บทที่ 24 นางพูดได้แล้วหรือ
ยังมีเอ้อร์เป่าที่ซนเหมือนลิงตัวน้อย แม้จะเกิดมาหน้าตาไม่หมดจดเท่าต้าเป่าแต่ความหล่อเหลาก็ไม่น้อยเลย ในอนาคตต้องเป็ชายหนุ่มที่สง่างามและมีบุคลิกดีอย่างแน่นอน
เจียงเหลียนจูรู้สึกภาคภูมิใจเป็อย่างยิ่งที่มีลูกชายและลูกสาวที่น่ารักเช่นนี้ในฐานะคนเป็แม่นางย่อมมีความสุขที่สุด
"ออกเดินทางกันเถอะ! รีบไปรอรถเทียมวัวที่ทางเข้าหมู่บ้านกันดีกว่า พวกเราจะไปกินมื้อเช้าที่ตลาด เดี๋ยวแม่จะซื้อซาลาเปาไส้หมูชิ้นโตให้พวกเ้ากินนะ"
เด็กทั้งสามขานรับพร้อมกันเสียงใส "ตกลงขอรับ"
หนานเป่าตัวน้อยยังพูดไม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็อุปสรรคให้นางดิ้นไปมาด้วยความดีใจพร้อมส่งเสียงอ๊า ๆ อย่างร่าเริง
เมื่อวานเจียงเหลียนจูใช้สาลี่ป่าเคี่ยวเป็ชิวหลีเกาได้ไม่มากนัก ความจริงก็ไม่ได้เข้มข้นมาก เป็แบบกึ่งน้ำกึ่งเนื้อ เคี่ยวได้ประมาณสี่ห้าจิน
นางใช้ถังไม้ใบเล็กบรรจุไว้
เมื่อใส่ลงในตะกร้าสะพายหลังจึงไม่หนักนัก
ที่ทางเข้าหมู่บ้านมีชาวบ้านหลายคนกำลังรอรถอยู่แล้ว เมื่อเห็นแม่ลูกทั้งสี่คนเดินมา
พวกเขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่สะอาดสะอ้าน เด็กทั้งสามจูงมือกันะโโลดเต้นเดินนำหน้าโดยมีเจียงเหลียนจูเดินตามหลัง
พวกคนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเริ่มกระซิบกระซาบวิพากษ์วิจารณ์กัน
"เจียงซื่อจะทำอะไรกัน พาเด็กสามคนไปตลาดทำไม ดูเหมือนจะใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ด้วย แต่งตัวเด็กทั้งสามคนให้ดูดีแบบนี้จะพาไปขายหรือเปล่านะ"
มุมปากของเจียงเหลียนจูกระตุก
แค่ใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ก็จะหาว่าพาเด็กไปขายแล้วหรือ
เด็กทั้งสามคนได้ยินคำพูดของชาวบ้าน จึงมองหน้ากันแล้วยิ้ม
เอ้อร์เป่ากล่าวว่า "ท่านแม่ไม่มีทางขายพวกข้าหรอก ท่านแม่พาพวกข้าไปเที่ยวตลาด และจะพาไปซื้อซาลาเปาไส้หมูร้อน ๆ กินต่างหากขอรับ"
มีชาวบ้านคนหนึ่งเตือนว่า "เอ้อร์เป่า เ้าลืมไปแล้วหรือว่าคราวก่อนแม่ของเ้าจะยกเ้าให้เป็ลูกบุญธรรมบ้านอื่นน่ะ แม้เื่นั้นจะล่มไปแต่คราวนี้คงไม่ได้คิดอุบายใหม่ขึ้นมาอีกหรอกนะ"
สีหน้าของเอ้อร์เป่าเปลี่ยนไปทันที
เจียงเหลียนจูชะงัก เื่นี้นางไม่รู้เื่เลย!
