เทพจุติพิชิตฟ้า

    ตอนที่ 37 นี่คือทักษะ!

    ตอนที่ 37 นี่คือทักษะ!

    น้ำเสียงของหลินเหม่ยชินเปลี่ยนไปทันที “ฉันอยากจะเลี้ยงกาแฟคุณสักแก้ว”

    “ผมไม่มีเวลา” เมื่อพูดจบหยินเยี่ยจึงเดินจากไป

    "คุณ… ”

    หลินเหม่ยชินโกรธเป็นอย่างมากเมื่อเห็นท่าทีอันเย็นชาและหยิ่งผยองของเขา 

    หลินเหม่ยชินเป็นถึงบุตรสาวลำดับที่สองของตระกูลหลิน ไม่คิดเลยว่าหลินเยี่ยจะปฏิเสธน้ำใจของเธออย่างไร้ความปราณี

    ชายมากมายอยากดื่มกาแฟกับหลินเหม่ยชินแต่ไม่มีโอกาส ทว่าชายผู้นี้กลับปฏิเสธอย่างเย็นชา หยิ่งทะนง และไร้มารยาท

    น่าเกลียด!

    หลินเหม่ยชินกระทืบเท้าด้วยความโกรธ

    วันรุ่งขึ้นเป็นวันอาทิตย์ หลินเยี่ยใช้เวลาทั้งหมดกับยี่ยี่และพาเธอไปเที่ยวสวนสนุก

    บ่ายวันเดียวกัน เขาพาลูกสาวไปดูหนัง ทานอาหาร ช้อปปิ้ง และซื้อของเล่นจนดึก

    หลงซือหยิงอยู่กับหลินเยี่ยและยี่ยี่ทั้งวันอย่างมีความสุข หากคนที่ไม่รู้มาพบคงคิดว่าพวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกัน

    เที่ยงของวันที่สาม หลินชิ่งจู๋วิ่งมายังบ้านของหลินเยี่ย

    หลงซือหยิงเปิดประตู เมื่อพบว่าเป็นหลินชิงจู๋ก็ทำให้เธอรู้สึกเคืองเล็กน้อย

    หลินชิงจู๋ถูกเชิญเข้าบ้านอย่างสุภาพ “เข้ามาก่อนสิคะ เดี๋ยวฉันจะชงชาให้”

    “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมีเรื่องด่วน อยากพบคุณหลินเยี่ย” หลินชิ่งจู๋ตอบพลางเดินเข้าไปในบ้านและนั่งลง

    “ถ้าอย่างนั้น… คุยกันตามสบายเลยนะคะ ฉันขอตัว” หลงซือหยิงเหลือบมองหลินเยี่ยอย่างกังวลก่อนจะเดินเข้าห้องไป

    ด้วยเหตุผลบางอย่าง การปรากฏตัวของหลินชิ่งจู๋ทำให้หลงซือหยิงไม่สบายใจ

    หลินชิงจู๋หยิบเอกสารกองหนึ่งออกจากกระเป๋าแล้วมอบให้หลินเยี่ย “นี่เป็นหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ครอบครองภูเขาเทียนหู ถูกโอนเป็นชื่อคุณแล้ว เช็คดูก่อนได้นะคะ”

    “ครับ” หลินเยี่ยหยิบหนังสือนั้นมาเก็บไว้โดยไม่ได้เปิดอ่าน

    ด้วยอำนาจและศักดิ์ศรีของตระกูลหลิน หลินเยี่ยจึงเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะไม่โกหก

    “ไม่ดูหน่อยเหรอคะ?”

    "ไม่ครับ"

    “คุณเชื่อใจฉันเหรอ?” หลินชิ่งจู๋ประหลาดใจ เธอไม่คิดว่าหลินเยี่ยจะรับหนังสือไปโดยไม่ตรวจสอบ

    “ผมเชื่อว่าครอบครัวคุณคงไม่กล้าเล่นตุกติกกับชีวิตของนายใหญ่หลินหรอก”

    “ถ้าอย่างนั้นไปรักษาคุษปู่ที่โรงพยาบาลกันเลยดีไหมคะ?”

