถงได้เอ่ยกำชับว่า
“เดี๋ยว นำยามาต้มอยู่ตรงหน้าข้า ไม่อย่างนั้นข้าจะไม่ดื่ม !!!”
เนี่ยนจินพยักหน้าก่อนจะเดินไปเตรียมน้ำอุ่นมาให้นาง ความเ็ปเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สีหน้าของนางเริ่มจะไม่ค่อยดี ่ท้องล่างบีบคั้นถึงกับนิ่วหน้า ริมฝีปากบางเม้มเป็เส้นตรงไม่ยอมปริปากร้องออกมา ร่างบางเอนกายนอนราบลงไปที่เตียงใหญ่
“ใครกันนะที่กล้าวางยาพิษข้า อย่าให้ข้ารู้นะ ข้าเอาคืนแน่”
... ที่จวนของลู่จื้อ ...
หญิงสาวสวมชุดสีเขียวอ่อน หน้าตาสวยหวานกำลังนั่งเล่นพิณอย่างมีความสุขที่สวนดอกไม้ วันนี้อากาศค่อนข้างดี นางจึงออกมานั่งเล่นพิณที่หน้าจวน เห็นซิ่วอิงเดินมาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนักจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
“มีเื่อันใดหรือ ? ” สีหน้าของลู่จื้อเป็กังวลอยู่ไม่น้อย
สตรีหน้าตาสะสวยผู้นี้มีนามว่า ‘อู่ลู่จื้อ’ บุตรสาวเพียงคนเดียวของท่านใต้เท้า ‘อู่ผู่เย่ว’ เป็ญาติห่างๆ เพียงคนเดียวที่หลงเหลืออยู่ของมู่หยาง ใต้เท้าผู่เย่วเลี้ยงดูลู่จื้อเติบโตมาพร้อมกับมู่หยาง เขาอยากจะให้ลู่จื้อสมรสกับองค์ชายสามแต่นางก็ไม่ยอม เพราะในใจของนางมีเพียงท่านแม่ทัพเพียงคนเดียว
ใต้เท้าผู่เย่วรู้ว่าบุตรสาวของตนคิดเช่นไรกับแม่ทัพมู่หยาง จึงได้วางแผนให้มู่หยางได้แต่งงานกับหยู่ถงเพื่อให้ลู่จื้อตัดใจจากมู่หยางเสีย แต่กลับกัน ลู่จื้อนางไม่ยอม ทำทุกวิถีทางให้ได้อยู่เคียงข้างมู่หยาง แม้ว่าตนจะไม่ได้เขาก็ตาม
“ฮูหยินฟื้นแล้วเ้าค่ะ อาการไม่ค่อยจะดีนัก”
“อย่างนั้นหรือ ตอนนี้พี่สะใภ้เป็อย่างไรบ้าง ? ”
ลู่จื้อมีสีหน้าเป็ห่วงอย่างเห็นได้ชัดเื่ที่พี่สะใภ้ถูกวางยาพิษจนแท้งบุตรนางพอได้ยินมาบ้าง แต่ท่านพ่อห้ามไม่ให้นางไปเยี่ยม ลู่จื้อจึงได้หมกแต่อยู่ในจวนนี้
“สาวใช้ข้างกายคอยอยู่ดูแลฮูหยินแล้วเ้าค่ะ คุณหนู คืนนี้ท่านแม่ทัพมู่หยางน่าจะเดินทางมาถึงที่จวนเ้าค่ะ”
“อย่างนั้นหรือ ? เ้ารู้ได้อย่างไร? ” ภายในใจของลู่จื้อดีใจอยู่ไม่น้อยเมื่อได้รู้ว่ามู่หยางกำลังเดินทางกลับมาที่เจ้อเจียง เป็เวลาหนึ่งเดือนแล้วที่มู่หยางนำทัพออกรบที่ชายแดน ได้ยินว่าเขาไม่เป็อะไรปลอดภัยกลับมาถือว่าเป็ข่าวดี
“บ่าวได้ยินท่านใต้เท้าพูดคุยกับเสนาบดีเหยียนเ้าค่ะ”
“ดีเลย เ้านำเสื้อผ้าไปอบร่ำให้ข้าที คืนนี้ข้าจะอยู่ต้อนรับท่านแม่ทัพมู่หยาง”
“เ้าค่ะ คุณหนู” ซิ่วอิงเดินออกไป ลู่จื้อหยิบเอาพิณขึ้นมาเล่นต่อ วันนี้ช่างเป็วันที่ดีเสียจริง
