ตอนที่ 123 ย้ายที่อยู่
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ความร้ายกาจของเหล่านายท่านยอดเขาฮาดาที่เป็นลูกศิษย์ของจอมปราชญ์นั้นเป็นตำนานเรื่องเล่า
แต่วันนี้ผู้คนทั้งเมืองฟิราเดเฟียร์กลับได้ประจักษ์แล้วว่าเรื่องเล่านี้เป็นเรื่องจริง
เพียงนายท่านที่ห้าคนเดียวกลับสามารถรับมือกองทัพนับหมื่นของลัทธิกระหายชีวาได้ มิหนำซ้ำเธอผู้นี้ยังเป็นลูกศิษย์คนใหม่ของจอมปราชญ์อีกต่างหาก
ผู้คนต่างแหงนมองม่านพลังสีเขียวที่ปกคลุมทั้งเมือง
“นั่นคือม่านพลังที่นายท่านที่ห้าสร้างไว้ให้”
ตอนนั้นเองผู้คนก็เริ่มพูดถึงความแข็งแกร่งของม่านพลัง
จาชาเอลเมื่อเห็นดังนั้นจึงสั่งการออกไปทันที
“ให้คนนำผลึกฟ้าไปเติมเต็มค่ายกลอย่างต่อเนื่อง อย่าได้ปล่อยให้ม่านพลังนี้หายไป”
แม้วิกฤตร้ายจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่กองทัพผู้กลืนกินได้กวาดผ่านหลายเมืองจากชายแดนมาตลอดทาง เมืองฟิราเดเฟียร์จึงกลายเป็นเมืองหน้าด่านอย่างตกกะไดพลอยโจน
ดังนั้นแล้วค่ายกลนี้จึงมีประโยชน์เป็นอย่างมาก มันคือค่ายกลจารึกระดับสองที่ขอบเขตเอิร์ลไม่อาจทำลายได้ แม้แต่ขอบเขตดยุกก็ต้องใช้เวลาที่จะทำลายมัน
เหตุการณ์ในเมืองฟิราเดเฟียร์ยังคงวุ่นวายแม้ทุกอย่างจะจบลง
จาชาเอลต้องทำหน้าที่เจ้าเมืองและจัดการปัญหาเหล่านี้ให้ได้
“อีกไม่นาน อาณาจักรคงส่งดยุกมากำกับที่นี่”
……..
หมู่บ้านเควน
บ้านของอีวายังคงเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
ต้องรู้ไว้ว่านับตั้งแต่ที่อีวาหายไปกับจาชาเอล เวลานั้นผ่านไปไม่นาน
เมื่ออีวากลับมาก็พบกับผู้คนมากมายมาออกันอยู่ที่นี่
พรึบ!
ทันทีที่ร่างของอีวาปรากฏกายกลางอากาศ ผู้คนก็แหวกออกเป็นวงกว้างเมื่อเธอร่อนลงมา
“อะ ... อีวา”
“เจ้าบ้าไปแล้วรึไง! ตอนนี้เธอคือนายท่านที่ห้า ตัวตนในขอบเขตราชวงศ์ที่ทรงอำนาจ”
เสียงของหัวหน้าค่ายฝึกฝนตวาดดังขึ้น เมื่อเห็นชายคนหนึ่งได้เอ่ยชื่อของอีวาออกมาห้วนๆ
ตัวตนในขอบเขตราชวงศ์ไม่ใช่ใครๆ จะเอ่ยชื่อออกมาได้ง่ายๆ
สายตาของผู้คนล้วนมีความเคารพต่ออีวาเป็นอย่างมาก
อีวาไม่ได้สนใจในการโต้เถียงของชาวบ้าน เธอไม่ได้สนใจในชื่อเสียงของเธอเลยแม้แต่น้อย
“ปัญหาทุกอย่างถูกแก้ไขหมดแล้ว พวกท่านไม่จำเป็นต้องเป็นกังวล” แล้วเธอก็หันไปทางหัวหน้าหมู่บ้าน
“เพื่อความปลอดภัยของหมู่บ้าน ข้าจะวางค่ายกลป้องกันหมู่บ้านไว้ให้ ในทุกๆ ปีขอให้ท่านนำผลึกที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานมาเป็นเชื้อเพลิงให้กับค่ายกล หมู่บ้านก็จะปลอดภัยต่ออันตรายจากภายนอก”
อีวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เรียบสงบ เธอแทนตัวว่า “ข้า” แทนที่จะเป็น “ฉัน” เพื่อแสดงถึงอำนาจ
ตอนนี้อีวาคร้านจะใส่กับเรื่องละเอียดอ่อนพวกนี้ต่อไป เธอไม่สามารถให้พ่อแม่ของเธออยู่ที่นี่ได้แล้ว
ก่อนที่เธอจะมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้ เธอก็ตัดสินใจแล้วว่าจะให้พ่อแม่ของเธอย้ายไปเมืองที่อยู่ใกล้ภูเขาเทพแล้วจัดหาที่ทางให้พวกท่านที่นั่น เธอถึงจะวางใจได้
หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยรับคำสั่ง ก่อนที่จะบอกให้ชาวบ้านสลายตัวไป เพื่อให้นายท่านที่ห้าได้พักผ่อน
