หลิงหานกวาดสายตามองอีซวี่ พูดว่า “ประโยคนี้สำคัญมาก มันเป็การแสดงถึงหัวข้อหลัก มีความหมายสองชั้น ความหมายภายนอกคือเขาเติมเต็มความปรารถนาที่อยากดูพิราบขาวของนางเอก ความหมายเชิงลึกคือเขาเต็มใจสละชีวิตเพื่อให้ความปรารถนาของนางเอกที่อยากกลับมายืนได้กลายเป็จริง”
“อย่างนี้แหละ!” ฟูจิอิพูดภาษาญี่ปุ่นด้วยความดีใจ
แม้อีซวี่และโอวอิ่งจะฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออก แต่เห็นท่าทางฟูจิอิดีอกดีใจเช่นนี้ ก็รู้ได้ว่าหลิงหานนั้นพูดถูกต้อง
อีซวี่ขุ่นเคืองในใจ เขาคิดไม่ถึงขั้นนี้ได้อย่างไรกัน
ฟูจิอิชื่นชมหลิงหานไม่กี่ประโยค หันกลับมาพูดกับอีซวี่เสียงเข้ม “ตอนนี้นายเข้าใจแล้วใช่ไหม
อีซวี่ทำได้เพียงพูดว่า “เข้าใจแล้วครับ”
หลิงหานถอยจากไป ทีมงานเตรียมฉากให้พร้อมอีกครั้งแล้วเริ่มถ่าย
“ไม่ใช่! ตกลงนายเข้าใจความหมายของประโยคนั้นหรือเปล่า เมื่อกี๊หลิงหานอธิบายความหมายทั้งหมดชัดเจนแล้ว ทำไมนายยังแสดงออกมาได้แย่ขนาดนี้อีก” ฟูจิอิไม่พอใจอย่างมาก ความหมายแฝงที่้าถ่ายทอดออกมาล้วนถ่ายทอดได้อย่างชัดเจนแล้ว ทำไมอีซวี่ยังไม่เข้าใจอีกหรือ
อีซวี่ไม่ยอมรับ เขารู้สึกว่าตัวเองแสดงได้ดีแล้วจริงๆ บทประโยคเดียวก็คือบทประโยคเดียว ยังมีวิธีแสดงออกอะไรได้อีก
“หลิงหาน นายมาแสดงหน่อย”
หลิงหานที่มองอยู่ข้างๆ อย่างตกตะลึง ชี้ไปที่จมูกตัวเอง “ผมหรือ”
ฟูจิอิกวักมือเรียกเขาอย่างรำคาญ “ใช่ นายนั่นแหละ! มาเร็ว!”
หลังจากที่หลิงหานเดินไป ฟูจิอิดันเขาไปยืนอยู่ข้างๆ โอวอิ่ง “นายแสดงให้อีซวี่ดูหน่อย ควรจะถ่ายทอดออกมาอย่างไรกันแน่”
อีซวี่หน้าเปลี่ยนสีแล้ว ระหว่างการถ่ายทำ ไม่คาดคิดว่าผู้กำกับจะเรียกนักแสดงหน้าใหม่ผู้ไร้ชื่อเสียงมาแสดงให้ตัวเองดู เรียกได้ว่าเหมือนเป็การตบหน้าตัวเองต่อหน้าทุกคน ถ้าเื่แพร่ออกไป เขาไม่กล้าสู้หน้าใครได้เลยจริงๆ
หลิงหานใจหวิว ขณะเดียวกันก็ลอบยิ้ม มองดูอีซวี่ชั่วแวบหนึ่ง ท่าทางเขาโกรธมากจริงๆ อยากแก้แค้นคนคนนี้ แต่เขาก็ยังไม่ได้คิดว่าจะแก้แค้นคนคนนี้อย่างไร ผลลัพธ์ก็ส่งมาถึงหน้าประตูอย่างแปลกประหลาด
หลิงหานสาบานว่าตัวเองไม่ได้จงใจทำให้เขาขายหน้าจริงๆ ทั้งหมดล้วนเป็โอกาสที่ฟูจิอิมอบให้
แต่ว่า เขาจะปล่อยโอกาสนี้ไปเปล่าๆ ได้อย่างไร
เขาต้องแสดงอย่างดีมากๆ ดีกว่าอีซวี่พันเท่าหมื่นเท่า แบบนี้ถึงจะทำให้เขาขายหน้าได้อย่างรุนแรง
