หลังจากเหตุการณ์ที่คณะทูตแคว้นจ้าวต้องล่าถอยกลับไปด้วยความอับอาย แคว้นหลินก็ได้รับความสงบสุขกลับคืนมาอีกครั้งชั่วคราว องค์หญิงจือหลิงทรงเห็นว่า แม้หมีขาวจะมีพละกำลังที่เหนืุ์และเพลงยุทธ์ที่แข็งแกร่งจากการฝึกฝนกับแม่ทัพใหญ่ แต่หากต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือที่แท้จริงหรือสถานการณ์ที่ซับซ้อนกว่านี้ นางอาจยัง้าทักษะที่ลึกล้ำและแยบยลยิ่งขึ้น
"หมีขาว ข้าจะพาเ้าไปพบอาจารย์ของข้า" องค์หญิงตรัสในเช้าวันหนึ่ง "ท่านเป็ปรมาจารย์เร้นกายอยู่บนหุบเขาจันทราเร้น ท่านอาจจะช่วยขัดเกลาวรยุทธ์ของเ้าให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นได้"
หมีขาวรับคำด้วยความยินดี นางย่อม้าแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้ององค์หญิง ทั้งสองจึงแอบเดินทางออกจากเมืองหลวงอย่างเงียบๆ มุ่งหน้าสู่หุบเขาจันทราเร้นอันลึกลับ การเดินทางใช้เวลาหลายชั่วยาม ผ่านป่าทึบและลำธารใสสะอาด เมื่อถึงที่หมาย ปรากฏเป็หุบเขาที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางม่านเมฆหมอก มีบรรยากาศสงบและเปี่ยมด้วยพลังปราณธรรมชาติ อาจารย์เฒ่าขององค์หญิงเป็ชายชราผมเผ้าขาวโพลน ดวงตาแฝงความรู้แจ้ง แม้จะดูชราภาพแต่กลับมีไอพลังที่น่าเกรงขาม เมื่อได้ทดสอบฝีมือและเห็นถึงพื้นฐานอันแข็งแกร่งของหมีขาวแล้ว ท่านก็รับนางเป็ศิษย์ สอนสั่งวรยุทธ์ชั้นสูงที่เน้นการควบคุมพลังภายใน การเคลื่อนไหวที่ผสานความแข็งแกร่งเข้ากับความอ่อนโยน และกระบวนท่าการต่อสู้ที่ลึกล้ำ หมีขาวผู้มีพร์อยู่แล้วก็เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
หลายวันผ่านไป เมื่อการฝึกฝนถึงจุดหนึ่ง อาจารย์เฒ่าก็อนุญาตให้ทั้งสองเดินทางกลับ ระหว่างทางกลับนั้นเอง ขณะที่ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำ ทั้งสองได้พบกับน้ำตกขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก น้ำใสเย็นไหลตกจากหน้าผาสูงลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ก่อเกิดเป็ละอองน้ำพร่างพรายราวกับม่านหมอก ท่ามกลางความเงียบสงบของธรรมชาติ มีเพียงเสียงน้ำตกและเสียงนกร้องขับขาน
"เราพักที่นี่สักครู่ดีหรือไม่ อากาศร้อนเหลือเกิน" องค์หญิงตรัสพลางแย้มพระสรวล ชวนให้หมีขาวลงเล่นน้ำ
