กลยุทธ์ที่ 3 กล่องทอง
บางครั้งถึงไม่ต้องทำอะไรทุกๆอย่างก็เป็ไปตามที่ตนเองคาดหวังเอาไว้จักรพรรดิที่รู้อยู่แล้วว่าอดัมเป็กิลด์อันดับ 1 มีคนอยู่นับหมื่นภายใต้สังกัดแถมล้วนแล้วแต่มีฝีมือจะต้องดักซุ่มรอตัวเขาอยู่ที่จุดเกิดทั้ง 5 เมืองแน่เพราะข่าวที่ยังไม่มีใครแพ้ในเกมและการเคลื่อนไหวของอดัมที่แปลกออกไปยังไม่นับรวมข่าวไทหยางที่ถือเป็ศัตรูตัวร้ายสำหรับอดัมดังนั้นสีหน้าเป็กังวลของแองเจิ้ลที่เขาเห็นครั้งสุดท้ายก่อนมาที่นี่ไม่ใช่เื่ที่เขาต้องตระหนักแม้แต่น้อย
เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องเป็แบบนี้ยิ่งได้ตัวกำไลที่บ่งบอกถึงข้อจัดสุดแสนโหดแล้วยิ่งทำให้จักรพรรดิฟันธงในความคิดของอดัมว่า้าพบตนทำไม
พอทำสัญญาอัดภาพวิดีโอคำพูดนู่นนี่นั่นมีพยานรู้เห็นเสร็จสรรพจักรพรรดิถึงกับต้องบิดี้เี
“เอาล่ะใครก็ได้พาฉันไปส่งที่เดิมที”จักรพรรดิหันหน้าไปพูดกับเหล่าลูกน้องของอดัมเบื้องหน้าตนเมื่อเสร็จธุระ
จากเครื่องแต่งกายและออร่าที่แผ่ออกมาจักรพรรดิดูครั้งเดียวก็รู้ว่าพวกเขานั้นไม่ธรรมดาทว่าเขาไม่สน
“ที่นี่คือกิลด์ของฉันมีมารยาทหน่อยถึงนายจะไม่ค่อยมีมันก็ตาม”
“ “กิลด์”ที่นี่เป็ปราสาทของเมืองหลวงที่นายทำภารกิจขออยู่ร่วมพื้นที่กับตัวาาไม่ใช่รึไงอย่าทำเป็พูดดี”
“นี่นายรู้? ”
“ก็แค่สันนิษฐานและจากข่าวที่ฉันเสพก่อนเข้ามาแต่พอได้ยินนายพูดด้วยท่าทางไม่พอใจแบบนั้นก็ยิ่งยืนยัน”ว่าจบจักรพรรดิก็หัวเราะชอบใจ เล่นเอาอดัมแทบจะชักดาบออกมาฟันเขาแยกออกเป็ 2ส่วนเลยทีเดียวหากไม่ติดเื่อนาคต
“เอาละ ช่วยทีนะเร ไปส่งผมให้หน่อย”จักรพรรดิเลิกสนใจท่าทีของทุกคน เดินไปพูดกับสาวนักเวทที่พาเขามาที่นี่
“ทำไมถึงรู้ชื่อฉัน?” เธอพูดด้วยความสงสัย
จักรพรรดิชี้ไปที่เบ็นแล้วว่า
“เมื่อกี้ตอนเดินมากับมันมันพึมพำกับตัวเองว่า“วันนี้เรก็สวยเหมือนเดิม ดีจริงๆ ที่ได้ทำงานด้วยกัน” ”
“แกอย่ามาแหล!! เรอย่าไปเชื่อมัน!!! ” เบ็นรีบแก้ตัวทันทีจากอดัมเป็เบ็นอีกคนที่อยากจะสับร่างจักรพรรดิออกเป็ 2 ส่วน
ก่อนจักรพรรดิจะไปอดัมเกือบลืมบอกเขาเป็อย่างสุดท้าย
“แล้วสุดท้ายอย่าลืมความลับระหว่างเราล่ะ”
จักรพรรดิพูดกลับไปด้วยรอยยิ้ม
“ของนายคนเดียวมากกว่ามั้ง?”กำไลแห่งสัจจะนั้นแม้จะมีกฎที่ยิ่งใหญ่ที่เขาและอดัมถูกห้ามเอาไว้แต่สำหรับจักรพรรดิแล้วจริงๆ ก็แค่ทำดาเมจไม่ได้ ก็แค่น่ะนะ
