ตอนที่ 12 โครงกระดูกสัตว์อสูร
"ข้าคงไม่กลับทางเก่าแน่"
กริชเพชรบอกความ้ากับหนิงหนิง
“ถ้าไม่กลับทางเก่าแล้วท่านจะไปทางไหนเล่า…” เสียงอ่อยๆ ของนางภูตอสูรครางถามเขาอย่างจนปัญญา เพราะเธอนำชีวิตนายน้อยมาสู่จุดอับแบบเกินความคาดหมาย
“เอาอย่างนี้สิ..พวกเราลัดเลาะตามอุโมงค์ไปเรื่อยๆ ดีกว่า ข้าเชื่อว่าปะการังพวกนี้มันก่อตัวกันขึ้นใต้พื้นสมุทร
มันเป็พืชที่ต้องกักเก็บพวกแพลงตอนที่มาติดเป็อาหารดังนั้นมันต้องมีช่องว่างรอบด้าน
เพื่อให้กระแสน้ำพัดผ่านได้สะดวกข้ารู้ว่าต้องมีทางออกสักแห่งที่ใดที่หนึ่ง…”
กริชเพชรพูดออกไปอย่างลืมตัวนางภูตอสูรสาวนิ่งอึ้งกระแอมถามชายหนุ่มเบาๆ
“นายน้อยท่านไปเอาความรู้พวกนี้มาจากไหนท่านรู้ได้ยังไงว่า ปะการังพวกนี้มันกินชีวิตเล็กๆ ในท้องทะเล ในเมื่อท่านเกิดจากไข่ได้ไม่กี่ชั่วโมง...”
หญิงสาวถามจนชายหนุ่มนิ่งอึ้งไม่รู้ว่าจะตอบนางยังไง เพราะความรู้สึกนึกคิดของเขาความรู้ความสามารถที่ยังเคยเป็มนุษย์มันไม่ได้หายไปไหน ทุกอย่างเขายังจำได้ทั้งหมดแต่ก็ไม่อาจจะบอกนางไปได้
เพราะตอนนี้กริชเพชรอยู่ในร่างอสูรน้อยไม่รู้ว่าถ้าเขาเปิดเผยความจริงออกไป ภูตอสูรอย่างนางที่มีความหวังในการเลี้ยงดูฟูมฟักเขา เพื่อยกระดับกายอสูรของชายหนุ่มให้ปลดปล่อยเธอไปเกิดในภพภูมิอันไกลโพ้น
ถ้านางรู้ความจริงอาจจะไม่เชื่อใจชายหนุ่มจนเป็เหตุให้สังหารเขาถ้าเป็อย่างนั้นก็นับว่าซวยแน่
กริชเพชรจึงตัดสินใจปกปิดเื่นี้เป็ความลับเพราะมันเป็อันตรายต่อชีวิต ยังไงก็ไม่สามารถวางใจใครได้เมื่ออยู่ในโลกอันโหดร้ายแห่งนี้ สิ่งที่ทำได้คือเรียนรู้เอาชีวิตรอดด้วยการพัฒนากายอสูรให้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นเอง
“ไม่รู้สิข้าดูจากรอยที่มีสัตว์เล็กๆ เหล่านี้ติดแปะกับยอดปะการังอ่อนๆ ที่มันพัวพันเก็บกักสัตว์เล็กๆ เ่าั้ติดเกาะเหมือนกับว่ามันกำลังดูดซับกินชีวิตพวกแพลงก์ตอน...”
