สรวง์อาจเป็สถานที่ที่มนุษย์คิดว่าอยู่ห่างไกลตัวเหล่าเทพเป็ตัวตนที่อยู่สูงส่งไม่อาจพบเจอได้บนแดนมนุษย์ โดยหารู้ไม่ว่าเหล่าเทพนั้นมักจะอยู่ข้างกายมนุษย์เสมอโดยที่มนุษย์ไม่ทันรู้ตัว
แดนเทพนั้นมีเทพหลายชนชั้นไม่ต่างจากมนุษย์ ผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของแดนเทพคือองค์มหาเทพองค์มหาเทพจะพำนักอยู่ในแดนพำนักของพระองค์ และจะปรากฏกายให้เห็นเพียงแค่ในงานชุมนุมของเหล่าเทพเท่านั้นลำดับถัดมาคือชายาขององค์มหาเทพที่มีอำนาจเป็รองเพียงแค่องค์มหาเทพเท่านั้นเทพผู้ปกครองดินแดน มีทั้งสิ้นสี่องค์ที่ปกครองทั้งสี่ทิศของแดนเทพชายาของเทพผู้ปกครองดินแดน เทพที่เป็ผู้ติดตามของเทพผู้ปกครองดินแดนเทพชั้นกลางที่เป็เทพส่งสารเทพชั้นล่างที่มีต้นกำเนิดดวงิญญาแรกเริ่มเป็มนุษย์ และเทพสามัญที่เป็เทพแต่ไม่มีพลังใดๆ
หนึ่งในเทพชั้นสามัญผู้หนึ่งเป็เทพแห่งการปรุงยาที่มักจะปลีกวิเวกอยู่คนเดียวที่พำนักของเทพแห่งการปรุงยาอยู่เกือบสุดขอบของแดนเทพ ที่นั่นเงียบสงบเทพที่จะไปยังสุดเขตแดนของแดนเทพแทบจะไม่มีดังนั้นเทพแห่งการปรุงยาจึงไม่ได้พบเทพด้วยกันมากนักและพอใจที่จะอยู่ที่นั่นเพียงลำพัง
แต่กระนั้นนานๆหนเทพแห่งการปรุงยาก็จะเข้ามายังใจกลางของแดนเทพเพื่อมาร่วมงานชุมนุมของเหล่าเทพกับสหายคนสนิทที่เป็เทพแห่งการดูแลสัตว์และถึงแม้จะบอกว่าเป็เทพแห่งการปรุงยา แต่เขาก็ไม่เคยได้ปรุงยาให้กับเทพด้วยกันยามที่เทพเจ็บป่วยมักจะไปพึ่งการรักษาของเทพแห่งการรักษาที่เป็เทพชั้นปกครองอีกทั้งทุกๆสามหรือสี่ร้อยปี เขาจะลงไปที่แดนมนุษย์เพื่อสอนการปรุงยาให้กับเหล่ามนุษย์ที่ขาดแคลนการรักษาหรือทุกข์ยากแต่เพราะเขาไม่ได้มีพลังเช่นเทพที่อยู่ชั้นสูงกว่าจึงต้องใช้พลังิญญาของตัวเองในการลงไปยังแดนมนุษย์ อยู่บนแดนมนุษย์ได้เพียงสิบถึงสิบห้าปีเท่านั้นและใช้เวลาสามร้อยปีเพื่อฟื้นฟูพลังิญญาก่อนจะกลับลงไปใหม่อีกครั้งซึ่งน้อยนักที่เทพชั้นสามัญสามารถลงไปยังแดนมนุษย์ได้และเขาทำตามความพอใจของตัวเอง มิได้มีเทพชั้นสูงกว่าสั่งให้ทำแต่อย่างใด
เมื่อถึงครั้งที่การชุมนุมเทพมาถึงเทพแห่งการปรุงยาก็ไม่ได้เข้าร่วมแต่อย่างใด เขาเป็เพียงเทพชั้นผู้น้อยที่แทบจะไม่มีพลังอะไรเลยไม่แปลกที่จะไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการชุมนุมเทพแต่เดิมทีเทพแห่งการปรุงยาก็ไม่ได้สนใจการชุมนุมของเหล่าเทพสักเท่าไหร่นัก การชุมนุมที่มีไว้เพื่อถกปัญหาต่างๆภายในแดนมนุษย์แบ่งหน้าที่ให้เหล่าเทพไปจัดการปัญหาต่างๆซึ่งหน้าที่เ่าั้ไม่ได้ตกมาถึงเทพชั้นสามัญอย่างเขา
