อาจารย์จาง?
ห้ากรรมการผู้ตัดสินกลอกตาพวกเขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน กระทั่งจนตอนนี้ก็ยังไม่เคยเลยโดยเฉพาะชายหนุ่มที่กล้าแอบอ้างว่าตัวเองเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
อาจารย์โหลวและแม่เฒ่าผิงก็ชะงักไปเหมือนกันทั้งสองรู้สึกสับสนกับสิ่งที่ได้ยินเป็นอย่างมากหรือว่าจริงๆแล้วชายหนุ่มไม่ต้องการบอกความจริง?
เหล่าผู้ชมเองก็ต่างงุนงงถึงพวกเขาจะไม่ได้รู้จักอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทุกคนในวงการบันเทิงแต่พวกเขาเองก็ไม่เคยได้ยินเช่นกันว่ามีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่อายุน้อยขนาดนี้อยู่
ชายหนุ่มคนนี้ต้องการล้อเล่นงั้นเหรอ?
ทุกคนไม่เว้นแม้กระทั่งเหวินลิ่วกับเสวี่ยอิ้งเริ่มสงสัย
แซ่จาง?
ในวงการบันเทิงนี้ไม่มีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่ใช้แซ่นั้นอยู่อย่างแน่นอน!
มีเพียงหญิงสาวแซ่ฉีเท่านั้นที่รู้ว่าชายหนุ่มได้พูดความจริงและอ้างตัวเองว่าเป็นอาจารย์จาง แต่ใครจะไปคิดกันล่ะว่าเขาจะกล้ามาประกาศเปิดตัวในที่สาธารณะแบบนี้?
เฮ้อ…
น้องชายจางเธอไปเอาความมั่นหน้ามั่นใจขนาดนี้มาจากไหน?
ฉีซีลอบถอนหายใจสถานการณ์ตรงหน้านี้เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ามันจะเกิดขึ้นโดยเฉพาะการที่ชายหนุ่มเอาตัวเองขึ้นเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ
วินาทีต่อมา
“พ่อหนุ่มจางเธอจะล้อเล่นแบบนี้ไม่ได้นะ’’เหวินเปาเป็นคนแรกที่ตอบสนองกับเหตุการณ์ตรงหน้าได้เร็วที่สุดและนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายมีแซ่จาง เขาจึงพูดเตือนด้วยนํ้าเสียงเป็นมิตรเพราะสําหรับเขาแล้วคนที่ช่วยหญิงสาวแซ่ฉี ล้วนแสดงให้เห็นแล้วว่าคนๆนั้นไม่ใช่คนเลวร้าย
บอกได้ว่าตั้งแต่เหวินเปาเห็นความพยายามในตัวของฉีซีที่มีมากกว่าใครๆและไม่เคยย่อท้อสักครั้ง เขาก็รู้สึกชื่นชมเธอมาตลอด แต่ด้วยตําแหน่ง CEOและลูกชายของเขาเหวินลิ่ว เขาจึงไม่อาจยื่นมือเข้าช่วยเหลือเธอได้ และทําได้เพียงแค่แนะนําอยู่ห่างๆเท่านั้น
ดังนั้นตอนนี้หากมีอะไรที่เขาสามารถช่วยได้…เขาก็จะช่วย!
“ล้อเล่น?ผมบอกตอนไหนว่าล้อเล่น?’’ กลับกันจางเจิ้นที่ได้ยินชายวัยกลางคนแซ่เหวินเตือนเพียงส่ายหัวหนึ่งครั้งอย่างน้อยเขาก็มองออกว่าแม้ชายคนนี้ จะไม่ได้ช่วยพี่สาวฉีของเขาเลยแต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ล่วงเกินหรือกลั่นแกล้งเธอเลยส่วนเหตุผลเขาก็เข้าใจดีว่ามันเป็นเรื่องของครอบครัว
ดังนั้นเขาจะอภัยให้ชายคนนี้!
แต่สําหรับห้ากรรมการผู้ตัดสิน...คงต้องเจอเขามอบบทเรียนให้สักหน่อย!