    "ได้สิครับ"

    “คนรถรออยู่ด้านล่าง ไปกันเถอะค่ะ!” หลินชิ่งจู๋อ้อนวอนก่อนจะเดินออกไป

    เธอกังวลและต้องการให้หลินเยี่ยเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาโรคประหลาดของคุณปู่โดยเร็วที่สุด

    ทั้งสองลงไปข้างล่างก่อนจะขึ้นรถหรูของตระกูลหลินไปยังโรงพยาบาล

    หลินจงเทาพร้อมตระกูลหลินยืนรออยู่นอกวอร์ด เมื่อหลินเยี่ยมาถึง พวกเขาต่างทักทายด้วยความดีใจ “คุณหลินเยี่ย เรารอคุณมานานแล้ว ในที่สุดคุณก็มาสักที”

    “หยุดพูดจาไร้สาระแล้วรีบไปรักษากันเถอะ” หลินเย่ไม่อยากเสียเวลาพูดเรื่องไร้สาระ เขาฝ่าฝูงชนเข้าไปในห้องวีไอพีทันที

    นายใหญ่หลินนอนแน่นิ่งบนเตียง ร่างกายและใบหน้าของเขาแย่ลงกว่าเดิมมาก

    หลินเยี่ยเดินตรงไปตรวจชีพจรชายชราก่อนจะบอกหลินจงเทา “ถอดเสื้อเขาออก”

    “ครับ!” หลินจงเทาตอบรับก่อนจะปลดเสื้อนายใหญ่หลินออก หลินชิ่งจู๋ก็อยู่ที่นั่นเพื่อคอยช่วยเหลือพวกเขา

    หลินจงเทาถอดเสื้อชายชราพร้อมถาม “คุณหลินต้องการให้ผมทำอะไรอีกไหมครับ?”

    “ไม่มีแล้วครับ พวกคุณไปได้!” หลินเยี่ยโบกมือส่งสัญญาณให้หลินจงเทาและอีกคนถอยกลับ

    จากนั้นจึงเรียกพลังปราณก่อนจะกดฝ่ามือลงบนหน้าอกชายชราเพื่อส่งคลื่นพลังวิญญาณเข้าสู่ร่างกายของเขา

    หลินจงเทา หลินชิ่งจู๋ และสมาชิกคนอื่น ๆ ต่างจ้องมองหลินเยี่ยตาไม่กระพริบ

    ทุกคนประหม่าด้วยความสงสัยว่าหลินเยี่ยจะสามารถรักษานายใหญ่หลินได้จริงหรือไม่

    ทันใดนั้น คุณหมอหลัวเข้ามาในห้องเพื่อตรวจอาการและเห็นว่าหลินเยี่ยกำลังทำบางอย่างกับชายชราจึงรีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อหยุดเขา “นี่คุณ ทำอะไรน่ะ?”

    “รักษาไงครับ!” หลินเยี่ยเหลือบมองนายแพทย์ในชุดกาวน์และถ่ายทอดพลังต่อ

    อันที่จริงชายชราไม่ได้ป่วยด้วยโรคประหลาด แต่เกิดจากผลข้างเคียงของการฝึกวิชาหมัด

    ผลข้างเคียงนี้ก่อเกิดความเสียหายร้ายแรงต่ออวัยวะต่าง ๆ และทำให้ชายชราหมดสติ

    ดังนั้นจึงต้องใช้พลังวิญญาณช่วยซ่อมแซมอวัยวะภายในของเขาให้ดีขึ้นและตื่นจากนิทรา

    “นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ แม้แต่อาจารย์หมออย่างผมยังรักษาโรคแปลกประหลาดนี้ไม่ได้ คุณจะทำได้อย่างไร? หยุดเถอะ” หมอหลัวกล่าว

    เขาเป็นหัวหน้าแพทย์และเป็นศาสตราจารย์ระดับสูงสุดในโรงพยาบาล แน่นอนว่าทักษะทางการแพทย์ของเขาต้องไม่ธรรมดา

    แม้แต่เขายังไม่สามารถรักษาอาการของนายใหญ่หลินได้ ชายหนุ่มผู้นี้จะทำได้อย่างไร?

    “เดี๋ยวก่อนนะครับ” หลินจงเทาเกรงว่าหมอหลัวจะรบกวนการรักษาของหลินเยี่ยจึงรีบหยุดเขา “หมอหลัวครับ ผมเป็นคนขอให้หลินเยี่ยช่วยรักษาคุณพ่อเองครับ”

    "อะไรนะ?"

    เมื่อได้ยินดังนั้น หมอหลัวจึงถามอย่างเหยียดหยาม “ท่านหลินขอให้เขาช่วยรักษานายใหญ่งั้นเหรอ?”