ทั้งสองเปลื้องอาภรณ์ชั้นนอกออก เหลือเพียงอาภรณ์ชั้นในบางเบา ก่อนจะค่อยๆ หย่อนกายลงสู่แอ่งน้ำใสเย็น ความงดงามขององค์หญิงจือหลิงในยามนี้ช่างสง่าและอ่อนโยน ผิวขาวผ่องละเอียดดุจกระเบื้องเคลือบต้องหยาดน้ำเป็ประกาย พระพักตร์อ่อนหวานแย้มยิ้มอย่างมีความสุข ส่วนหมีขาวนั้น แม้จะอยู่ในอิริยาบถสบายๆ แต่ก็ยังคงฉายแววความดุดันและแข็งแกร่งในดวงตาคมกล้า ผสานกับความงามอันเป็เอกลักษณ์ที่เริ่มปรากฏชัดตามวัย
ทั้งสองแหวกว่ายเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานราวกับเด็กๆ ปราศจากซึ่งบรรดาศักดิ์หรือหน้าที่ใดๆ มาขวางกั้น เมื่อสายน้ำพัดพาให้ร่างของทั้งสองเข้าใกล้กัน หมีขาวอดใจไม่ไหวที่จะจ้องมองริมฝีปากอิ่มขององค์หญิงที่แย้มยิ้มอย่างเปิดเผย องค์หญิงเองก็มองตอบด้วยแววตาที่สื่อความหมายลึกซึ้ง
ทันใดนั้น หมีขาวก็ฉวยโอกาสดึงร่างขององค์หญิงเข้ามาใกล้ ก่อนจะดำดิ่งลงไปใต้น้ำใสเย็นนั้นด้วยกัน ในโลกใต้ผิวน้ำที่เงียบสงัด มีเพียงแสงสุดท้ายของวันที่ส่องลอดลงมาเป็ลำ ทั้งสองสบตากันอีกครั้ง ก่อนที่ริมฝีปากจะประกบเข้าหากันอย่างดูดดื่ม เป็จุมพิตที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและความรักที่เอ่อล้น ริมฝีปากร้อนผ่าวบดเบียดกันอย่างเนิ่นนานและลึกซึ้ง ลืมสิ้นทุกสิ่งรอบกาย
เมื่อขึ้นมาจากผิวน้ำ หมีขาวมององค์หญิงด้วยแววตารักใคร่และหวงแหนยิ่งนัก มือของนางค่อยๆ เลื่อนไปััทรวงอกอวบอิ่มขององค์หญิงที่กระเพื่อมไหวตามแรงหายใจ บีบเคล้นเบาๆ อย่างทะนุถนอม องค์หญิงหลับตาพริ้ม ปล่อยให้ความรู้สึกซาบซ่านแผ่กระจายไปทั่วร่าง จากนั้น หมีขาวก็ค่อยๆ ดำน้ำลงไปอีกครั้งอย่างช้าๆ ใบหน้าของนางซบลงกับยอดถันสีชมพูระเรื่อขององค์หญิง ใช้ริมฝีปากคาบเกี่ยว ดูดดึงยอดปทุมถันนั้นอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น สร้างความเสียวซ่านจนองค์หญิงต้องครางออกมาเบาๆ
หยาดน้ำที่เกาะพราวบนใบหน้าคมคายของหมีขาวเมื่อนางผุดขึ้นมาอีกครั้งนั้น ช่างยั่วยวนใจองค์หญิงยิ่งนัก พระองค์ค่อยๆ โน้มพระพักตร์เข้าไปใกล้ ใช้ปลายลิ้นไล้เลียหยาดน้ำเ่าั้ออกจากแก้มและริมฝีปากของหมีขาวอย่างอ่อนโยน เป็การตอบสนองต่อความรักที่อีกฝ่ายมอบให้ด้วยความรักเช่นกัน
ณ ริมน้ำตกที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ สองร่างกอดเกี่ยวกันเนิ่นนาน สัญญารักที่ไม่ได้เอ่ยเป็คำพูด แต่สลักลึกลงในใจของคนทั้งสองได้ถูกยืนยันอีกครั้งด้วยััอันลึกซึ้งและเร่าร้อนนี้ ความผูกพันของพวกนางได้ก้าวข้ามผ่านความเป็นายบ่าวหรือสหายไปแล้ว บัดนี้มันคือความรัก คือชีวิต คือทุกสิ่งทุกอย่างของกันและกัน