แต่อดัมที่ห้ามออกไปจากปราสาทหลังนี้นั้นเป็เื่ใหญ่สำหรับคนทั้งกิลด์ไม่สิ ทั้งเกมเลยก็ว่าได้ เพราะหากศัตรูรู้เื่นี้อย่าว่าแต่คนอีก 5 คนที่พร้อมจะขยี้เขาเลยคู่แข่งทางธุรกิจหรือคู่แข่งระหว่างเกมจะจ้องเล่นงานเขาด้วยคนที่อยู่ที่นี่ในเวลานี้ดูจากท่าทางแล้วคงเป็คนที่อดัมไว้ใจได้จริงๆเรียกว่าตอนนี้ตำแหน่งหัวหน้ากิลด์กลับกลายเป็ดาบ 2 คมสำหรับเขา
อดัมถึงกับเส้นเืปูดทั้งๆที่ตนน่าจะถือไพ่เหนือกว่าจักรพรรดิแต่เหมือนจักรพรรดิจะเหนือกว่าเขาอย่างคาดไม่ถึงหากเขาปูดความลับนี้ละก็ถือเป็ความเสี่ยงมหาศาลเลยทีเดียวแต่เขาก็จะเดิมพันเพราะไทหยางนั้นเป็ศัตรูที่น่ากลัวเกินไปที่เวลานี้เขาจะทำอะไรได้
อดัมพยักหน้าให้เรทำหน้าที่ของเธอตามจักรพรรดิขอไม่นานภายใต้วงแหวนเวทหกแฉกร่างทั้ง 2 ร่างก็ได้หายไปจากสายตาทุกคน
“ดูท่าทางเขาจะเป็ตัวปัญหานะครับปล่อยไปแบบนี้จะดีเหรอนายน้อย?” ชายที่ดูมีอายุคนที่พาจักรพรรดิมาที่นี่ถามสู่ตัวอดัม
“มันก็ต้องไม่ดีอยู่แล้วล่ะ ทัสค์”
“แล้วทำไม?” ทัสค์อดสงสัยไม่ได้
“ถึงไม่อยากจะพูดแต่ฉันจำเป็ต้องยืมมือมันไทหยางเป็ศัตรูตัวฉกาจและบุคคลที่ฉันแพ้ทางมากที่สุดในคู่ต่อสู้ทั้งหมดแต่กับหมอนั่นไทหยางไม่ใช่และสำหรับฉันแม้มันจะก่อปัญหาหลังจากทำตามคำพูดจริงหรือต่อจากนี้แล้วเบี้ยวคำมั่นก็ไม่ใช่คู่ปรับของฉันแม้แต่น้อย”
ทัสค์ทำท่าคิดก่อนจะพูดออกมาอย่างสุขุม
“ผมว่านายน้อยอย่าประมาทตัวเขาจะดีกว่าถ้าไม่มีอะไรดีเลยคุณท่านซิลเวอร์คงไม่ให้เขาเข้าร่วมเกมนี้แน่นอน”
อดัมเก็บคำเตือนของทัสค์ไว้ในใจตอกย้ำความคิดตน
“เข้าใจแล้วส่งคนตามไปดูมันเป็ระยะๆ ก็แล้วกัน”
“ไม่คิดทำตามเงื่อนไขอย่างงั้นเหรอครับ”
“ไม่อยู่แล้วนายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าห้ามประมาทมัน”
“นั่นสิครับ”
สิ่งที่เชื่อใจได้มากที่สุดนั้นคือตัวเองทำอะไรเรารู้ คิดอะไรเรารู้ ตัวตนของตัวเองตัวเองย่อมรู้ดีที่สุด ดังนั้นจักรพรรดิไม่เชื่อใจอดัมั้แ่ต้นแล้วแม้จะมีนิสัยเย่อหยิ่งแต่ความรอบคอบนั้นคือสิ่งที่ทำให้อดัมน่ากลัว
เงื่อนไขที่จักรพรรดิยื่นออกไปจนกว่าจะกำจัดไทหยางได้เป็แค่คำพูดที่อยากสื่อออกไปให้อดัมรู้เท่านั้นว่าตัวเขามาที่นี่ในเกมนี้เพื่อเล่นเกมให้สนุกจริงๆเท่านั้น ปัญหาโลกแตกของเศรษฐีเงินล้นฟ้านั้นไม่ได้อยู่ในใจของเขาเลยตราบเท่าที่ความคิดเขายังไม่เปลี่ยนน่ะนะ
