บทที่ 28 เ้าบ่าวของข้าถูกลักพาตัว
เซวียนเฟยหรงพยายามปฏิเสธการหลอกล่อของสีหยางปิง นายท่านผู้เฒ่าสีที่พยายาม ขยันคะยั้นคะยอเขาให้ดื่มสุราจอกแล้วจอกเล่า
ในตอนแรกๆเซวียนเฟยหรงก็ยังคงยินดีที่จะดื่มอยู่บ้าง หากแต่เขาพยายามจะไม่ดื่มมาก ด้วยความ้าประคองรักษาสติของตนเอาไว้ เมื่อต้องเข้าไปในห้องหอ ด้วยบรรยากาศของสีจิวฮวา และเขาเองก็ยอมรับว่าเขาอดหวั่นไหวให้สตรีนางนี้ไม่ได้จริงๆ หากแต่เขายังไม่ไว้ใจตระกูลสีเช่นกัน จึงยังไม่อยากขาดสติ แล้วร่วมหลับนอนกับเธอก่อนที่เขาจะแน่ใจ
หากแต่ตระกูลสีนั้นเหมือนจะไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ ทั้งนายท่านผู้เฒ่าสี สีจิ้นเหอ และสีจิ้งหงต่างนั่งล้อมรอบเขา แล้วเอาแต่ขอชนจอก จอกแล้วจอกเล่า เมื่อเขาทำท่าไม่อยากชน สีจิ้นเหอก็เปลี่ยนมาเป็การขอคำนับแทน
จนตอนนี้เซวียนเฟยหรงนั้นใบหน้าเริ่มจะมีสีแดงเรือขึ้นมา แววตาที่เคยกระจ่างใสแบบเด็กๆ ก็เริ่มที่จะมีความฉ่ำน้ำคล้ายคนเมา เสียงนาฬิกาบอกเวลาว่าผ่านไป 1 ชั่วยามแล้วหลังจากส่งจิวฮวาไปรอในห้องหอ
เซวียนเฟยหรงเห็นโอกาสจังหวะเหมาะ เขาจึงรีบวางจอกเหล้า ก่อนที่จะทำท่าเดินโซเซ ทั้งที่ความเป็จริงเขาเพียงแค่กรึ่มๆเท่านั้น ร่างหนาทำตัวเมามาย เขาร้องเพลง และเต้นไปตามโต๊ะต่างๆ ก่อนที่จะทรุดลง และบ่นง่วงนอน ้าจะไปนอน
นายท่านผู้เฒ่าสีเห็นอาการดังนั้น บวกกับที่คิดว่าเซวียนเฟยหรงนั้นปัญญาอ่อน จึงคิดไปว่าชายหนุ่มกำลังพูดความจริง จึงไม่ได้เอ่ยรั้งอะไร และปล่อยตัวให้เขากลับไปนอนอย่างใจดี
ใน่จังหวะที่เซวียนเฟยหรงกำลังจะก้าวออกจากห้องจัดงานเลี้ยง ก็มีชายคนหนึ่งมาหยุดเขาเอาไว้เสียก่อน เซวียนเฟยหรงจำได้ว่าชายผู้นี้เป็ใต้เท้าจากกระทรวงพิธีการ ใบหน้าใต้เท้าผู้นั้นแดงกร่ำแบบคนเมา
ใต้เท้าจากกระทรวงพิธีการกล่าวเสียงอ้อแอ้ “ข้าน้อยขอคาระวะให้องค์ชายรอง” ใต้เท้ากล่าวพร้อมยกจอกเหล้าขึ้นมา
ในจังหวะนั้นเองก็มีนางกำนัลผู้หนึ่งถือถาดเหล้านำมาส่งให้เซวียนเฟยหรง เขาจึวรับเหล้าจอกนั้นมา ก่อนที่จะคาระวะให้ใต้เท้าผู้นั้นกลับ ก่อนที่จะดื่มเหล้าลงคอไป ใน่เวลาที่เหล้าผ่านเข้าไปในลำคอ เซวียนเฟยหรงไม่ได้สังเกตเลยว่านางกำนัลที่นำเหล้ามาให้แอบเหลือบมองเขาด้วยสายตาเปล่งประกายเพียงใด
ด้วยความที่้ารีบร้อนออกจากงานเลี้ยงก่อนที่จะมีคนมากกว่านี้มาขอยกเหล้าคาระวะ หลังจากที่ส่งจอกเหล้าคืนไปแล้ว เซวียนฟยหรงก็รีบก้าวเท้ายาวๆกลับไปยังเรือนหอทันที
หากแต่เดินออกจากงานเลี้ยงมาได้ไม่ไกลเท่าใดนัก ระหว่างผ่านทางเดินที่เงียบสงบ เซวียนเฟยหรงก็รู้สึกวิงเวียนศรีษะขึ้นมา เขายืนโงนเงนส่ายไปมา และอดตำหนิตัวเองไม่ได้ที่ดื่มเหล้ามากไปจนเมามาย
ร่างหนาพยายามส่ายศรีษะขับไล่ความมึนงง หากแต่ไม่นานจากนั้นสติของเขาก็ดับวูบลงไป ใน่สุดท้ายก่อนที่เขาจะล้มลง เซวียนเฟยหรงรำพึงออกมาเบาๆอย่างโกรธเกรี้ยว แย่แล้ว ข้าประมาทมากจนเกินไป
……………………………….