หลังจากที่คุยราชกิจกับเสนาบดีเหยียนเสร็จ ใต้เท้าผู่เย่วได้เดินมาที่จวนของลู่จื้อ เห็นนางกำลังเล่นพิณอย่างอารมณ์ดีก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ ลูกสาวเขาเลี้ยงมาเองกลับมือไยเขาจะไม่รู้ว่านางกำลังคิดเช่นไรอยู่
“จื้อเอ๋อร์ ไยวันนี้เ้าถึงอารมณ์ดีนัก ? ” ใต้เท้าเดินไปนั่งข้างๆ ลู่จื้อ คอยสังเกตุกิริยาท่วงท่าของนางอย่างใกล้ชิด
“ลูกอารมณ์ดีเช่นนี้ทุกวันเ้าค่ะ” ลู่จื้อวางพิณไว้ข้างๆ ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้กับท่านพ่อของตน
“หึ !!! เ้าคงรู้ข่าวแล้วสินะว่ามู่หยางกำลังเดินทางกลับมาที่นี่”
รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าสวยหวานถึงกับหุบยิ้มทันที ในเมื่อท่านพ่อรู้เช่นนี้แล้ว ท่านพ่อคงห้ามไม่ให้นางไปหาท่านพี่เป็แน่ ใต้เท้าจ้องใบหน้าสวยหวานของลู่จื้อด้วยสายตาที่เยือกเย็น บุตรสาวของตนดื้อรั้นเสียจริงไม่ยอมฟังคำของตนเลย
“ที่จวนของมู่หยางเกิดเื่วุ่นวายมากมาย เ้าอย่าได้คิดที่จะไปเชียว ข้าไม่อนุญาตให้เ้าไปที่นั่น !!!”
“ท่านพ่อ เพราะเหตุใดล่ะเ้าคะ ? ”
“มู่หยางคือพี่ชายของเ้านะ !!! เ้าอยากจะทำให้ข้าอับอายหรืออย่างไร?!!!”
ใต้เท้าตวาดบอกออกไปทำให้ร่างบางถึงกับสะดุ้ง ริมฝีปากบางเม้มแน่น มือเล็กกำแขนเสื้อด้วยอารมณ์โกรธ
“หากเ้าไม่ฟังที่ข้าบอก !!! ข้าจะทำให้เ้าออกไปจากจวนนี้ไม่ได้อีกเลย!!!”
ใต้เท้าพูดทิ้งท้ายก่อนจะฟึดฟัดเดินไป ลู่จื้อไม่ยอมให้ท่านพ่อต้องมาบังคับตนอีก จึ่งะโออกไปว่า
“ลูกไม่สน !!! ไม่ว่าอย่างไรคืนนี้ลูกก็จะไปพบท่านพี่ให้ได้!!!”
เพลียะ !!! ใต้เท้าผู่เย่วหมดความอดทนกับลูกสาวที่ไม่เอาไหนของตน เดินไปตบสั่งสอนอย่างแรง จนใบหน้าเรียวหันไปอีกทาง ลู่จื่อได้กลิ่นอะไรบางอย่างไหลออกมาจากมุมปากของตนก็ยิ่งรู้สึกแค้นบุรุษที่อยู่ตรงหน้า
“คืนนี้เ้าลองหนีออกจากจวนไปดู !!! แล้วเ้าจะได้รู้ว่าข้าจะทำอะไรกับเ้าบ้าง!!!”
ใต้เท้าพูดลอดไรฟันเจือโทสะ ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หันมามอง ที่ผ่านมาเขาตามใจลูกสาวจนเสียคน หากครานี้นางไม่เชื่อฟังตน คงต้องลงโทษนางให้หนัก
“คุณหนูเ้าคะ ...” ซิ่วอิงได้ยินเสียงทั้งสองทะเลาะกันจึงรีบวิ่งมาดู
“ไปเตรียมอาภรณ์ให้ข้า ไม่ว่าอย่างไรคืนนี้ข้าจะต้องไปพบท่านพี่ให้ได้ หากท่านพ่อคิดที่จะห้ามข้า ข้าก็จะไม่อยู่ที่จวนนี้อีก !!!”
... เวลาล่วงเลย ยามห้าย ...
หยู่ทงได้ดื่มยาที่ตนได้ให้เนี่ยนจินต้มมาให้ ร่างกายก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยแล้ว แต่นางก็ยังไม่กล้าขยับร่างกายไปไหน นางคงต้องนอนพักอยู่บนเตียงอีกสามสี่วัน ไม่มีอะไรทำหยู่ถงจึงนั่งคิดค้นวิธีผสมยาพิษไว้ป้องกันตัว ทว่าครู่นั้น ...