ไม่มีอะไรสนุกเท่ากับเห็นผู้อื่นดิ้นรน(ติดโรคจิตล่ะ) ภาพท่าทางของอดัมที่แม้อยากฆ่าตนให้ตายๆเพื่อให้ตนหลุดออกไปจากเกมแต่ก็ทำไม่ได้ถูกเซฟในหัวของจักรพรรดิเรียบร้อย นับเป็ 1 ในเื่ที่สนุกอย่างแรกที่เข้าเกมมาเลยก็ว่าได้
พอเรพาเขามาถึงที่ที่เคยจากไปสายตาของคนที่มีมากกว่าเดิมก็พากันมองมาทางเขาทันทีแต่กลับพบเพียงชายที่ยิ้มอย่างน่าหมั่นไส้และหญิงสาวที่มีฮู้ดคลุมหัว
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อน”เรพูดขึ้นพร้อมทำท่าจะไปทันที
จักรพรรดิที่ได้ยินรีบร้องทักและฉุดแขนเธอเอาไว้
“เดี๋ยว! ”
เธอสะบัดมือเขาออกพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เ็า
“มีอะไรอีกล่ะฉันไม่คิดจะมาเสวนากับศัตรูอย่างนายหรอกนะ”
“คุณกับผมเป็ศัตรูกันตอนไหน?”จักรพรรดิสงสัย
“ก็ั้แ่ที่อดัมบอกนั่นล่ะในตอนนี้นายกับเขาก็แค่สงบศึกกันชั่วคราว”
“ไม่ได้สงบสักหน่อยพอจบงานแล้วผมทำตามสัญญาจริงๆ นะ”ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่สีหน้าดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนของจักรพรรดิมันไม่ได้สื่อออกมาแบบนั้นเลย
“งั้น้าอะไรถึงหยุดฉันเอาไว้?”
จักรพรรดิตีหน้าเศร้าทำทีหันไปมองทางอื่นจนเธอไม่เข้าใจก่อนจะหันกลับมามองเธอพร้อมรอยยิ้ม
“ผม้าเป็เพื่อนกับคุณเพื่อติดต่อนะครับ”
หน้าต่างระบบของจักรพรรดิเด้งขึ้นมาทันที
“ทำไมฉันจะต้องเป็เพื่อนกับนายด้วย?”เรเริ่มไม่ไว้ใจ
จักรพรรดิทำการอธิบาย
“จริงอยู่ว่าผมไม่้าความช่วยเหลือจากพวกคุณแต่ผมเองก็อยากจะรู้เื่ราวของเกมนี้ที่ผมอาจจะยังไม่รู้และเข้าใจผมจึงอยากได้ใครสักคนเป็ที่ปรึกษาท่าทางคุณก็งานเยอะคงอยู่คุยกันนานๆ ไม่ได้ด้วยใช่ไหมล่ะและอีกอย่างในระหว่างนั้นคุณก็สามารถรับรู้ได้ว่าผมคิดจะทำอะไรพร้อมกับอยู่ที่ไหนจะเอาไปรายงานอดัมก็ได้แล้วแต่ตัวคุณ”
เรมีสายตาลังเลในระหว่างที่สนทนากันในเกมนี้อีกฝ่ายจะรู้ทันทีว่าคนที่คุยด้วยอยู่ที่ไหนยกเว้นก็แต่จะเข้าระบบส่วนตัวหรืออยู่ในสถานที่พิเศษ
หน้ายิ้มๆของจักรพรรดิหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเห็นชื่อเรเด้งขึ้นมา
“ถ้าจบธุระแล้วฉันขอตัวก่อน...”จักรพรรดิรีบมาขวางหน้าเธออีกครั้ง
“อะไรอีกล่ะถ้าจะจีบฉันละก็บอกตรงๆ นะว่าอย่างนายไม่ใช่สเปคฉันสักนิดเ้าคนปลิ้นปล้อน!!!” เรตอกกลับมาเต็มๆจักรพรรดิหุบยิ้มมาในระดับพอดีก่อนจะยื่นมือออกมาด้านหน้า
