เมื่อเห็นว่าเดินออกมานานแล้ว นทีจึงคิดวิธีเข้าไปข้างในเพื่อไม่ให้เป็ที่สังเกต เขาทำทีเป็ยังโมโหอยู่เมื่อเปิดประตูเข้าไป เขาก็เห็นว่าคิมกำลังนั่งร้องไห้อยู่ นทีพยายามไม่มองหน้าคิมเพราะกลัวว่าจะแพ้ให้กับน้ำตาของคิมอีก
“อ้าว! นั่งบื้ออยู่ทำไม ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดซิ จะไปไหมทำงานน่ะ ฉันไม่ได้จ่าย 50 ล้านเพื่อให้นายมานั่งเล่นนอนเล่นหรอกนะ”
“พี่ที..คิมมีบางอย่าง อยากจะอธิบายให้…….”
“ตอนนี้ฉันยังไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น ฉันรู้แต่ว่าตอนนี้ฉันสายมากแล้ว!!”
“เเต่เื่นี้พี่ต้อง…….” นทีเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวพร้อมกับโยนใส่หน้าคิม
“นายจะเดินเข้าไปอาบน้ำเองหรือจะให้ฉันช่วยอาบ?”
“พี่ที คือว่า…..!!”
“ฉันให้เวลา 20 นาที รู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ชอบคนผิดเวลา!! ฉันจะไปรอที่รถ” นทีพูดจบเขาก็เดินออกจากห้องไป คิมไม่มีโอกาสในการพูดอะไรเลย ตอนนี้เขาทำได้อย่างเดียวคือ ทำตามคำสั่งของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า เวลาผ่านไป 20 นาที คิมเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพผ้าเช็ดตัวมัดเอว เขาใช้ผ้าผืนเล็กยีหัวให้แห้งโดยที่ไม่ได้มองเลยเขาไม่ได้อยู่ในห้องคนเดียว
“ที่ไม่ใส่เสื้อผ้าเนี้ย กะจะออกมาอ่อยฉันหรือไง” เสียงทุ้มๆดังขึ้นจากด้านหลังทำเอาคิมชะงักและหยิบผ้าออกจากหัวโดยเร็ว คิมกวาดสายตาไปทั่วห้องจนมาสดุดอยู่ที่โซฟา
“พี่ที!!ไหนบอกว่าจะลงไปรอที่รถไงล่ะครับ!?” คิมรีบเอาผ้าผืนเล็กปิดส่วนอกไว้เพราะเขาใส่ผ้าเช็ดตัวพันเอวออกมา(คิดว่าอยู่ในห้องคนเดียว)
“ก็ฉันไม่ไว้ใจนายไง ถ้าฉันออกไปแล้วนายล็อกประตูไม่ให้ฉันเข้า ฉันก็ต้องมาเสียเวลาถอดประตูห้องนายอีกแหละ”
“พี่เป็บ้าไปแล้วหรือไงเนี้ย”
“ฉันว่านายควรเอาเวลานี้ไปใส่เสื้อผ้านะ เพราะถ้าบางอย่างมันลั่นขึ้นมา นายจะลำบาก!!” นทีใช้สายตาลวนลามร่างกายของคิมอย่างเต็มที่จนคิมเริ่มขนลุก เขาทำทีจะลุกเดินเข้ามาหาคิมใกล้ๆ คิมใรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปอีกครั้งทั้งๆตัวเองเพิ่งจะออกมา นทีอดขำความโก๊ะของคิมไม่ได้ เขาเดินเลี่ยงไปที่ตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อเชิ้ตกางเกงออกมาและเดินตรงไปที่หน้าห้องน้ำ เขาเปิดประตูพรวดเขาไปเพราะรู้ว่าคิมต้องลืมล็อกประตูเเน่ๆและมันก็จริง วินาทีที่ประตูห้องน้ำเปิดคิมใะโสุดเสียง
“พี่ที!!!เข้ามาทำไม?”
“เสื้อผ้า!...ไม่เอารึไง?”
