บทที่ 28 ฐานอัปเกรดใหม่ โทรศัพท์ดังไม่หยุด!
จิ่งเหมียนเดินมาถึงโซนเครื่องจำหน่ายสินค้า บนชั้นวางมีสินค้าอยู่เพียงสามอย่าง ได้แก่ ข้าวสาร น้ำแร่ และผ้าอนามัยหลากหลายประเภท
เธอเปิดหน้าต่างระบบโกดังสินค้า ภายในมีสินค้าใหม่ห้าประเภทที่สุ่มขึ้นมา ได้แก่ แป้งสาลี น้ำมันพืช แอลกอฮอล์ กระดาษทิชชู และแชมพู
จิ่งเหมียนพบสิ่งที่น่าประหลาดใจ นั่นคือสินค้าแต่ละประเภทมีสินค้าแยกย่อยออกไปอีกมากมาย
แป้งสาลีมีหลายประเภท น้ำมันพืชมีทั้งน้ำมันข้าวโพด น้ำมันมะกอก และอื่น ๆ แอลกอฮอล์มีหลายระดับความเข้มข้น ส่วนแชมพูก็มีหลากหลายกลิ่น
จิ่งเหมียนเลือกแชมพูกลิ่นพีชมาหนึ่งขวดเพื่อใช้เอง
เธอวางสินค้าทุกประเภทไว้บนชั้นวาง จากนั้นก็ล็อกให้เรียบร้อย เพียงแค่ชำระเงินที่เครื่อง สินค้าก็จะร่วงลงมาเองโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเฝ้าร้าน ไม่ต้องกังวลว่าจะมีคนขโมย
จิ่งเหมียนตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะไปหาเซียวเฝ่ย ให้เธอดูสินค้าใหม่ว่าสามารถดึงดูดลูกค้ารายใหญ่ได้หรือไม่ แล้วจะลองขายให้กับประชาชนในย่านการค้าควานตงและฐานอู่อันด้วย
สุดท้ายจิ่งเหมียนก็มาถึงโรงอาหาร เครื่องจำหน่ายอาหารเรียงรายเป็แถวยาว จิ่งเหมียนถึงกับเลือกไม่ถูก
หม้อไฟ ชานมหวาน เค้ก เบเกอรี ไก่ทอด บาร์บีคิว อาหารเสฉวน-หูหนาน ซูชิ อาหารญี่ปุ่น ติ่มซำ...
สิบนาทีต่อมา เค้กและขนมหวานกับหม้อไฟก็ได้รับชัยชนะอย่างยากลำบาก
จิ่งเหมียนอดใจรอไม่ไหว จึงใช้คะแนนสะสม 30 แต้มซื้อเค้กมูสมาชิ้นหนึ่ง
เค้กชิ้นเล็ก ๆ วางอยู่บนฝ่ามือ มันนุ่มละมุนลิ้น หวานละไมเกินบรรยาย
อร่อยจนอยากจะร้องไห้ นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้กินเค้ก ถึงแม้ชาติที่แล้วเธอจะเคยกินมาก่อนก็ตาม แต่เธอก็ดีใจจังที่ผู้เช่าในลวี่อินทุกคนจะมีโอกาสได้ลิ้มลอง!
ขอบคุณระบบ!
ลิ้มรสอาหารอร่อยเสร็จแล้วก็ต้องทำงานอย่างจริงจัง เธอต้องติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ก่อนที่ลูกค้าคนต่อไปจะมาถึง
ห้องว่างที่เพิ่มขึ้นใหม่ไม่นับรวม ก่อนอื่นเธอจะติดตั้งเฉพาะในห้องที่ตกแต่งเสร็จแล้วเท่านั้น
มีสิ่งจำเป็สามอย่างคือ เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า และตู้เย็น ส่วนโทรทัศน์นั้น ในยุคหลังวันสิ้นโลกไม่มีรายการบันเทิงแล้ว ดูได้แค่ข่าวท้องถิ่นเท่านั้น จิ่งเหมียนก็ยังจัดให้ในฐานลวี่อิน แต่ปัจจุบันไม่มีก๊าซธรรมชาติให้ จึงต้องติดตั้งเตาแม่เหล็กไฟฟ้าแทน
แต่ละห้องลงทุนไป 30,000 เครดิต จากนั้นเธอก็อัปเดตข้อมูลรูปภาพบนเว็บไซต์
ราคาห้องเพิ่มจาก 500 เป็ 800 ต่อวัน
โอ้โห ไม่ถึงสิบนาที โทรศัพท์ของจิ่งเหมียนก็ดังไม่หยุด ความน่าดึงดูดของลวี่อินพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
คนที่สอบถามส่วนใหญ่มีผู้สูงอายุและเด็กในครอบครัว จิ่งเหมียนเข้าใจว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ ที่จริงแล้วส่วนใหญ่เป็การรักษาชีวิตไม่ให้ถูกอุณหภูมิสูงพรากไป
แต่ห้องมีจำนวนจำกัด ความ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันทำให้จิ่งเหมียนปวดหัวเล็กน้อย
เมื่อรับโทรศัพท์ไม่ไหว จึงเปลี่ยนเป็การลงทะเบียนทางเว็บไซต์ หากจองสำเร็จก็สามารถมาดูห้องได้
รายชื่อผู้ลงทะเบียนหน้าแล้วหน้าเล่า จิ่งเหมียนตั้งค่าการคัดกรองข้อมูลต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับผู้ที่สามารถอยู่ประจำ ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุและเด็ก ผู้ที่ไม่มีประวัติอาชญากรรม...