“...คือในเวลานี้ก็เริ่มมืดแล้วการล่ามอนเตอร์ในตอนกลางคืนถือว่าเป็อันตรายและผมก็ล่าไม่ได้เก็บเงินก็ไม่ได้ตายยังไม่ได้จะให้ไปนั่งขอทานข้างถนนก็ยังไงอยู่ ดังนั้นแล้วขอยืมเงินสักหน่อยเป็ค่าพักอาศัยสัก1 คืนจะได้ไหมครับ”
เรถึงกับผงะ
“...นายนี่มัน น่าไม่อายจริงๆทำไมฉันจะต้องยื่นมือไปช่วยคนอย่างนายด้วย”
จักรพรรดิทำท่าบีบน้ำตา
“ถ้าไม่ช่วยผมผมจะป่าวประกาศและร้องไห้เกาะขาคุณไม่หยุดนะครับ”
เรรีบพูดขึ้นมาทันที
“แบบนั้นฉันไม่เอานะ! นี่นายเป็ลูกผู้ชายรึเปล่าเนี่ย”
จักรพรรดิทำท่าจะร้องไห้แล้วที่สุดเรก็จำยอมต้องยื่นเงินให้จักรพรรดิค่าที่พักคืนนึงเพราะผู้เล่นเริ่มต้นของเกมนี้นั้นไม่มีเงินติดตัวมาตอนเกิดมีแค่ของกิน 3 มื้อเท่านั้น
“ถ้าหมดธุระจริงๆแล้วฉันไปล่ะ”
“นี่คุณเรครับ”เสียงของจักรพรรดิหยุดเรเอาไว้อีกครั้ง
“อะไรอีกล่ะ?” เธอเริ่มอารมณ์เสียแล้วจากสายตาจักรพรรดิที่เห็นแต่เสน่ห์ของเธอก็เพิ่มขึ้นเป็เท่าตัวเมื่อเธอเป็แบบนี้
จักรพรรดิยิ้มอย่างจริงใจแล้วพูดออกไปน้ำตาใสๆไหลออกมาอาบแก้มเขาจนเธอรู้สึกขนลุก
“ขอบพระคุณมากครับรับรองผมใช้คืนเป็เท่าตัวแน่หรือสักสิบเท่าเลยก็ได้”
เรหันหน้ากลับทำทีเป็ไม่สนแล้วสร้างวงแหวนเวทหายไปทันที
รอยยิ้มของจักรพรรดิหายไปกลายเป็สีหน้าเรียบนิ่งทันทีสายตาของทุกคนยังจ้องมองเขาอยู่จนเขาอดไม่ได้ที่จะพูดออกมาด้วยสีหน้าเซ็งๆเสียงดังฟังชัดๆ ว่า
“ว้า~~~ แย่จริงแฟนดันมาขอบอกเลิกในเกมแถมพาเพื่อนในเกมระดับสูงๆกว่าเราตั้งเยอะมาขู่ซะด้วย”พูดจบด้วยน้ำเสียงที่เศร้าเขาก็เดินห่อไหล่ปาดน้ำตาหายไปในเงามืด พร้อมพระอาทิตย์ที่ลับฟ้าตามลงมาเสียงผู้คนที่เคยดูจักรพรรดิด้วยความสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับคนใหญ่คนโตของกิลด์ไหนสักกิลด์เปลี่ยนไปทันที
เพราะผู้เล่นทั่วไปไม่มีทางถูกกลุ่มคนดักซุ่มรออยู่แล้วแน่นอนแน่นอนว่าพวกเขาเห็นพวกของทัสน์ตั้งหลายวันแล้วแต่ก็ไม่รู้ว่ามาที่นี่ทำไมตอนนี้ทุกคนมีแต่คำพูดที่ว่า
“อะไรวะนึกว่าเป็คนรู้จักของคนดังๆซะอีกเห็นส่งคนมาหาั้แ่เริ่มเกมที่ไหนได้โดนแฟนทิ้ง”
“ดูท่าทางผู้หญิงคงไม่เอามันแล้วจริงๆตามตื้อตั้งหลายครั้งแต่ก็ยังมีท่าทีไม่สนใจแถมยังให้ตังมันด้วยใบหน้าเ็าสุดๆ”
“น่าสงสารจัง...ง่ำ ง่ำง่ำ...”
