บทที่ 3
ตรวจสินค้า (2)
ลู่ฟางเหนียงยืนก้มหน้าด้วยท่าทางสงบนิ่ง เพียงแต่ในใจกลับว้าวุ่นยิ่งนัก เมื่อครู่นางไม่ระวังทำคุณชายหลิวล้มกลางห้องหนังสือ ยังไม่ทันได้เอ่ยขออภัยจากคุณชายบ่าวชายคนสนิทของเขาก็มาเห็นเสียก่อน แม้ว่าภายหลังคุณชายหลิวจะไม่ว่าอะไร แต่เขาไม่ว่านางก็มิได้หมายความว่าฮูหยินหลิวจะไม่ตำหนินาง
“ข้าได้ยินมาว่าบิดาของเ้าไม่สบาย”
ฮูหยินหลิวเอ่ยถามเสียงราบเรียบ ทว่าแววตาเช่นผู้ที่ผ่านชีวิตมาหลายสิบหนาวกลับทำให้ผู้คนหวั่นเกรงเพียงแค่นางตวัดสายตาจดจ้อง
“เ้าค่ะ”
ลู่ฟางเหนียงพยายามข่มกลั้นความหวาดหวั่นในใจเอ่ยบอกเสียงแ่ ใบหน้างามก้มลงมองพื้นสองมือวางอยู่ที่หน้าท้องกำชายเสื้อของตนแน่น
“สกุลหลิวมีหมอประจำที่มีฝีมือเทียบเท่ากับหมอหลวงเ้ารู้หรือไม่”
ลู่ฟางเหนียงได้ยินฮูหยินตรงหน้าเอ่ยถึงท่านหมอมากฝีมือก็เงยหน้าเบิกตากว้าง สองขาทรุดลงคุกเข่าส่งสายตาอ้อนวอนด้วยดวงตาปริ่มน้ำ
“ฮูหยินโปรดเมตตา หากครั้งนี้ท่านพ่อของข้าหายดีข้ายินดีอยู่เป็สาวใช้ของสกุลหลิวไปอีกสิบปีเ้าค่ะ”
ฮูหยินหลิวมองคนตรงหน้าแล้วฉีกยิ้มอ่อนโยน หน้าตาเด็กสาวผู้นี้แม้ไม่งดงามแต่กลับตรึงตราผู้คนได้อย่างน่าประหลาด ไม่แปลกใจเลยที่บุตรชายคนโตของนางจะเผลอจับนางกดลงกลางห้องหนังสือ
“สกุลหลิวไม่ได้ขาดแคลนสาวใช้”
“แต่... ข้า... ข้าทำกับข้าวได้ดีเ้าค่ะ ปลูกผักเลี้ยงไก่ข้าก็ทำได้ ขายของก็ได้เ้าค่ะ หรือหากฮูหยินอยากให้ข้าทำอย่างอื่นข้าก็ยินดีทำเ้าค่ะ”
ฮูหยินหลิวยิ้มกว้างมากขึ้น ท่าทางร้อนรนยื่นข้อเสนอมากมายของนางช่างชวนให้นึกสงสารเอ็นดูยิ่งหนัก มือขาวเรียวยกขึ้นเป็สัญญาณให้สาวใช้คนอื่นออกไปจากเรือน ก่อนที่นางจะเดินมาหยุดตรงหน้าเด็กสาว ย่อตัวลงเอ่ยเสียงราบเรียบริมใบหูเล็ก
“สกุลหลิวไม่ขาดสาวใช้แต่... ขาดทายาทสืบสกุล เ้ายังยินดีทำให้ข้าหรือไม่”
ลู่ฟางเหนียงพลันเบิกตากว้าง ทายาท ฮูหยินหลิวจะให้นางทำทายาทให้สกุลหลิว หมายความว่าจะให้นาง...
“ฮูหยิน ท่านหมายความว่า...”
