บทที่ 8 ไคลล์ เดอแวนเดล และเหตุระทึกขวัญ
ฉันเปิดดูข้อความในฟิง ปรากฏว่าเป็ข้อความจากคุณคาน่า เธอส่งลิงค์ใบสมัครว่าที่ผู้นำเดอะนอร์รุ่นที่ 145 มาให้ฉัน บอกว่าช่วยอำนวยความสะดวกให้ ฉันจะได้ไม่ต้องเสียเวลาหา โอ้โห…นี่กำลังมัดมือชกกันรึเปล่าคะเนี่ยคุณคาน่า
ฉันนึกถึงเื่ที่โยนาพูดไว้ก่อนหน้านี้ที่บอกว่าสมาชิกตระกูลโนเรียส่วนใหญ่หยิ่งยะโส ชอบวางท่า วางอำนาจ มันคือเื่จริงนั่นแหละ ตอนที่ฉันฝึกงานเป็ผู้ช่วยเลขาของลุงฑีระที่ออลเวย์เกรท มีคนในตระกูลหลายคนเลยที่ทำเชิดใส่ฉัน บางคนถึงกับพูดเหยียดฉันด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะเลดี้ฮันน่าคอยส่งของขวัญวันปีใหม่ หรือของขวัญวันเกิดมาให้ฉัน แสดงให้คนพวกนั้นเห็นว่าเลดี้เห็นฉันอยู่ในสายตา พวกนั้นก็คงไม่นับฉันเป็คนตระกูลโนเรียหรอก ที่พวกนั้นกล้าทำกับฉันแบบนั้นก็เพราะแม่พาฉันแยกตัวออกมาจากบ้านตระกูลโนเรียยังไงล่ะ พวกเค้าคิดว่าแม่ฉันไม่เห็นหัวคนในตระกูลโนเรีย แหม…ก็เพราะมีคนที่ทำตัวน่ารังเกียจอย่างพวกแกอยู่ไงล่ะ แม่ฉันถึงได้ไม่ยอมทนอยู่ ในฐานะที่จิติญญาในร่างนี้ของฉันคือผู้ก่อตั้งตระกูลโนเรีย คือบรรพบุรุษของพวกแก ฉันคงต้องหาทางสั่งสอนพวกแกสักหน่อยแล้ว
“กำลังทำอะไรอยู่เหรอครับ”
“อุ๊ย! ใหมด!” ฉันกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่ ๆ ก็มีคนมาทำให้ฉันใเป็รอบที่ 2 ฉันเงยหน้ามองก็เห็นชายหนุ่มผมบลอนด์จัดตาสีทองกำลังยิ้มมองมาที่ฉัน นี่มันคนตระกูลเดอแวนเดลที่เจอเมื่อวานนี่ เขายื่นมือมาตรงหน้าฉัน แสดงความประสงค์ชัดเจนว่า้าจะเชคแฮนด์
“สวัสดีครับ ผมชื่อไคลล์ เดอแวนเดล ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณ…”
‘ลองแอบล้วงความลับพ่อหนุ่มนี่ดูดีกว่า กำลังมีเื่สงสัยอยู่พอดี’ ว่าแล้วฉันก็ยื่นมือขวาออกไปจับกับมือที่อีกฝ่ายยื่นมา
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อวิกกี้ โนเรียค่ะ…โอ้ย!” ฉันรีบชักมือกลับทันควัน รู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าช๊อตอย่างแรง ตอนที่กำลังเพ่งจิตอยากรู้ว่าผู้ชายคนนี้มาที่นี่ทำไม โดนช๊อตจนชาไปทั้งมือทั้งแขนเลย ฉันสะบัดมือขวาไล่ความชา อีกฝ่ายเลิกคิ้วมองฉันก่อนจะยิ้มมุมปาก
“เธอคิดจะล้วงความลับฉันเหรอ เสียใจด้วยนะ เธอทำไม่สำเร็จหรอก บอกให้เธอรู้ไว้ด้วยความหวังดีนะ ว่ายิ่งเธอใช้พลังมาคุกคามจิตของฉันมากเท่าไหร่ มันก็จะถูกสะท้อนกลับไปหาเ้าของพลังมากกว่าเดิมเป็เท่าตัว”
ถูกตานี่จับได้น่าอายชะมัด ยังไงก็ต้องขอโทษก่อน “ขอโทษด้วยค่ะที่เสียมารยาท แล้วก็…ขอบคุณนะคะที่เตือน” ฉันสะบัดมือไล่ความชา ขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกชามากทั้งมือและแขน คราวหน้าจะใช้พลังกับใครคงต้องดูให้ดีก่อน สุ่มสี่สุ่มห้าใช้แล้วเจอแบบนี้บ่อย ๆ ก็ไม่ไหวนะ แถมยังเป็มือใหม่หัดใช้พลังพิเศษอีกต่างหาก เฮ้อ…