“ฮูหยินเ้าคะ ท่านแม่ทัพมู่หยางมาถึงแล้วเ้าค่ะ”
เนี่ยนจินวิ่งะโมาแต่ไกล หยู่ถงละสายตาจากตำลาเงยหน้าขึ้นมอง ข้างหลังมีบุรุษร่างสูงโปร่งราวๆ เจ็ดฉื่อเดินตามหลังเนี่ยนจินมา นางมีอาการใเล็กน้อย บุรุษผู้นั้นเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม ท่าทางน่าเกรงขาม ดวงตากลมโตมองสำรวจดูการแต่งกายของเขาั้แ่ศรีษะจรดเท้า ‘นี่หรือสามีของเ้าของร่างเดิม หน้าตาเหมือนปีศาจในหนังเสียจริง’
พรึ่บ !!! มู่หยางเดินไปนั่งข้างๆ หยู่ถงก่อนจะดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดแน่น หัวใจดวงน้อยๆ ของนางเต้นแรงรัวเร็วไม่เป็จังหวะ
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง ? ข้าดีใจเหลือเกินที่เ้าไม่เป็อะไร”
หยู่ถงแน่นิ่งไปนานกว่าจะได้สติ มือเล็กผลักร่างกำยำให้ออกห่าง ดวงตาจ้องมองบุรุษที่อยู่ตรงหน้า รู้สึกสับสนไปหมด มู่หยางเห็นแววตาที่นางมองมาที่ตนจึงเกิดความสงสัยขึ้น แววตาแข็งกร้าว เด็ดเดี่ยว ไม่เหมือนแววตาเมื่อก่อนของนาง มู่หยางชักดาบออกมาจ่อที่คอของนางแล้วเอ่ยถามเสียงเข้มว่า
“เ้าเป็ผู้ใดกันแน่ ?!!!” มู่หยางมองสำรวจใบหน้าสตรีที่อยู่ตรงหน้าอย่างระมัดระวัง
หยู่ถงไม่มีทีท่ากลัวเลยแม้แต่น้อย มือเล็กค่อยๆ ดันปลายดาบออกจากคอของตน
“ท่านออกรบไปไม่นานจำฮูหยินของตัวเองไม่ได้แล้วหรือ ? ช่างน่าขันยิ่ง”
นางหันกลับไปสนใจตำราที่อยู่บนโต๊ะแทน คิ้วหนาขมวดแน่น ทีท่า น้ำเสียง แววตาของนางเปลี่ยนไปจนน่าใ
“ไยเ้า ...” หยู่ถงเหมือนจะรู้ว่าบุรุษที่อยู่ตรงหน้าจะพูดอะไรกับตนจึงรีบพูดแทรกด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบว่า
“ข้าพึ่งผ่านความเป็ความตายมา ข้าสูญเสียลูกไป ข้าย่อมต้องเปลี่ยนไปเพื่อปกป้องตัวเองในยามที่ท่านไม่อยู่”
แววตาของมู่หยางกระตุกวูบ เขารู้สึกผิดต่อนางเสียจริง นางเปลี่ยนไปเช่นนี้ไม่ดีหรือ ? แต่ ... ภายในใจลึกๆ ของมู่หยางกลับรู้สึกว่านางไม่เหมือนเดิม
“ข้าผิดเอง ศึกครานี้จบลงเมื่อใดข้าจะกลับมาอยู่กับเ้า”
“ไม่เป็ไร ข้าอยู่คนเดียวได้ ท่านมีหน้าที่ต้องไปทำท่านก็ไปทำหน้าที่ของท่านเถิด ข้าอยู่คนเดียวมานานจนชินแล้วเ้าค่ะ”
ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม หยู่ถงเห็นนางใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว ถูกกลั่นแกล้งมาโดยตลอด หยู่ถงรู้ว่ามู่หยางกำลังสงสัยในตัวตนของนาง ยามนี้นางต้องเล่นละครเป็สตรีผู้น่าสงสารไปก่อน ดูท่าแล้วท่านแม่ทัพผู้นี้ไม่ธรรมดา
“หยู่ถง ไยเ้าถึงพูดเช่นนั้น ข้าไม่เคยคิดที่จะทิ้งเ้าให้อยู่ตัวคนเดียวเลยนะ”
น้ำเสียงของมู่หยางเจือไปด้วยความเ็ปที่มีอยู่เต็มอก เขารู้ดีกว่าผู้ใดว่านางต้องทนกับอะไรบ้าง ราชกิจที่ราชสำนักเขาไม่อาจขัดได้
“แต่ท่านก็ทำให้ข้าเห็นแล้วไม่ใช่หรือ ? ”