“อะ…เอา…ครับ”
“รีบเเต่งตัว..ฉันรอนานมากละ อย่างดึงเกม มันเสียเวลา!” นทีโยนเสื้อผ้าใส่หน้าคิม ก่อนที่เขาจะอมยิ้มและเดินออกมารอข้างนอกเงียบๆ ไม่นานคิมก็เเต่งตัวเสร็จ เมื่อทุกอย่างพร้อมพวกเขาก็รีบไปที่รถทันที ทว่าเ้าของรถกลับโยนกุญเเจให้คิม คิมทำหน้างงเพราะเขาไม่เข้าใจ
“อะไร?”
“กุญเเจ?”
“ก็กุญเเจไง ไปขับรถ คิดหรอว่าฉันจะขับให้นายนั่ง ฉันเป็เ้านาย ส่วนนายเป็ลูกจ้าง อย่าลืมสถานะตัวเอง! ไปขับ!” คิม นึกหวั่นในใจว่าการไปทำงานครั้งนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเเน่ๆ คิมวางกระเป๋าไว้ข้างๆพร้อมกับวิ่งไปขึ้นฝั่งคนขับ เเน่นอนว่าคิมขับรถได้ปกติไม่มีปัญหาอะไร
“ไปที่โรง………”
“ไปร้านจันทร์เ้า”
“ครับ?”
“ครับอะไร ฉันไปนั่งรอนาย 2 ชั่วโมงกว่า ข้าวเช้าก็ไม่ได้กิน แสบท้องไปหมดแล้วเนี่ย”
“สรุปคือพี่ทีจะไปร้านอาหารก่อนใช่ไหมครับ?”
“แต่ก่อนก็ไม่ใช่คนเข้าใจอะไรยากนี่ ทำไมตอนนี้เป็วะ หรือผัวใหม่พาโง่อ่ะ!”
“พี่ที คิมจะบอกว่านิก……”
“ตอนนี้ฉันอยู่ในสถานะเ้านาย ฉันไม่อนุญาตให้เรียกฉันว่าพี่ รักษาระยะห่างด้วย”
“ครับ…คุณนที” คิมถอนหายใจแบบโล่ง ก่อนจะขับรถไปยังร้านอาหารดังกล่าว ตามคำสั่งของนที ด้วยความที่ไม่ชินทางคิมจึงใช้เวลานาน หลงแล้วหลงอีกจนนทีจะต้องเปลี่ยนมาขับเอง เมื่อเห็นว่านทีเริ่มโมโห คิมจึงได้เเต่นั่งก้มหน้าเงียบ เพราะยิ่งพูดจะยิ่งไปกันใหญ่
“ครั้งนี้ฉันจะขับให้ก่อน นายก็ศึกษาเส้นทางไว้ละกัน เพราะครั้งหน้าฉันคงไม่มาขับให้ลูกหนี้นั่งแบบนี้”
“ลูกหนี้?”
“นายเป็หนี้ฉันแล้ว 50 ล้าน สมองเสื่อมรึไง?”
“คิมได้ไม่ลืม เพียงเเต่……”
“ก็ดี!!…จะได้รู้ว่าสถานะตัวเองคืออะไร ถึงแล้ว ไป..ลงไปกินข้าว ฉันหิวแล้ว!”
“คุณนทีไปเลยทานเลยครับ เดี๋ยวผมรอที่รถครับ”
“นี่นายประชดฉันหรอ! รู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ชอบ!”
“คิมไม่ได้ประชด เเต่พี่ให้คิมเรียกพี่แบบนี้ไม่ใช่หรอ คิมก็ทำตามแล้วไง อีกอย่างคิมไม่กินข้าวเช้าพี่ก็รู้”
“ทำไมฉันต้องรู้ด้วยว่านายกินหรือไม่กินอะไร ฉันไม่เสียเวลามาจำเื่ไร้สาระพวกนั้นหรอกนะ ไปกินข้าว!!”
“เเต่….”
“นี่คือคำสั่ง…จากเ้านาย! ไป!!” คิมทำหน้านิ่วก่อนจะเดินตามหลังนทีเข้าร้านไป ทันทีที่มาถึงโต๊ะนทีก็จัดการสั่งอาหารทั้งหมดด้วยตัวเอง ไม่นานอาหารทั้งหมดก็มาเสิร์ฟ คิมมองอาหารบนโต๊ะ สลับกับหน้านที
“อาหารพวกนี้มัน….”