ตอนนี้ไม่มีใครกล้าที่จะทำให้อีวาขุ่นเคืองใจ
อีวาได้บอกเรื่องที่เธอตัดสินใจให้กับพ่อแม่ของเธอได้รับรู้
แม้พวกท่านจะไม่ยินยอมสักเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเห็นแก่ความกตัญญูของอีวา พวกท่านจึงยอมทำตาม
อีวาได้บอกเรื่องราวที่เธอตัดสินใจให้กับเฟิร์สได้รับทราบ และเฟิร์สก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้
เรื่องของครอบครัวนั้นเป็นเรื่องที่อ่อนไหว แม้แต่เฟิร์สเองก็ยังเป็นห่วงครอบครัวของตน
อีวาอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้หลายวันก่อนจะเดินทางจากไป
ซึ่งก่อนที่เธอจะไปจากหมู่บ้านแห่งนี้ เธอได้วางค่ายกลป้องกันให้กับหมู่บ้านอีกด้วย
ใครจะคิดเล่าว่าสำหรับหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ ยังมีค่ายกลระดับสองตั้งอยู่ อีวาได้ใส่สัมผัสของตนเองไว้ในค่ายกล เมื่อเกิดเหตุร้ายเธอจะรับรู้ได้ถึงมันได้ทันที
ผู้คนในหมู่บ้านต่างยกย่องสรรเสริญเธอเป็นอย่างมาก พวกเขาถึงกับมีมติสร้างรูปปั้นซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานให้กับอีวา
รูปปั้นนายท่านที่ห้าจึงถูกสร้างขึ้นที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็นแห่งแรก และเป็นเกียรติประวัติของหมู่บ้านสืบต่อมา
………….
อีวาเดินทางออกจากหมู่บ้านด้วยสิงโตน้ำเงินครามซึ่งเธอใช้มันเป็นสัตว์พาหนะ
เหตุที่เธอต้องเดินทางด้วยตนเอง ไม่ใช่ค่ายกลเคลื่อนย้ายเพราะเธอต้องนำพ่อแม่ของเธอติดตามไปด้วย
แม้ภูเขาเทพจะอยู่ห่างไกลมาก ซึ่งแม้แต่ขอบเขตดยุกก็ยังต้องใช้เวลาเดินทางหลายวัน
แต่สิงโตน้ำเงินครามเป็นสัตว์อสูรขอบเขตราชวงศ์ อีกทั้งยังโดดเด่นในเรื่องพลังความเร็ว นั่นจึงทำให้การเดินทางของอีวาประหยัดเวลาไปได้เป็นอย่างมาก
ข่าวการปรากฏตัวของอีวาหรือนายท่านที่ห้านั้นได้กระจายไปทั่วอาณาจักร
จอมปราชญ์ถึงกับรับลูกศิษย์คนใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องที่ธรรมดาอย่างแน่นอน นี่ยังไม่นับเหตุการณ์การกวาดล้างกองทัพของลัทธิกระหายชีวาด้วยตัวคนเดียว นั่นยิ่งทำให้ข่าวของเธอเหมือนลมพัดโหม
ชื่อเสียงของนายท่านที่ห้าของยอดเขาฮาดาจึงดังกระฉ่อนไปทั่วทุกที่ แม้แต่อาณาจักรข้างเคียงที่อยู่ในภัยสงครามเช่นกันก็ยังรู้จักตัวตนของเธอ
ใช่แล้วลัทธิกระหายชีวาไม่ได้บอกฮาดาแค่อาณาจักรเดียว แต่มันยังรวมไปทั้งมหาทวีป
เหตุการณ์ในตอนนี้แทบจะไม่ต่างแผ่นดินที่ลุกเป็นไฟ
ลัทธิกระหายชีวาใช้การบุกโจมตีแบบกองโจร พวกมันมุ่งนั้นที่เมืองที่อยู่ขอบชายแดนซึ่งห่างไกลจากเมืองหลวงและตัวตนขอบเขตราชวงศ์
เมืองทั้งเมืองหายไปในวันเดียว กว่าอาณาจักรจะรู้เรื่องและส่งตัวตนขอบเขตราชวงศ์มาพวกมันก็หนีหายไปแล้ว
เรื่องนี้ทำให้ความขัดแย้งของแต่ละอาณาจักรหยุดลงชั่วคราว และเป็นที่ถกเถียงกันว่าจอมมารกำลังจะกลับมา ลัทธิกระหายชีวาถึงได้กระทำการอุกอาจขนาดนี้
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครรู้ความจริงว่าลัทธิกระหายชีวากำลังทำอะไรอยู่ เพราะพวกเขาคิดจะจับก็จับไม่ได้ จะไล่ก็ไล่ไม่ทัน
เว้นแต่ ...