จิวฮวาถูกพามานั่งอยู่ภายในห้องหอที่ถูกประดับตกแต่งไปด้วยของสีแดง หลังจากที่นางกำนัล แม่สื่อ และมามาออกจากห้องไปแล้ว จิวฮวาก็แอบเลิกผ้าคลุมหน้าขึ้นมาเพื่อมองโดยรอบ
ภายในห้องหอนั้นมีเครื่องเรือนมากมาย ถูกจัดเอาไว้อย่างเรียบง่าย แต่เมื่อพิจารณาถึงงานสลัก และคุณภาพแล้วก็พบว่าเป็งานชั้นดี จากนั้นเมื่อสายตาจึงวนกลับมาที่เตียงนอนไม้หลังใหญ่อีกครั้ง แล้วจิวฮวาก็ยิ้มอย่างโง่งมออกมา เมื่อนึกได้ว่าคืนนี้เธอจะได้นอนเคียงข้างไปกับเซวียนเฟยหรง ตัวร้ายในดวงใจของเธอ
แต่แล้วหญิงสาวก็ถอดถอนหายใจออกมาเบาๆ ระหว่างที่แอบหยิบพุทราแห้งบนเตียงที่ถูกโปรยไว้เพื่อความเป็สิริมงคลขึ้นมากินเพราะทนความหิวไม่ไหว หลังจากที่ทานอาหารเช้ากับครอบครัวตอน่เช้าแล้วจิวฮวาก็ยังไม่ได้กินอะไรอีกเลย
จิวฮวาใช้มือบางลูบไล้ไปบนผืนผ้า ก่อนที่จะคลี่ยิ้มออกมาอีกครั้ง ไม่เป็ไร ตามนิยายไม่ใช่องค์ชายรองจะทำไม่เป็เสียหน่อย ถึงสมองจะเป็เด็ก แต่ตัวก็เป็ผู้ใหญ่แล้ว เราอาจจะต้องใช้เครื่องมือช่วยสักนิดนึง จิวฮวาครุ่นคิดกับตัวเองในใจ ก่อนที่จะหลับตาทบทวนเื่ราวในนิยาย
แต่เมื่อหลับตาทบทวนเื่ในนิยายได้ไม่นาน ด้วยความที่ต้องตื่นแต่เช้า และยุ่งอยู่กับงานพิธีทั้งวัน สุดท้ายจิวฮวาก็เผลอหลับสัปหงกไปจริงๆ
ใน่ที่ศรีษะกำลังโยกขึ้นโยกลงตามจังหวะการหลับ มงกุฏที่อยู่บนศีรษะก็ค่อยๆโยกคอนตามไปด้วย ในที่สุดมงกุฏประดับอัญมณีก็ล่วงหล่นลงมา ก่อนที่จะตกกระแทกทับไปบนเท้าของหญิงสาว
ในจังหวะที่ความเจ็บพวยพุ่ง จิวฮวาก็สะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาจากการหลับไป เจียงมามา หนีมามา และบ่าวรับใช้ที่รออยู่ข้างนอก อดที่จะะโถามด้วยความเป็ห่วงออกมาไม่ได้ “เป็อะไรไปหรือไม่เพคะพระชาชยา”
จิวฮวาสะกดกลั้นความเ็ป ก่อนที่จะะโกลับไปเสียงใส “เปิ่นกงไม่เป็อะไร ว่าแต่ตอนนี้ผ่านไปกี่ชั่วยามแล้ว”
“หลังจากองค์ชายรองไปร่วมงานเลี้ยง ขณะนี้ผ่านไปชั่วยามกว่าๆแล้วเ้าค่ะ” เสียงนั้นกล่าวตอบกลับมา
จิวฮวาขมวดคิ้วสวยด้วยความไม่ชอบใจเล็กน้อย จากที่เธอเคยได้ยินมา ส่วนมากเ้าบ่าวจะอยู่ร่วมงานเลี้ยงประมาณ 1 ชั่วยาม ก่อนที่จะกลับมายังห้องหอ แต่นี่ชั่วยามกว่าๆแล้ว ก็ยังกลับมาไม่ถึงห้อง หากมองในแง่ดีก็อาจจะกำลังเดินกลับมาก็ได้นะ จิวฮวากล่าวปลอบใจตัวเอง
แต่ในระหว่างที่ร่างบางกำลังจะใส่มงกุฏเ้าสาวกลับไป ก็เกิดความรู้สึกไม่สบายใจอย่างรุนแรงขึ้นมา เธออดเป็ห่วงเซวียนเฟยหรงไม่ได้ นายท่านผู้เฒ่าสีอาจจะรั้งตัวเขาเอาไว้เพื่อกลั่นแกล้ง หรืออาจะจะบังคับเซวียนเฟยหรงดื่นเหล้าจนเมามาย?