นางรีบค้นหาความทรงจำของเ้าของร่างเดิม จนเรียบเรียงเื่การยกเอ้อร์เป่าให้เป็ลูกบุญธรรมออกมาได้
ที่แท้เมื่อก่อนเ้าของร่างเดิมตั้งใจจะยกเอ้อร์เป่าให้บ้านน้องชายของยายเฒ่าจ้าว เพราะบ้านน้องชายของนางไม่มีหลานชาย มีแต่ลูกสาวที่สิ้นเปลืองเงินทอง เมื่อเห็นว่าเอ้อร์เป่าฉลาดหลักแหลม จึงตกลงจะให้เงินเ้าของร่างเดิมสองตำลึงเพื่อยกเอ้อร์เป่าไปเป็ลูกบุญธรรม
เอ้อร์เป่าได้ยินเื่นี้ย่อมไม่ยินยอม จึงไปอาละวาดที่บ้านยายเฒ่าจ้าวจนเกือบจะพังหลังคาบ้าน ทำเอาไก่ใจนไม่กล้าออกไข่ สรุปคืออาละวาดจนบ้านแทบแตก จนคนบ้านนั้นหวาดกลัวและไม่กล้ายกเอ้อร์เป่าไปเป็ลูกบุญธรรมอีก และั้แ่นั้นมาก็กลายเป็ศัตรูกับบ้านยายเฒ่าจ้าว
มิน่าเล่า คราวนี้พอไข่ไก่ที่บ้านยายเฒ่าจ้าวหายไปและหาตัวคนทำไม่ได้ คนแรกที่ถูกสงสัยและถูกตามมาหาเื่ถึงหน้าบ้านจึงเป็เอ้อร์เป่า
ตอนนี้เจียงเหลียนจูถึงเพิ่งจะเข้าใจ
"ไม่ต้องลำบากพวกท่านให้เปลืองแรงหรอกเ้าค่ะ เื่เมื่อก่อนก็คือเื่เมื่อก่อน เป็เื่ที่ผ่านไปแล้ว ต่อไปนี้ลูกทั้งสามเป็ลูกในไส้ของข้าเจียงเหลียนจู ข้ามีอะไรกินพวกเขาก็มีสิ่งนั้นกิน ตราบใดที่ข้ายังไม่ตายข้าจะเลี้ยงลูกทั้งสามให้เติบโตเองเ้าค่ะ"
ในขณะนั้นมีรถเทียมวัวคันหนึ่งวิ่งเข้ามา ทุกคนเห็นว่าเป็หัวหน้าหมู่บ้านแห่งหมู่บ้านหวังเจียเป็คนขับรถ
รถเทียมวัวของหัวหน้าหมู่บ้านไม่คิดเงิน เพราะลูกชายหลายคนในบ้านเป็นายพรานมักจะนำของป่าไปขายในเมืองบ่อย ๆ
เมื่อมีที่ว่างจึงสามารถให้ชาวบ้านบางคนร่วมทางไปในเมืองด้วยได้
ทุกคนต่างจ้องมองที่หัวหน้าบ้านด้วยความหวังว่าจะมีที่ว่างให้ติดรถไปด้วย
ท่านหัวหน้าบ้านเหลือบเห็นแม่ลูกทั้งสี่ของเจียงซื่อในกลุ่มคนจึงหยุดรถ "พาเด็ก ๆ ไปทำอะไรในเมืองหรือ"
ต้าเป่าตอบว่า "ท่านหัวหน้าหมู่บ้านขอรับ ท่านแม่จะพาพวกข้าไปเที่ยวตลาดขอรับ"
หัวหน้าหมู่บ้านยิ้ม "งั้นก็ขึ้นมาเถอะที่ว่างมีไม่มาก พอดีสำหรับพวกเ้าสี่คนแม่ลูกพอดี จะได้ไม่ต้องรอ"
"ขอบพระคุณท่านหัวหน้าหมู่บ้านเ้าค่ะ"
เจียงซื่อกล่าวขอบคุณเช่นกัน เพราะหากไปถึงตลาดเร็วจะเจอ่ที่คนคึกคักซึ่งช่วยให้ค้าขายได้ง่ายขึ้น
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าปีนขึ้นรถเทียมวัวไปก่อน ส่วนหนานหนานตัวน้อยขาสั้นปีนขึ้นไปไม่ได้ จึงเดินวนเวียนไปมาด้วยความกระวนกระวาย เจียงเหลียนจูวางตะกร้าสะพายหลังลงบนรถเทียมวัว จากนั้นจึงอุ้มหนานเป่าตัวน้อยขึ้นไป สองแม่ลูกกำลังจะนั่งลงบนรถเทียมวัว
ชาวบ้านบางคนเห็นแล้วเกิดความอิจฉา
หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งก้าวออกมาแล้วพูดจาประชดประชันว่า "ท่านหัวหน้าหมู่บ้านเ้าคะ เจียงซื่อคนนี้ไม่ใช่คนดีเลย ท่านยังจะให้นางขึ้นรถเทียมวัวของท่านอีกหรือ เจียงซื่อคนนี้กำลังหลอกท่านอยู่เ้าค่ะ สองวันนี้แสร้งทำเป็กลับตัวเป็คนดี ดีกับลูก ๆ เพื่อหลอกให้ท่านให้บ้านเดิมของซิ่วไฉแก่พวกนางอยู่แต่ความจริงแล้วยังเป็คนใจดำอำมหิต เมื่อคืนตอนกลางดึกข้าได้ยินนางตีลูกอยู่ในห้อง น่าจะเป็หนานหนานตัวน้อย ตีจนหนานหนานร้องไห้จนเสียงดัง ฟังดูน่าเวทนายิ่งนักเ้าค่ะ"