ลูกค้าที่ผ่านการคัดกรองมีเพียงพอที่จะเช่าห้องทั้งหมดได้
ตอนนี้ลูกค้าคนแรกของ่บ่ายได้มาถึงแล้ว
ฮวาเล่อเหยานั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก เธอเอ่ยชื่นชมไม่หยุด แม่บอกว่าการอยู่ข้างนอกไม่มีที่ไหนสบายเท่าอยู่บ้าน มีแต่กับดักทุกที่ แต่เธอเห็นว่าที่นี่ก็ไม่เลวนะ มีร่มเงาและเครื่องปรับอากาศให้ด้วย
"ขอโทษนะคะ ฉันเพิ่งจัดการงานเสร็จ ทำให้คุณต้องรอนานแล้ว"
ฮวาเล่อเหยาโบกมือ "ฉันก็เพิ่งมาถึงเหมือนกันค่ะ รีบไปดูห้องกันเถอะ"
"อ้อ ฉันไม่ดูห้องเดี่ยวนะคะ ฉัน้าห้องชุด!"
จิ่งเหมียนหยุดเดิน ดูเหมือนเธอจะคิดไม่ผิด หญิงสาวคนนี้ฐานะดีมาก โดยปกติแล้วคนแบบนี้ไม่จำเป็ต้องมาอยู่ไกลถึงนอกฐานอู่อันหรอก ที่บ้านคงจัดการหาที่อยู่ให้เธอแล้ว
แต่จิ่งเหมียนก็ไม่ได้ถามอะไร ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่ได้ละเมิดสัญญาหรือทำอันตรายต่อลวี่อิน เธอก็จะไม่สอบถามประวัติของผู้เช่ามากเกินไป
"ห้องชุดหมายเลข 2 ตอนนี้ราคา 1,500 ต่อวันค่ะ"
ฮวาเล่อเหยาทำเหมือนไม่ได้ยินแล้ววิ่งเข้าไปทันที "ว้าว! ดีมากเลย! เป็โทนสีชมพูด้วย! เอ๊ะ มีอ่างอาบน้ำด้วย! แล้วก็เปลญวนด้วย! นี่เถ้าแก่ คุณไปหาเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ๆ พวกนี้มาจากไหนเนี่ย? นอกจากไม่มีการจัดสวนข้างนอกแล้ว ที่นี่ก็ถือว่าดีกว่าบ้านฉันอีก!"
จิ่งเหมียนยิ้ม "นั่นเป็ความลับค่ะ"
ฮวาเล่อเหยาจ่ายเงิน 540,000 อย่างไม่ลังเลเพื่อเช่าห้องชุดสองห้องนอนเป็เวลาหนึ่งปี
คนทั่วไปถ้าไม่มีเงินเก็บ คงไม่มีปัญญาเช่าห้องชุดสองห้องนอนเป็เวลาหนึ่งปีเต็มแบบนี้หรอก
วันนี้ลูกค้าที่นัดหมายไว้คนสุดท้ายมาถึงแล้ว จิ่งเหมียนจึงปล่อยให้ฮวาเล่อเหยาเดินชมรอบ ๆ บริเวณฐานลวี่อินแห่งนี้ตามลำพัง
ไม่นานเธอก็พบกับชายหนุ่มแต่งตัวฉูดฉาด เขามองไปมองมา ไม่ได้มองจิ่งเหมียนตรง ๆ และเอ่ยขึ้นว่า "เรียกผู้จัดการของคุณมาสิ"
"ฉันนี่แหละเ้าของที่นี่!"
