ก่อนที่ เ้าซีซวนหรือหญิงสาวที่อยู่ในภาพฝันของละอองจันทร์จะพลัดตกลงไปในแม่น้ำหวงเหอ ในวันนั้นเป็วัน ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 1 ซึ่งเป็วันสุดท้ายในการฉลองเทศกาลปีใหม่ที่มีหิมะตกโปรยปราย เ้าซวนซวนวัย 9 ย่าง 10 หนาวได้แอบลักลอบออกจากจวนโดยไม่ได้บอกกล่าวผู้ใด
มีเพียงสาวใช้นามว่าหลี่ซือที่ติดตามไป “คุณหนูท่านจะออกจากจวนไปจริงๆหรือเ้าค่ะ”
“ก็ใช่นะสิลี่ซือหรือว่าเ้าไม่ไป หากเ้าไม่ไปก็ต้องห้ามบอกผู้ใด ไม่งั้นข้าจะให้เ้าไปรับใช้ผู้อื่นแทน” พร้อมกับทำน้ำเสียงและท่าทางข่มขู่
“คุณหนูอย่าทำเช่นนี้สิเ้าค่ะ คุณหนูจะไปที่ใด หลี่ซือก็ต้องติดตามไปด้วยสิเ้าค่ะ จะขึ้นนรกหรือตก์หรือจะไปที่แห่งใดหลี่ซือก็ต้องติดตามไปด้วย ราวกับแมลงวันตอมมูลวัว ”
“งั้นเ้า...”
“เ้าค่ะลี่ซือพยักหน้า หลี่ซือขอตัวซักครู่”
เ้าซีซวนยังไม่ทันเอ๋ยปาก หลี่ซือก็ตอบรับเสียแล้วราวกับว่าเพียงมองตาก็รู้ใจ และดูเหมือนว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งสองออกจากจวน “นี่เ้าค่ะ++ ชุดคุณหนูหนึ่งชุด หลี่ซือหนึ่งชุด รวมเป็ 2 ชุด และที่ขาดไม่ได้นี่เ้าค่ะ ตำลึง วันนี้จะกินให้พุงกางเลยทีเดียว ฮ่าๆ” หลี่ซื่อกล่าว
ก่อนหน้านั้น เ้าซีซวน ได้บอกกล่าวกับเหล่าข้ารับใช้ภายในเรือน “วันนี้ข้ารู้สึกเหมื่อยล้าและง่วงนอนยิ่งนัก ห้ามผู้ใดรบกวน หลังจากนั้นยามโหย่ว (17.00-19.00 น.) สองนายบ่าวจึงลักลอบออกจากจวน โดยโพร่งสุนัขใต้กำแพงด้านหลังเรือนพอที่จะให้เด็กตัวเล็กๆลอดผ่านออกไปได้และหากไม่สังเกตุดีๆก็คงมองไม่เห็นเพราะมีวัชพืชปิดบังไว้
“คุณหนู คุณหนูเ้าค่ะ ขนมยฺเหวียนเซียว (บัวลอย) ตรงนั้นน่าทานจังเลยคุณหนูรออยู่ตรงนี้ก่อนนะเ้าค่ะ เดี๋ยวหลี่ซื่อจะไปซื้อมาให้ท่านได้ลิ้มลองนะเ้าค่ะ” ยังไม่ทันที่เ้าซีซวนจะอนุญาติ หลี่ซื่อก็หายลับตาไปเสียแล้ว ระหว่างรอหลี่ซือไม่รู้ว่าฝูงชนมาจากไหนจึงทำให้เ้าซีซวนต้องเดินตามไปกับคลื่นฝูงชน เ้าซีซวนรู้สึกวิตกกังวลและร้อนรนเป็อย่างมาก หลังจากออกมาจากคลื่นฝูงชนได้แล้วนางจึงเดินไปทั่วจนถึงริมแม่น้ำหวงเหอ (แม่น้ำเหลือง) “ เอ๊ะ!!” เ้าซีซวนอุทาน ในสายตาของเ้าซีซวนคลับคล้ายคลับคลาว่าจะมีคนอยู่ในแม่น้ำหวงเหอและกำลังจะหมดเรี่ยวแรง ทำอย่างไรดีนะจึงจะช่วยคนผู้นั้นได้ คิดสิคิด..คิดสิ..ซวนซวนเ้าออกฉลาด เก่งกล้าสามารถขนาดนี้ไร้ใครเทียม หันซ้ายก็แล้ว หันขวาก็แล้ว คิดร้องะโให้คนช่วย ก็ไม่เห็นจะมีผู้ใดนอกจากตัวเธอ นั่นไง!! กิ่งหลิว หากข้าหักกิ่งหลิวยื่นให้คนผู้นั้นจับและดึงตัวตัวขึ้นมา เ้าซีซวนตบมือด้วยความยินดี “ข้านี่ฉลาดจริงๆ” หลังจากอุทานกับตนเองว่าตนเองเก่ง เ้าซีซวนจึง รีบหักกิ่งหลิวและะโเรียกคนผู้นั้น