ชายหนุ่มพูดพร้อมกับชี้มือไปที่กลุ่มปะการังเหมือนเขากวางอ่อน ปลายมันโบกสะบัดรวบรวมสิ่งมีชีวิตเล็กๆ เรืองแสงเข้ามาหาตัว เก็บเป็กลุ่มก้อนอยู่ในซอกปะการังที่ขึ้นพัวพันกันจนเหมือนกล่องขนาดใหญ่ ที่มีรูซับซ้อนจนน่าพิศวง
หญิงสาวอึ้งกับคำตอบของอสูรน้อยน้ำจืด แสดงว่าเขามีความเฉลียวฉลาดผิดกับอสูรทั่วไปรู้จักสังเกต ภูตอสูรจึงรู้สึกดีใจลึกๆ ว่า นางมีโอกาสจะไปเกิดใหม่กับนายน้อยคนนี้ได้ไม่ยาก ถ้าเธอส่งเสริมเขาให้สามารถเจริญเติบโตได้รวดเร็วขึ้น
แต่หญิงสาวก็คงจะทำอะไรไม่ได้เพราะอสูรตัวนี้ มันไม่ยอมกินเนื้อดิบเป็อาหาร แล้วเมื่อเธออยู่ในหว่างกลางดวงจิตของเขา โดยที่ไม่สามารถถูกเรียกออกมาได้เพราะกายอสูรของนายน้อยเธอ ยังไม่ถึงขั้นระดับกายอสูรสี่ทำให้หญิงสาวหนักใจจนไม่สามารถพูดออกมาเป็คำได้ หนิงหนิงคงจะต้องตามใจเขาปล่อยให้นายน้อยทำตามความคิด ที่จะเดินทางเข้าสู่อุโมงค์ต่อไป
“แล้วแต่นายน้อยเถอะ….” เสียงอสูรคราเคนก็สงบลงนานพอสมควรพวกเราต้องออกเดินทางแล้วละ
"นายน้อยไม่ได้กินอาหารมานานเกือบทั้งวันไม่รู้ว่าพลังการเดินทางของท่านจะไปไกลได้แค่ไหน ดีที่ท่านได้กินเศษสมองทำให้กายภาพของท่านเติบโตขึ้นสู่กายอสูรระดับหนึ่งตอนต้น นายน้อยไม่ลองกินแพลงตอนพวกนี้เป็อาหารบ้างล่ะ มันเป็สัตว์ที่ให้พลังงานเหมือนกันนะ ถึงแม้ว่ามันจะไม่เป็อสูร แต่ก็พอให้หายกระหายอยากได้ เพิ่มพลังท่านได้บ้างเล็กน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรกิน…”
หญิงสาวแนะนำชายหนุ่มเขามองสัตว์เขียวๆ เรืองแสงตรงหน้า พวกมันเหมือน แมงกะพรุนเรืองแสงตัวใหญ่ๆ น่าขยะแขยงจนเขาต้องเบะปาก
“ไม่เอาหรอกเราออกเดินทางกันเถอะ..” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับว่ายน้ำลึกเข้าไปตามอุโมงค์ปะการังมันไม่หนาแน่นหรือมีกระแสน้ำพัดเวียนวนที่แรงกล้า
ชายหนุ่มจึงค่อยๆ แหวกว่ายไปเรื่อยๆ เขารู้สึกหิวโหยและหมดแรง การแหวกว่ายของกริชเพชรเริ่มช้าลงจนภูตอสูรงูสาวสังเกตได้
“นายน้อยข้ารู้สึกว่าท่านจะเหนื่อยมากแล้วเราพักก่อนดีไหม? ตรงนั้นมีช่องท้ายอุโมงค์ดิน ใต้ปะการังเราหลบไปซ่อนตัวตรงนั้นก่อนดีกว่า
เผื่อมีอสูรจำพวกปลาผ่านมาแถวนี้ ท่านอาจจะเป็อาหารของพวกมันก็ได้ แม้ว่ามันจะเป็กายอสูรระดับหนึ่งก็ตาม...”
ชายหนุ่มผงกหัวเห็นด้วยเขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยกริชเพชรแหวกว่ายมุดลงช่องใต้พื้นมหาสมุทรมันมีโขดหินเป็ปากอุโมงค์เล็กๆ
ด้านล่างเป็ปะการังปกคลุมถ้าไม่มองดีๆ แทบจะไม่เห็นช่องอุโมงค์นี้ เมื่อเขาแทรกตัวเข้าไปด้านใน ความมืดมิดก็ปกคลุมแสงจากน้ำทะเลด้านนอกไม่สามารถพัดผ่านเข้ามาได้
“นายน้อยเห็นด้านนั้นหรือไม่มันมีแสงของพืชไฟราตรีส่องประกาย ท่านไปเก็บเอามาเป็เครื่องส่องนำทางสิ…”