จะว่ากันตามจริงแล้วเทพชั้นสามัญมีไว้เพื่อถ่วงสมดุลบนแดนเทพไม่ให้มีเพียงเทพที่มีพลังก็เท่านั้น ตัวตนของเทพชั้นสามัญมีเพียงองค์มหาเทพเท่านั้นที่รับรู้ว่าพวกเขายังมีตัวตนอยู่เมื่ออยู่บนแดนเทพถึงหนึ่งหมื่นปี เทพชั้นสามัญก็จะไปจุติเป็มนุษย์และจะหวนคืนสู่แดนเทพอีกครั้งเมื่อครบพันปีต่างกับเทพชั้นสูงที่เมื่อครบหนึ่งหมื่นปีแล้วจะต้องไปจุติยังแดนมนุษย์ถึงห้าพันปีถึงจะหวนคืนสู่แดนเทพได้อีกครั้ง
ว่ากันตามวัฏจักรของโลกนี้แล้วผู้ที่มีดวงิญญาแรกเริ่มเป็อะไร พวกเขาจะหวนคืนสู่สิ่งนั้นเมื่อครบกำหนดเวลาผู้ที่มีดวงิญญาแรกเริ่มเป็มนุษย์ ตายจากแดนมนุษย์ ก็จะหวนคืนสู่แดนมนุษย์เช่นเดิมมีเพียงมนุษย์ที่ได้รับการยอมรับเท่านั้นถึงจะมาจุติเป็เทพได้แต่เมื่อครบกำหนดเวลาพวกเขาก็จะกลับไปเป็มนุษย์เช่นเดิม เช่นเดียวกับเหล่าเทพดวงิญญาแรกเริ่มเป็เทพ ก็จะหวนคืนสู่แดนเทพเช่นเดิม วนเวียนเช่นนี้ไม่จบสิ้น
สาเหตุที่เหล่าเทพต้องไปจุติยังแดนมนุษย์เมื่อครบกำหนดเวลาเป็เพราะกฎที่องค์มหาเทพทรงมอบเอาไว้เพื่อไม่ให้เหล่าเทพคิดว่าตนนั้นอยู่เหนืุ์และทำได้ทุกอย่างตามที่ใจ้าอีกทั้งเพื่อช่วยขจัดเภทภัยที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้แดนเทพจะช่วยเหลือเหล่าเทพที่ไปจุติยังแดนมนุษย์แค่ครั้งคราวเท่านั้นและจะปล่อยให้เทพที่ลงไปจุติช่วยเหลือตัวเองจนกว่าจะหวนคืนสู่แดนเทพอีกครั้ง
ชีวิตส่วนใหญ่ของเทพแห่งการปรุงยานั้นไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่นักนานทีปีหนก็ตามสหายคนสนิทไปเที่ยวงานชุมนุมเทพ ฟื้นฟูพลังจนเต็มเปี่ยมก็ไปยังแดนมนุษย์อีกครั้งวนเวียนอยู่เช่นนั้นจนเกือบสามพันปีได้ จนกระทั่ง....
การพบพานที่ไม่ได้ตั้งใจทำให้ชีวิตธรรมดาของเทพชั้นสามัญผู้นี้เปลี่ยนไปจนไม่อาจเอาวันธรรมดาเ่าั้กลับคืนมาได้อีก
เทพแห่งการปรุงยากลับมายังแดนเทพหลังจากที่ไปอยู่กับมนุษย์มานานถึงยี่สิบปีเป็ครั้งแรกที่เขาฝืนตัวเองมากถึงขนาดนี้ ทันทีที่เท้าเหยียบลงบนแดนเทพเทพแห่งการปรุงยาก็ทิ้งตัวลงพื้นทันทีอย่างไม่สนใจไยดีอะไรทั้งสิ้น
ซึ่งเขาไม่ได้สนใจแม้กระทั่งว่าที่ที่เขาทิ้งตัวลงไปนั้น คืออ้อมแขนของผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของแดนเทพ....
