“มีข่าวลือว่าคอนโดสุดหรูของคุณริต้ามีหนุ่มใหญ่ซื้อให้อันนี้จริงหรือเปล่าครับ” พิธีกรหนุ่มถามพลางหัวเราะเหมือนเป็เื่สนุกสนาน
“ถ้ามีเื่แบบนั้นก็ดีซิคะคงจะไม่เอาแค่คอนโดหรอกค่ะ ขอบ้านสักหลังเลยดีกว่า”
เมื่อสามปีก่อนเธอหันหลังจากเขา หันหลังให้ข้อเสนอที่เขามอบให้ พระองค์ยังคงจดจำแววตาโกรธแค้นที่เธอจ้องมองก่อนจะจากไปถ้าหากครั้งนั้นเธอไม่ปฏิเสธข้อเสนอที่จะอยู่เคียงข้างพระองค์.... ตอนนี้เธอคงไม่ต้องใส่ชุดวับๆแวมๆ ถ่ายแบบอยู่อย่างนี้
ยิ่งพระองค์ค้นหาเื่ราวของสาริศามากเท่าไหร่ก็ยิ่งพบแต่ข่าวคาวกับผู้ชายมากหน้าหลายตา ทุกครั้งที่ได้รับรู้เื่ราวเ่าั้ก็ยิ่งทรงหงุดหงิดและเจ็บแค้นในใจยิ่งเธอปฏิเสธพระองค์ด้วยความทระนงและหยิ่งในศักดิ์ศรี ทว่าสิ่งที่เธอ
ทำอยู่ทุกวันนี้มันช่างตรงข้าม
“แบบนี้ใช่ไหมที่เ้า้า...”ทรงแสยะยิ้มน่ากลัวออกมา “ถ้านี้เป็สิ่งที่เ้า้า ข้าก็จะจัดให้เ้าตามความปรารถนา...”
แต่กระนั้นภาพความทรงจำก็ยังแจ่มชัดในห้วงของความรู้สึก
“สิ่งล้ำค่าที่สุดของเทซาเนีย?ไม่เคยได้ยินเื่นี้เลยค่ะ”
เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นก่อนจะเอ่ยอธิบาย“เทซาเนียประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าสองร้อยปี แม้จะเป็ประเทศที่อยู่กลางทะเลทรายทว่ากลับอุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำมันดิบและที่ไม่มีใครกล้าพูดถึงก็คือเพชร”
“ทำไมละคะ”
“ชาวเทซาเนียเชื่อว่าพระเ้าทรงประทานสองสิ่งนี้มาให้เพื่อตอบแทนที่พวกเขาผ่านบททดสอบของชีวิตได้นั่นก็คือความอดทนที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางทะเลทราย พวกเขาจึงไม่ปรารถนาจะบอกใครและเก็บสิ่งนี้ไว้เป็ความลับจนเมื่อหลายสิบปีก่อนที่มีการติดต่อกับต่างชาติมากขึ้นทำให้มีการสำรวจพื้นที่ในเทซาเนียจึงได้รู้ว่ามีสิ่งล้ำค่าซุกซ่อนอยู่”
“ชาวบ้านไม่ได้ผลประโยชน์เหรอคะ?”
“ใช่...สุดท้ายแล้วก็เสียเล่ห์พวกนักลงทุนบางคนที่ยังเชื่อมั่นในเื่เล่าก็จะปิดบังและพยายามซ่อนความลับนั้นไว้แต่ความยากจนและไม่รู้หนังสือมันเป็ตัวอุปสรรค์ที่กำลังทดสอบพวกเขาอยู่”
“นั่นคือเหตุผลที่คุณจะกลับเทซาเนียบ้านเกิดของคุณใช่ไหมคะวาคิม...”
“ใช่...ที่นี่คือบ้านเกิดของผม...”
“วันนั้นคุณทำฉันใแทบแย่”สาริศาหัวเราะร่วนพลางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ “คุณคงไม่รังเกียจผู้หญิงดื่มไวน์นะคะ”
ชายหนุ่มโคลงศีรษะไปมา“ผมขอโทษที่ทำให้คุณใ”
“แต่ก็ถือว่าเป็การพบกันที่แปลกดี”สาริศายิ้มแล้วมองเหม่อไปที่บนเวทีเตี้ยๆ มีนักดนตรีกำลังบรรเลงเพลงอยู่ “ฉันต้องทำงานกลางคืนตั้งหลายเดือนกว่าจะได้เก็บเงินมาเที่ยวเทซาเนีย”
“ทำงานกลางคืน?”