“เริ่มเถอะ” ภายใต้การเร่งรัดของฟูจิอิ อีซวี่ถอยไปข้างฉากอย่างไม่เต็มใจ อีซวี่แทนที่ตำแหน่งของเขาแสดงคู่กับโอวอิ่ง
“ที่นี่สวยมากๆ เลย” โอวอิ่งยื่นมือออกมาอย่างมีความสุข ทีมงานด้านข้างปล่อยนกพิราบขาวบินตกที่ฝ่ามือของเธอทันที
โอวอิ่งยิ้ม
สิ่งที่ไม่เหมือนกับอีซวี่เมื่อครู่คือ หลิงหานโน้มตัวลง ถามเธอเสียงเบา “มีความสุขไหม”
ตอนเขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาจ้องมองโอวอิ่งจากบนลงล่างล้ำลึกหาที่เปรียบมิได้ เขาควบคุมระยะห่างของการโน้มตัวได้อย่างละเอียดอ่อน ริมฝีปากเกือบััเส้นผมของโอวอิ่ง ทำให้คนดูเกือบคิดว่าเขาจะจูบเธอแต่กลับไม่จูบลงไป เหตุการณ์ขณะนี้เต็มไปด้วยความรักอันแสนลึกซึ้ง ไม่ว่าใครมาเห็นฉากนี้ก็คงไม่สงสัยในความรักที่พระเอกมีต่อนางเอก
“มีความสุขค่ะ!” โอวอิ่งตอบเสียงสดใสชัดเจน หันเงยหน้ามามองหลิงหาน “ไม่กี่วันนี้ฉันขออะไรไปนายก็พยายามทำให้ฉันพอใจทุกวิถีทาง ฉันมีความสุขมากๆ เลย!”
หลิงหานค่อยๆเว้นระยะห่างออกมาเล็กน้อย ไม่ให้โอวอิ่งได้เห็นสีหน้าของตัวเอง พูดเสียงต่ำ “ความปรารถนาของเธอ ฉันจะช่วยทำให้มันเป็จริงได้แน่นอน”
ก่อนหน้านี้หลิงหานพยายามมองโอวอิ่งอย่างเต็มที่ สายตาแสดงความรู้สึกลึกซึ้งเป็สำคัญ แต่ครั้งนี้สีหน้าของหลิงหานสงบเยือกเย็น นั่นเป็สีหน้าแน่วแน่ราวกับบอกว่าเขาได้ตัดสินใจแล้ว หลังจากเขาพูดประโยคนั้นจบ จู่ๆ สายตาฉายแววเ็ปขึ้นมาแวบหนึ่ง
เมื่อเหล่าคนดูได้ดูเฉลยตอนท้ายของ MV จบ แล้วกลับมาดูฉากนี้อีกครั้ง ก็จะเข้าใจขึ้นมาได้อย่างแน่นอน ชั่วขณะนั้นพระเอกได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่า้าสละชีวิตของตัวเอง เขาจะไม่มีทางได้เจอนางเอกอีก ดังนั้นจึงได้เ็ปได้ขนาดนั้น
บริเวณโดยรอบเงียบสงบ สายตาของทีมงานมุ่งไปที่ตัวหนุ่มสาวที่อยู่กลางฉากอย่างมิอาจละสายตา ขณะนี้รอบตัวหนุ่มสาวห่อหุ้มด้วยหมอกชั้นหนึ่ง ราวกับอารมณ์ความรู้สึกที่รับรู้ได้ ทำให้คนดูััได้ถึงความรัก ความเ็ป และความแน่วแน่ของเขาได้อย่างชัดเจน
พลังการแสดงอารมณ์ที่แข็งแกร่งเช่นนี้ แม้กับจักรพรรดิจอเงินมากมายก็หาได้ยาก ไม่นึกเลยว่าจะมาปรากฏในตัวนักแสดงหน้าใหม่คนหนึ่ง เหล่าทีมงานที่ผ่านประสบการณ์ถ่ายทำมาแล้วนับไม่ถ้วนพากันแอบประหลาดใจ
ฟูจิอิเองก็งงงวย เขาคาดหวังว่าหลิงหานจะแสดงได้ดีกว่าอีซวี่แน่นอน แต่คิดไม่ถึงว่าจะดีขนาดนี้
หลิงหานแสดงเสร็จก็เงยหน้ามองฟูจิอิ ฟูจิอิได้สติกลับมา โบกมือบอก “แสดงต่อ!”