หญิงสาวแนะนำชายหนุ่มขณะที่เขาหันไปมองเห็นหญ้าขึ้นอยู่ไกลๆ มันมีแสงระยิบระยับแผ่รัศมีไม่กว้างมาก แต่ก็สามารถเห็นข้างหน้าได้เกือบสามวา
กริชเพชรแหวกว่ายไปหาหญ้า ใช้แขนของเขาตะปบไปใต้ต้นหญ้าไฟราตรีกระชากมันดึงขาดออก ส่องนำทางมุดเข้าใต้โพรงที่คล้ายถ้ำเพื่อหาที่นั่งพัก
“โอ้แม่เ้า..!! ....” กริชเพชรร้องอุทานถอยกรูดออกมาเมื่อเขาโผล่จากมุมของปากอุโมงค์ที่คดเคี้ยว แสงของหญ้าไฟราตรีมันส่องสว่างในรัศมีสามวา ทำให้เมื่อชายหนุ่มถลำตัวออกไปกลับเห็นโครงกระดูกอสูรสองชนิด กอดรัดกันตายอยู่กลางอุโมงค์ โครงกระดูกสีขาวทั้งสอง ที่คล้ายกับงูขนาดใหญ่โอบกอดรัด กระดองเต่าตัวหนึ่งซึ่งมีหัวเป็กระดูกโผล่ออกมามีเขี้ยวดูประหลาดนัก ตรงกลางหัวเต่ามีเขาเหมือนนอแรด โผล่ออกน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก กริชเพชรตัวเย็นเฉียบเขาแทบจะกลั้นหายใจไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ชายหนุ่มค่อยๆ ถอยเข้าหลบมุมด้านข้างอย่างหวาดหวั่น
"ข้างหน้าเป็โครงกระดูกสองโครง หนิงหนิงเ้าเห็นหรือไม่? " เสียงชายหนุ่มคร่ำครวญถามหญิงสาวอย่างหวาดเสียวเขาคิดว่าเมื่อหลบเข้ามาในอุโมงค์ ปะการังจะมีความปลอดภัยสูงแต่กับผิดหวัง มีการฆ่ากันตายในถ้ำ
"ดูสิร่างทั้งสองเหมือนกับต่อสู้แล้ว ทำร้ายกันจนถึงตายไม่ยอมปล่อย ถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่า กลางหัวเต่ามันเสียบไปใต้คางของเ้างูร้าย ซึ่งมันได้กอดรัด กระดองเต่าจนแทบแตก น่าอัศจรรย์ใจกับพละกำลังของมันยิ่ง แสดงว่างูตัวนี้มีกำลังกายแข็งแรงมากๆ "
หนิงหนิงอธิบายให้นายของนางฟัง
"นายน้อยไม่ต้องกังวลหรอกพวกมันตายกันหมดแล้ว แต่ที่น่าสนใจท่านเห็นด้านข้างนั่นหรือไม่มีกล่องสีทองวางอยู่ คล้ายกับว่าพวกมันแย่งชิงกล่องนี้กัน ถึงกับฆ่าฟันกันจนกอดคอกันตาย ข้าคาดว่าเ้างูตัวนั้นมันมีพิษร้าย ย่อมเป็อสูรที่มีเขี้ยวเป็พิษ ร่างอสูรของมันต้องอยู่ในระดับห้าขึ้นไป เพราะว่ามันสามารถกลั่นเขี้ยวออกมาเป็อาวุธประจำกายได้ ดูเขี้ยวของมันสิเป็สีน้ำเงินครามนั่นหมายความว่าพิษร้ายของมันอยู่ที่เขี้ยวเขี้ยวคู่นี้ถือว่าเป็อาวุธประจำกายของเ้างูนั่น
หนิงหนิงบอกให้กริชเพชรเข้าใจ
"จริงๆ ด้วยหนิงหนิงข้าเห็น เขี้ยวของมันเหมือนฝังอยู่บน กะโหลกเต่าตัวนั้น แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่านอเต่า ที่อยู่ตรงหน้าผากกะโหลกเสียบไปที่ใต้คางของงูนั่นด้วย ดูเหมือนกับว่าเขาเต่าจะเป็สีแดงฉานน่าประหลาดใจมากๆ ทำไม? เต่าถึงมีนอเหมือนแรด"
กริชเพชรพูดเบาๆ ในดวงจิตกับหนิงหนิงเขาเริ่มตื่นเต้นกับภาพที่เห็นอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