แต่เมื่อคิดถึงเซวียนเฟยหรงที่เมามาย เธอก็นึกถึงฉากหนึ่งในนิยายขึ้นมา ฉากที่กล่าวถึงเซวียนเฟยหรงที่เมามาย และ้าขืนใจเสิ่นิฮวานั่นเอง “ทำได้ดีมากท่านตา” จิวฮวาเอ่ยเบาๆ ก่อนที่จะหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้าย
ไม่ได้การ เราต้องไปตรวจสอบว่าเซวียนเฟยหรงต้องกำลังเมา แต่ไม่เมามากจนเกินไป จนใช้การไม่ได้ จิวฮวาบอกกับตัวเองในใจ ก่อนที่จะลุกขึ้นมาและเดินตรงไปยังประตูเรือนหอ
ใน่จังหวะที่กำลังจะััประตู มือบางก็ชะงักลง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตามประเพณีเ้าสาวจะไม่สามารถก้าวออกจากห้องหอได้ ร่างบางจึงเดินกลับมานั่งลงที่เตียงก่อนที่จะมองไปรอบๆ แล้วสายตาคมสวยก็สบเข้ากับหน้าต่างบานหนึ่ง “ออกทางประตูไม่ได้ งั้นออกทางหน้าต่างก็แล้วกัน”
เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอจึงวางมงกุฏในมือลงไว้ข้างเตียง จัดชุดที่ยาวรุ่มร่ามให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเปิดหน้าต่างขึ้นมา เมื่อมองดูแล้วไม่มีใครเฝ้า ร่างบางก็ทำการลบตัวตนออกตามที่เคยเรียนมา จากนั้นจึงใช้เวทย์ลม เสริมให้ร่างกายเบา และลอยขึ้นมา ก่อนที่จะเร้นกายหายไปในความมืดทันที
เมื่อมาถึงห้องจัดงานเลี้ยง จิวฮวาแอบอยู่บนต้นไม้ใกล้บริเวณเรือนที่จัดงาน ก่อนที่จะกวาดสายตามองโดยรอบ หากแต่ก็ไม่พบเห็นเซวียนเฟยหรงอยู่ในงานแต่อย่างใด
หรือจะกำลังเดินกลับห้อง? จิวฮวาเอ่ยถามกับตัวเองด้วยความแปลกใจ เมื่อคิดได้ดังนั้นร่างบางจึงล่องลอยไปบนฟ้า คล้ายกับนาง์ กำลังร่ายร่ำ ไปตามทางเดินจากห้องจัดงานเลี้ยง ไปยังห้องหอ
เมื่อมาถึงหลังคาเรือนหอ ร่างบางก็หยุดลง ก่อนที่จะขมวดคิ้วมอง ตลอดเส้นทางเธอกลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเซวียนเฟยหรง
ในยามนี้เอง ใจดวงน้อยก็รู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาอย่างหนัก หรือเซวียนเฟยหรงจะเมาหนัก จนประสบอุบัติเหตุ หรือเขาจะหลงทางกัน หากแต่ที่นี่เป็จวนขององค์ชายรอง จะเป็ไปได้หรือที่เขาจะหลงทาง
หากแต่จิวฮวาก็ยังไม่ยอมวางใจ จึงเร้นกายไปยังเรือนต่างๆ เพื่อตรวจสอบว่าเซวียนเฟยหรงไปอยู่ที่ใด
ใน่จังหวะนั้นเอง ระหว่างที่จิวฮวาร่อนลงบนหลังคาเรือนหลังหนึ่ง จิวฮวาก็ได้ยินเสียงกระซิบพูดคุยของคนหลายคนดังขึ้น
“ส่งสินค้าถึงเป้าหมายเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่” เสียงเข้มกล่าวถาม
“ขอรับ ข้าน้อยแน่ใจว่าในห้องจุดธูปราคะไว้อย่างดีเรียบร้อยแล้ว อีกไม่กี่อึดใจเป้าหมายคงจะรู้สึกตัว” อีกเสียงกล่าวตอบ
“ดี ไปเฝ้าไว้อย่าให้ใครไปรบกวนได้ อย่างไรแผนนี้ก็ต้องห้ามพลาด อย่างไรก็ต้องให้คนของเราแต่งเข้ามาในวังองค์ชายรองให้ได้” อีกเสียงกล่าวย้ำ
จิวฮวากำมือแน่น และกัดปากเอาไว้จนรู้สึกเจ็บ ั์ตาหงส์แววโรจน์ด้วยความขุ่นเคือง ใคร มันผู้ใดกันบังอาจมาลักพาตัวคนของข้าในวันแต่งงานของข้า!! ช่างกล้ายิ่งนัก