“อย่ามาคิดเข้าข้างตัวเอง ฉันแค่อยากกินก็เลยสั่งมา นายมีหน้าที่กินก็กินไปไม่ต้องพูดมาก ฉันลำคาญ!” คิมได้เเต่เงียบและเริ่มตักอาหารเข้าปาก ภายในใจรู้สึกเต้นแรงเพราะกับข้าวที่นทีสั่งมามีเเต่ของโปรดคิมทั้งนั้น เเต่ด้วยความไม่อยากเข้าข้างตัวเองว่านทีสั่งมาเพื่อเอาใจตัวเอง คิมเลยได้เเต่นั่งกินเงียบๆ ไม่พูดไม่จา บทสนทนาเงียบไปพักใหญ่ก่อนที่นทีจะเปิดประเด็นด้วยคำพูดที่บาดใจอีกครั้ง
“กับข้าวร้านนี้อร่อยนะ ว่างๆนายก็ชวนผัวใหม่นายมากินสิ” คำพูดพวกนั้นจิ้มเข้าที่กลางอกของคิมทันที คิมวางช้อนลงที่จาน พร้อมกับลุกพรวดขึ้น
“ผมอิ่มแล้ว ขอตัวไปรอที่รถนะครับ”
“ทำไม? พูดถึงไม่ได้เลยหรอ ผัวใหม่นายเนี้ย เเตะไม่ได้เลย”
“ถ้าไม่คิดจะฟังคำอธิบาย ก็ไม่ต้องพูดถึง”
“คำอธิบายหรือตอแหลต่อกันแน่”
“พี่ที!!”
“ทำไม!!”
“คิมพยายามจะอธิบายความจริงให้เข้าใจ แต่ถ้าพี่เลือกที่จะไม่ฟัง ก็แล้วแต่พี่แล้วกัน คิมขอตัว”
“ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรอว่าอย่ามาทำตัวสนิทสนมกับฉัน สถานะเราสองคน มันคือนายจ้างกับลูกหนี้ จำใส่สมองไว้ด้วย” คิมได้แต่จุกอยู่ในอกเพราะพูดอะไรไม่ได้ เขาเดินออกจากร้านแล้วไปรอที่รถเงียบๆ ในระหว่างนั่งรอ คิมเปิดมือถือเอารูปพ่อแม่ขึ้นมาดูแก้เหนื่อย ในระหว่างนั้นนิ้กกี้ก็โทรมาพอดี
“(คิมไม่อยู่ห้องหรอ นิกกี้อุตส่าห์ซื้อขนมมากินด้วย)”
“คิมออกมาทำงานน่ะ ขอโทษทีมันกะทันหันก็เลยไม่ได้โทรบอก”
“(อ้าว คิมได้งานใหม่แล้วหรอ?)”
“ก็งานที่เดิมนั่นแหละ ขอโทษนะ คิมแค่อยากทำให้ทุกอย่างมันเรียบร้อย ไม่อยากให้มันค้างๆคาๆอยู่แบบนี้”
“(นิ้กบอกแล้วไง ว่าต่อให้คิมจะตัดสินใจยังไง นิ้กก็อยู่ข้างคิมเสมอ นิ้กขออวยพรให้พี่ทีเข้าใจคิมเร็วๆนะ)”
“ขอบคุณที่ให้กำลังใจเรามาโดยตลอดนะ เออนิ้กกี้..ตอนเย็นคิมว่าจะชวน….เฮ้ย??!!” คิมยังไม่ทันได้พูดจบประโยคโทรศัพท์ก็โดนแย่งไปจากทางด้านหลัง มือถือที่เพิ่งซื้อมาไม่กี่เดือนถูกปาเข้ากับต้นไม้จนหน้าจอเเตกกระจายต่อหน้าต่อตา คิมได้เเต่ยืนอึ้งมองมือถือที่แตกละเอียดอยู่ตรงหน้า
“พี่ที!!..พี่ทำอะไรเนี้ย?”
“ก็ถึงว่า..รีบออกมาเชียว ที่แท้ก็จะมาโทรอ้อนผัวใหม่นี่เอง รักมันมากใช่ไหม?”
“มือถือคิม..พังหมดแล้ว”
“ดี!! ให้มันพังไปเลย จะได้ไม่ต้องเสนอหน้าโทรหาใครอีก ขึ้นรถ!!”