“หากเ้าตกลง ข้าจะให้หมอสกุลหลิวไปรักษาบิดาของเ้าทันที อีกทั้งเื่หยูกยาเ้าก็สามารถนำใบสั่งยาไปเบิกที่ร้านโอสถสกุลหลิวได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินแม้แต่อีแปะเดียว
“แต่ว่า... หากคุณชาย เอ่อ... ไม่ยอม... ขะ... ข้าหมายถึงหากคุณชายไม่เห็นด้วยเล่าเ้าคะ”
ลู่ฟางเหนียงเอ่ยถามเสียงแ่ ใบหน้ากลมแดงก่ำก้มหน้าหลบสายตา ฮูหยินหลิวยกยิ้มมุมปากครั้งนี้นางกล้าเอาสมบัติทั้งหมดของสกุลหลิวเป็เดิมพัน หลิวเฉินคังไม่มีทางไม่เห็นด้วยแน่นอน
“ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเ้า ขอเพียงลูกชายข้ายอมประทับตราประจำตัวบนกระดาษใบนี้ ท่านหมอซ่งก็จะไปรักษาพ่อเ้าท่านที”
กล่าวจบฮูหยินหลิวยื่นกระดาษสัญญาใบหนึ่งตรงหน้าลู่ฟางเหนียง ก่อนจะลุกขึ้นขยับตัวไปนั่งยังเก้าอี้ตัวเดิมพร้อมกับยกชาร้อนขึ้นจิบ ราวกับก่อนหน้านางมิได้เจรจาเื่สำคัญใดๆ กับลู่ฟางเหนียงแม้เพียงประโยคเดียว เพียงแต่ภายใต้ท่าทางคล้ายไม่ใส่ใจนี้ฮูหยินหลิวกับนั่งลุ้นจนมือสั่น
ั้แ่นางเลี้ยงบุตรชายผู้นี้มา นอกจากไปหอนางโลมเช่นบุรุษไร้ภรรยาทั่วไปแล้ว นางก็มิเคยเห็นเขาสนใจสตรีใดมาก่อน เห็นจะมีเพียงเด็กสาวตรงหน้าเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ให้พยัคฆ์ใหญ่สกุลหลิวสนใจ ดังนั้นนางจะไม่ปล่อยให้โอกาสได้อุ้มหลานครั้งนี้หลุดไปอย่างแน่นอน
“อาคังจะอยู่ที่นี่แค่เจ็ดวัน ฟางเหนียงดูเหมือนเวลาช่วยชีวิตพ่อเ้าจะมีไม่มากนัก หากยังลังเล...”
“ข้าตกลงเ้าค่ะ”
ยามที่ได้ยินลู่ฟางเหนียงเอ่ยตกปากรับคำฮูหยินหลิวก็พยักหน้ารับอย่างราบเรียบราวกับเื่นี้มิได้ใหญ่โตอะไร มือขาวยกชาขึ้นจิบอีกคราด้วยรอยยิ้มที่สมใจยิ่งนัก
หลานน้อยของข้า รีบมาให้ท่านย่าเ้าอุ้มเร็ว
“เช่นนั้นเมื่อไหร่ที่เ้าคลอดทายาทให้สกุลหลิวหนึ่งคน ข้อตกลงนี้ก็ถือว่าสิ้นสุด”
กล่าวจบฮูหยินหลิวก็หยิบกระดาษลงนามสัญญาเมื่อครู่มาประทับตราแล้วส่งให้ลู่ฟางเหนียงลงนามอีกคน
“แล้วหากข้ามิอาจมอบทายาทสกุลหลิวให้ท่านได้”
“เช่นนั้นก็มอบเงินคืนแก่ข้าห้าสิบตำลึงเงิน”
ห้าสิบตำลึงเงินสำหรับนางผู้เป็ฮูหยินสกุลหลิวย่อมมิใช่เงินที่มากอะไร แต่กลับเด็กสาวชาวบ้านเช่นลู่ฟางเหนียงเกรงว่าชั่วชีวิตก็ไม่มีทางหามาคืนตนได้
“สัญญานี้มีกำหนดสิ้นสุดหรือไม่เ้าคะ”
ฮูหยินหลิวยิ้มมุมปากนับว่าเป็เด็กสาวที่ไม่โง่งมจนเกินไป เพียงแต่ตัวนางเองผ่านเื่ราวในชีวิตมามากมายเื่ขาดทุนย่อมมิยอมให้เกิดขึ้น
“กำหนดคือทายาทสกุลหลิวหนึ่งคน”
ลู่ฟางเหนียงเม้มริมฝีปากบาง หากชั่วชีวิตนางไม่สามารถมอบทายาทให้สกุลหลิว เช่นนั้นแล้วมิเท่ากับนางต้องอยู่เป็สาวใช้อุ่นเตียงคุณชายหลิวไปตลอดหรือไร เพียงแต่แม้รู้ว่าการเจรจาครั้งนี้ตนเองเป็ผู้ถูกเอาเปรียบ ต่างก็มิอาจปฏิเสธ
“ได้เ้าค่ะ”
................................