จางเจิ้นที่ตัดสินใจได้ก็ไม่ให้ความสนใจกับชายวัยกลางคนแซ่เหวินอีกต่อไปและจ้องเขม็งไปยังห้ากรรมการผู้ตัดสินแทน
“พวกคุณไม่รู้จักผมได้อย่างไร?’’
สิ้นเสียงท่าทีของเขาก็ราวกับปรมาจารย์มาเอง
ทําให้คนอื่นๆรู้สึกกดดันขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกโดยเฉพาะกับห้ากรรมการผู้ตัดสิน พวกเขารู้สึกตื่นตะหนกตกใจไม่น้อย เพราะใบหน้าสงบนิ่งของชายหนุ่มที่ได้แสดงออกมาในตอนนี้มันราวกับว่าเขาเป็นปรมาจารย์ที่มีอายุยืนยาวเป็นร้อยปีอย่างไรอย่างนั้น
ชายหนุ่มคนนี้ทําไมถึงได้นิ่งสงบแบบนี้ได้?
วินาทีนั้นนอกจากห้ากรรมการผู้ตัดสินจะตกใจแล้วอาจารย์โหลวและแม่เฒ่าผิงก็พลอยอึ้งไปด้วย ทั้งสองคนมั่นใจเลยว่าต่อให้เป็นตัวเองก็ไม่สามารถมีความนิ่งสงบที่ราวกับไม่แยแสต่อสิ่งใดแบบนี้ได้
หรือว่าชายหนุ่มคนนี้จะเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจริงๆ?
ทันใดนั้นความคิดหนึ่งที่ยากจะยอมรับ ก็ได้แล่นผ่านหัวของคนทั้งเจ็ดทําให้สีหน้าของพวกเขาค่อยๆเปลี่ยนไป ก่อนฉายความตกตะลึงออกมา
จางเจิ้นที่เห็นท่าทีของพวกเขาเปลี่ยนไปก็ลอบหัวเราะในใจ พร้อมกับถามด้วยนํ้าเสียงที่เคร่งขึม
“ทําไมพวกคุณเห็นผมอายุน้อยแล้วคิดว่าจะข่มเหงกันได้ง่ายๆแบบนี้งั้นเหรอ?’’
เฮือก!
กรรมการผู้ตัดสินทั้งห้าที่ได้ยินต่างสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ดูเหมือนชายหนุ่มคนนี้จะไม่ได้ตั้งใจจะแสดง แต่เขาเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจริงๆ
เป็นไปได้ยังไง!
มีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่อายุน้อยขนาดนี้อยู่ได้ยังไง?
อาจารย์โหลวและแม่เฒ่าผิงต่างนิ่งงันนัยน์ตาเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่รู้ตัวบอกได้เลยว่าเพลงชั่วนิจนิรันดร์นั้นเป็นเพลงที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเห็นมาแล้วคนที่แต่งมันได้อย่างชายหนุ่มคนนี้จะไม่ใช่อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญได้อย่างไร?
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทําไมเขาถึงได้กล้าอ้างตนเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ!
ชายหนุ่มคนนี้...เขาเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเสียงจริง!
“ขออภัยที่พวกเราไม่ได้ทักทายคุณในก่อนหน้านี้’’กรรมการผู้ตัดสินทั้งห้าไม่ลังเลเลยที่จะก้มหัวขอโทษ ด้วยความละอายใจพวกเขารู้สึกละอายใจเป็นอย่างมากที่ไม่รู้มาก่อนว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่ลึกลับคนนั้น
“ดีถ้าอย่างนั้นก็จําไว้ด้วยล่ะว่าคราวหน้าคราวหลังอย่าทําตัวให้คนอื่นเขาดูถูกง่ายๆแบบนี้อีก’’ได้ยิน จางเจิ้นก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ และทิ้งท้ายด้วยคําเตือนสุดแสนเย็นชา
ห้ากรรมการผู้ตัดสินตัวสั่นไปไม่รู้ว่าทําไมพวกเขาถึงได้รู้สึกหวาดกลัวเพียงเพราะแค่คําพูด
ช่างน่าอับอายจริงๆ!