เขาเลิกคิ้วขึ้นมองจิ่งเหมียนั้แ่หัวจรดเท้า "อายุยังน้อยแค่นี้เองเหรอ ข่าวลือที่เขาพูดกันนี่เื่จริงสินะ"
"ข่าวลืออะไรคะ" จิ่งเหมียนไม่เข้าใจ
โหวอวี่เจ๋อเยาะเย้ย "เขาลือกันว่า คนที่มีอำนาจตัวจริงโผล่หัวออกมาแล้วว่าเป็เด็กเลี้ยงของนายทุนใหญ่ เธอเป็แค่เด็กที่เกาะผู้ชายรวย ๆ จะมาทำอวดดีอะไร เปิดห้องพักที่ดีที่สุดให้ฉันสองคืนซะ"
"หูหนวกหรือไงฮะ! ยังจะยืนอยู่ตรงนี้ทำไมอีก"
สีหน้าจิ่งเหมียนไม่ได้เปลี่ยนไป เธอไม่เคยได้ยินข่าวลือนี้มาก่อน ในอินเทอร์เน็ตตอนนี้ก็ยังไม่มี ไม่แน่ว่าผู้ชายคนนี้อาจจะแค่ลองเชิง ยั่วโมโห และบังคับให้เธอเผยพิรุธออกมา เพื่อดูว่าเื้ัของเธอมีใครหนุนหลังอยู่
จู่ ๆ ลวี่อินก็ปรากฏขึ้นไม่ไกลจากฐานอู่อัน แล้วจะเป็ไปได้อย่างไรที่จะไม่สงสัยในตัวเธอ
เมื่อไม่กล้าทำอย่างเปิดเผย ก็ต้องทำอย่างลับ ๆ
"ขอโทษด้วยค่ะ ตอนนี้ลวี่อินมีลูกค้าจำนวนมากที่เตรียมมาพักอาศัยระยะยาว เราจึงปิดระบบการเช่าระยะสั้นแล้ว ขอให้คุณกลับไปก่อนนะคะ ขออภัยที่ไม่สามารถให้บริการได้"
"ปิดั้แ่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่รู้เื่?"
"เพิ่งปิดเมื่อกี้นี้เองค่ะ"
"แกทำแบบนี้จงใจใช่ไหม! ได้ ฉันจะเช่าหนึ่งปี ไปเปิดห้องเดี๋ยวนี้!" โหวอวี่เจ๋อสั่งการจิ่งเหมียนอย่างยโสโอหัง
"คุณกลับไปก่อนเถอะค่ะ แิของฉันคือลวี่อินที่มีอารยธรรม การเข้าพักอย่างมีอารยะ ซึ่งเขียนไว้บนเว็บไซต์แล้ว คุณไม่เข้าเงื่อนไขอย่างชัดเจน ขออภัยที่ไม่สามารถให้บริการได้นะคะ"
จิ่งเหมียนส่งสายตาให้เขามองไปที่ประตูใหญ่
"แกกำลังด่าว่าฉันไม่มีอารยธรรมใช่ไหม! โลกมันจะแตกอยู่แล้ว แกยังจะพูดถึงอารยธรรมอะไร แกแสร้งทำตัวดีอะไรของแก! ฉันเกลียดคนแบบแกที่ชอบตั้งป้ายคุณธรรมที่สุด!" โหวอวี่เจ๋อชูกำปั้นเตรียมพุ่งเข้ามา
จิ่งเหมียนไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เพียงแค่ยิ้มเ็า ในชั่วพริบตาเดียวโหวอวี่เจ๋อก็หายไปจากลวี่อิน
พลั่ก!
ร่างของโหวอวี่เจ๋อพุ่งกระแทกพื้นหญ้าไกลออกไปกว่า 100 เมตร ใบหน้าไถลไปกับพื้นหญ้าราวกับสุนัขกำลังเบรก
โชคดีที่เขาเป็ผู้มีพลังพิเศษ ไม่อย่างนั้นการล้มครั้งนี้อาจถึงแก่ชีวิตได้!
“บ้าเอ๊ย! นี่มันพลังอะไรกัน?”
พลังเคลื่อนย้ายมิติเหรอ?
…
จิ่งเหมียนนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในห้องรับแขก เธอกำลังดูบันทึก
โหวอวี่เจ๋อ
นามสกุลโหว เธอไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับมัน ในชาติก่อนเธอไม่เคยเจอใครจากตระกูลใหญ่ที่มีนามสกุลโหวเลย