มีอยู่คนหนึ่งที่รู้ ...
นั่นก็คือ ... “อีวา”
ก่อนที่สัตว์ประหลาดเฒ่าผู้นั้นจะดับสูญ วิญญาณที่อยู่ในโลกลวงนอกจากถูกทรมานอย่างสาหัสแล้ว อีวายังได้ค้นความทรงจำของเขาอีกด้วย ทำให้ได้รู้ความว่าจุดประสงค์ที่ลัทธิกระหายชีวากำลังทำอยู่นั้นต้องการอะไร
อีวาต้องการจัดการเรื่องพ่อแม่ของเธอเสียก่อนแล้วค่อยรายงานเรื่องนี้ต่อจอมปราชญ์ เพราะแผนการของลัทธิกระหายชีวานั้นคงไม่ได้สำเร็จเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน
ไม่นานอีวาก็พาพ่อแม่ของเธอมาถึงเมืองหนึ่งที่อยู่ไม่ห่างจากภูเขาเทพ
แม้เมืองนี้จะใกล้กับถิ่นของสัตว์อสูร แต่กลับเป็นเมืองใหญ่ที่มียอดฝีมืออยู่มากมาย อีกทั้งยังมีนักผจญภัยคอยกำจัดสัตว์อสูรอยู่เนืองแน่น นั่นจึงทำให้อีวาวางใจในสถานที่แห่งนี้
อีวาไม่ได้ต้องการปิดบังสถานะ การปรากฏตัวของเธอจึงยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก
กรรจ์
สิงโตน้ำเงินครามทะยานมาหยุดเหนือน่านฟ้าของเมือง
สร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาคิดว่าสัตว์อสูรตนนี้กำลังจะมาบุกเมือง และที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือสัตว์อสูรตัวนี้เป็นถึงขอบเขตราชวงศ์
สัตว์อสูรที่ร้ายกาจเช่นนี้จะไม่ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดหวั่นได้อย่างไร ด้วยอำนาจของมันเพียงแค่มันกระพือปีกโจมตีออกไปครั้งเดียวก็สามารถทำให้เมืองแห่งนี้พินาศได้แล้ว
ตอนนั้นเองกองกำลังป้องกันเมืองก็ปรากฏตัวขึ้นทันที หนึ่งในนั้นคือดยุกที่เป็นเจ้าเมืองนี้ด้วย
เพียงแค่เห็นร่างกายที่สูงใหญ่ของสิงโตน้ำเงินครามพวกเขาก็รู้สึกสั่นเทา
แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ทำอะไร เสียงที่เย็นชาเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“ไม่จำเป็นต้องแตกตื่น”
หญิงสาวผู้มีเรือนผมและคิ้วสีขาว สวมใส่ชุดผ้าฝ้ายธรรมดา สองมือไพล่หลังกำลังยืนมองผู้คนเบื้องล่างมาจากบนหลังสัตว์อสูรยักษ์
ครืน ...
สิงโตน้ำเงินครามร่อนลงบนลานกว้างท่ามกลางสายตาของชาวเมืองมากมาย
บนหลังของสัตว์อสูรตัวนี้มีมนุษย์อยู่สามคนด้วยกัน และสองในนั้นดูเหมือนจะเป็นชาวบ้านธรรมดา นั่นจึงทำให้พวกทหารลดการป้องกันลงมา
ชายชราผู้เป็นเจ้าเมืองก้าวออกมาอย่างกล้าหาญและเอ่ย “ไม่ทราบว่าผู้สูงศักดิ์ท่านนี้เป็นใครกัน เหตุใดจึงมาเยือนเมืองของข้า”
หญิงสาวยังคงสงบนิ่งเหมือนดังเริ่มแรกแล้วเอ่ยออกไปว่า “นามของข้าคืออีวา ศิษย์คนที่ห้าของจอมปราชญ์ ข้าต้องการรบกวนท่านเจ้าเมือง”