ทางด้านอาจารย์โหลวและแม่เฒ่าผิงที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพลันตกตะลึงนอกจากเขาจะเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่อายุน้อยที่สุดแล้วเขายังกล้าที่จะต่อว่าห้ากรรมการผู้ตัดสินโดยไม่ลังเลอีก
คําไหนกันที่เหมาะสมกับผู้เชี่ยวชาญระดับนี้?
“แล้วคุณล่ะ?ไม่คิดจะแก้ตัวอะไรกับผมหน่อยอย่างนั้นเหรอ?’’หลังจากที่เล่นงานห้ากรรมการผู้ตัดสินไปแล้ว จางเจิ้นก็หันไปมองชายวัยกลางคนแซ่โหลวด้วยรอยยิ้มเย็นชา
เป็นชายคนนี้ที่เขียนเพลงให้กับเสวี่ยอิ้งแต่อีกฝ่ายกลับนั่งนิ่งน่าตาเฉย โดยไม่ยื่นมือเข้ามาแก้ไขสถานการณ์เลย
เรื่องแบบนี้ถ้าไม่ให้เขาโกรธจะให้เขาทําอะไร?
“ผม…’’แววตาเย็นชาที่จับจ้องลงบนร่าง ทําเอาอาจารย์โหลวสั่นไปทีหนึ่งถึงชายหนุ่มคนนี้จะอายุน้อยกว่าเขา แต่ความเชี่ยวชาญในการเขียนเพลงและความสงบนิ่งของอีกฝ่าย เหนือชั้นกว่าเขาเป็นอย่างมาก
เขาจึงรู้สึกกดดันขึ้นมาโดยไม่เข้าใจว่าทําไมอีกฝ่ายถึงได้เพ่งเล็งเขาขึ้นมา?
หรือว่าจะเป็นเพราะเพลงที่เขาเขียนให้กับเสวี่ยอิ้ง?
ทันทีที่นึกออกอาจารย์โหลวก็มีสีหน้าละอายใจ ใบหน้ากระตุกขึ้นมาเขารู้แล้วว่าทําไมอีกฝ่ายถึงได้ต้องการให้เขาแก้ตัว
“ขออภัยด้วยครับอาจารย์จางผมใจดีเกินไปที่เขียนเพลงให้กับเธอ’’ ท้ายที่สุดเขาทําได้เพียงก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด มันเป็นความรู้สึกที่มาจากใจจริงของเขาเขารู้สึกผิดจริงๆที่ช่วยเหลือเสวี่ยอิ้งโดยไม่คิดอะไร
“ดีดังนั้นคุณก็จําไว้เป็นบทเรียนด้วยล่ะ’’ จางเจิ้นที่เห็นก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจตอนนี้เขารู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อย บอกได้เลยว่าการที่เขาได้ทําแบบนี้และเอาชนะคนที่โด่งดังเหล่านี้ได้
มันเป็นอะไรที่น่าพึงพอใจสุดๆไปเลยล่ะ!
วินาทีต่อมา
ชายหนุ่มแซ่จางจึงหันไปทางแม่เฒ่าผิงที่กําลังตกตะลึง
“ส่วนคุณ...’’
“ฉะ...ฉัน…’’แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดจบ เธอก็ตื่นตะหนกขึ้นมาซะก่อนทําให้ท่าทีของเธอดูลนลานเป็นอย่างมาก
แม่เฒ่าผิงรู้สึกลนลานจริงๆเธอคิดไม่ออกว่าเธอทําอะไรผิด เธอจึงกลัวเป็นอย่างมากว่าเธอจะถูกเขาตําหนิและรู้สึกละอายใจเหมือนกับคนอื่นๆ
“...’’ จางเจิ้นที่เห็นท่าทีของเธอจึงชะงักไปเขายังไม่ทันได้พูดจบเลย แล้วนี่เธอเป็นอะไร?
หรือว่าเขาน่ากลัวมากขนาดนั้นเลยอย่างนั้นเหรอ?