แสดงต่อหรือ
ไม่ใช่แค่หลิงหานที่ประหลาดใจ คนอื่นก็ประหลาดใจเช่นกัน นักแสดงนำของ MV ในวันนี้เห็นได้ชัดว่าเป็อีซวี่ ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ทำไมฟูจิอิ ต้องเสียเวลาให้นักแสดงหน้าใหม่ลองแสดงบทนำด้วยล่ะ
สีหน้าอีซวี่ไม่น่ามองยิ่งกว่าเดิม เขารู้สึกว่าตัวเองโดนตบหน้าอย่างแรงอีกครั้งแล้ว ในใจเขาเกลียดชังฟูจิอิมากขึ้นเรื่อยๆ
สีหน้าของอีซวี่ตกอยู่ในสายตาของหลิงหาน เขายิ้มเย็นในใจ อย่างนี้ก็รับไม่ได้แล้วหรือ ฉันไม่หยุดแค่ทำให้นายรู้สึกทนไม่ได้ แต่ยิ่งต้องทำให้นายเกิดปมขึ้นในใจ
วิธีของฉันไม่สกปรกเหมือนของนาย ฉันใช้ความสามารถของตัวเองเอาชนะนายอย่างตรงไปตรงมา
เขาไม่ได้บอกปัด หันหลังมาเข้าท่าทางรวดเร็ว แสดงตามบทต่อไป ก้มหน้าลง ผมหน้าม้ากระจัดกระจายปรกสายตาโศกเศร้าของเขา
“เข่อซิน ฉันก็มีความปรารถนาอยู่อย่างหนึ่ง หวังว่าเธอจะทำให้ฉันพอใจได้” หลิงหานพูดเสียงเบา
โอวอิ่งถามอย่างแปลกใจ “นายมีความปรารถนาอะไรที่้าให้ฉันทำให้เป็จริงหรือ ฉันเต้นเพื่อนายไม่ได้อีกแล้ว”
“ไม่ใช่เื่เต้น”
“งั้นอะไรคะ”
หลิงหานเงียบไปครู่หนึ่ง พูดอย่างสงบ “เธอเลิกกับฉันได้ไหม”
โอวอิ่งนิ่งตะลึง เพราะเ้าของมือสั่นไหวพิราบขาวบนฝ่ามือจึงใ กระพือปีกบินจากไป
“นายว่าอะไรนะ” เสียงของโอวอิ่งสั่นเล็กน้อย ยื่นมือดึงชายเสื้อหลิงหานโดยไม่ตั้งใจ
“เธอเลิกกับฉันได้ไหม” สายตาหลิงหานสงบมาก สีหน้าเกือบไร้อารมณ์ แต่นิ้วมือเขากำลังสั่นเบาๆ
หยาดน้ำตาเรือนลางในดวงตาโอวอิ่งไหลออกมา ริมฝีปากสั่นจนพูดไม่ออก ตอนรอเธอพูดบทต่อไป ฟูจิอิจึงสั่งคัทอีกครั้ง
“ได้แล้ว” สีหน้าฟูจิอิฉายแววเสียใจ คนดูเข้าใจว่าเขาเสียใจอะไร สองคนเปรียบเทียบกัน หลิงหานทำหน้าที่นักแสดงนำชายได้ดีกว่าอีซวี่จริงๆ และแม้ว่าจะเป็ฟูจิอิ เขาก็ไม่สามารถทำให้เ้านายตัวเองเปลี่ยนตัวอีซวี่ออกไปได้ สุดท้ายแล้ว MV นี้ก็ถ่ายทำเพื่อเอาใจอีซวี่นั่นเอง
อีซวี่สีหน้าซีดเผือด ตอนนี้เขาไม่ได้เกลียดแค่ฟูจิอิ แต่เกลียดหลิงหานด้วย ทำไมนักแสดงหน้าใหม่คนหนึ่งต้องทำตัวเด่นอะไรขนาดนี้ ราวกับว่าเพื่อที่จะตบหน้าตัวเขาเองก็ว่าได้
หลิงหานไม่มองเขาสักนิด พยักหน้าให้ฟูจิอิกับโอวอิ่งแล้วเดินจากไป
โอวอิ่งตกตะลึงมองหลังของเขาที่เดินจากไป ตอนแสดงคู่กับอีซวี่ มักจะคิดหาวิธีจำบทพูด กลัวว่าตัวเธอเองจะลืมว่าต้องพูดอะไรต่อไป แต่เมื่อแสดงคู่กับหลิงหาน เธอไม่จำเป็ต้องตั้งใจคิดทบทวนในหัวว่าบทพูดต่อไปคืออะไรเลย เหมือนกับรู้ได้โดยธรรมชาติว่าต้องพูดอะไรต่อไป
ความรู้สึกเช่นนี้มีแค่ตอนแสดงกับนักแสดงรุ่นเก่าเท่านั้น ความสามารถในการตีความของอีกฝ่ายสูงมากๆ เขาสามารถในการนำพาคนที่แสดงด้วยอินไปกับบทได้ แต่หลิงหานเป็แค่นักแสดงหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการเท่านั้นเอง!
