ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

ตอนที่ 257 เกราะโลกา

"ระดับพลังอะไร...ที่เขาต้องการจะไปถึง?"

หญิงสาวหันมามองเขาสีหน้าของนางแสดงออกถึงความจริงจัง

"ในโลกนี้ ผู้ใช้พลังแบ่งออกเป็นระดับมากมายแต่เมื่อเจ้าถึงระดับ 7 ขั้นสูงสุดเช่นข้าและเจ้านั่นคือจุดที่ห่างจากความเป็นปราชญ์  เพียงแค่ครึ่งก้าวเท่านั้น"

นาฟเบิกตากว้างรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของพลังที่หญิงสาวกล่าวถึงแม้ว่าเขาเองจะรู้สึกว่าเส้นทางของตัวเองยังอีกยาวไกล

"ระดับแปด...!"นาฟพึมพำ

หญิงสาวมองเขา รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากแต่ในแววตากลับไร้ความสุข

"ระดับปราชญ์คือการก้าวข้ามข้อจำกัดของมนุษย์...กลายเป็นผู้ที่สามารถควบคุมพลังแห่งธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ความแข็งแกร่งระดับนั้นคือสิ่งที่แม้แต่กองทัพของอาณานิคมยังต้องยำเกรง"

นาฟฟังด้วยความตั้งใจเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าชายผมทองและหญิงสาวคนนี้ไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้พลังทั่วไป

"ข้าจึงต้องหยุดเขา,!"

หญิงสาวกล่าวต่อ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแน่วแน่

"ไม่ใช่เพื่อแก้แค้นเพียงอย่างเดียว... แต่ต้องเอาสมบัติของตระกูลกลับมาให้ได้!"

 

นางหันกลับมามองนาฟที่ยืนอยู่ไม่ไกลและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นแต่หนักแน่น

"เจ้าควรจากไปเสียแต่ตอนนี้,…..ถ้ำนี้จะกลายเป็นสนามรบของผู้ใช้พลังระดับสูง และเจ้า...ในตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น"

คำพูดนั้นทำให้นาฟรู้สึกเหมือนถูกผลักไสแต่เขาไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ดวงตาสีเข้มของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

"ข้าพอจะช่วยอะไรท่านได้บ้างหรือไม่?"

หญิงสาวส่ายหน้าเบา ๆ และถอนหายใจ

"ระดับพลังของเจ้ายังต่ำเกินไปสำหรับการต่อสู้ในระดับนี้เจ้าจะเป็นเพียงภาระให้ข้าต้องห่วงหน้าพะวงหลังเท่านั้น"

นาฟเม้มริมฝีปากแน่นแต่ยังคงจ้องมองนางด้วยความแน่วแน่

"แต่ข้าไม่อยากปล่อยให้ท่านต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว"

หญิงสาวยิ้มบาง ๆ แต่ในแววตามีเพียงความสงสาร

"ข้าซาบซึ้งในความกล้าของเจ้าแต่เจ้าไม่เข้าใจว่าข้ากำลังเผชิญหน้ากับอะไร

ชายผมทองคนนั้นไม่ใช่แค่ผู้ทรยศเขายังขโมยสมบัติของตระกูลข้าไปอีกหนึ่งชิ้น... สิ่งที่เรียกว่า.. เกราะโลกา"

นาฟเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย

"เกราะโลกา?"

หญิงสาวพยักหน้า

"ใช่เกราะนั้นคือสิ่งที่สามารถป้องกันพลังแทบทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นการโจมตีทางกายภาพหรือพลังจิต มันทำให้เขาแทบจะไร้เทียมทานหากไม่มีพลังในระดับที่เหนือกว่าเขาอย่างมากก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะเขาได้"

คำพูดนั้นทำให้ความหวังเล็ก ๆ ในใจของนาฟค่อย ๆมลายลง

"ดังนั้นเจ้า...จงออกไปจากที่นี่และอย่าได้หันกลับมาอีกเจ้าควรเก็บพลังที่เจ้ามีไว้เพื่อวันข้างหน้า "

คำพูดนั้นหนักแน่นราวกับคำสั่ง แต่นาฟยังลังเลเขามองหญิงสาวอย่างไม่ยอมแพ้

 

 

แม้ในหัวใจจะเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น เขาเพิ่งนึกถึงบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง“ลมหายใจมังกร”ที่เขาได้รับมาจากเจ้ารุ้งพลังที่ดูเหมือนเกินกว่าความเข้าใจของคนธรรมดามันคือพลังที่สามารถแปรผันและละลายสสารใด ๆ ได้ตามใจนึก

 

 

 เขาสบตาหญิงสาวผมทองตรงหน้าพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

"ถ้าข้าจะบอกว่าข้ามีความสามารถอีกอย่างที่สามารถแปรผันสสารใดๆ ก็ได้ล่ะ?"

คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวชะงักนางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายความไม่เชื่อ

"เจ้ากำลังล้อข้าเล่นหรือ? เด็กหนุ่มอย่างเจ้ามีความสามารถเช่นนั้นจริงหรือ?"

"ข้าพูดจริง," นาฟตอบอย่างหนักแน่น

"และถ้าท่านต้องการข้าจะพิสูจน์ให้เห็นเดี๋ยวนี้"

หญิงสาวมองเขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

"ถ้าเจ้าพูดจริง... ก็จงพิสูจน์ให้ข้าเห็นแต่ข้าเตือนว่าอย่าได้พยายามหลอกลวงข้าเพราะผลลัพธ์อาจจะไม่เป็นที่พึงพอใจของเจ้า"

นาฟพยักหน้าเล็กน้อย เขาก้าวถอยไปสองก้าวสูดลมหายใจลึก ในมือของเขาปรากฏลูกหินธรรมดาที่หยิบขึ้นมาจากพื้นถ้ำเขาจ้องมองลูกหินนั้นด้วยสมาธิแน่วแน่

จากนั้นไอหมอกบางเบาเริ่มก่อตัวขึ้นรอบ ๆ หิน มันเปล่งประกายเรืองรองอยู่ไม่นานก่อนที่เสียง

"ฟู่!"

ดังเบา ๆ ออกมา ลูกหินในมือเขาเริ่มละลายอย่างช้าๆ เปลี่ยนสภาพเป็นของเหลวโปร่งแสง จากนั้นมันค่อย ๆ บิดตัวเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นคริสตัลใสที่งดงามเจิดจ้า ทันใดนั้น นาฟยกคริสตัลนั้นขึ้นมาชูต่อหน้าหญิงสาว

หญิงสาวผมทองเบิกตากว้างด้วยความตะลึง

"ปะ...เป็นไปได้ยังไง... พลังนี้... ไม่สิเจ้ากำลังใช้พลังของสิ่งมีชีวิตโบราณใช่หรือไม่?"

นาฟไม่ตอบในทันที แต่ยิ้มเล็กน้อย

"ข้าคงเรียกมันว่า 'ของขวัญ' ที่ข้าได้รับมา... ข้าคิดว่าพลังนี้อาจช่วยท่านได้ไม่ว่าวัตถุที่แข็งแกร่งแค่ไหน ข้าก็เชื่อว่าข้าสามารถละลายมันได้"

หญิงสาวมองเขาอยู่นานราวกับชั่งน้ำหนักคำพูดและการกระทำของเขา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย"เจ้าช่างเป็นคนที่คาดไม่ถึงจริง ๆ... บางที...เจ้าคงไม่ได้ธรรมดาอย่างที่ข้าเคยคิด"

คำพูดนั้นทำให้นาฟรู้สึกได้ถึงประกายแห่งความยอมรับในแววตาของนางเป็นครั้งแรก

หญิงสาวมองนาฟด้วยสายตาประเมินอย่างรอบคอบแม้พลังที่เขาแสดงออกมาจะเหนือกว่าที่เธอคาดไว้แต่ความกังวลยังคงฉายชัดในแววตาของเธอ

นางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น"ชายคนนั้น ตอนนี้น่าจะอยู่ในถ้ำลึกลงไปชั้นที่เจ็ดซึ่งถือเป็นเขตอันตรายที่แม้แต่ผู้ใช้พลังระดับเจ็ดบางคนยังต้องระวังตัวเป็นอย่างมากเจ้ารู้หรือไม่ว่าความแตกต่างระหว่างระดับพลังของเจ้าและเขามันกว้างแค่ไหน?

ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะลงไปถึงชั้นนั้นได้อย่างมากที่สุด เจ้าก็ไปได้แค่ชั้นที่สี่เท่านั้น"