“อ๊ะ! อย่าเข้าใจผิดนะคะ” สาริศาโบกมือไปมา “ฉันเป็นักดนตรีค่ะ เล่นไวโอลีน”
่นั้นเธอยังเป็นักศึกษาไส้แห้งที่วิ่งรอกทำงานหลายที่เพื่อเป็ค่าใช้จ่ายของตัวเองที่ประเทศอังกฤษทุกคืนวันเสาร์เธอจะไปเล่นดนตรีที่ผับเล็กๆ แห่งหนึ่ง ผู้คนมากมายทำให้เธอได้รู้จักโลกอีกใบที่ซ้อนอยู่
“ผมไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงไม่ให้คุณรู้สึกกลัวผม”เขาเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ในแสงสลัวสาริศาก็รู้สึกถึงพลังอำนาจในแววตาคมคู่นั้น
“เริ่มด้วยการแนะนำตัวเองก่อนดีไหมคะ”สาริศายิ้มกว้างในแบบฉบับของเธอ “ฉันชื่อ‘สาริศา กวินนาถ’ นักศึกษาวิชาดนตรีที่ไส้แห้งค่ะ”
“ผมชื่อวาคิม” เขายื่นมือไปเพื่อััมือทักทายกับหญิงสาวแต่แทนที่เขาจะปล่อยมือเธอเขากลับพลิกฝ่ามือเธอหงายแล้วยกขึ้นแตะริมฝีปากของเขาเบาๆ“ผมเป็อะไรก็ได้ที่คุณอยากให้ผมเป็”
สาริศาหัวเราะแก้เขินแล้วดึงมือตัวเองกลับแต่ความร้อนจากที่เขาจุดประกายขึ้นยังคงอยู่จนเธอจนแสร้งทำเป็หยิบแก้วไวน์ดื่มขึ้น และนั่นก็กลายเป็จุดเริ่มต้นที่ทั้งสองที่ได้เริ่มทำความรู้จักกัน
สาริศาถอนหายใจเบาๆเมื่อคิดถึงใบหน้าคมเข้ม ‘วาคิม’ เข้ามาในชีวิตเธอ เขาคือผู้ชายรูปร่างสูงสง่าเ้าของแววตาดุดันทว่าหลังจากที่ทั้งสองบังเอิญพบกันในร้านอาหารกึ่งผับที่บิเบวาทั้งสองก็สนิทสนมกันอย่างรวดเร็วจนน่าประหลาดใจ
เขาคือชายคนเดียวกับชายในชุดดำที่เธอในพิพิธภัณฑ์
เธอเป็นักท่องเที่ยวกระเป๋าแห้ง จากที่วางแผนจะอยู่เทซาเนียสามสัปดาห์กลายเป็ว่าเธอต้องอยู่ที่นั้นราวหกสัปดาห์เพราะเกิดการปฏิวัติขึ้นสนามบินถูกปิด นักท่องเที่ยวตกค้างจำนวนมากเธอเป็คนไทยไม่กี่คนที่อยู่ที่เทซาเนียการติดต่อทางการจึงล่าช้ามากกว่าที่คิด แต่กระนั้นเธอก็ไม่รู้สึกหวาดกลัวอะไรนักเพราะตอนนั้นมี‘วาคิม’ที่คอยมาดูแลเธอเป็ระยะๆ
เวลาที่ได้รู้จักพูดคุยมันเหมือนเวลาที่แสนอัศจรรย์เธอค่อยๆเรียนรู้เื่ของเขาไปที่น้อยโดยไม่รู้ว่าวันหนึ่งเขามาพบเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ถ้าคุณไม่สะดวกเราค่อยคุยกันวันอื่นก็ได้ค่ะ” สาริศายิ้มให้อย่างเข้าใจแต่วาคิมคว้าข้อมือเธอไว้ก่อน
“ผมต้องไปจากที่นี่”
“คุณจะไปไหนคะ?” สาริศาถามอย่างใ“ที่นี่เป็บ้านเกิดของคุณไม่ใช่เหรอ”
“ใช่” เขาพยักหน้ารับ “ผมต้องกลับไปแต่งงาน”
“แต่ง...แต่งงาน...”หัวใจของสาริศาเหมือนจะหยุดเต้นไปทันที
“มันเป็ความจำเป็....ผม...”
“ยินดีด้วยค่ะ” สาริศาทำเป็จับมือแสดงความยินดีกับเขาแล้วหัวเราะแต่ในใจเธอมันตรงข้าม“ยินดีด้วยจริงๆ ขอให้คุณมีความสุขมากๆ กับชีวิตคู่ของคุณนะคะ”
“ริต้า...”
“ขอให้คุณพบความสุขในชีวิตค่ะ”
“แต่ผม้าคุณ!”
“แต่คุณกำลังจะแต่งงาน!” สาริศาขึ้นเสียง “แล้วคุณจะให้ฉันไปอยู่ส่วนไหนในชีวิตคุณ!”
“ผมสามารถหาบ้านรถและเงินทองให้คุณใช้ได้ไม่ขาดมือ ขอเพียงคุณอยู่กับผม!”
“วาคิม!” สาริศากำมือแน่น “ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น!”
สาริศาเพิ่งรู้เสียงหัวใจตัวเองก็ครั้งแรกความเ็ปที่เกิดขึ้นจนไม่อาจฝืนยิ้มต่อหน้าเขาได้ หญิงสาวหมุนตัวแล้วรีบจับแท็กซี่เพื่อกลับที่พักน้ำตาหยดแรกร่วงหล่นทันทีที่ปิดบานประตู เธอไม่อาจโกรธหรือโมโหอะไรเขาได้เลย เพราะความััที่เกิดขึ้นมีเพียงคำว่าเพื่อนเท่านั้นเธอไม่เคยรู้อะไรมากไปกว่าเขาชื่อวาคิม
เขาหายไปจากชีวิตเธอเหมือนกับที่เธอทำหัวใจหล่นหาย จากนั้นเธอก็โชคดีมีแมวมอชวนเธอชักไปเล่นดนตรีในโรงแรมหรูฝีมือทางด้านการเล่นไวโอลินที่สะกดใจคนฟังทำให้เธอสร้างชื่อได้อย่างรวดเร็ว แม้จะไม่อาจเทียบชั้นกับนักไวโอลินระดับโลกแต่สำหรับสาริศาแล้วมันคือรางวัลของความพยายามที่ทำมาหลายปี
แต่โชคดีก็อยู่กับเธอได้ไม่นาน...จนกระทั้งเธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้ชีวิตเธอต้องพลิกผันไปอีกครั้งหนึ่ง!.