อาการปวดหัวที่มีมาตลอดนับั้แ่อยู่แดนมนุษย์หายเป็ปลิดทิ้งดวงตาสีมรกตค่อยๆลืมตาขึ้นจนมองเห็นภาพตรงหน้าเด่นชัดคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ข้างเตียงพร้อมทั้งส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนมาให้ เขากะพริบตาอย่างมึนงงก่อนจะรีบผุดลุกขึ้นอย่างทันทีทันใด
“อย่าเพิ่งฝืนตัวเองเลยพักอีกสักหน่อยเถอะ” มือหนาลูบผมสีดำขลับของเทพแห่งการปรุงยาเบาๆแต่ในตอนนั้นเขาได้แต่นิ่งอึ้ง
เทพแห่งการปรุงยาไม่เคยเจอองค์มหาเทพก็จริงแต่ก็มิใช่ว่าจะไม่รู้ว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้าเป็ใคร เรือนผมสีดำสนิทสวมชุดสีทองแต่ดูเรียบง่าย ดวงตาสีทองอ่อนมีประกายของหมู่ดาวพลังอันมหาศาลที่รายล้อมและบรรยากาศอันสูงส่ง
องค์มหาเทพอยู่ต่อหน้าเขาในตอนนี้
องค์มหาเทพมองตอบผู้ที่กำลังมองตนไม่วางตาไม่มีอาการตื่นตระหนกใ ใบหน้านั้นหากจะบอกว่ารูปงามก็รูปงามดวงตาสีมรกตงดงามแต่กลับเ็ายิ่ง รูปร่างเพรียวบางมีกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆกระจายอยู่รอบตัวเทพผู้น้อยตนนี้
“เ้ากลัวเรารึ?”เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไปนาน องค์มหาเทพก็ตรัสถามขึ้นแม้จะไม่ตื่นตระหนกแต่ก็คงจะมีความสับสนอยู่บ้าง
“เปล่าพ่ะย่ะค่ะ”หลังจากที่นึกได้ว่าควรพูดคุยกับองค์มหาเทพอย่างไรเทพแห่งการปรุงยาก็ตอบคำถามองค์มหาเทพยกยิ้ม
“ไม่ต้องมากพิธีไปคุยกับเราธรรมดาก็พอ” ตอนแรกองค์มหาเทพคิดว่าคงจะได้ยินประมาณว่า‘กระหม่อมมิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ’ หรือ ‘พระองค์ทรงเมตตา กระหม่อมขอรับไว้เพียงแค่น้ำพระทัยพ่ะย่ะค่ะ’ อะไรทำนองนี้ แต่กลับกลายเป็ว่าเทพแห่งการปรุงยาพยักหน้ารับเสียอย่างนั้น
น่าสนใจ
แม้บนใบหน้าขององค์มหาเทพจะยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่เช่นเดิมแต่ในใจกลับรู้สึกสนใจในตัวเทพแห่งการปรุงยาเป็อย่างมาก พระองค์คล้ายจะกำลังตื่นเต้นที่จะได้พูดคุยกับเทพผู้น้อยผู้นี้มองใบหน้าของคนที่กำลังกวาดสายตาไปมารอบๆก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ที่ตัวเองกำลังนั่งอยู่
“เตียงนอนของเราหลับสบายหรือไม่เ้าหลับไปเป็วันเชียว” เทพแห่งการปรุงยาขมวดคิ้วน้อยๆ นี่เขาอยู่บนเตียงบรรทมขององค์มหาเทพด้วยหรือนี่