“เเต่มือถือคิม….” คิมพยายามจะไปเก็บเอามือถือ เเต่ด้วยความที่นทีไวกว่าเข้ารีบเหยียบมือถือไว้ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาแล้วโยนเข้าไปในสวนหย่อมรกๆหลังลานจอดรถ คิมใจสลายเมื่อเห็นว่ามือถือได้หายไปแล้ว สิ่งที่คิมเสียใจไม่ใช่มือถือพัง เเต่ เป็เพราะว่าในมือถือนั้นเป็เพียงสิ่งเดียวที่มีรูปพ่อกับแม่ของคิมอยู่
“พี่ทำแบบนี้ทำไม..พี่รู้ไหมว่ามือถือเครื่องนั้นมันสำคัญกับคิมขนาดไหน”
“นี่นายรักมันมากขนาดนั้นเลยหรอ ฉันชักอยากจะรู้แล้วสิ ว่ามันมีอะไรดี ขึ้นรถ!!!” นทีกระชากเเขนคิมลากไปขึ้นรถ ในขณะที่คิมยังคงมองตามมือถืออยู่แบบนั้นจนสุดสายตา ตอนนี้สิ่งเดียวที่คิมทำได้คือนั่งร้องไห้ตลอดทาง
“ฮือ ฮือฮือ ฮือ สะอึก อือ ฮือ”
“โอ๊ย!!เงียบหน่อยได้ไหม ฉันไม่มีสมาธิขับรถเลย คิดถึงอะไรนักหนา เดี๋ยวถ้ามันติดต่อนายไม่ได้ มันก็มาหาเองแหละ ปกติก็มาหากันบ่อยๆไม่ใช่หรือไง!!! หรือว่าอยู่ดีๆก็นึกเสียดายมือถือขึ้นมา เพราะผัวใหม่เป็คนซื้อให้ งั้นหรอ?”
“ที่คิมร้องไห้ คิมไม่ได้เสียดายมือถือ ไม่ได้เสียดายปลายสายหรือคนที่คุยด้วย แต่คิมเสียดายสิ่งที่อยู่ในมือถือต่างหากล่ะ”
“ทำไม? ในมือถือมันมีคลิปที่นายเอากับผัวใหม่หรือไง ถ้าเป็คลิปพวกนั้นฉันสามารถทำให้ใหม่ได้นะ ถ้านาย……”
“ในนั้นมีรูปพ่อกับแม่คิมและคิมก็ไม่สามารถหาจากที่อื่นได้แล้ว เพราะนอกจากมือถือแล้วคิมก็ไม่มีรูปพ่อแม่อีก เวลาที่คิมเหนื่อยคิมท้อ คิมก็จะเอามือถือขึ้นมาดูรูปพ่อแม่” คำพูดเรียบเฉยของคิม ทำให้นทีรู้สึกสะอึกในใจว่าเขาเผลอทำสิ่งที่ไม่ควรทำลงไปซะแล้ว นทีขับรถมาถึงโรงแรมพร้อมกับสั่งให้ทนนท์เอาเอกสารมาให้คิมทำความเข้าใจ
“นายอ่านเอกสารพวกนี้ แล้วก็สรุปส่งฉันภายในวันนี้ ตอนนี้ฉันมีประชุม ผมฝากด้วยนะครับคุณทนนท์”
“ไม่มีปัญหาครับ GM เดี๋ยวผมดูแลให้ครับ” นทีสั่งงานคิมเรียบร้อยเขาก็ออกจากห้องไป ทว่าก่อนที่นทีจะออกจากห้องไปนั้น เขาได้สังเกตเห็นว่าคิมดูเศร้ามากกว่าปกติ นทีจ้องคิมผ่านกระจกประตูอยู่แบบนั้นจนทนนท์เริ่มสังเกตเห็น นทีทำเหมือนไม่มีอะไรแล้วหันหลังเดินจากไป ทางด้านคิมเเน่นอน ว่ายังเสียใจเื่มือถือและรูปพ่อแม่อยู่ เเต่ทว่างานก็ต้องทำ เขาจึงแยก
ปัญหาส่วนตัวเอาไว้แล้วมาเริ่มอ่านเอกสารและสรุปตามที่นทีได้สั่งไว้ทันที