การได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจริงจัง...ทำให้เภตรายิ่งรู้สึกรักอมันต์มากขึ้นทุกทีด้วยเพราะความดูแลเอาใจใส่ทุกกระเบียดนิ้ว ั้แ่ตื่นนอนยันหลับแม้กระทั่งตอนที่อยู่มหาวิทยาลัย หากมี่ไหนว่าง เขาเป็ต้องมาหาเธอมาคอยถามไถ่อาการอยู่ตลอด จนบรรดาเพื่อนๆ ต่างพากันออกปากแซวไปต่างๆ นานา ทำให้ความรู้สึกหม่นหมองผ่อนคลายลงได้บ้าง
“พี่อาร์ต...” เธอสวมกอดเขาทางด้านหลังในขณะที่ชายหนุ่มกำลังยืนอยู่ระเบียงห้องพัก เพราะเห็นว่าเขาอยู่ตรงนั้นนานมากแล้วราวกับกำลังครุ่นเครียดหนักหนา ซึ่งก็คงไม่พ้นเื่พันธะที่กำลังจะก่อกำเนิดขึ้น
สายตาของเขาหลุดลอยออกไปกับทิวทัศน์ภายนอกจนกระทั่งความอบอุ่นจากร่างเล็กทาบทับแนบชิดเข้าหาเขาหันกลับมาหาเธอแล้วยิ้มอ่อนโยนเหมือนเคย
“ลมแรง...หนูจะออกมาทำไม เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”
“ก็มาชวนเข้าไปข้างในด้วยกันนี่ไงคะ” สองมือเล็กคลายออกหลวมๆ เงยหน้าขึ้นมองเขาแต่ชายหนุ่มกลับหลบสายตากระนั้นก็ไม่อาจซ่อนเร้นความกังวลที่แผ่รัศมีห้อมล้อมอยู่โดยรอบ
เธอ...ััมันได้
“ป๊ากับม๊าเริ่มสงสัยแล้ว...ว่าทำไมพี่ไม่กลับไปนอนที่บ้าน”เขาโอบร่างบอบบางเอาไว้แล้วพาหญิงสาวเดินเข้าไปในห้อง
“หนูอยู่คนเดียวได้พี่อาร์ตจะกลับบ้านบ้างก็ไม่เป็ไรหรอกค่ะ”
“มันไม่ใช่แค่นั้น เรา...จะปกปิดเื่นี้ตลอดไปไม่ได้เราต้องหาทางออก”
“หมายความว่ายังไงคะ”
“ฟังนะ...เราต้องจบเื่นี้เภตรา เพื่อทุกอย่างเพื่ออนาคต...”
“...” แต่ทุกอย่าง...และอนาคตของเธอคือเขากับลูก...
เภตราส่ายหน้า รอยยิ้มฉับพลันเลือนหายมองแววตาที่เคร่งเครียดของเขาแล้วใจสั่นหาย
“พี่คิดมาตลอด ว่าเราต้องหาทางออกสำหรับทุกฝ่ายและพี่ก็ตัดสินใจแล้ว”
“ทำไมดูเครียดจังคะ...นี่ก็ดึกมากแล้วเราเข้านอนกันดีกว่า” เภตราฝืนยิ้มแล้วผละออกจากเขาหันกลับเข้าไปในห้อง ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพ่นพูด และไม่อยากเข้าใจ...
“เราต้องคุยกันเป็จริงเป็จังก่อนที่เวลามันจะล่วงเลยไปมากกว่านี้ อะไรๆ ก็จะยิ่งแก้ไขยาก” ชายหนุ่มค่อยๆ เดินตามไปห่างๆ
“แก้ไขอะไรคะ เภตราออกมาจากบ้าน ตัดขาดจากพ่อจากแม่และเราก็กำลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน กำลังจะมีลูก เรียนจบก็หางานทำ แล้ว...”
“พอเถอะ...ชีวิตจริงมันไม่ได้สวยงามแบบนั้นเภตราก็รู้”
“พูดแบบนี้หมายความว่าพี่อาร์ตไม่้าลูกของเราเหรอคะ” ทั้งที่ในใจก็หวั่นรู้แต่ก็ยังอยากถามให้ได้ยินคำตอบ
“เรายังมีโอกาสเภตรา...เมื่อเราพร้อมแต่ตอนนี้เราไม่มีความพร้อมอะไรเลยทั้งคู่”
“ไม่!” หญิงสาวรู้สึกปวดร้าวหน่วงๆกับทุกคำพูดของเขา
ทั้งที่ไว้ใจ...