ว่ากันตามจริงคือ สมควรตาย
แต่ดูเหมือนองค์มหาเทพจะไม่ได้ว่าอะไรแล้วยังลูบศีรษะของเทพแห่งการปรุงยาอย่างเอ็นดู พระองค์ค่อยๆกล่าว
“เ้าสูญเสียพลังิญญาไปมากอีกทั้งยังได้รับาเ็ตอนที่เ้าเข้ามายังแดนพำนักของเราสติของเ้าคงเลือนลางมากแล้ว เราช่วยฟื้นพลังให้เ้ารู้สึกอย่างไร?” เทพแห่งการปรุงยาเดินลมปราณสำรวจตัวเองเดิมทีเขาต้องใช้เวลาถึงสามร้อยปีถึงจะฟื้นคืนพลังได้เท่าเดิมแต่ภายในวันเดียวพลังก็กลับคืนมาเช่นเดิมแล้ว
“ขอบพระทัยองค์มหาเทพ”
“เราบอกเ้าแล้วว่าให้พูดกับเราปกติธรรมดามิได้ฟังหรอกรึ” องค์มหาเทพเอ็ดเล็กน้อย เทพแห่งการปรุงยาจึงเงียบไปนิดก่อนจะเอ่ยขึ้นมาใหม่
“ขอบคุณ” น้ำเสียงยามที่ขอบคุณช่างไพเราะดุจกระดิ่งแก้วมหาเทพรู้สึกจิตใจสงบอย่างประหลาดต่างจากเมื่อครู่ เขาถอนมือออกจากผมสีดำขลับนั้นเทพแห่งการปรุงยาจึงค่อยหายใจได้คล่องขึ้นหน่อยเพราะนั่งเกร็งอยู่นานแล้ว
ได้พบกับองค์มหาเทพโดยไม่ได้ตั้งใจแบบนี้ก็นับว่าน่าใมากแล้วแล้วที่สำคัญเขายังอยู่ในที่พำนักขององค์มหาเทพเสียอีก
“เ้าไปที่แดนมนุษย์เป็อย่างไรเราไม่เคยไปที่แดนมนุษย์มาก่อน มนุษย์เป็อย่างไรบ้างรึ” เทพแห่งการปรุงยาทำหน้าฉงนมหาเทพไม่เคยไปที่แดนมนุษย์หรอกรึ
“เราแค่รับรู้ความเป็ไปของโลกแต่ไม่เคยได้เจอพวกเขา หากเราออกไปจากแดนเทพเกรงว่าจะเกิดเื่เลวร้ายเราจึงไม่สามารถออกไปได้” มหาเทพอธิบายให้ฟังเทพแห่งการปรุงยารู้สึกเหมือนได้รับรู้อีกมุมหนึ่งขององค์มหาเทพจึงบอกเล่าเื่ราวยามที่ไปแดนมนุษย์ให้องค์มหาเทพฟัง องค์มหาเทพทรงรับฟังอย่างตั้งใจคิดถึงภาพตามที่เทพแห่งการปรุงยาเล่ามา วิถีชีวิตของมนุษย์นั้นเป็อย่างไรพวกเขาทำอะไรกันบ้างในแต่ละวัน ดวงตาของเทพแห่งการปรุงยาเปล่งประกายชวนมองเขาหลงใหลมนุษย์และอยากจะช่วยเหลือ อายุขัยของมนุษย์นั้นสั้นนัก แต่พวกเขากลับสามารถสร้างหลายสิ่งหลายอย่างขึ้นมาได้มากมายใน่อายุที่มีเพียงน้อยนิดนั้น
เทพแห่งการปรุงยาเล่าได้ไม่รู้เบื่อองค์มหาเทพก็นั่งฟังโดยไม่ขัดแต่อย่างใด แม้เทพแห่งการปรุงยาจะดูเ็าแต่ถ้าหากเป็เื่ที่สนใจเขาจะพูดได้ไม่มีเบื่อ ทำไม้ทำมือแสดงภาพให้เห็นจวบจนเวลาผ่านไปนานองค์มหาเทพจึงคิดว่าควรส่งเทพแห่งการปรุงยากลับที่พำนักได้แล้ว
เทพแห่งการปรุงยาก็เพิ่งรู้ตัวว่าเวลาได้ผ่านไปนานถึงขนาดนี้แล้วแล้วเขายังพูดไม่หยุดนับั้แ่ที่องค์มหาเทพถามเื่ราวบนแดนมนุษย์เขารบกวนการพักผ่อนขององค์มหาเทพมากแล้ว สมควรที่จะกลับได้เสียที