“ขอโทษนะ ยื่นมือเธอมานี่สิ ฉันช่วย” ไคลล์ยื่นมือมาตรงหน้าฉันอีกรอบ ฉันมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่วางใจ เค้าหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะบอกว่า “ฉันไม่ทำอะไรเธออีกหรอกน่า แค่จะช่วยรักษาอาการชาให้”
ได้ยินเค้าพูดแบบนั้น ฉันจึงค่อย ๆ วางมือที่ชาของตัวเองลงบนมืออีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง ครู่ต่อมาฉันก็รับรู้ถึงกระแสพลังอุ่น ๆ ที่ค่อย ๆ ไล่ความชาออกจากแขนฉันไป ตอนที่อีกฝ่ายปล่อยมือ ฉันก็รู้สึกว่าแขนฉันกลับมาเป็ปกติแล้ว ไม่มีความชาหลงเหลืออยู่เลย ฉันกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายเบา ๆ เขายิ้มแล้วนั่งลงตรงข้ามฉัน
“เธอทำงานอยู่แผนกนี้เหรอ” ไคลล์เอ่ยถามฉัน เขายกแขนทั้งสองข้างขึ้นประสานมือกันไว้ที่หลังท้ายทอยแล้วเอนพิงพนักโซฟา ขาขวายกขึ้นพาดเข่าซ้าย นั่งด้วยท่าทางสบายใจเฉิบมาก
“ใช่ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับ “ฉันเป็คีปเปอร์ เพิ่งมาฝึกงานแบบเต็มตัววันนี้วันแรกค่ะ แล้วคุณล่ะคะ มาทำอะไรที่นี่” ฉันถามอีกฝ่ายกลับ
“ฉันก็เป็คีปเปอร์คนใหม่เหมือนเธอนั่นแหละ มาฝึกงานวันแรกเหมือนกัน” คำตอบของเค้าทำเอาฉันเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ
“น่าแปลกจังเลยนะคะที่คนตระกูลเดอแวนเดลอย่างคุณมาฝึกงานที่นี่ ทั้ง ๆ ที่บ้านคุณมีธุรกิจั์ใหญ่ระดับโลกขนาดนั้น ทำไมคุณถึงไม่ช่วยงานของที่บ้านคุณล่ะ” ฉันเอ่ยถามอย่างสงสัย
“คุณย่าอยากให้ฉันมาน่ะสิ เธอรู้จักท่านมั้ย มอนิก้า เดอแวนเดล“
ฉันนึกถึงข่าวของหญิงสูงวัยผู้นี่ที่มักจะผ่านตาอยู่บ่อย ๆ “ใครจะไม่รู้จักท่านล่ะคะ นักทำนายแห่งศตวรรษที่ยี่สิบห้า”
“นั่นแหละ ท่านบอกว่าฉันจะได้รับโชคครั้งใหญ่ในชีวิตจากที่นี่ ประจวบเหมาะกับเวย์ พี่ชายฉันต้องมาเจรจาธุรกิจที่ไทยพอดี ฉันก็เลยลองตามมาดู” ไคลล์อธิบาย
“แล้วอยู่ ๆ ทำไมลงเอยมาเป็ทำงานที่แผนกนี้ได้ล่ะคะ”
“ก็คุณคาน่าน่ะสิ ถามฉันว่าอยากลองหาประสบการณ์ทำงานที่น่าตื่นเต้นเร้าใจดูมั้ย ฉันจะได้ใช้ความสามารถที่มีทั้งหมดเต็มศักยภาพแน่นอน ฉันเป็คนชอบทำอะไรที่ท้าทายอยู่แล้วก็เลยลองดู”
“อ่อ อย่างนี้นี่เอง”
ยังไม่ทันได้คุยอะไรกันต่อ ฉันก็เหลือบไปเห็นโทนี่เดินออกมาจากห้องทดลองลับ ไคลล์มองตามสายตาฉัน เค้าขมวดคิ้วเมื่อเห็นโทนี่ก่อนจะพูดว่า
“ผู้ชายคนนี้มีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ เค้าป่วยรึเปล่า หน้าก็ดูซีด ๆ” ฉันหันขวับไปมองโทนี่ที่กำลังจะเดินผ่านโต๊ะที่ฉันกับไคลล์กำลังนั่งคุยกันอยู่ ฉันตัดสินใจลุกพรวดและเดินราวกับจะพุ่งเข้าไปหาโทนี่