การมีคนคุ้มกันเป็ถึงกิลด์อันดับ1 นั้นมันก็ถือว่าดี แต่ใช่ว่าทุกคนจะหวาดกลัวความยิ่งใหญ่นั่นแทนที่จะตกเป็เป้าสายตาให้ฉกฉวยผลประโยชน์จักรพรรดิเลือกที่จะเดินตามทางของตัวเองยังดีเสียกว่าทั้งอิสระ ทั้งความยิ่งใหญ่ไม่ต้องอยู่ในมือใคร
จักรพรรดิที่เดินในเงามืดโยนเหรียญเงินในกระเป๋าที่เรให้มาอย่างสบายอารมณ์
“ยังมีกลิ่นหอมๆติดอยู่เลยแฮะ หัวหน้ากิลด์อันดับ 1 คงมีสาวๆล้อมหน้าล้อมหลังสบายล่ะสิเ้าเ้าชายในปราสาทเอ้ย”
เวลายังพอมีอยู่ช่องโหว่ที่ยิ่งใหญ่ของตนจักรพรรดิต้องรีบหามาแทนที่เขาจึงตระเวนพูดคุยกับเอ็นพีซีทั่วเมืองถามตอบกลับเรในบางครั้งว่าเขาควรจะเลือกอาชีพหลักต่อสู้เป็อะไรดีเรก็กลับตอบกลับรัวๆ กับเขามาตลอดว่า
“หาเอาเอง” “ไม่เกี่ยวกับฉัน”“เื่ของนาย” “เ้าคนน่ารังเกียจ” “ฉันไม่น่ารับนายเป็เพื่อนเลย”
แต่ล่ะคำตอบแฝงไว้ด้วยความสนิทสนมจริงๆจนจักรพรรดิอดไม่ได้ที่จะดูไปหัวเราะไปในระหว่างการเดินจนผู้คนเริ่มหันมามองเขาอีกครั้ง
ในเกมนี้หากจะสู้กับมอนเตอร์ต้องมีอาชีพหลักและอาชีพในเกมนี้นั้นมีอยู่สิบอาชีพให้เลือก
นักรบ นักบู๊นักฆ่า นักธนู มือปืน จอมเวท นักบวช นักประดิษฐ์ นักเลี้ยงสัตว์ และนักปราชญ์
และอาชีพรองที่คอยสนับสนุนพอประทังชีวิตอีกมากมายนับไม่ถ้วนสุดแล้วแต่จะค้นหาเพราะมันไม่สำคัญเท่ากับอาชีพหลักที่เอาไว้คงอยู่ในเกมและสนุกไปกับมันได้จริงๆแบบสมกับเป็เกม
กะจะบู๊เืสาดก็ทำไม่ได้แล้วจะผันตัวเองไปคอยสนับสนุนคนอื่นทุกอาชีพก็มีสกิลทำดาเมจในนั้นและรู้สึกไม่น่าสนุกจักรพรรดิจะทำอะไรได้ ยิ่งคิดมันยิ่งตอกย้ำความคิดเดิมๆ
เดินไปซึมซับทุกอย่างรอบตัวไปพลางจนสุดท้ายจักรพรรดิก็คิดได้ว่าตัวเองลืมบางอย่างจึงหันซ้ายหันขวาแล้วหลบเข้ามุมตึกไป
กล่องทองที่ได้มาจากที่มีค่าความเจ็บสมจริงเขาอยากรู้ว่าด้านในมีอะไร พอเช็กให้ทั่วแล้วเขาก็เปิดมันออก
ในซอกตึกแคบๆที่มีความมืดมิดได้เกิดแสงจ้าขึ้นไม่นานของตรงหน้าของจักรพรรดิก็ปรากฏขึ้นมาให้เขารับไว้ในมือ
มันนั้นเป็หน้ากากหนังสัตว์สีขาวนวลปิดแค่ครึ่งท่อนบนของใบหน้ามีลวดลายกิ่งไม้พาดผ่านอย่างสวยงาม ตรงกลางระหว่าง 2 ดวงตามีขนนกสีขาวสลับขาวจ้าปักยาวเอนไปด้านหลังเป็ขนนกที่เขานั้นดูไม่ออกว่าเป็ขนนกอะไรทว่าที่ตรงจมูกของหน้ากากที่แค่คลุมดั้งเอาไว้นั้นมันแหลมๆเหมือนจะงอยปากของเหยี่ยว