“พรุ่งนี้” องค์มหาเทพเอ่ยขึ้น มองมายังเทพแห่งการปรุงยาที่ยืนอยู่ข้างกายพระองค์พวกเขายืนอยู่ที่ทางเข้าของแดนพำนักขององค์มหาเทพที่เทพแห่งการปรุงยาใช้เข้ามาโดยไม่รู้ตัว
“พรุ่งนี้เ้ามาหาเราได้อีกหรือไม่?” องค์มหาเทพตรัสถามเทพแห่งการปรุงยาเอียงคออย่างสงสัย หากมหาเทพ้า ย่อมไม่มีใครขัดพระประสงค์ได้แต่องค์มหาเทพกลับเอ่ยถามถึงความสมัครใจของเขาว่า้าที่จะมาหรือเปล่า
“ได้” องค์มหาเทพยกยิ้ม เอื้อมมือไปลูบผมของเทพแห่งการปรุงยาอีกครั้งก่อนจะมอบสิ่งหนึ่งให้เทพแห่งการปรุงยา
“สิ่งนี้จะช่วยเปิดทางให้เ้าเข้ามายังแดนพำนักของเราได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากเราจะไม่มีใครเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ได้” สิ่งที่องค์มหาเทพมอบให้เทพแห่งการปรุงยาก็คือกำไลหยกชิ้นหนึ่งมันดูเรียบง่ายแต่มีมนตร์ขลัง เทพแห่งการปรุงยารับสิ่งนั้นมาถือเอาไว้ในมือจ้องมองมันอยู่นานก่อนจะเก็บเอาไว้ในอกเสื้ออย่างเรียบร้อย
เราจะรอเ้า
องค์มหาเทพไม่ได้เอ่ยออกมามองส่งเทพแห่งการปรุงยาข้ามประตูทางเข้าออกไปเมื่อประตูนั้นปิดลงเทพแห่งการปรุงยาค่อยๆถอนหายใจรู้สึกหายใจได้โล่งขึ้นหน่อยก่อนจะเดินกลับที่พำนักของตนที่สุดขอบแดนเทพนี้ช่างเงียบสงบยิ่งนัก น่าแปลกจริงทำไมเขาถึงเข้าไปยังแดนพำนักขององค์มหาเทพได้ทั้งๆที่อยู่ใจกลางของแดนเทพ
เมื่อมาที่เรือนของตัวเองเทพแห่งการปรุงยาก็พบว่าสหายของเขาได้รออยู่ก่อนแล้วเมื่อเห็นว่าเทพแห่งการปรุงยากลับมาอย่างปลอดภัยก็เข้าไปกอดอย่างเป็ห่วง
“ข้าเป็ห่วงเ้าแทบแย่สหายโง่เ้าไปอยู่ที่ไหนมา” เทพแห่งการดูแลสัตว์เอ่ยถามพลางสำรวจตัวสหายอย่างละเอียดเมื่อเห็นว่าเทพแห่งการปรุงยาไม่มีแผลก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ข้าเพิ่งจะกลับจากแดนมนุษย์”เทพแห่งการดูแลสัตว์ทำตาโตแตะหน้าผากเทพแห่งการปรุงยาราวกับจะวัดไข้
“เ้าไปแดนมนุษย์หนนี้เกือบยี่สิบปีไม่เป็อะไรรึ” เทพแห่งการปรุงยาส่ายหน้าหากกลับมาช้ากว่านี้ก็อาจจะสูญเสียพลังิญญาจนต้องลงไปจุติที่แดนมนุษย์เป็แน่
“ไม่เป็ไร เ้ามาหาข้ามีเื่อันใดรึ”ร่างโปร่งเอ่ยถาม พาสหายเข้าไปนั่งพักภายในเรือนเขาเลือกที่จะไม่เล่าเื่ที่ได้พบกับองค์มหาเทพให้สหายฟังเกรงว่าหากเล่าแล้วอาจจะเกิดเื่ที่ยุ่งยากที่เขาไม่สามารถรับมือได้เกิดขึ้น