หลิวเฉินคังขมวดคิ้วเข้มถอนหายใจยาวอย่างหงุดหงิด ั้แ่ที่เขาไล่สาวใช้แซ่ลู่ออกไปจิตใจของเขาก็คล้ายมีบางสิ่งมาก่อกวนจนมิอาจสงบใจตรวจตราบัญชีตรงหน้าได้เช่นปกติ ในความคิดหวนคะนึงหาแต่หน้าอกนุ่มนิ่มของนางอยู่ตลอดเวลา
หรือ่นี้ข้าจะห่างหายจากหอนางโลมมานานเกินไป
หลิวเฉินคังถอนหายใจยาวอีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันสูดลมหายใจเข้าประตูห้องหนังสือเขาก็พลันเปิดออก พร้อมกับร่างของคนที่รบกวนจิตใจของเขามาร่วมครึ่งชั่วยาม
“กลับมาทำไม”
หลิวเฉินคังเอ่ยถามเสียงดุ ดวงตาคมตวัดมองแววตาหวานที่มีแววสั่นไหวหวาดกลัวคล้ายกวางสาวที่กำลังเผชิญหน้ากับพยัคฆ์ใหญ่
“ขะ... ข้ามีเื่มาขอความเมตตาจากคุณชายเ้าค่ะ”
“ขอความเมตตา จากข้าหรือ”
หลิวเฉินคังเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเป็คำถาม ลู่ฟางเหนียงสูดลมหายใจเข้าเรียกกำลังใจให้ตนเอง ก่อนจะช้อนดวงตาหวานขึ้นด้วยใจที่เต้นระส่ำหวาดหวั่น
“เ้าค่ะ”
นางเอ่ยตอบไม่เต็มเสียงนัก ก่อนจะเม้มริมฝีปากบางอีกครั้ง พร้อมกับก้าวเดินไปเบื้องหน้าโต๊ะหนังสือของหลิวเฉินคังยื่นกระดาษสัญญาให้เขา
หลิวเฉินคังมองมือเรียวขาวที่ยื่นม้วนกระดาษมาให้ตนแล้วรับมาเปิดอ่านด้วยความตื่นตระหนก มอบทายาทให้สกุลหลิว หมายความว่าอย่างไร นี่ท่านแม่ของเขาคงมิได้หมายความว่า...
“ท่านพ่อของข้าป่วยหนักฮูหยินให้ข้าทำสัญญานี่ขอเพียงคุณชายยอมลงตราประทับฮูหยินก็จะให้ท่านหมอไปรักษาท่านพ่อของข้า”
หลิวเฉินคังขมวดคิ้ว ตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปยังเด็กสาวตรงหน้า ก่อนหน้านี้เขาให้ห้าวอี้ไปสืบประวัติของนางแล้วเื่ที่นางบอกกล่าวล้วนเป็ความจริง เพียงแต่...
“เหตุใดข้าตรงลงตราประทับช่วยเ้า”
ลู่ฟางเหนียงเห็นคุณชายหลิวโยนกระดาษสัญญาของนางไว้บนโต๊ะอย่างไม่ไยดีในใจก็พลันหวาดหวั่นเกรงว่าบิดาจะไม่ได้รับการรักษา ด้วยตื่นตระหนกหวั่นเกรงจึงเร่งสาวเท้าเดินไปด้านข้างเขาทรุดตัวลงคุกเข่า ใช้สองมือจับข้อเท้าเขา เงยหน้าส่งสายตาอ้อนวอนแลน้ำเสียงสั่นเครือ
“คุณชายได้โปรดเมตตาข้าด้วย ข้ารู้ว่าเื่นี้คุณชายมิเต็มใจ ขอเพียงคุณชายลงตราประทับข้ายินดีเป็บ่าวสกุลหลิวไปตลอดชีวิต โดยที่คุณชายมิต้องเอ่อ... ทำเื่ฝืนใจเ้าค่ะ”
ทันทีที่มือเล็กััข้อเท้าของเขา หลิวเฉินคังก็พลันร่างกายแข็งค้าง ตวัดสายตาดุมองคนข้างกายที่กล้าแตะต้องตัวเขาโดยที่เขาไม่อนุญาต
“เอามือของเ้า...”
เสียงที่หมายตวาดไล่นางไปให้พ้นตัวพลันหายไปในลำคอ เพียงแค่ได้สบแววตาเว้าวอนของนาง ไอร้อนแผ่ขยายไปทั่วทุกรูขุมขน ร่างกายของเขาตื่นตัวเสียยิ่งกว่ายามเจอยอดนางโลมผู้งดงาม เขาขบกรามแน่นข่มกลั้นอารมณ์ร้อนรุ่มของตน
“คุณชายได้โปรดเมตตาข้าเถิดเ้าค่ะ”
ลู่ฟางเหนียงขยับตัวกอดขาเขาแนบอก พลางเอ่ยเสียงสั่นอ้อนวอน ยามที่ร่างกายของหลิวเฉินคังััอกอวบอิ่มของนางอีกครั้ง เส้นความอดทนของเขาก็ถึงขีดจำกัด
“ท่านแค่ลงตราประทับเท่านั้นไม่ต้อง...”
“ข้าไม่ทำการค้าที่ขาดทุน”
ลู่ฟางเหนียงพลันเบิกตากว้างเงยหน้าสบดวงตาคมด้วยสายตาเป็คำถาม ทั้งที่สองแขนยังกอดขาแกร่งเขาเอาไว้แแ่
“คุณชาย ท่านหมายความว่า...”
“ถอดผ้าออก ข้าจะตรวจสินค้า”
...............................................................
ตอนหน้าคุณชายใหญ่จะตรวจสินค้าน้องแล้วววววว
ปล.เนื้อหาตอนหน้าไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง รีดควรเติมเืมาก่อนอ่าน