จักรพรรดิต้องรีบเปิดดูข้อมูลของมันทันที
ไอเทม 5 ดาวหน้ากากจักรพรรดิเหยี่ยวขาว มีความสามารถในการฝืนมานา 5 หน่วยต่อ1 วินาที เพิ่มความสามารถของดวงตาผู้สวมใส่เป็ 200% และเพิ่มความคล่องตัวให้ผู้สวมใส่อีก 5%
สมกับเป็ไอเทมของคนที่ทำดาเมจไม่ได้จริงๆมีแค่ค่าสนับสนุนเท่านั้น แต่จำนวนดาวที่มากถึง 5 ถือว่าไม่โชคร้ายเลยสำหรับการเริ่มต้น
จักรพรรดิโยนมันเข้าหน้าต่างระบบไปโดยที่ยังรู้ตัวว่าไม่มีใครสังเกตเห็นตนทันใดนั้นเองระบบก็กับดังขึ้นมา
ผู้เล่นจักรพรรดิฝึกสกิลสังเกตการณ์สำเร็จเลื่อนขั้นเป็อันดับ 1 ค่ะ พอรับรู้ว่าตัวเองเหมือนมีโชคเข้าข้างอยู่บ้างจักรพรรดิก็เริ่มยิ้มกว้างได้อีกครั้งพร้อมการค้นหาข้อมูลโดยการตะลอนไปทั่วเมืองต่อ
จนเวลาล่วงเลยไปนานพอสมควรที่หัวมุมถนนนึง
จักรพรรดิก็มานั่งคิดระหว่าง2 สายอาชีพที่เขานั้นมีสิทธิ์เล่นได้โดยติดเงื่อนไขห้ามทำดาเมจสิ่งมีชีวิตบวกเข้ากับนิสัยเขาหน่อยเพราะไม่งั้นเกมนี้คงน่าเบื่อแย่ 1คือนักเลี้ยงสัตว์ เป็บีทฮันเตอร์ที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงและต่อสู้แทนตนเองได้หากเลือกสายนี้จักรพรรดิไม่ต้องทำอะไรมากเลยแค่ใช่สัตว์เลี้ยงของตนเองโค่นล้มศัตรูค่าประสบการณ์ของสายนี้ก็หารตามจำนวนสัตว์เลี้ยงที่ใช้ต่อสู้นั่นล่ะถือว่าเป็สายที่น่าสนใจไม่เลว
ก่อนหน้านี้มีสายนักบวชอีกสายที่อยู่ในตัวเลือกของจักรพรรดิทว่ารู้สึกว่ามันไม่เข้ากับนิสัยสุดๆแม้จะแทบไม่มีสกิลทำดาเมจมีแต่สกิลซัพพอร์ตตรงตามเงื่อนไขก็ตาม
ถึงยังไงเสียเขาก็ยังนึกถึงภาพตัวเองบู๊ล้างผลาญอยู่ดียิ่งคิดยิ่งเศร้าซิลเวอร์กะจะบอกใบ้อะไรเขากันแน่ถึงทำแบบนี้ เขาเริ่มเปลี่ยนมุมมองในสิ่งที่ซิลเวอร์มอบให้ตนที่จักรพรรดิคิดแบบนี้เพราะดูจากสิ่งที่ตนเองเผชิญและอดัมนั้นพบเหมือนมันจะเป็คำสั่งสอนอีกบทนึงของซิลเวอร์ที่เขาหมดสิทธิ์สั่งสอนพวกตน
ยิ่งคิดเวลายิ่งล่วงเลยเอ็นพีซีรับอาชีพในร้านเริ่มเก็บข้าวของเพื่อปิดร้านกระนั้นจักรพรรดิกลับยังไม่กระดิกตัวไปไหนสายตามอง 2 อาคารสายอาชีพหลักที่อยู่ไม่ไกลกันเพราะยังตัดสินใจไม่ได้
ระหว่างนั้นเองเขาก็เห็นผู้เล่นกลุ่มนึงเดินมองๆอาคารสายอาชีพอีกแห่งด้วยสายตาเหยียดหยาม แล้วคำพูดจากปากของพวกเขาก็พูดออกมาแตกต่างกันไป
“โธ่เอ๊ยไอ้อาชีพแบบนี้จะมีไปทำไมกัน สู้ๆ เลือกอาชีพมันๆ ไล่ฟันคนดีกว่า”