“ข้าเห็นเ้าหายไปนานจึงเป็ห่วงเ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว หลังจากนี้จะต้องเก็บตัวฟื้นพลังแล้วใช่หรือไม่” เทพแห่งการปรุงยาพยักหน้ารับแม้ว่าตอนนี้พลังของเขาจะกลับมาเท่าเดิมแล้วเพราะความช่วยเหลือจากองค์มหาเทพก็ตาม
“เจอเ้าแต่ละครั้งก็มีแต่เก็บตัวฟื้นพลังตลอดข้าล่ะนึกสงสัยจริงๆว่ามนุษย์มีดีอะไรเ้าถึงได้เสี่ยงลงไปบ่อยๆ” เทพแห่งการดูแลสัตว์คล้ายกับจะตัดพ้อสหายการกระทำของเทพแห่งการปรุงยานั้นคือการพาตัวเองไปใกล้ความตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากกลับมาไม่ทันเวลาก็ต้องสูญเสียพลังิญญาทั้งหมดไปแล้วจุติเป็มนุษย์ถึงหนึ่งพันปีถึงจะหวนคืนสู่แดนเทพอีกครั้ง
“ไม่สู้เ้าลงไปดูกับข้าเล่า”
“ข้าไปกับเ้าได้เสียที่ไหนในบรรดาเทพสามัญคงมีแค่เ้านี่แหละที่มีพลังพอจะไปยังแดนมนุษย์มิหนำซ้ำยังไปตามอำเภอใจอีก”
“ไม่มีใครว่าอะไรข้าเสียหน่อย”การกระทำของเทพชั้นสามัญไม่อยู่ในสายตาของเหล่าเทพชั้นสูงกว่าอยู่แล้วและคงจะไม่มีใครคิดว่าเทพชั้นสามัญจะสามารถไปยังแดนมนุษย์ได้ด้วยซ้ำ
แต่องค์มหาเทพทรงรับรู้ ว่ามีเทพชั้นสามัญผู้หนึ่งสามารถไปยังแดนมนุษย์ได้ด้วยพลังของตัวเอง
มือเรียววางทาบอกที่เก็บซ่อนกำไลหยกที่ได้รับมาจากมหาเทพความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วฝ่ามือนั้นไม่คิดเลยว่าเทพชั้นสามัญอย่างเขาจะมีโอกาสได้พบเจอกับองค์มหาเทพ และยังจะได้เจออีกครั้ง
เทพแห่งการดูแลสัตว์จ้องมองใบหน้าของสหายที่ราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดอันห่างไกลบนแก้มนั้นมีสีแดงระเรื่อราวกับกำลังมีความสุขสหายผู้เ็าของเขามีสีหน้าเช่นนี้ได้ด้วยรึ
มือหนาค่อยๆเอื้อมไปแตะแก้มของสหายเบาๆเทพแห่งการปรุงยาจึงสะดุ้งได้สติตีมือสหายเสียงดังจนเทพแห่งการดูแลสัตว์สะบัดมือเร่าๆ
“เ้าตีข้าทำไม”เทพแห่งการดูแลสัตว์โอดครวญ มองหน้าสหายน้ำตาคลอ
“สมควรโดน” เทพแห่งการปรุงยากล่าวอย่างไร้เยื่อใย เทพแห่งการดูแลสัตว์ทำหน้ายู่
“เ้าคิดอะไรอยู่”
“คิดว่าเมื่อไหร่เ้าจะแต่งงานมีลูกเสียที”เขาเอ่ยจริงจัง สหายผู้นี้นับว่าสนิทกับเขามากแต่จนตอนนี้กลับไม่มีคู่ชีวิตหรือว่าให้ความสนใจผู้ใดวันๆเอาแต่อยู่กับสัตว์เทพน้อยใหญ่ที่ขอบแดนเทพ หน้าตาก็นับว่าหล่อเหลาหากต้องตาผู้ใดมีหรือที่อีกฝ่ายจะปฏิเสธ