ทั้งที่คิดว่ามีเพียงเขาที่เข้าใจและพึ่งพาได้ในวันที่อ่อนแอที่สุด...
“หนู...ฟังพี่ก่อน พี่ไม่เคยคิดจะทิ้งหนูไปไหนนะแต่ถ้าหนูดื้อแบบนี้ อนาคตของเราสองคนจะเป็ยังไง ลองคิดดู”
“เภตราไม่มีทางทำร้ายลูกแน่ๆเขาไม่ผิด...เราสองคนต่างหากที่ผิดและต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น”
“ทุกวันนี้พี่ก็รับผิดชอบอยู่ไม่ใช่เหรอ...แต่การมีเด็กการจะต้องเลี้ยงเด็กสักคนโดยที่ไม่มีความพร้อม ไม่มีประสบการณ์มันไม่ใช่เื่ง่ายเลยนะ อีกอย่างไหนจะเื่เรียนอีกล่ะ”
“...” เภตรานิ่งเงียบไปด้วยความเจ็บจุกสองมือกำแน่นโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“เชื่อพี่นะเภตรา พี่รักหนู และไม่อยากให้หนูลำบากทั้งที่อายุก็ยังน้อยหนูเองก็ยังมีอนาคตอีกไกล”
“ถ้าพี่อาร์ตคิดแบบนั้นเภตราจะเลี้ยงลูกเองคนเดียวก็ได้ค่ะ” มือน้อยๆยกขึ้นปาดเช็ดน้ำตาแล้วเดินไปที่เตียงทิ้งตัวลงนอนหันหลังให้เขาแล้วดึงผ้าห่มคลุมตัวรู้สึกผิดหวังกับผู้ชายคนนี้อย่างมหาศาล
อมันต์ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจแรงก่อนจะตามไปนอนข้างๆ กัน และดึงร่างเล็กเข้ามากอดอย่างเอาใจ “พี่ขอโทษ...เอาล่ะเราค่อยคุยเื่นี้กันอีกทีก็แล้วกัน”
“ถ้าพี่อาร์ตหมายถึงจะให้หนูทำอะไรกับลูกเราก็ไม่ต้องมาคุยกันอีกค่ะ” น้ำเสียงของเธอแข็งขึงแม้จะยังสะอึกสะอื้นร้องไห้ด้วยความเสียใจอยู่ก็ตาม
“นอนเถอะ...แล้วก็ไม่ต้องคิดมากนะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพี่ก็จะอยู่ข้างๆ หนูเสมอ” ชายหนุ่มขยับใบหน้าเข้าไปจูบที่แก้มนวลแฉะชื้นพลางดึงทิชชูในกล่องบนหัวเตียงมาเช็ดน้ำตาให้กับเธอ ก่อนจะกอดกล่อมเผื่อแผ่ความอบอุ่นให้คนตัวเล็กได้คลายความสับสน
เขารู้ว่าไม่อาจขัดใจดูจากภายนอกเภตราเป็คนง่ายๆ และมักยอมตามใจเขาเสมอ แต่หากสิ่งใดที่หญิงสาวไม่ยอมนั่นหมายความว่าต่อให้ต้องฆ่ากันตายเธอก็จะไม่มีทางลดราวาศอกดูได้จากความใจเด็ดที่ยอมตัดขาดจากครอบครัวเพื่อจะรักษาลูกเอาไว้ก็รู้ว่าตอนนี้เขาคงต้องเจองานหนักเสียแล้ว
“จะอยู่ข้างๆ กัน...โดยที่ยังมีลูกอยู่ด้วยใช่ไหมคะ”หญิงสาวใช้มือกุมท้องแล้วกอดแน่นด้วยความหวงแหนแม้อายุยังน้อย...แม้จะยังไม่ประสีประสาแต่สัญชาตญาณความเป็แม่ในตัวเธอพร้อมจะใช้ทั้งชีวิตเพื่อปกป้องชีวิตน้อยๆ นี้โดยไม่ยอมอ่อนข้อให้กับใครก็ตามที่มุ่งร้าย แม้แต่ อมันต์ก็ตาม...
“...” ไร้ซึ่งคำตอบใดๆ เขาชายหนุ่มรวบร่างเล็กแน่นขึ้น จูบริมฝีปากช่างเจรจานั้นเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงนำพาหญิงสาวซึ่งแม้จะตกอยู่ในความเครียด แต่เพราะกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ อยู่ความอ่อนเพลียจึงทำให้เธอสู่นิทราไปอย่างง่ายดาย