“จะซัพพอร์ตก็ยังไม่ได้ดีเลยสกิลฮีล สกิลบลัพ อะไรๆ ก็ไม่มี อาชีพตัวถ่วงชัดๆ”
“ไม่รู้ว่าเ้าของเกมคิดอะไรอยู่จะให้เป็อาชีพประดับฉากรึไง ไร้ประโยชน์จริงๆ”
กลุ่มคนเดินผ่านหน้าของจักรพรรดิที่นั่งฟังเงียบๆไม่นานใบหน้าของเขาก็ค่อยๆ ผุดยิ้มขึ้นมาเหมือนกับว่าเขาเข้าใจแล้วว่าซิลเวอร์้าให้ตนเองนั้นเล่นไปในแนวไหน
“ขอโทษนะคร้าบปิดอาคารรึยังครับ?”จักรพรรดิเดินตรงเข้าไปในอาคารอาชีพนั้นทันที ซึ่งเป็อาคารที่ใครต่อใครก็เห็นว่าไร้ประโยชน์เป็แค่ของประดับฉาก
“ยังครับจะมาสอบถามข้อมูลหรือว่าจะมาทำเควสครับ?”พนักงานชายสวมแว่นตามีหนวดนิดหน่อยท่าทางเนิร์ดๆ หันมาถามจักรพรรดิ
“ถ้าเป็เควสเพื่อให้ได้เป็อาชีพนี้ละก็ใช่เลยครับ”
พนักงานร้านทำท่าใก่อนจะรีบจัดแจงของให้เป็ดังเดิมแล้วนั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับจักรพรรดิ
“ท่านนักผจญภัยสนใจที่จะเลือกอาชีพนักปราชญ์อย่างนั้นเหรอครับ”
“ไม่ใช่สนใจแต่ผมจะเป็เลยล่ะ” พนักงานร้านยิ่งทำท่าใเข้าไปใหญ่เมื่อได้ยินแบบนั้น
เอาก็เอาในเมื่อทำดาเมจไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ การกระทำที่บางครั้งขัดใจเราอาจจะช่วยทำให้ความมันส์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมายิ่งเพิ่มทวีคูณเข้าไปอีกก็ได้ใครจะรู้ยิ่งคิดจักรพรรดิยิ่งนึกสนุกเหมือนกับเด็กน้อยวิ่งเล่นท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองที่ไม่รู้เื่รู้ราวรู้เพียงแค่ความตื่นเต้นที่ไม่เข้าใจนั้นปลุกเร้าจิตใจของตนเองอยู่เพียงเท่านั้นและพอนึกถึงตัวเองที่เล่นสายอาชีพนี้และตบเกรียนเ้าพวกที่ดูถูกถากถางอาชีพนี้ได้ล่ะก็มันก็ยิ่งน่าสนุกไปอีก
อาชีพนักปราชญ์ จากข้อมูลที่จักรพรรดิศึกษามานั้นเป็อาชีพที่มีไว้สนับสนุนสายอื่นๆ โดยแท้อย่างทัดเทียมเรียกได้ว่าไม่มีสกิลทำดาเมจเลย และแม้จะเป็สายสนับสนุนสกิลฮีลหรือบลัพอย่างอื่นก็ไม่มีคนที่อยากจะเล่นไม่มีก็ไม่แปลก
แต่สิ่งนึงที่ติดใจจักรพรรดิก็คือความมีอิสระนัยยะที่น่าค้นหาความยากลำบากคือสังเวียนเืที่ชื่นชอบแม้ชีวิตจริงของคนเราคนเรามักจะหลีกเลี่ยงความลำบากไปหาความสบายแต่หากมันเลี่ยงไม่ได้แล้วละก็คงมีแต่ต้องพุ่งชนมันเข้าไปเท่าที่มีอยู่ของกำลังของเราเพียงเท่านั้น
ไม่นานเขาก็รู้แล้วว่าเขาคิดถูก