คนอื่น ๆ ที่ได้ยินก็เริ่มพูดสนับสนุน "ใช่ ข้าก็ได้ยินเหมือนกัน"
"ต้องเป็หนานหนานแน่ ๆ หนานหนานพูดไม่ได้ ปกติจะส่งเสียงร้องอ๊า ๆ เมื่อคืนก็เป็เสียงนี้ ร้องได้น่าเวทนามาก"
หากคนเดียวพูดอาจจะเป็การกุเื่ แต่เมื่อมีคนจำนวนมากออกมาเป็พยานเช่นนี้เื่จึงเปลี่ยนไป
เมื่อหลายคนยืนยันหนักแน่น ท่านหัวหน้าหมู่บ้านจึงมองเจียงเหลียนจูด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เจียงเหลียนจูรู้สึกงุนงง จากนั้นจึงคิดได้ว่า มั่นใจได้เกือบทั้งหมดว่าเป็เสียงลูกหมาป่าน้อยร้องตอนกลางคืนจนทำให้คนเข้าใจผิด
ยังไม่ทันที่นางจะอ้าปากอธิบาย ต้าเป่าก็พูดขึ้นว่า "ท่านแม่ไม่ได้ตีน้องขอรับ พวกข้ารับรองได้ขอรับ"
เอ้อร์เป่ารีบพูดเสริมทันที "ท่านแม่ไม่ได้ตีหนานหนานขอรับ เมื่อคืนหนานหนานหลับสนิทเลยขอรับ"
หญิงวัยกลางคนคนนั้นกล่าวว่า "พวกเ้าจะไปรู้อะไร! พวกเ้าต้องหลับไปแล้ว เด็ก ๆ หลับลึก ต่อให้ฟ้าร้องก็ไม่ตื่น ตีน้องสาวพวกเ้า พวกเ้าคงไม่รู้หรอกอีกอย่างหนานเป่าตัวน้อยพูดไม่ได้ไม่สามารถบอกใครได้ ข้าไม่ได้ใส่ร้ายแม่ของพวกเ้านะ เมื่อคืนมีคนได้ยินตั้งหลายคน"
ในขณะนั้นเอง จู่ ๆ หนานเป่าตัวน้อยในอ้อมกอดของเจียงเหลียนจูก็ลุกขึ้นยืนบนรถเทียมวัว แล้วถ่มน้ำลายใส่หญิงวัยกลางคนผู้นั้นด้วยความโมโห
สีหน้าเล็ก ๆ ของนางทั้งโกรธและร้อนใจ ร้อนใจที่พูดไม่ได้
นางส่งเสียง อือ ๆ อา ๆ อยู่พักใหญ่แต่พูดไม่ชัด
ในที่สุดนางก็ทนไม่ไหวหันไปพูดกับหัวหน้าหมู่บ้านว่า "...มะ... มะ... ไม่... ตี... แม่... แม่... มะ... ไม่... ตี..."
ทุกคนต่างตกตะลึง!
ยัยหนูคนนี้ไม่ใช่คนใบ้หรอกหรือ?
นางพูดได้แล้วหรือเนี่ย?
โธ่เอ๋ยหรือว่าวันนี้ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตกกันนะ!
เจียงเหลียนจูดีใจจนเนื้อเต้นด้วยความตื้นตัน โอบกอดเ้าตัวน้อยที่นุ่มนิ่มราวกับก้อนแป้งแล้วหอมฟอดใหญ่ "หนานเป่าของแม่พูดได้แล้ว ดีเหลือเกิน!"
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าต่างก็ประหลาดใจและดีใจ
"น้องสาว พูดอีกทีให้พี่ฟังหน่อยสิ"
หนานหนานตัวน้อยเองก็ยังมึนงง นางเองก็ไม่คิดว่าพอร้อนใจแล้วจะสามารถเปิดปากพูดได้
นางพูดซ้ำอีกครั้ง "แม่... มะ... มะ... ไม่... ตี... ข้า..."
แม้จะยังพูดขาด ๆ หาย ๆ แต่ครั้งนี้ออกเสียงชัดเจนขึ้นมาก
แบบนี้ก็ดีมากแล้ว
หากฝึกฝนเช่นนี้อีกหลาย ๆ ครั้ง การที่จะพูดได้สมบูรณ์เหมือนคนปกติคงอยู่ไม่ไกล
เจียงเหลียนจูไม่ลืมที่จะเอ่ยชมทันที "หนานเป่าเก่งมากเลยลูก! แม่ขอบใจลูกนะที่พูดแทนแม่ แม่รักหนานเป่าที่สุดเลยลูก"
หนานเป่าตัวน้อยเขินจนหน้าแดงรีบมุดกลับเข้าไปในอ้อมกอดของเจียงเหลียนจู