"นายน้อยเต่าตัวนั้นต้องมีกายอสูรระดับหกแน่ดูสิ มันสามารถสร้างอาวุธให้เกิดขึ้นตรงหน้าผากได้ มันคืออสูรเต่าลาวาซึ่งเป็สัตว์อสูรที่มีถิ่นกำเนิดแถบใตู้เาไฟแถวนี้ มันน่าจะเป็ผู้ปกปักรักษาหีบสมบัติสีทอง"
กริชเพชรมองดูตามที่หญิงสาวพูด เห็นกล่องใบหนึ่งวางอยู่ด้านข้างโครงกระดูกทั้งสอง
"หนิงหนิงเราโชคดีพบสมบัติ"
กริชเพชรรู้สึกดีใจที่จู่ๆ ทั้งสองก็บังเอิญมาพบกล่องสมบัติในอุโมงค์ดินนี้
"แต่นายน้อยสังเกตดูเ้างูลายน้ำเงินตัวนั้น มันมีลักษณะเหมือนเผ่าพันธุ์งูน้ำจืดไม่มี ผิดเลยดูสิมันเหมือนพงษ์พันธ์ของข้าเกร็ดที่หลุดลอกออกไปเป็สีน้ำเงินด้วย คาดว่ามันเป็อสูรงูน้ำจืดแน่นอนข้ามั่นใจถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ ข้าคิดว่าเ้างูตัวนี้มันคงเป็เหมือนข้าที่แอบลักลอบลงมาเอา ทรัพยากรในเขตแดนอสูรมหาสมุทร ซึ่งมันอันตรายมากๆ เพราะจะมีผู้พิทักษ์ทรัพยากรหรือสมบัติที่ซ่อนไว้ในแหล่งของตน โดยผู้ที่จะให้อสูรที่จงรักภักดี เป็ผู้ที่ปกป้องคุ้มครองรักษา คาดว่าอสูรเต่าตัวนี้มันมีกายอสูรระดับหกจึงมีอาวุธที่สามารถงอกออกมา ตามใจ้า สังเกตจากที่เขานอของมันโผล่ออกมาจากกลางหัว ซึ่งผิดกับเ้างูตัวนั้นที่กายอสูรของมันอยู่ในระดับต่ำกว่า จึงมีเขี้ยวเป็อาวุธตามธรรมชาติของอสูรงู"
หญิงสาวอธิบายให้ชายหนุ่มเข้าใจถึงหลักการ ของกายอสูรระดับที่ต่างกัน
"อาวุธของเ้าเต่านั้นก็คือนอตรงหน้าผากของมัน แต่ที่มันสู้อสูรงูวารีน้ำจืดไม่ได้ คงเป็เพราะว่ามันโดนกัดด้วยพิษที่ร้ายแรง พิษของงูอสูรตัวนี้ร้ายกาจมากๆ ถึงแม้ว่ามันมีกายอสูรระดับต่ำกว่าก็สามารถสังหาร สัตว์อสูรที่มีระดับสูงได้อย่างสบาย แต่สุดท้ายมันก็ตกตายตามกันคาดว่าคงจะโดนนอที่หน้าผากของเต่าตัวนั้นเผาผลาญด้วยไฟลาวา ที่มันสร้างขึ้นมาเป็อาวุธพิเศษจากธาตุกระดูกของมัน"
หนิงหนิงพิจารณาถึงอาวุธของสัตว์อสูรทั้งสองค่อยๆ บอกให้กริชเพชรเข้าใจ
"พวกเราจะเข้าไปดูพวกมันใกล้ๆ ได้หรือไม่ชายหนุ่มถามหญิงสาวขณะที่เขาเริ่มสนใจกล่องสมบัติที่วางด้านข้างโครงกระดูก
"ได้สิ มันเหลือแต่โครงกระดูกไม่มีพิษภัยอะไรแล้วนายน้อย"
กริชเพชรใจชื้นขึ้นมาเมื่อหญิงสาว บอกเขาแบบนั้นชายหนุ่มค่อยๆ เคลื่อนตัวไปที่ โครงกระดูกมันมีรูปร่างใหญ่โต กระดองเต่า ใหญ่ขนาดควายตัวผู้ ที่เจริญวัยเต็มที่ ส่วนอสูรงูก็คล้ายงูอนาคอนด้าขนาดั์ยาวเกือบยี่สิบวาว่า พันล้อมรอบตัวเต่าด้วยโครงกระดูก ที่ไม่มีเนื้อและเื หนังของมันฉีกขาด กระเพื่อมลอยไปตามน้ำเป็เกล็ดสีน้ำเงินกะรุ่งกะริ่ง ความใหญ่ของโครงกระดูกดูแล้วน่าหวาดกลัว กริชเพชรเคลื่อนไปที่ กล่องสมบัติสีทอง ช้าๆ เงียบๆ อย่างระมัดระวัง
.......................................................................................................................