เตชินีจับแขนเรียวที่ถูกข้าวต้มหมูลวก ใบหน้าสวยหวานเยเกด้วยความเจ็บร้อน เธอรีบเดินไวๆ ไปที่ห้องน้ำ โดยมีสายตาของจิรกิตติ์มองตามด้วยความเป็ห่วงแกมรู้สึกผิด
ก๊อกๆๆ......
อ๊ะ!!!!!!...... O_O ……
“.........”
ลำพูนได้ยินเสียงดังมาจากภายในห้องนอนของจิรกิตติ์ เลยอดเป็ห่วงเตชินีไม่ได้ จึงมาเคาะประตู แล้วเปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้อง ก็ให้ใเมื่อเห็นชามแตก ข้าวต้มหมูกระจายเปรอะเปื้อนอยู่ทั่วพื้นห้อง แต่ไม่เห็นร่างบางของเตชินี
“ป้าไปดูคนในห้องน้ำทีสิ”
“ค่ะๆ”
จิรกิตติ์ร้องสั่งลำพูนเสียงเข้ม ลำพูนจึงรู้เลยว่าเตชินีอยู่ในห้องน้ำ จึงตอบรับคำสั่งของจิรกิตติ์แล้วรีบเดินไวๆไปที่ห้องน้ำ ก็เห็นว่าเตชินีอยู่ในห้องน้ำ กำลังเอามือใส่อยู่ที่อ่างน้ำหน้า เพื่อให้น้ำไหลผ่านตรงที่ถูกข้าวต้มหมูลวก
“ตายแล้วคุณนี! โดนลวกหรือคะ?”
“ค่ะป้า”
ลำพูนใ ร้องถามทันทีที่เห็นผิวเนื้อขาวๆขึ้นสีแดงเป็วงกว้าง เตชินีหันมามองลำพูนด้วยสีหน้าที่เห็นได้ว่ายังคงเจ็บร้อน เตชินีพยักหน้าตอบลำพูน ก่อนจะหันกลับไปมองดูมือที่กำลังให้น้ำเย็นไหลผ่าน
สักพักเตชินีกับลำพูนก็เดินออกจากห้องน้ำ จิรกิตติ์ที่จ้องมองประตูห้องน้ำด้วยสายตาแห่งความเป็ห่วง ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็สายตาเ็า ไม่แยแส ไม่ใยดี ขึ้นมาทันทีทันใด
“ไปหายาใส่ซะ...... ที่พูดนี่ไม่ได้เป็ห่วงหรอกนะ ก็แค่ไม่อยากจะให้เธอมาเป็อะไรที่นี่ แค่ที่เหยียบเข้ามาในบ้านหลังนี้ ก็วุ่นวายจนน่ารังเกียจมากพออยู่แล้ว”
“.........”
คำพูดที่ตอนแรกเหมือนจะดูเป็ห่วง แต่พอฟังต่อไป ทำให้เตชินีต้องเม้มปากบางจิ้มลิ้มเข้าหากันจนเป็เส้นตรง และให้รู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆวิ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอระหง ทั้งรู้สึกเจ็บหน่วงที่หัวใจดวงน้อยด้วย
“ไปทำแผลก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวทางนี้ป้าจะทำความสะอาด แล้วจะนำอาหารมาให้คุณกิตติ์เองค่ะ”
ลำพูนมองสบตากับดวงตากลมโตคู่สวย อย่างเห็นใจและสงสารเป็อย่างมาก ที่เจ็บตัวไม่พอยังต้องเจ็บแผล ซ้ำร้ายเจ็บใจเพราะถูกถากถางอีก แต่ลำพูนก็ทำได้แค่เห็นใจและสงสารเท่านั้น ลำพูนช่วยอะไรเตชินีไม่ได้ เพราะเตชินีสมัครใจมาดูแลจิรกิตติ์เองนี่นะ
เตชินีพยักหน้าให้กับลำพูน ก่อนจะหันเหดวงตากลมโตคู่สวยไปมองชายหนุ่มตัวโต ที่ถึ่งนั่งกึ่งนอน ทำหน้านิ่งเ็าอยู่บนเตียงนอน แล้วจึงค่อยจับมือที่ถูกข้าวต้มหมูลวก เดินออกไปจากห้องนอนของจิรกิตติ์
เตชินีทายาทำแผลที่ถูกลวกเสร็จ เธอก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของจิรกิตติ์อีกครั้ง ก็เห็นว่าจิรกิตติ์กำลังกินข้าวต้มหมูที่เธอทำ
“เข้ามาทำไมอีก?”
แต่พอจิรกิตติ์เห็นเตชินีเดินเข้ามา ก็ชะงักมือที่ถือช้อนค้าง ก่อนจะวางช้อนลงไว้ในชาม ขณะพูดเสียงเข้มดุ แต่หากฟังดีๆ เสียงที่พูดไม่ได้เข้มดุดันเหมือนเช่นแต่ก่อนแล้ว
“ก็เข้ามาดูแลคุณตามหน้าที่ของนี เพื่อให้คุณกินข้าวแล้วก็กินยาน่ะสิ”
เตชินีเดินมานั่งลงที่ปลายเตียงนอน แล้วพูดบอกให้จิรกิตติ์รู้เป็นัยๆ ว่าหากว่าเขาไม่ยอมกินข้าวกินยาอย่างที่เธอพูด เธอก็จะยังคงอยู่ในห้องนี้ไม่ยอมออกไปไหน ถึงแม้จะเจ็บตัวสักกี่รอบเธอก็ไม่ไป
“เฮื่ออออ......”
จิรกิตติ์จ้องมองใบหน้าสวยหวานนิ่งชั่วขณะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาแรง ราวกับกำลังเอือมระอาเตชินีอย่างหนักหน่วง แต่พอหลังถอนหายใจ เขาก็หยิบช้อนตักข้าวต้มหมูมาใส่ปากเคี้ยวๆ โดยไม่พูดไม่จากับเตชินีอีก
เตชินีนิ่งเงียบมองดูจิรกิตติ์ตักข้าวต้มหมูเข้าปากคำแล้วคำเล่าอย่างพึงพอใจ จนกระทั่งข้าวต้มหมูหมดไม่เหลืออยู่ในชาม นั่นแหละจิรกิตติ์จึงวางช้อนลงไว้ในชาม แล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม
“ไหนละยา?”
ทั้งที่ยาแก้ปวดแก้ไข้วางอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่จิรกิตติ์ก็ยังคงถามหายาจากเตชินีเสียงเข้มดุ เธอจึงใช้มือเรียวเล็กข้างที่ไม่าเ็หยิบยายื่นส่งให้ จิรกิตติ์รับยามาจากมือเรียวเล็กโยนเข้าปาก แล้วตามด้วยน้ำที่เหลือครึ่งแก้ว
เตชินีมองไปก็ยิ้มบางๆที่มุมปากไป อย่างพึงพอใจกับผลที่ได้รับ ถึงแม้เธอจะต้องได้รับาเ็ก่อนก็เถอะ แต่อาการาเ็ไม่ได้เป็มากมายอะไร ซึ่งก็ถือว่าการาเ็ของเธอนี้คุ้มค่าอยู่บ้าง ที่ทำให้จิรกิตติ์ยอมลงให้อย่างนี้
๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