มีความสามารถเช่นนี้ ถ้าได้รับการฝึกฝนดีๆ ต่อไปภายภาคหน้าต้องส่องแสงอยู่ในวงการบันเทิงเป็แน่
โอวอิ่งตะลึงอยู่ในใจ
หลังหลิงหานเดินไปแล้ว ฟูจิอิให้อีซวี่กับโอวอิ่งถ่ายฉากต่อไปให้เสร็จ อย่างไรก็ตามทั้งสองคนจะทำอย่างไรก็แสดงออกมาไม่ถูกต้อง อีซวี่ลอกเลียนสีหน้าท่าทางของหลิงหานโดยไม่รู้ตัว แต่ฟูจิอิกลับวิจารณ์มันอย่างไม่มีชิ้นดี
ยิ่งเป็แบบนี้ยิ่งทำให้เขาสับสน ยิ่งสับสนทักษะการแสดงของเขายิ่งแย่ลง ภายหลังเขาถึงขนาดวิจารณ์ว่าเป็เพราะโอวอิ่งแสดงไม่ถูกต้อง จึงพาเขาบิดเบี้ยวไปด้วย ทำให้โอวอิ่งไม่พอใจอย่างมาก
หลิงหานยืนสังเกตการณ์เงียบๆ อยู่ใต้ชายคาห้องห่างออกไปไม่กี่เมตร พอใจมากๆ กับการแสดงออกของอีซวี่ อีซวี่ที่จิตใจไม่สงบ จึงไม่ได้ตั้งใจพิจารณาความหมายของตัวเอง ถ้าเขาตั้งใจที่จะสังเกต ถ่อมตัวค้นหาปัญหาด้านทักษะการแสดงของตัวเอง ไม่แน่ว่าอาจยังไม่เป็ถึงขนาดนี้ น่าเสียดายที่เขานั้นใจแคบ อิจฉาริษยาหลิงหาน คิดแต่จะก้าวข้ามเขา กู้หน้าตัวเองกลับมา แต่กลับตกสู่เงาที่หลิงหานสร้างขึ้น
นี่นายรนหาที่เอง
หลิงหานยิ้มเยือกเย็นเล็กน้อย นั่งลงอ่านบทของตัวเองต่อ
ตอนเช้าถ่ายไปได้แค่ฉากเดียว เพื่อเร่งความคืบหน้า ฟูจิอิจึงทำได้เพียงฝืนปล่อยอีซวี่ไป อีซวี่โดนทรมานจนหน้าตามอมแมม ไม่เป็ธรรมกับโอวอิ่งที่สุด เธอทรมานไปกับอีซวี่ด้วย ฟูจิอิไม่พอใจอีซวี่มากขึ้นเรื่อยๆ อีซวี่ที่คิดว่าตัวเขาเองดีเลิศ ก็คิดไปเองว่าฟูจิอิ้าทำให้เขาลำบากใจอย่างแน่นอน
หลังเลิกงาน โอวอิ่งรีบวิ่งไปนั่งบนเก้าอี้ข้างกายหลิงหานทันที “ดูคุณสิ ว่างอยู่นี่ตั้งครึ่งวัน”
หลิงหานหงายมือขึ้นสองข้าง “ผมก็ไม่ได้อยากว่างนะ!”
เห็นว่าทีมงานไม่ได้สนใจทางนี้ โอวอิ่งจึงบ่นขึ้นมาทันที “โทษอีซวี่เลย โดนสั่งคัทบ่อยขนาดนั้น ทำให้ฉันต้องแสดงกับเขาตั้งหลายฉาก น่าโมโหที่สุดคือจู่ๆ โทษว่าฉันแสดงไม่ดีพาเขาเสียไปด้วย ฉันเพิ่งเจอคนแบบนี้ครั้งแรก เป็ฉันที่แสดงไม่ดีหรือ คุณฟูจิอิก็พูดกับฉันไม่กี่ครั้ง พูดแต่ว่าเขาแสดงไม่ดีทั้งนั้นแหละ!”
หลิงหานไม่พูดอะไร
โอวอิ่งบ่นต่อ “ตัวเองแสดงไม่ดียังจะโทษคนอื่นอีก ใจแคบจริงๆ”
“เธอว่าใครใจแคบ”
เสียงของอีซวี่พลันดังขึ้นมาด้านข้างทำให้โอวอิ่งใ ทั้งสองคนหันหน้าไปเห็นอีซวี่ยืนอยู่ไม่ไกล คำพูดเมื่อตะกี๊เขาต้องได้ยินอย่างแน่นอน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/5e985a8f9bfc68dbf98421554d797302