“นี่เ้าอ่ะ!! จับกิ่งหลิวนี่ไว้นะ ข้าจะดึงเ้าขึ้นมา” และดูเหมือว่าคนผู้นั้นจะได้ยิน จึงได้พยายามว่ายน้ำทวนกระแสมาทางนางและคิดภายในใจว่าเด็กตัวเล็กเพียงนี้จะช่วยเขาได้อย่างไรแต่ก็ดีกว่าต้องตายภายใต้แม่น้ำนี้ เขายังตายไม่ได้ แต่เรียวแรงของเขาแค่จะพยุงตัวเองลอยคออยู่บนน้ำก็ยากเหลือเกิน
ดูเหมือนคนผู้นั้นจะเรี่ยวแรงกำลังจะหมด หากตนรออยู่บนนี้คนผู้นั้นก็คงจะไม่อาจขึ้นมาได้ เ้าซีซวนจึงละทิ้งความกลัวเดินลงไปยังขอบแม่น้ำและค่อยๆเดินลงไปยังแม่น้ำเกือบครึ่งตัว พอให้คนผู้นั้นจับกิ่งหลิวเอาไว้ได้หลังจากนั้นจึงค่อยๆลากขึ้นฝั่ง
ด้วยกระแสน้ำที่รุนแรงทำให้เกิดแรงสะท้อนกลับ เ้าซีซวนถูกคลื่นซัดจมหายลงไปยังแม่น้ำส่วนคนผู้นั้นโชคดีอย่างยิ่งถูกน้ำพัดพาเข้าสู่ชายฝั่ง
แต่ใครกันจะคาดคิด ว่าผู้ที่ตนช่วยชีวิต จะกลายเป็ผู้ทำลายชีวิตของตัวเธอเอง
ความเ็ปจากเบื้องลึกของจิติญญา แปรเปลี่ยนเป็ความเคียดแค้นอย่างรุนแรง ด้วยความอาฆาตที่เปล่งประกายออกมาจนทำให้หลี่ซือที่อยู่ข้างๆรู้สึกกดดันอย่างไม่รู้สาเหตุ
ไม่เป็ไร ละอองจันทร์ปลอบใจตนเอง ต่อไปนี้เธอจะเอาคืนทุกสิ่งทุกอย่างและตอบแทนมันทุกผู้ที่ทำลายชีวิตของเ้าซีซวนเอง
และย้ำคิดกับตนเองในใจวนไปวนมา ต่อไปนี้ข้าคือเ้าซีซวน ข้าคือเ้าซีซวน
ขณะที่เ้าซีซวนติดอยู่ในวังวนความคิดตนเอง
“คุณหนูใหญ่ คุณหนูใหญ่เ้าค่ะ ท่านเป็อะไร ทำไมถึงเป็เยี่ยงนี้เ้าค่ะ?” หลี่ซื่อเรียกร้องด้วยความตื่นตระหนกใละทิ้งความกลัวเดินเข้าไปเข่าตัวเ้าซีซวนอย่างรุนแรง
จึงทำให้เ้าซีซวนหลุดออกมาจากพะวังในทันใด
“หยุด!! หยุดได้แล้วคอข้าจะหลุดจากบ่าอยู่แล้ว ขืนเ้ายังเขย่าตัวข้าอยู่อย่างนี้มีหวังข้าได้ไปพบกับยมบาลจริงๆ”
“เ้าค่ะคุณหนู” หลี่ซื่อทำหน้ารู้สึกผิด แล้วลงไปโขกคำนับเ้าซีซวนอีกครั้ง “หลี่ซื่อขออภัยเ้าค่ะ” ฮื่อๆ
“ขื่นเ้ายังร้องไห้ฟูมฟายอยู่อย่างนี้และยังไม่เลิกโขกหัว ต่อไปข้าจะให้ท่านแม่เปลี่ยนตัวผู้รับใช้ข้า เพราะข้าไม่อาจให้ผู้อื่นว่าข้าไร้ความเมตตาค่อยแต่จะรังแกสาวใช้ได้”
“ฮื่อๆเ้าค่ะ หลี่ซือมิกล้าแล้ว” ฟืดๆเสียงสูดน้ำมูกทั้งน้ำตา”