“แล้วเ้าเล่า” เทพแห่งการดูแลสัตว์ถามกลับ เขานั่งนึกก่อนจะกล่าว
“ข้าไม่มีความสนใจในชีวิตคู่”
“คนเราต้องแต่งงานใช้ชีวิตคู่กันนะ”เทพแห่งการดูแลสัตว์แย้ง เทพแห่งการปรุงยาเพียงแค่ยักไหล่
“เทพแห่งการปรุงยาช่างเ็าและไร้เสน่ห์มักจะปลีกวิเวกอยู่เพียงลำพัง ผู้ใดเล่าจะกล้าเข้าใกล้” ร่างโปร่งเอ่ยคำพูดที่เทพชั้นสามัญมักพูดถึงเขาเทพแห่งการดูแลสัตว์หลุดหัวเราะ ก็ไม่ได้เป็ความจริงทั้งหมดเสียทีเดียว
ใครกล้าพูดว่าเทพแห่งการปรุงยาไร้เสน่ห์กัน
ทั้งใบหน้าที่มีความหล่อเหลาและความงามอยู่ในตัวรูปร่างเพรียวบาง ผิวเนียนละเอียดดุจน้ำนมดวงตาสีมรกตสดใสแม้จะแฝงไว้ด้วยความเ็า ริมฝีปากบางราวกับสตรีไม่ว่าจะมองมุมใดเทพแห่งการปรุงยาก็นับว่าไร้ที่ติ
น่าเสียดายที่เทพแห่งการปรุงยาผู้นี้ไม่ชายตามองผู้ใดวันๆเอาแต่อยู่กับสมุนไพรนับร้อยชนิดและไปอยู่ที่แดนมนุษย์จะให้เทพด้วยกันเข้าหาได้อย่างไร
“หาได้เป็ความจริงทั้งหมดไม่เ้าจะสนไปไย เมื่อถูกตาต้องใจใครก็ควรที่จะคว้ามาให้ได้มิใช่รึ”
“เ้ามีรึคนที่ถูกตาต้องใจผู้นั้นน่ะ” ร่างโปร่งเอ่ยถาม เทพแห่งการดูแลสัตว์ยกยิ้มมองตรงไปข้างหน้า
จะเป็ใครไปได้อีก
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบเทพแห่งการปรุงยาก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรอีกหลังจากที่พูดคุยกันอยู่สักพักเทพแห่งการดูแลสัตว์ก็กลับไปเขายืนส่งสหายจนลับตาแล้วจึงกลับเข้าเรือนวางกำไลหยกไว้บนหัวเตียงก่อนจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าภายในเรือนพำนักของเทพแห่งการปรุงยานั้นตกแต่งเรียบง่ายข้าวของเครื่องใช้มีแค่เท่าที่จำเป็ กลิ่นสมุนไพรกระจายอยู่รอบเรือนเทพแห่งการปรุงยาชื่นชอบที่จะให้มีกลิ่นสมุนไพรอยู่รอบๆเรือนของเขานอกจากทำให้จิตใจสงบได้แล้ว ยังสามารถเป็เขตป้องกันได้อีกด้วยแม้จะไม่มีใครมาทำร้ายเขาก็ตาม
เทพแห่งการปรุงยากลับมานั่งที่เตียงัักำไลหยกเบาๆ แทนที่กำไลหยกนี้จะเย็นเมื่อโดนอากาศแต่มันกลับอุ่นอยู่ตลอดเวลา เทพแห่งการปรุงยาประคองกำไลหยกไว้ด้วยสองมือความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วฝ่ามือ ดวงตาสีมรกตดูอ่อนลงไร้แววความเ็า
วันพรุ่งนี้จะได้พูดคุยอะไรกับองค์มหาเทพบ้างนะ