    เนื่องจากหลินจงเทาเป็นนักการเมืองแห่งเปี้ยนโจวหลายคนจึงเรียกเขาว่าท่าน

    “ผมคิดว่าหลินเยี่ยมีความสามารถอันน่าทึ่งจึงให้เขาลองรักษาดูครับ” หลินจงเทาไม่ทางเลือกอื่น เขาจำเป็นต้องลองเสี่ยงในทุกวิถีทาง

    แม้จะไม่แน่ใจว่าหลินเย่สามารถรักษาโรคแปลกประหลาดของบิดาได้จริง ๆ ก็ตาม

    คงไม่มีทางใดดีไปกว่านี้แล้ว ลองให้เขารักษายังดีกว่าปล่อยให้บิดานอนรอความตาย

    หากหลินเยี่ยสามารถรักษาพ่อของเขาได้ ทุกคนจะมีความสุข แต่หากไม่ หลินจงเทาก็พร้อมยอมรับชะตากรรมของตนเอง

    “ชายหนุ่มผู้นี้จะมีความสามารถอะไร?” หมอหลัวเบิกตากว้างด้วยความสงสัย

    ในความคิดของเขา หลินเยี่ยเป็นเพียงนักต้มตุ๋นเท่านั้น

    “ผมไม่แน่ใจว่าคุณหลินจะรักษาคุณพ่อได้จริงหรือไม่ แต่โรงพยาบาลแห่งนี้ก็ไม่สามารถรักษาพ่อผมได้” หลินจงเทากล่าวอย่างขุ่นเคือง “ผมส่งตัวพ่อมารักษาที่นี่เป็นเวลานาน แต่ไม่ดีขึ้น อาการของเขากลับแย่ลงเรื่อย ๆ”

    "นี่… "

    หมอหลัวตกใจกับคำพูดเหล่านั้น ใบหน้าของเขาซีดเซียวและบูดบึ้ง

    ไม่น่าเชื่อว่าหลินจงเทาจะกล้าหักหน้าหมอหลัวท่ามกลางผู้คนมากมายเช่นนี้ ทำให้เขาโกรธจนเกือบควบคุมอารมณ์ไม่ได้

    หมอหลัวกัดฟันอยู่นานก่อนจะกล่าวด้วยความโกรธ “เอาล่ะ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าชายผู้นี้จะมีความสามารถแค่ไหน”

    พูดจบก็ถอยไปด้านข้างราวกับรอการแสดงดี ๆ

    เขาไม่เชื่อว่าชายหนุ่มผู้นี้จะรักษานายใหญ่หลินได้

    หากหลินเยี่ยไม่สามารถรักษานายใหญ่หลินได้ เขาจะต้องอับอายและหลินจงเทาอาจถูกตำหนิ

    อันที่จริงไม่ใช่เพียงหมอหลัวเท่านั้นที่สงสัยในทักษะทางการแพทย์ของหลินเยี่ย แต่ครอบครัวหลินส่วนใหญ่ก็เคืองใจเช่นกัน

    ในสายตาพวกเขา หลินเยี่ยเป็นเพียงชายหนุ่มที่ยังเด็กเกินกว่าจะรักษาใครได้ เขาจะมีความสามารถขนาดไหนกัน?

    เนื่องจากหลินจงเทาได้อธิบายทุกอย่างไปแล้ว ตระกูลหลินจึงไม่กล้าสงสัยหรือถามอะไรมากกว่าไปนี้

    พวกเขาทำได้เพียงรอคอยอย่างเงียบงัน แน่นอนว่าหากหลินเยี่ยไม่สามารถรักษานายใหญ่หลินก็จะถูกเยาะเย้ยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    "เฮ้อ!"

    หลินจงเทาถอนหายใจอย่างเย็นชา เขาขี้เกียจเกินกว่าจะใส่ใจหมอหลัวจึงพูดกับหลินเยี่ย “หากคุณหลินไม่สามารถรักษาคุณพ่อได้ ผมก็จะไม่ว่าอะไร”

    “หายแล้ว” หลินเย่ดึงมือออกจากร่างผอมบางของชายชรา

    หลินเยี่ยไม่ได้ใส่ใจฟังเรื่องไร้สาระจากปากของหมอหลัวเลยสักนิด เขาตั้งใจช่วยรักษาชายชราจนหายดี

    "อะไรนะ?"

    หลินจงเทาอ้าปากค้างพลางถามด้วยความประหลาดใจ “นี่... ทำไมรวดเร็วแบบนี้ล่ะครับ?”

    ทุกคนที่นั่นรวมถึงหลินชิ่งจู๋ต่างประหลาดใจ

    หลินเยี่ยเพียงเอื้อมมือแตะหน้าอกชายชราเท่านั้น จะรักษาได้อย่างไร?

    มองอย่างไรก็เหมือนคนโง่

    แม้ทุกคนจะไม่รู้ทักษะทางการแพทย์ แต่วิธีการรักษาของหลินเยี่ยนั้นง่ายเกินไป ใครกันจะสามารถรักษาโรคประหลาดได้เพียงมือสัมผัส?

    คล้ายกับเรื่องเทพจุติพิชิตฟ้า ที่คุณอ่าน