พลันทำให้เ้าซีซวนรู้สึกสลดใจว่าทำไม ตนถึงมีสาวใช้ที่ทั้งชอบร้องไห้และทั้งขี้แยขนาดนี้
ก๊อกๆเสียงเคาะประตู พร้อมกับเสียงสาวใช้นามว่าหลี่ถิง ดังเข้ามา “คุณหนูใหญ่ เ้าค่ะ ตอนนี้ฮูหยินใหญ่และท่านหมอโจวรออยู่ที่เรือนรับรองด้านนอกเ้าค่ะ”
“เชิญให้ท่านแม่กับท่านหมอโจวเข้ามา”
“เ้าค่ะ” เสียงตอบรับจากสาวใช้นามว่าหลี่ถิง
“ซวนซวนคารวะท่านแม่ เป็ซวนซวนที่อกตัญญูที่ไม่สามารถออกไปตอนรับท่านแม่ได้ ทำได้แต่เพียงแต่นอนรอท่านแม่อยู่ตรงนี้”
“แค่เ้าหายและกลับมาร่าเริงดั่งเดิมก็นับว่ากตัญญูแล้ว” เสียงอ่อนโยนและเอื้ออาทรเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักดังขึ้นมาจากสตรีวัยกลางคนที่มีวัยล่วงเลยกว่า 40 หนาวแต่กาลเวลาก็ไม่สามารถบั่นทอนความงามนั้นลงได้ มารดาของร่างนี้จะรู้ไหมนะว่าบุตรของตนได้จากไปแล้ว ส่วนตนก็เพียงแค่อาศัยร่างของบุตรนางอยู่ แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีอยู่ของสตรีตรงหน้าทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นจริงๆ และเป็สิ่งที่ตนเฝ้ารอ,รอคอยและโหยหามานาน อดีตที่ไร้ซึ่งบิดา,มารดาและครอบครัว
จะเป็ไรหรือไม่หากตนจะยึดครองความอบอุ่นนี้ จะเป็การเห็นแก่ตัวเกินไปหรือไม่ ถึงแม้ตนจะไม่ใช้คนในตระกูลหรือเป็ลูกที่ได้เกิดมาจริงๆ เป็เพียงกลุ่มก้อนพลังงานที่มาสิงสู่ แต่ตนก็จะปกป้องดูแลรักษาครอบครัวนี้ให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ตนนั้นโหยหาและ้าความรักและครอบครัวมานานและเป็ไปตามปนิธานของตนที่ตั้งใจไว้แต่แรก
ว่าจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาเ้าซีซวนไม่ให้โหดร้ายดังเดิม จากการที่คิดไว้ว่าจะเป็ เพียงฝันในยามนิทรา แต่กลับกลายว่าตนจะต้องมาใช้ชีวิตในร่างของเ้าซีซวนแทน ถึงแม้โชคชะตาจะโหดร้ายก็จะไม่หวั่น ด้วยความสามารถที่เธอมี เธอจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตัวเธอเอง แต่ก่อนอื่นเธอจะทำเช่นไรเพื่อแสดงความสามารถนั้นออกมาและไร้ข้อกังขา และหากเธอเก่งกล้าสามารถขึ้นมาทันทีคงมีผู้ไม่ประสงค์ดีกล่าวหาว่าเธอเป็ภูตผีปีศาจร้ายแน่ๆ ไม่ไม่เธอยังไม่อยากถูกเผา ใช่ว่าเธอจะเป็ไก่ย่างซะหน่อย
เฮ้อ!! เป็คนเก่งแต่แสดงความสามารถไม่ได้ เกิดเป็เ้าซีซวนนั้นไม่ง่ายเลยจริงๆ จะแสดงความสามารถทั้งทีก็ต้องมีที่มา ใครก็ได้ช่วยเ้าซีซวนทีเ้าค่ะ งืงๆ Y^Y