“เดี๋ยวก่อนค่ะ คุณโทนี่ หน้าคุณซีดมาก คุณเป็อะไรรึเปล่าคะ” ฉันรีบแตะไปที่ตัวเค้า เหมือนเค้าจะงงกับพฤติกรรมปุบปับของฉันจนชะงักไปครู่หนึ่ง แต่แล้วก็รีบเบี่ยงตัวออกจากมือฉันอย่างรวดเร็ว แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ฉันรีบคว้าแขนโทนี่ไว้อีกรอบพร้อมกับโพล่งบอกไคลล์ทันที
“จับตัวเค้าไว้! เค้าขโมยข้อมูลบางอย่างออกมาจากห้องทดลอง” ไคลล์พุ่งเข้ามาทันที โทนี่ใที่ถูกฉันเปิดโปง เค้าผลักฉันจนกระเด็นไปนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้น…เจ็บชะมัด ดีที่ไคลล์จับเค้าไว้ได้ทันพอดี
แอนที่ก่อนหน้านี้ยังนั่งนิ่งอยู่ที่โซฟาอีกด้าน อยู่ ๆ ก็เข้ามากระชากไคลล์ออกจากตัวโทนี่ แต่ไคลล์แข็งแรงมาก แอนทำอะไรเค้าไม่ได้ แอนมาช่วยโทนี่ก็แสดงว่าพวกเค้าเป็พวกเดียวกัน แล้วสองคนนี้ดันเป็ S Class ซะอีก แอนวาดมือครั้งนึงกระถางต้นไม้ปลอมก็ลอยไปที่ศีรษะไคลล์อย่างรวดเร็ว ไคลล์หลบได้ทัน แล้วต้องเจอกับพลังหมัดของโทนี่ต่อ แต่เค้าก็ยังหลบพ้น เก้าอี้โซฟาจึงต้องรับเคราะห์ไปแทนไคลล์ มันถึงกับพังบุบบี้ไม่เหลือชิ้นดีเลยทีเดียว ฉันรีบมองหาบางอย่างแล้วพุ่งเข้าไปหามันทันที มันคือสัญญาณฉุกเฉินที่ฉันสังเกตเห็นั้แ่เมื่อวาน อยู่ใกล้กับประตูทางเข้าออกแผนก ทันทีที่กดปุ่มเสียงสัญญาณเตือนก็ดังขึ้น
“รีบไป! การ์ดจะมาถึงในหนึ่งนาที ออกทางหน้าต่างบันไดหนีไฟนะ ทางออกอื่นปิดล็อกอัตโนมัติไปแล้ว” แอนะโบอกโทนี่ เธอจู่โจมไคลล์อย่างหนักหน่วงด้วยของสารพัดอย่างปลิวว่อนไปหมด ฉันรีบหาที่กำบังหลบ
ไคลล์ปฏิกิริยาว่องไวมาก เค้าหลบการโจมตีของแอนพ้น แต่ก็ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เช่นกัน เพราะคู่ต่อสู้เป็สายจู่โจมระยะไกล ในขณะที่ตัวเค้าถนัดต่อสู้ระยะประชิด แล้วยิ่งโดน 2 รุม 1 แบบนี้ทำให้ลำบากพอตัว โทนี่พยายามหาช่องทางหลบหนี แต่ไคลล์ก็พยายามดักเค้าไว้ ไม่ยอมปล่อยไปง่าย ๆ
“โอ้ยย…เมื่อไหร่จะมา” ฉันร้อนรนกระวนกระวายใจ รู้สึกเหมือนมันนานมากแล้วั้แ่กดสัญญาณฉุกเฉินไป แต่ความจริงคือเพิ่งจะผ่านไปแค่ไม่กี่สิบวินาทีเท่านั้น
“เกิดอะไรขึ้น! ทำไม…ว๊ายยยย!” โยนาโผล่หน้าออกมาดูจากห้องทำงานแต่ก็เจอเข้ากับแจกันดอกไม้อันใหญ่ที่พุ่งไปหาจนต้องผลุบหน้าหลบกลับเข้าไปในห้องแทบไม่ทัน
แล้วตอนนั้นเอง ประตูทางเข้าแผนกก็เปิดออก การ์ดในชุดรัดกุมสีดำนับสิบวิ่งเรียงแถวกรูกันเข้ามาอย่างรวดเร็วและเป็ระเบียบ ทุกคนสวมแว่นนิรภัยและหน้ากากสีดำปิดใบหน้าส่วนล่างั้แ่จมูกลงมาไว้ทั้งหมด ทำให้มองไม่เห็นหน้าค่าตากันเลย อาวุธครบมือหลากหลายประเภทที่พวกเค้าใช้ฉันก็ไม่รู้จักเลย
การ์ดหนึ่งในนั้นที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าทีมยกมือขวาที่สวมถุงมือสีดำขึ้นทำสัญญาณมือ ลูกทีมที่เหลือต่างวิ่งปรับเปลี่ยนตำแหน่งตัวเองกันอย่างว่องไวเป็ระเบียบ ผู้ร้ายทั้งสองคนถูกพวกเค้าล้อมเอาไว้ตรงกลาง ไคลล์ที่ต่อสู้ติดพันกับสองคนนั้นก็ติดอยู่ในวงล้อมด้วย
“นายรีบถอยออกมา” หัวหน้าทีมการ์ดส่งเสียงบอกไคลล์ ไคลล์รีบหลบฉากออกมาอย่างว่องไว แอนกับโทนี่หน้าตาเคร่งเครียดมาก
“พวกแกจะยอมจำนนแต่โดยดีมั้ย จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว” หัวหน้าการ์ดพูดกับแอนและโทนี่ แอนยิ้มหยัน ในขณะที่โทนี่เหมือนจะตาแดง ดูเหมือนเค้ากำลังเสียขวัญ ทั้งกลัวและเสียใจไปพร้อมกัน
“ถึงขนาดนี้แล้ว จะสู้หรือยอมจำนน ผลลัพธ์สุดท้ายมันก็ไม่ต่างกันหรอก” แอนหันขวับมองมาทางฉันที่ยังนั่งหลบอยู่หลังโซฟาตัวใหญ่ โผล่แต่หน้าออกมาดูสถานการณ์ “ไม่มีเธอ แผนการณ์ก็คงสำเร็จไปแล้ว แต่เป็แบบนี้ก็ดีเหมือนกันจะได้จบ ๆ ไป เพราะรอดจากที่นี่ออกไปยังไงก็คงต้องตายอยู่ดี ฮ่า ๆ ๆ” แอนเริ่มหัวเราะเหมือนคนบ้า ส่วนโทนี่เอาแต่ยืนก้มหน้าตัวสั่น
หัวหน้าการ์ดส่งสัญญาณมือให้ลูกทีมจำนวนหนึ่งเข้าไปจับกุมคนร้ายทั้งสอง แล้วตอนนั้นเองแอนที่กำลังหัวเราะอยู่ก็หยุดหัวเราะกะทันหัน เธอมีท่าทางผิดปกติเหมือนกับคนกำลังหายใจไม่ออก ตาเหลือกลาน สองมือกุมคอกุมหน้าอก เริ่มมีเืไหลออกมาจากปากและจมูก
“หยุด! อย่าเพิ่งเข้าใกล้ ระวังอาจเป็สารพิษ” หัวหน้าการ์ดสั่งหยุดลูกทีมตัวเองที่กำลังจะเข้าไปจับกุมแอนกับโทนี่
“เธอกำลังจะตาย พลังในร่างกายเริ่มลดระดับลงเรื่อย ๆ เลย” ไคลล์โพล่งออกมา
ฉันได้ยินดังนั้นก็หันขวับไปมองโทนี่ เขาเพิ่งล้มลงกระแทกพื้น เริ่มมีอาการเหมือนแอน ฉันรีบพุ่งเข้าไปหาโทนี่อย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบโดยไม่คิดอะไร
“หยุด! เธอคิดจะทำอะไร” หัวหน้าการ์ดจับตัวฉันไว้ไม่ให้เข้าใกล้โทนี่
“ฉันต้องเข้าไปดูความทรงจำของเค้า ก่อนที่เค้าจะตาย” ฉันบอกอีกฝ่ายอย่างร้อนใจ
“ปล่อยเธอไป พลังของเธอจะทำให้เรารู้เื่ทั้งหมด” ไคลล์บอกหัวหน้าการ์ด
“เธออาจจะโดนพิษ” หัวหน้าการ์ดแย้ง ฉันเห็นถุงมือที่เค้าสวมอยู่จึงกะจะกระชากมันออกมา แต่หัวหน้าการ์ดปฏิกิริยาว่องไวจับมือฉันไว้ทัน เค้ารู้ความคิดของฉัน จึงถอดถุงมือออกมาให้ฉันเอง
“ระวังตัวด้วย” เค้าเตือน
ฉันวิ่งเข้าไปหาโทนี่พร้อมกับสวมถุงมือไปด้วย เค้ากำลังกระเสือกกระสนทุรนทุราย ในขณะที่แอนแน่นิ่งไปแล้ว ฉันแตะไปที่แขนเค้าอย่างรวดเร็ว หลับตาลง ตั้งจิตอย่างมุ่งมั่นให้ครั้งนี้ใช้พลังได้อย่างราบรื่น และแล้วภาพเหตุการณ์ก็มา…
----------------------------------------
ตอนหน้า วิกกี้ของเราจะล้วงความทรงจำอะไรได้มั้ยนะ ปริศนาเริ่มปรากฏแล้วจ้า